Home

Custom Search

-------------------------------

เด็กชายหม่อง ทองดี :

จากเด็กที่เกิดในประเทศไทยจากบุพการีไร้รัฐเกิดในรัฐฉาน ประเทศพม่า

สู่คนไร้สัญชาติในทะเบียนราษฎรประเภททะเบียนประวัติของรัฐไทย

โดย รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร

เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

----------------------------------

สารบาญ

----------------------------------

ตอนที่ ๑ ข้อเท็จจริง (หน้า ๒)

----------------------------------

ตอนที่ ๒ ข้อกฎหมาย (หน้า ๓)

----------------------------------

๑.                เรื่องอำนาจอธิปไตยและเขตอำนาจของรัฐเหนือเด็กชายหม่อง ทองดี (หน้า ๔)

๒.               เรื่องรัฐเจ้าของตัวบุคคลของเด็กชายหม่อง ทองดี (หน้า ๕)

๓.                เรื่องสถานะของรัฐฉานและความเป็นไปได้ที่จะให้สัญชาติแก่ครอบครัวทองดี (หน้า ๕)

๔.               เรื่องการรับรองความเป็นบุคคลตามกฎหมายของเด็กชายหม่อง ทองดี (หน้า ๖)

๕.               เรื่องสิทธิในการพัฒนาของเด็กชายหม่อง ทองดี ผูกพันประเทศไทยในฐานะรัฐภาคีในสถานะของบ่อเกิดของกฎหมายระหว่างประเทศ (หน้า ๗)

๖.                เรื่องความเป็นราษฎรไทยของเด็กชายหม่อง ทองดี (หน้า ๗)

๗.              เรื่องปัญหาความไร้สัญชาติของเด็กชายหม่อง ทองดี (หน้า ๙)

๘.               เรื่องปัญหาความสามารถในการทำนิติกรรมของเด็กชายหม่อง (หน้า ๙)

๙.              เรื่องปัญหาความสัมพันธ์ทางครอบครัวระหว่างนายยุ้น นางมอย และเด็กชายหม่อง (หน้า ๑๑)

๑๐.           เรื่องสิทธิศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยในประเทศไทยของเด็กชายหม่องเด็กชายหม่อง (หน้า ๑๓)

๑๑.          เรื่องสถานะของเด็กชายหม่องตามกฎหมายคนเข้าเมือง (หน้า ๑๓)

๑๒.          เรื่องอำนาจให้สัญชาติไทยแก่เด็กชายหม่อง ทองดี (หน้า ๑๕)

----------------------------------------

ตอนที่ ๓ ความพยายามจัดการปัญหา (หน้า ๑๗)

----------------------------------------

๑.    ความเห็นทางกฎหมายเมื่อวันที่ ๑ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๒ ในกรณีปัญหาสิทธิในการเดินทางไปต่างประเทศของเด็กชายหม่อง ทองดี ซึ่งเป็นคนไร้สัญชาติประเภทเด็กและบุคคลที่เรียนอยู่ในสถาบันศึกษาไทยของประเทศไทยตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๘  เพื่อทำคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศไทย เพื่อเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (หน้า ๑๗)

๒.   คำฟ้องต่อศาลปกครองกลางเมื่อวันที่    กันยายน  ๒๕๕๒ ระหว่าง เด็กชายหม่อง  ทองดี โดยนายยุ้น  ทองดี และนางมอย  ทองดี  ผู้ฟ้องคดี ในฐานะผู้แทนโดยชอบธรรม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้ถูกฟ้องคดี (หน้า ๒๕)

------------------------------------------------

---------------------

ตอนที่ ๑ ข้อเท็จจริง

---------------------

นายยุ้นและนางมอยเป็นคนชาติพันธุ์ไทยใหญ่ซึ่งเกิดและอาศัยอยู่ ณ บ้านน้ำจ่าง ในรัฐฉาน ซึ่งเป็นดินแดนที่ชนไทยใหญ่อาศัยอยู่และพยายามที่จะประกาศเอกราชจากประเทศพม่า และข้อพิพาทระหว่างกองกำลังไทยใหญ่และรัฐบาลทหารพม่าก็ยังไม่ยุติในปัจจุบัน คนไทยใหญ่ส่วนใหญ่จึงประสบปัญหาคนไร้สถานะตามกฎหมายทะเบียนราษฎร กล่าวคือ ประสบปัญหาคนไร้รัฐ

