Home

Custom Search

------------------------------------------------------

โครงการเวทีสาธารณะเพื่อถอดบทเรียน “กรณีน้องหม่อง ทองดี : สถานะของเด็กไร้สัญชาติในโรงเรียนไทย” เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน พ.ศ.2552 เวลา 13.00 – 16.30 น.  ณ โรงเรียนบ้านห้วยทราย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

------------------------------------------------------

แนวคิด

จากกรณีของ ด.ช.หม่อง ทองดี เด็กไร้สัญชาติชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 แห่งโรงเรียนบ้านห้วยทราย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งได้รับรางวัลชนะเลิศในการแข่งขันเครื่องบินกระดาษพับให้เป็นตัวแทนของประเทศไทย เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันเครื่องบินกระดาษพับ ชิงแชมป์ประเทศญี่ปุ่น ครั้งที่ 4 ณ เมืองชิบะ ประเทศญี่ปุ่น

แต่เนื่องจาก ด.ช.หม่อง ทองดี มีสถานะเป็นเด็กไร้สัญชาติจึงประสบอุปสรรคในการขออนุญาตเดินทางออกนอกประเทศ ซึ่งทำให้หลายหน่วยงานจากทุกภาคส่วนในสังคมต้องยื่นมือเข้ามาให้ความช่วยเหลือ

อย่างไรก็ดี กรณีของ ด.ช.หม่อง ทองดี มิใช่กรณีแรก และกรณีเดียวที่เพิ่งเกิดขึ้น

ก่อนหน้านี้ เคยมีกรณีของอาจารย์อายุ นามเทพ อาจารย์ไร้สัญชาติ แห่งวิทยาลัยดุริยศิลป์ มหาวิทยาลัยพายัพ ที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นตัวแทนประเทศไทย ในการเข้าร่วมการแข่งขัน Choir Olympic กรณีของนางสาวศรีนวล เสาร์คำนวล เยาวชนที่กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการพิสูจน์ตนเพื่อเตรียมยื่นคำร้องขอลงรายการสัญชาติไทยในทะเบียนบ้าน ตามมาตรา 23 แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ(ฉบับที่ 4) พ.ศ.2551 ซึ่งได้รับทุนการศึกษาให้เดินทางไปศึกษาต่อ ณ มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน ประเทศสหรัฐอเมริกา และล่าสุด คือ กรณีของ ด.ญ.นารวย จะเติง เยาวชนที่กำลังศึกษาอยู่ ณ โรงเรียนบ้านท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการพิสูจน์ตนเพื่อลงรายการสัญชาติไทยตามระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการพิจารณาลงรายการสถานะบุคคลในทะเบียนราษฎรให้แก่บุคคลบนพื้นที่สูง พ.ศ.2543 และโชคดีได้รับรางวัลตั๋วเครื่องบินจากการประกวดตั้งชื่อแพนด้าน้อยหลินปิง เพื่อเดินทางไปชมแพนด้าที่ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีน

แทบทุกครั้งที่ผ่านมา คณะทำงานพบว่าเพียงเพราะบุคคลดังกล่าว “ยังไม่มีสัญชาติไทย” หรือ “ยังไม่ได้รับการลงรายการสัญชาติไทย” ทำให้บุคคลเหล่านี้ถูกจำกัดสิทธิในการเดินทางออกนอกประเทศไทย อันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานประการหนึ่งที่บุคคลทุกคนพึงมีภายใต้หลักความเสมอภาค ตามมาตรา 4 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งระบุว่า ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคลย่อมได้รับความคุ้มครอง และมาตรา 52 ที่บัญญัติว่า เด็กและเยาวชน มีสิทธิในการอยู่รอดและได้รับการพัฒนาด้านร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา ตามศักยภาพในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชนเป็นสำคัญ ประกอบกับมาตรา 80 ที่กำหนดให้รัฐต้องมีแนวนโยบายที่คุ้มครองและพัฒนาเด็กและเยาวชน ตลอดจนนโยบายที่จะต้องปฏิบัติตามสนธิสัญญาด้านสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยเป็นภาคี

จากประสบการณ์ที่ผ่านมาในครั้งนี้ คณะทำงานจึงเห็นสมควรที่ทุกภาคส่วนของสังคมจะมาร่วมกันถอดบทเรียนผ่านกรณีศึกษาของ ด.ช.หม่อง ทองดี เพื่อให้สังคมไทยได้ตระหนักและหันมาให้ความสำคัญกับบุคคลที่มีปัญหาสถานะบุคคลโดยเฉพาะกลุ่มเด็กไร้สัญชาติในโรงเรียนไทย เพื่อไม่ให้เกิดกรณี “น้องหม่อง ทองดี ภาค 2”

 

องค์กรรับผิดชอบ

·     โรงเรียนบ้านห้วยทราย

·     คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยพายัพ

·     ทีวีไทย (TPBS)

·     มูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา(พชภ.)

·     มูลนิธิกระจกเงา จังหวัดเชียงราย

·     โครงการบางกอกคลินิกเพื่อให้คำปรึกษากฎหมายด้านสถานะและสิทธิบุคคล กองทุนศาสตราจารย์ คนึง ฦๅไชย คณะนิติศาสตร์

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

 

วัตถุประสงค์

1.เพื่อถอดบทเรียน และถ่ายทอดองค์ความรู้ในการจัดการปัญหาสถานะและสิทธิของบุคคล จากกรณีของ ด.ช.หม่อง ทองดี ส่งผ่านไปสู่ทุกภาคส่วนในสังคมไทย

2.เพื่อกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนในสังคมไทยตระหนักและให้ความสำคัญกับปัญหาสถานะบุคคลของเด็กไร้สัญชาติในโรงเรียน

 

สถานที่

โรงเรียนบ้านห้วยทราย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

 

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

       1. เกิดพื้นที่ในการถอดบทเรียน และถ่ายทอดองค์ความรู้ในการจัดการปัญหาสถานะและสิทธิของบุคคล

2. ทุกภาคส่วนในสังคมไทยตระหนักและให้ความสำคัญกับปัญหาสถานะบุคคลของเด็กไร้สัญชาติในโรงเรียน

 

งบประมาณ

·          แต่ละองค์กรรับผิดชอบค่าที่พักและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

 

[1] [2] [3]

จำนวนผู้ที่เข้าชมในหน้านี้ 000552