Home

Custom Search

----------------

แนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับคนไร้รากเหง้า

โดย รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร

งานเขียนอันเป็นผลมาจากวิจัยและพัฒนาภายใต้โครงการเด็กไร้รัฐ ภายใต้ความร่วมมือระหว่างกองทุนศาสตราจารย์ คนึง ฦๅไชย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ,

เมื่อวันที่ ๗ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๐

http://www.archanwell.org/autopage/show_page.php?t=1&s_id=391&d_id=390

----------------

ความไร้รากเหง้าของคนเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนๆ หนึ่งตกอยู่ในความไร้รัฐ วงการศึกษาด้านกฎหมายในประเทศไทยเมื่อ ๒๐ ปีก่อนไม่รู้จักว่า คนไร้รากเหง้าคืออะไร ?  แต่ในปัจจุบัน โดยงานวิจัยด้านสถานะบุคคลที่มีมากขึ้นในประเทศไทย นักวิชาการสายกฎหมายก็อาจตอบได้ว่า คนไร้รากเหง้าก็คือคนไร้รัฐสัญชาติ เพราะเราไม่อาจที่จะพิสูจน์ทราบจุดเกาะเกี่ยวของพวกเขากับรัฐ  เพราะความไม่รู้ในจุดเกาะเกี่ยวกับรัฐ ก็ส่งผลให้ไม่อาจจัดสรรได้ว่า เขาเป็นคนสัญชาติของรัฐใด ความไร้รากเหง้าอาจนำไปสู่การถูกสันนิษฐานโดยกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองว่า เป็นคนต่างด้าวที่เขาเมืองผิดกฎหมาย[1]

ในการจำแนกคนไร้รากเหง้า เราอาจใช้แนวคิดหลายแนวคิด เพื่อที่จะโน้มนำผู้อ่านให้เข้าใจถึงปัญหาของคนไร้รากเหง้า และทางแก้ปัญหาของคนดังกล่าว

เราพบว่า คนไร้รากเหง้ามีอยู่ ๒ ลักษณะ กล่าวคือ (๑) คนไร้รากเหง้า ที่ยังเป็นผู้เยาว์ และ (๒) คนไร้รากเหง้าที่บรรลุนิติภาวะแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่ ผู้ใหญ่ไร้รากเหง้าจะเคยเป็นเด็กไร้รากเหง้ามาก่อน

มีน้อยกรณีนักที่เราจะพบผู้ใหญ่ไร้รากเหง้า ที่ไม่เคยผ่านความเป็นเด็กไร้รากเหง้ามาก่อน ความเป็นไปได้ที่มี ก็คือ การสูญเสียความทรงจำโดยคนนั้นเองในขณะที่เป็นผู้ใหญ่ ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อมีการบันทึกข้อมูลส่วนบุคคลของประชากรอย่างละเอียดละออตั้งแต่เกิดจนตายในทะเบียนราษฎรของรัฐ อีกทั้งการสื่อสารมวลชนเป็นไปได้อย่างรวดเร็วทั่วโลก การสืบค้นรากเหง้าของคนที่เคยมี “รายการสถานะบุคคลในทะเบียนราษฎร” ของรัฐใดรัฐหนึ่งจึงมิใช่ของยาก แต่กรณีก็อาจเป็นได้ว่า คนที่สูญเสียความจำนั้นจำรากเหง้าของตนเองไม่ได้ ในขณะที่บุคคลรอบข้างจำได้ถึงรากเหง้าของเขา ความไร้รากเหง้าอันนี้ ก็จะไม่ทำให้เขาไร้รัฐ

ในงานวิจัยของเรา มุ่งศึกษาถึงความไร้รากเหง้าของเด็กและผู้ใหญ่ที่มีมาตลอดชีวิต ซึ่งจะมิใช่การเสียความทรงจำ แต่เป็นเพราะไม่มีความทรงจำเลย หรือจำได้ว่า เกิดที่ไหนและบิดามารดาเป็นใคร แต่ไม่สามารถสืบค้นหาบิดามารดาได้เจอ ในประสบการณ์ของการทำงานของเราในประเทศไทยนั้น เราจึงเห็นคนไร้รากเหง้า ๒ ลักษณะ กล่าวคือ (๑) ความไร้รากเหง้าโดยสิ้นเชิง และ (๒) ความไร้รากเหง้า เพราะไม่อาจพิสูจน์ทราบความมีอยู่ของรากเหง้า