เขาทั้งสองอยู่กินกันฉันสามีภริยา โดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันตามกฎหมาย นายยุ้น ทองดี เกิดวันที่ ๓ กันยายน พ.ศ.๒๕๒๐ ในขณะที่นางมอย ทองดี เกิดวันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๒๐

ด้วยความยากลำบากที่จะทำมาหากินอันเนื่องจากความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลพม่าและกองกำลังไทยใหญ่ที่ไม่ยอมรับอำนาจปกครองของรัฐบาลพม่า นายยุ้นและนางมอยจึงได้ตัดสินใจอพยพเข้ามาในประเทศไทย เมื่อ พ.ศ.๒๕๓๘ เข้ามาทางด่านหนองอุก อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อรับจ้างทำงานสวนในสวนลิ้นจี่ในอำเภอฝาง

เมื่อวันที่ ๒ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๔๐ นายยุ้นและนางมอยมีบุตร ๑ คน กล่าวคือ เด็กชายหม่อง ซึ่งเกิด ณ บ้านต้นโชค หมู่ที่ ๕ ตำบล หนองบัว อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่

เด็กชายหม่องไม่มีสัญชาติไทยโดยการเกิด เพราะเกิดที่บ้านต้นโชค หมู่ที่ ๕ ตำบล หนองบัว อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๔๐ จากบิดาและมารดาซึ่งเป็นคนต่างด้าวซึ่งมีลักษณะการเข้าเมืองแบบไม่ถาวร (ปรากฏตามหนังสือรับรองสถานที่เกิด ลงวันที่ ๑๕ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๑ ออกโดยอำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่) ทั้งนี้ เป็นไปภายใต้มาตรา ๗ ทวิ วรรค ๑ แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ ซึ่งถูกแก้ไขและเพิ่มเติม โดย พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๓๕

หลังจากการคลอดของเด็กชายหม่อง นายยุ้นและนางมอยเห็นว่ารายได้ที่ได้รับไม่เพียงพอ จึงย้ายครอบครัวไปรับจ้างก่อสร้างแถวมหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ ทั้งครอบครัวจึงอาศัยอยู่บ้านเช่าในอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ตั้งแต่นั้นมา

ในปี พ.ศ.๒๕๔๒ รัฐบาลไทยมีนโยบายสำรวจบุคคลที่มีปัญหาสถานะบุคคลในพื้นที่สูงของประเทศไทย นายยุ้น นางมอย และเด็กชายหม่องก็มิได้ไปรับการสำรวจ

แต่ในปี พ.ศ.๒๕๔๗ เมื่อรัฐบาลไทยมีนโยบายให้แรงงานที่หลบหนีเข้าเมืองจากประเทศลาวพม่ากัมพูชาไปแสดงตนเพื่อขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวไร้ฝีมือ นายยุ้นและนางมอยก็ได้ไปแสดงตนเพื่อขึ้นทะเบียนดังกล่าว ซึ่งการขึ้นทะเบียนแรงงานนี้เริ่มต้นจากการทำทะเบียนประวัติตามกฎหมายทะเบียนราษฎรไทยให้แก่นายยุ้นและครอบครัวทั้งหมด อันนำมาซึ่งเอกสารพิสูจน์ตนฉบับแรกในชีวิตของบุคคลทั้งสาม ก็คือ แบบรับรองรายการทะเบียนประวัติของคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ (ท.ร.๓๘/๑) ออกโดย อำเภอสันทราย  จังหวัดเชียงใหม่ นอกจากนั้น การบันทึกบุคคลทั้งสามนี้ในทะเบียนประวัตินี้ จึงทำให้บุคคลทั้งสามได้รับเลขประจำตัวประชาชน ๑๓ หลักขึ้นต้นด้วยเลข ๐๐ ตามกฎหมายทะเบียนราษฎร ตั้งแต่นั้นมา จนถึงปัจจุบัน ขอให้สังเกตว่า แบบรับรองรายการทะเบียนประวัตินี้ระบุว่า บุคคลทั้งสามมีสถานะเป็นคนสัญชาติพม่า

ใน พ.ศ.๒๕๔๘ เมื่อเด็กชายหม่องเข้าศึกษาอยู่ ณ โรงเรียนบ้านห้วยทราย อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ โรงเรียนนี้ได้เสนอให้อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ บันทึกชื่อเด็กชายหม่องในทะเบียนประวัติตามกฎหมายทะเบียนราษฎร ประเภทบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎร (ท.ร.๓๘ ก) ผลของการบันทึกชื่อเด็กชายหม่องในทะเบียนราษฎรไทยครั้งที่สองนี้ จึงทำให้เขาได้รับเอกสารพิสูจน์ตนโดยรัฐไทยฉบับที่สอง กล่าวคือ แบบรับรองรายการทะเบียนราษฎรจากฐานข้อมูลการทะเบียน (ท.ร.๑๔/๑) ออกโดยเทศบาลตำบลสุเทพ และมีผลให้ได้รับเลขประจำตัวประชาชน ๑๓ หลัก ขึ้นต้นด้วยเลข ๐ เมื่อวันที่ ๑๖ กันยายน พ.ศ.๒๕๔๘ จนถึงปัจจุบัน และเอกสารพิสูจน์ตนออกโดยรัฐไทยฉบับที่สาม ก็คือ บัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน ออกเมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม พ.ศ.๒๕๕๐

เมื่อวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๑ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกับสมาคมเครื่องบินกระดาษพับจัดการแข่งขันเครื่องบินกระดาษพับ ชิงแชมป์ประเทศไทย ครั้งที่ ๕ รุ่นเด็กอายุไม่เกิน ๑๒ ปี ผู้ชนะคือเด็กชายหม่อง ทองดี ทำเวลาได้ ๑๒.๕๐ นาที

วันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๕๒ ทางผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยทราย (นายดวงฤทธิ เกติมา) ได้ทำหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อขอความอนุเคราะห์พิจารณาการอนุญาตเดินทางออกนอกประเทศและเดินทางกลับเข้าประเทศของเด็กชายหม่อง ทองดี แต่ทางกระทรวงมหาดไทยจะขอเอกสารเพิ่มเติม

วันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๒ ทางศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีส่งจดหมายเชิญเด็กชายหม่อง ทองดีเป็นตัวแทนของประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันเครื่องบินกระดาษพับชิงแชมป์ประเทศญี่ปุ่น ครั้งที่ ๔ ณ เมืองชิบะ ประเทศญี่ปุ่น

วันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๒ ทางโรงเรียนบ้านห้วยทรายจึงส่งจดหมายไปให้กระทรวงมหาดไทยอีกครั้ง และจนกระทั่งถึงต้นเดือนกันยายน ทางโรงเรียนบ้านห้วยทรายก็ยังไม่ได้รับคำตอบอย่างเป็นทางการ เพียงแต่ติดต่อทางโทรศัพท์จึงทราบว่า “ทางกระทรวงมหาดไทยอาจจะไม่อนุญาตให้เด็กชายหม่อง ทองดี เดินทางออกนอกประเทศ เพราะเป็นภัยต่อความมั่นคง”

หลังการเข้าพบอธิบดีกรมการปกครองในวันที่ ๒ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๒ เพื่อหารือความเป็นไปได้ที่เด็กชายหม่องจะได้รับอนุญาตให้ออกไปจากประเทศไทยเพื่อไปแข่งขันเครื่องบินกระดาษพับ และได้รับเอกสารเดินทางหรือหนังสือเดินทางออกโดยรัฐบาลไทยเพื่อไปขอวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่นนั้น อธิบดีดังกล่าวมีคำตอบว่า เด็กชายหม่องอาจเดินทางออกไปจากประเทศไทยได้ แต่จะกลับเข้ามาในประเทศไทยมิได้อีก เนื่องจากสิทธิอาศัยในประเทศไทยจะสิ้นสุดลงในทันทีที่ออกไปจากประเทศไทย