ความไร้รากเหง้าโดยสิ้นเชิง เป็นปัญหาความไร้รากเหง้าลักษณะแรกที่พบทั่วไปในประเทศไทย คนไร้รากเหง้าโดยสิ้นเชิงหมายถึงกลุ่มคนที่ถูกทอดทิ้งหรือพลัดพรากจากบุพการีตั้งแต่วัยอ่อนเยาว์จนไม่มีความทรงจำใดๆ เกี่ยวกับบุพการีและสถานที่เกิดเลย  และนอกจากนั้น ก็จะไม่มีใครเลยที่ทราบว่า คนๆ นี้เกิดที่ไหน ? เป็นบุตรของใคร ? ในสถานการณ์เช่นนี้ ความไร้รัฐย่อมเกิดขึ้นแก่เด็กอย่างแน่นอน เพราะไม่อาจกำหนดจุดเกาะเกี่ยวกับรัฐ จนไม่อาจกำหนดสัญชาติของเด็ก

ความไร้รากเหง้าเพราะไม่อาจพิสูจน์ทราบความมีอยู่ของรากเหง้าเป็นลักษณะที่สองของปัญหาความไร้รากเหง้า  เป็นเรื่องของกลุ่มคนที่ยังจำได้ว่า เกิดที่ไหน ? และบุพการีเป็นใคร ? แต่ได้พลัดพรากจากบุพการี ซึ่งอาจจะเป็นความจงใจของบุพการีหรือไม่ก็ได้ แต่ก็ไม่สามารถพิสูจน์ถึงรากเหง้าที่ตนมีได้

การแก้ไขปัญหาคนไร้รากเหง้า ก็คือ การให้สถานะบุคคลตามกฎหมายที่เหมาะสม ดังเห็นว่า มีคำตอบที่ชัดเจนในยุทธศาสตร์จัดการสถานะและสิทธิของบุคคลซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๘

เราได้ทบทวนแนวคิดและวิธีการจัดการปัญหาคนไร้รากเหง้า โดยผ่านกรณีศึกษาจำนวนมาก แต่เราสามารถหยิบเพียงจำนวนหนึ่งเท่านั้น มาเขียนเป็นงานเขียนเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้สู่สังคม กล่าวคือ (๑) กรณีของเด็กชายขัวญ วรรัตน์ แห่งจังหวัดชลบุรี  ซึ่งประสบความไร้รัฐเพราะไร้ความรู้ในรากเหง้าที่แท้จริงของบุพการี แต่ศาลไทยรับรองสิทธิที่จะก่อตั้งครอบครัวบุญธรรมกับครอบครัววรรัตน์[2] (๒) กรณีนายหมี (หรือ พงษ์) เกิดเจริญ : คนไร้บ้านแห่งสนามหลวง[3] และ (๓) กรณีเด็กชายศิลปชัย (ไม่มีนามสกุล)...กำพร้า...ไร้รากเหง้า.....ไร้รัฐ[4]

 



[1] มาตรา ๕๘ แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.๒๕๒๒ บัญญัติว่า “คนต่างด้าวผู้ใดไม่มีหลักฐานการเข้ามาในราชอาณาจักรโดยถูกต้องตามมาตรา ๑๒ (๑) หรือไม่มีใบสำคัญถิ่นที่อยู่ตามพระราชบัญญัตินี้ และทั้งไม่มีใบสำคัญประจำตัวตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนคนต่างด้าว  ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าคนต่างด้าวผู้นั้นเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้”

[2] ชลฤทัย แก้วรุ่งเรือง, ขัวญ วรรัตน์..เด็กชายน้อยอีกคนที่ไร้รัฐ, เมื่อวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๔๗ http://www.archanwell.org/autopage/show_page.php?t=1&s_id=49&d_id=44

พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร, กรณีน้องขวัญและน้องวิน : มีความเป็นไปหรือไม่ที่คนสัญชาติไทยจะรับเด็กไร้รัฐเป็นบุตรบุญธรรม ?, สาละวินโพสต์ ฉบับที่ ๓๔ (๑ ตุลาคม - ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๔๙)

http://www.archanwell.org/autopage/show_page.php?t=1&s_id=341&d_id=340

[3] พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร, ชลฤทัย แก้วรุ่งเรือง, ฐิตินบ โกมลนิมิ และภาวินี  ไชยภาค, นายหมี (หรือ พงษ์)   เกิดเจริญ: คนไร้บ้านแห่งสนามหลวง, เมื่อวันที่ ๒๓ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๔๘

http://www.archanwell.org/autopage/show_page.php?t=1&s_id=148&d_id=149

[4] วรรณทนี รุ่งเรืองสภากุล, ศิลปชัย (ไม่มีนามสกุล)...กำพร้า...ไร้รากเหง้า.....ไร้รัฐ, เมื่อวันพุธที่ ๑๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๘  http://www.archanwell.org/autopage/show_page.php?t=1&s_id=149&d_id=150

จำนวนผู้ที่เข้าชมในหน้านี้ 000383