การปฏิเสธสิทธิเดินทางของเด็กชายหม่องในครั้งนี้ได้นำไปสู่การฟ้องต่อศาลปกครองในวันที่ ๓ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๒ เพื่อคุ้มครองสิทธิของเด็กชายหม่องที่จะเดินทางออกไปจากประเทศไทยเพื่อแข่งขั้นเครื่องบินกระดาษพับในประเทศญี่ปุ่นในวันที่ ๑๖ – ๒๐ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๒  ในการฟ้องคดีนี้ เด็กชายหม่องเป็นผู้ฟ้องคดีเองโดยมีนายยุ้น  ทองดี และนางมอย ทองดี ผู้แทนโดยชอบธรรมของเด็กชายหม่อง ทองดี ได้มอบอำนาจให้นายนิติธร  ล้ำเหลือ เป็นผู้ฟ้องคดีแทน โดยมีความประสงค์ขอฟ้องรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ทั้งนี้เนื่องจากผู้ฟ้องคดีได้รับความเดือดร้อนเสียหาย โดยได้รับผลกระทบอันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้จากการปฏิบัติหน้าที่ล่าช้า เกินสมควร และไม่เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย คือ มาตรา ๕,  ๑๗,  ๓๙ , ๔๖ และ ๕๐ พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.๒๕๒๒  รวมถึง ตามมาตรา ๙ (๓)  แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.๒๕๔๒ อีกทั้งการกระทำดังกล่าวของผู้ถูกฟ้องคดียังขัดต่อบทบัญญัติแห่งมาตรา ๓, ๔, ๕, ๖, ๒๖ - ๒๙, ๓๐ และ ๓๔  แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๐ นอกจากนั้น เนื่องจากกรณีดังกล่าวจึงเป็นกรณีสำคัญเร่งด่วน ผู้ฟ้องคดีแทนยังขอศาลได้โปรดมีคำสั่งให้ไต่สวนฉุกเฉินเพื่อกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวแก่ผู้ฟ้องคดี ซึ่งการอนุญาตก็ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายหรือจะก่อให้เกิดปัญหาต่อความมั่นคงแต่อย่างใด โดยขอศาลได้โปรดมีคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีอนุญาตให้ผู้ฟ้องคดี เดินทางออกนอกประเทศและเดินทางกลับเข้าประเทศได้ เพื่อดำเนินการแข่งขัน ฯ ไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าการพิจารณาคดีจะเสร็จสิ้น

            แต่อย่างไรก็ตาม ในวันที่ ๔ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๒  ปลัดกระทรวงมหาดไทยก็มีหนังสือแจ้งอนุญาตให้เด็กชายหม่องเดินทางไปแข่งขันที่ประเทศญี่ปุ่นได้ และส่งตัวเด็กชายหม่องไปทำเอกสารเดินทางที่กระทรวงการต่างประเทศไทย เพื่อใช้เป็นเอกสารแสดงตนในต่างประเทศ และใช้ในการขอวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่น จึงมีการถอนฟ้องรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในวันนี้เช่นกัน

ในที่สุด เด็กชายหม่องได้รับ ๒ เหรียญจากการแข่งพับเครื่องบินที่ญี่ปุ่น กล่าวคือ เหรียญชนะเลิศประเภททีมในวันที่ ๑๙ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๒ และที่ ๓ ประเภทเยาวชน ทำเวลาได้ ๑๒ วินาที ในวันที่ ๒๐ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๒ อันแสดงให้เห็นความเป็นเลิศของครุศาสตร์ในประเทศไทยในเรื่องการฝึกสอนเด็กวัยเยาว์ให้มีความสามารถในการปรับใช้ความรู้วิทยาศาสตร์กายภาพในทางปฏิบัติ นอกจากนั้น หลายฝ่ายในสังคมไทยยอมรับว่า เด็กชายหม่องมีสถานะเป็นบุคคลที่สร้างชื่อเสียงและคุณประโยชน์อย่างสูงต่อประเทศไทย

---------------------

ตอนที่ ๒ ข้อกฎหมาย

---------------------

คำถามที่ ๑.      เรื่องอำนาจอธิปไตยและเขตอำนาจของรัฐเหนือเด็กชายหม่อง ทองดี

---------

โดยหลักกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีเมือง ถามว่า รัฐไทยมีอำนาจอธิปไตยและเขตอำนาจของรัฐเหนือเด็กชายหม่อง ทองดีหรือไม่  ? เพราะเหตุใด ? [1]

---------------

แนวคำตอบ

---------------

โดยหลักกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีเมือง รัฐย่อมมีอำนาจอธิปไตยเหนือดินแดนและเหนือประชากร ดังนั้น ประเทศไทยจึงมีอำนาจอธิปไตยโดยหลักดินแดนเหนือบุคคลทั้งสาม แต่สำหรับเด็กชายหม่องนั้น ประเทศไทยย่อมมีอำนาจอธิปไตยเหนือตัวบุคคลมาตั้งแต่เกิด เพราะเด็กชายหม่องเกิดในประเทศไทย แม้บิดาและมารดาจะไม่มีสัญชาติไทย และตกอยู่ในความไร้สัญชาติ แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อนายยุ้นและนางมอยเข้ามาตั้งบ้านเรือนในประเทศไทย ก็ปฏิบัติมิได้ว่า รัฐไทยมีอำนาจอธิปไตยโดยหลักดินแดนเหนือบุพการีของเด็กชายหม่อง

เมื่อรัฐไทยมีอำนาจอธิปไตยเหนือเด็กชายหม่องและครอบครัว รัฐไทยก็ย่อมมีเขตอำนาจทางกฎหมายเหนือบุคคลดังกล่าว ดังนั้น รัฐไทยจึงมีเขตอำนาจของรัฐเหนือเด็กชายหม่องในสถานะรัฐเจ้าของตัวบุคคล (Personal State) ซึ่งเป็นดุลยพินิจที่จะใช้อำนาจหรือไม่ก็ได้ ปัญหาความมีเขตอำนาจของรัฐซึ่งเป็นไปโดยการรับรองของกฎหมายระหว่างประเทศว่าด้วยอำนาจอธิปไตย และการใช้อำนาจของรัฐก็เป็นอำนาจของรัฐซึ่งเป็นไปโดยการรับรองของกฎหมายระหว่างประเทศว่าด้วยอำนาจอธิปไตยเช่นกัน

นานารัฐมักแสดงเขตอำนาจของตนเหนือประชากรโดยการยอมรับให้สิทธิในสัญชาติหรือสิทธิเข้าเมืองหรือสิทธิอาศัย หรืออาจยอมรับเพียงแค่สิทธิในความเป็นมนุษย์เท่านั้น ทั้งนี้ ตราบเท่าที่ไม่มีการยอมรับกฎหมายระหว่างประเทศลายลักษณ์อักษรเป็นอย่างอื่น

จะเห็นว่า ประเทศไทยยอมรับให้สิทธิอาศัยชั่วคราวแก่เด็กชาย และยอมรับให้สิทธิในทะเบียนราษฎรไทย

---------

คำถามที่ ๒.      เรื่องรัฐเจ้าของตัวบุคคลของเด็กชายหม่อง ทองดี

---------

โดยหลักกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล ถามว่า รัฐใดบ้างที่เป็นรัฐเจ้าของตัวบุคคลของเด็กชายหม่อง ? เพราะเหตุใด ? [2]

---------------

แนวคำตอบ

---------------

กรณีตามคำถามเป็นการถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างเด็กชายหม่องกับรัฐ จึงต้องมาพิจารณาข้อเท็จจริงของเด็กชายหม่อง

โดยหลักกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล อำนาจอธิปไตยของรัฐอาจปรากฏเหนือเอกชนได้ทั้งโดยหลักดินแดนและหลักบุคคล ส่วนเอกชนนั้นก็อาจมีจุดเกาะเกี่ยวกับรัฐใดรัฐหนึ่งได้ใน ๒ ช่วงเวลา กล่าวคือ ในขณะที่เกิดและภายหลังการเกิด

ในขณะที่เกิด เอกชนอาจมีจุดเกาะเกี่ยวกับรัฐ ๓ สถานะ กล่าวคือ () รัฐเจ้าของถิ่นที่เกิด () รัฐเจ้าของสัญชาติหรือภูมิลำเนาของบิดา และ () รัฐเจ้าของสัญชาติหรือภูมิลำเนาของมารดา

ภายหลังการเกิด เอกชนอาจมีจุดเกาะเกี่ยวกับรัฐใน ๓ สถานะ กล่าวคือ () รัฐเจ้าของภูมิลำเนาของบุคคล (๒) รัฐเจ้าของสัญชาติหรือภูมิลำเนาของบุคคลในครอบครัวของตน () ทำคุณประโยชน์ให้กับรัฐนั้น อันแสดงถึงความจงรักภักดีต่อรัฐนั้น

ดังนั้น จากข้อเท็จจริง จะเห็นว่า เด็กชายหม่องจึงมีจุดเกาะเกี่ยวโดยการเกิดกับประเทศไทย ทั้งนี้ เพราะเด็กชายหม่องเกิดในประเทศไทย ซึ่งหมายความว่า เขาจึงมีความสัมพันธ์กับประเทศไทยโดยหลักดินแดน แม้จะมีสถานะเป็นคนต่างด้าวในขณะที่เขาเกิด และในส่วนจุดเกาะเกี่ยวกับรัฐภายหลังการเกิด พบว่า เด็กชายหม่องน่าจะมีความเกาะเกี่ยวโดยหลักดินแดนภายหลังการเกิดกับประเทศไทยอีกด้วย ทั้งนี้ เพราะเขาตามบุพการีซึ่งมีภูมิลำเนาตามกฎหมายเอกชนอยู่ในประเทศไทย จึงสรุปว่า เด็กชายหม่องจึงมีจุดเกาะเกี่ยวที่แท้จริงกับประเทศไทยทั้งโดยการเกิดและภายหลังการเกิดโดยหลักดินแดน

และยังปรากฏว่า เด็กชายหม่องยังมีจุดเกาะเกี่ยวกับประเทศพม่า เนื่องจากบิดาและมารดาเป็นคนที่เกิดในประเทศพม่า เด็กชายหม่องจึงมีจุดเกาะเกี่ยวที่แท้จริงกับประเทศพม่าโดยการเกิดโดยหลักบุคคล

จึงสรุปได้ว่า เด็กชายหม่องจึงเป็นบุคคลที่มีจุดเกาะเกี่ยวกับ ๒ ประเทศ อันทำให้ความเป็นบุคคลมีองค์ประกอบระหว่างประเทศ กล่าวคือ ระหว่างประเทศไทยและประเทศพม่า และตกอยู่ภายใต้อำนาจอธิปไตยของทั้ง ๒ ประเทศ ดังนั้น รัฐที่อาจเป็นเจ้าของตัวบุคคลของเด็กชายหม่อง จึงมีอยู่ ๒ รัฐเช่นกัน กล่าวคือ รัฐไทยและรัฐพม่า

ขอให้สังเกตว่า การที่รัฐพม่ายังไม่ยอมรับเด็กชายหม่องในทะเบียนบุคคลของรัฐพม่าในวันนี้ ก็ไม่หมายความว่า รัฐพม่าไม่อำนาจอธิปไตยเหนือตัวเด็กชายหม่อง ในอนาคต รัฐพม่าก็อาจยอมรับเด็กชายหม่องในทะเบียนราษฎรพม่า

----------

คำถามที่ ๓.      เรื่องสถานะของรัฐฉานและความเป็นไปได้ที่จะให้สัญชาติแก่ครอบครัวทองดี

---------

โดยหลักกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีเมือง ถามว่า รัฐฉานมีสถานะเป็นรัฐภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศหรือไม่ ? รัฐฉานมีสถานะเป็นรัฐเจ้าของตัวบุคคลของครอบครัวทองดีหรือไม่ ? รัฐฉานสามารถที่จะให้สัญชาติฉานแก่ครอบครัวทองดีได้หรือไม่ ? เพราะเหตุใด ?[3]

---------------

แนวคำตอบ

---------------

โดยหลักกฎหมายระหว่างประเทศที่เป็นที่ยอมรับกันนั้น ความเป็นรัฐย่อมเกิดจากข้อเท็จจริงอย่างน้อย ๓ ประการ กล่าวคือ ดินแดน ประชากร และอำนาจอธิปไตยที่จะปกครองดินแดนและประชากรอย่างมีประสิทธิภาพ (effective control) และที่จะมีความสามารถที่จะดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างเป็นอิสระ (independence)

หากรัฐฉานพิสูจน์ได้ว่า เป็นชุมชนมีเนื้อที่และสถานที่ตั้งที่ชัดเจน รัฐฉานก็จะมีข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบของรัฐประการแรก

ในประการที่สอง หากรัฐฉานพิสูจน์ได้ว่า บนดินแดนดังกล่าว มีประชากรอาศัยอยู่ ซึ่งอาจจะเชื้อชาติที่เหมือนหรือแตกต่างก็ได้ หรืออาจนับถือศาสนาต่างกัน รัฐฉานก็จะมีข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบของรัฐประการที่สอง

ในประการที่สาม หากรัฐฉานพิสูจน์ได้ว่า ประชากรบนดินแดนที่กล่าวอ้างมีการปกครองชุมชนในลักษณะที่มีประสิทธิภาพ สามารถปกครองตนเอง หรือเรียกได้ว่า มิใช่เมืองขึ้นของรัฐอื่นใด รัฐฉานก็จะมีข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบของรัฐประการที่สาม

ในที่สุด เมื่อรัฐฉานมีข้อเท็จจริง ๓ ประการนี้ รัฐฉานก็จะมีสถานะเป็น “บุคคลภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ” อย่างน้อยในสถานะของ “รัฐโดยพฤตินัย (De facto State)”

และเมื่อมีรัฐใดรัฐหนึ่งรับรองรัฐฉาน รัฐฉานก็จะมีสถานะของ “รัฐโดยนิตินัย (De Jure State)” ในสายตาของรัฐที่ให้รับรอง เราไม่พบว่า มีรัฐใดเลยบนโลกรับรองความเป็นรัฐของรัฐฉาน และประเทศไทยเองก็มิได้ให้การรับรองความเป็นรัฐฉาน แม้จะมีข้อเท็จจริงปรากฏว่า มีการปรากฏตัวของผู้นำของรัฐฉานในประเทศไทยอยู่บ้าง

ดังนั้น รัฐฉานจึงยังไม่มีสถานะเป็น “รัฐ” ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ แม้จะมีการกล่าวอ้างแนวคิดว่าด้วย “รัฐฉาน (Shan State)” มานานแล้ว

ดังนั้น เมื่อประเทศไทยยังมิได้รับรองความเป็นรัฐของรัฐฉาน รัฐนี้จึงไม่สามารถอ้างความคุ้มกันจากเขตอำนาจทางตุลาการและบริหารของไทยได้ และไม่มีตัวตนที่จะทรงสิทธิ หน้าที่ และความสามารถตามกฎหมายไทย

ดังนั้น รัฐฉานจึงไม่อาจจะเป็นประเทศต้นทางของครอบครัวทองดี ประเทศไทยจึงต้องถือว่า ประเทศต้นทางของครอบครัวทองดีก็ยังคงเป็นประเทศพม่า และการที่ครอบครัวทองดีจะมีสัญชาติพม่าหรือไม่ ย่อมขึ้นอยู่กับกฎหมายพม่า 

แต่รัฐฉานไม่อาจมีสถานะเป็นรัฐเจ้าของตัวบุคคลของครอบครัวทองดี และไม่อาจให้สัญชาติฉานแก่ครอบครัวนี้ เพราะรัฐฉานยังไม่มีสถานะเป็นรัฐในสายตาของกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศไทย



[1] ข้อสอบที่ออกเพื่อการสอบวิชากฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีเมือง หลักสูตรนิติศาสตร์บัณฑิต คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยพายัพ ปีการศึกษา ๒๕๕๒ ภาคที่ ๑ โดย รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร และอาจารย์วรรณทนี รุ่งเรืองสภากุล

[2] ข้อสอบที่ออกเพื่อการสอบวิชากฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล หลักสูตรนิติศาสตร์บัณฑิต คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ปีการศึกษา ๒๕๕๒ ภาคที่ ๑ โดย รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร และอาจารย์วิวัฒน์ สรรพคุณ

[3] ข้อสอบที่ออกเพื่อการสอบวิชากฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีเมือง หลักสูตรนิติศาสตร์บัณฑิต คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยพายัพ ปีการศึกษา ๒๕๕๒ ภาคที่ ๑ โดย รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร และอาจารย์วรรณทนี รุ่งเรืองสภากุล

 

 

 

 

สนใจอ่านต่อ โปรดคลิก

http://learners.in.th/file/archanwell/25521107.pdf (ยังใช้ได้ แต่ไม่มีหน้าน้องหม่อง)

 

และในไฟล์ต่อไปนี้ มีตัวอย่างจดหมายร้องเรียนรัฐมนตรีว่ากระทรวงมหาดไทยและคำฟ้องศาลปกครอง

ฉบับขาวดำเป็น PDF

http://cid-57e8289c73121202.office.live.com/self.aspx?path=%2fMy%20CaseStudy%2f%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b5-%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99-%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%b3.pdf#resId/57E8289C73121202!322 (ถ้าอยากเห็นหน้าน้องหม่องคนเก่ง คลิกอันนี้ค่ะ)

 

ฉบับสีเป็น PDF เช่นกัน

http://cid-57e8289c73121202.office.live.com/self.aspx?path=%2fMy%20CaseStudy%2f%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b5-%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99-%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%b3.pdf&sa=621473117#resId/57E8289C73121202!322

 

จำนวนผู้ที่เข้าชมในหน้านี้ 005135