Home

Custom Search

ฤารัฐธรรมนูญไทยฉบับ พ.ศ.๒๕๕๐ จะสนับสนุนแนวคิดชาตินิยม  ?

วันพุธที่ ๑๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๐

-----------------------------------------------------------------

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการประชุม สสร. ในช่วงบ่ายเป็นการพิจารณามาตรา 5 ที่ระบุว่า “ประชาชนชาวไทยไม่ว่าเหล่ากำเนิดเพศ ศาสนา ย่อมอยู่ในความคุ้มครองรัฐธรรมนูญโดยเสมอกัน”

โดย อัครรัตน์ รัตนจันทร์ สสร. ขอเพิ่มคำว่า “บุคคลที่อยู่ในประเทศไทย”  แทนคำว่า “ประชาชนชาวไทย” โดยให้เหตุผลว่าที่ผ่านมามีปัญหาคนต่างชาติที่เข้ามาอยู่ในประเทศแต่ไม่ได้รับความคุ้มครอง บางทีถูกดำเนินคดีก็ไม่ได้รับกาประกันตัว  หรืออย่างเทศกาลสงกรานต์ มีคนมาเที่ยวเมื่อถูกจับ แต่กลับไม่มีการดำเนินคดี แล้วพาไปรีดทรัพย์สิน  หาเราเพิ่มให้คุ้มครองถึงชาวต่างชาติ ก็จะเป็นการส่งเสรมด้านเศรษฐกิจด้วย

ซึ่งนายสวิง ตันอุด  สสร. อภิปรายว่าในเรื่องดังกล่าว สิ่งที่เป็นจุดอ่อนของ รธน. คือเรื่องการพูดเฉพาะเรื่องประชาชนชาวไทยเท่านั้นที่จะๆได้รับความคุ้มครอง แต่เรายังมีคนอื่นๆที่อยู่ในประเทศไทย มีหลายคนที่ตกสำรวจเรื่องสัญชาติ เรามีปัญหาไปถึงเรื่องการพิสูจน์สัญชาติ เรื่องการถอดสัญชาติ  มี กมธ.บางคนแย้งว่า คนเหล่านี้ก็จะได้รับสิทธิเรื่องการศึกษาสาธารณสุข แต่เรื่องนี้เราก็มีปัญหาบาคนเรียนจบแต่ไม่มี่สัญชาติ เราก็ให้การศึกษา และการรักษาตามปกติอยู่แล้ว  และหากเขาไปละเมิดกฎหมายก็มีกฎหมายอย่างอื่นไปควบคุมอยู่แล้ว หากเราเพิ่มเข้าไปคนที่มาทำงานท่องเที่ยว เราก็จะได้รับจากอารยะประเทศ หากเราไม่เป็นชาตินิยมเกินไป ก็จะได้รับความนิยมค่อนข้างมาก

อ.แหวว อยากให้นักศึกษาอ่านข่าวนี้นะคะ และขอให้ค่อยๆ อ่านความเห็นของ สสร. แต่ละคน

ความเห็นแย้งทั้งหลายนั้น ตีความคำว่า "ประชาชน" ว่า เท่ากับ "คนสัญชาติไทยเท่านั้น"

ซึ่งในเวลาที่เราคุยกับสาธารณชน คำว่า "ชาวบ้าน" หรือ คำว่า "ประชาชน" นั้น หมายถึงคนที่ "เป็นประชากรไทยทั้งหมด" กล่าวคือ บุคคลที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยทั้งหมด

แม้แต่กฎหมายทะเบียนราษฎรยังยอมรับว่า ราษฎรไทยอาจมีสัญชาติไทยหรือไม่ ก็ได้ หากว่า เราจะทำให้รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายที่สร้างความเป็นปึกแผ่นในประเทศไทย เราก็น่าจะให้รัฐธรรมนูญคุ้มครองประชากรไทยทั้งหมด มิใช่แค่ "คนสัญชาติไทย"

ดูว่า สสร.ส่วนใหญ่จะมองไม่เห็นการขัดแย้งในระหว่างชนในชาติที่เกิดในสามจังหวัดภาคใต้

ท่านทั้งหลายจึงไม่ตระหนักว่า ความคิดของท่านหลายนี้อาจจะทำให้รัฐธรรมนูญใหม่มีแนวคิดที่เอื้อชาตินิยมและเอื้อต่อความขัดแย้งในระหว่างชนในชาติในอนาคต

เป็นครั้งแรกที่ อ.แหววหวลคิดว่า ฤาเราเองก็เองลำบากใจที่ยอมรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้เสียแล้ว

 

ด้านนายเศวต ทินกูล เรื่องนี้ตนไม่ขัด แต่ตนก็เห็นว่าเรามีชาวลาวชาวเวียดนามที่อพยพมาอยู่ในดินแดนไทย แต่นอกเหนือจากเสรีภาพ ก็ให้คิดเรื่อความมั่นคงด้วย

ขณะที่อัชพร จารุจินดา กมธ. กล่าวว่า ทุกคนคิดไม่ต่างกันว่ากฎหมายควรคุ้มครองคนอยู่ในราชอาณาจักร แต่ รธน. เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการดูแลชนชาวไทยโดยเฉพาะ  และเป็นวิธีเขียนกฎหมาย  โดยมาตรานี้ รับรองว่าคนไทยทุกคนว่ามีสิทธิเท่าเทียมกัน หากเติมถึงบุคคลอื่น  ว่ามีสิทธิเท่าเทียมกับคนไทย มันไม่ใช่แค่สาธารณสุขการศึกษาแต่รวมไปถึงอาชีพ การถือทรัพย์สิน  หากเขียนไว้ กม. ต่างด้าวจะไม่สามารถบัญญัติขึ้นได้  เพราะมาตรา ห้าเป็นบททั่วไปคลุมทุกอย่าง

ด้านสุพจน์ ไข่มุกต์ กมธ. บอกไม่มีชาติใดให้สิทธิเหล่านี้กับคนต่างชาติ ทุกวันนี้งบด้านการศึกษาหรือสาธารณสุขกก็ไม่พออยู่แล้วจะปล่อยให้ปัญหามาทับถมหรือ ถ้าแก้ ก็จะเป็นการเชิญต่างชาติให้เข้ามาโดยไม่สิ้นสุด เข้าใจว่าท่านมีเมตตา แต่ขอให้คิดว่าคนไทยได้ครบถ้วนหรือยัง

จรัญ ภักดีธนากุล บอกเราเขียนเรื่องรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ข้อบังคับสหประชาชาติ  และเรายังไปไม่ถึงยุคพระศรีอารยิ์  ต้องมีความแตกต่างระหว่างคนไทยกับคนต่างด้าว แต่เรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เราก็ได้รับรองให้ทุกคนไว้ในมาตราสี่อยู่แล้ว   หากเขียน เราจะเป็นประเทศเดียวในโลกที่เขียนอย่างนั้น ส่วนเรื่องการไม่เลือกปฏิบัติ เราเขียนใน มาตรา 30 วรรค สาม และเขียนอย่างละเอียด เรื่องนี้ กมธ. ยืนยันต้องทำตามที่นำเสนอไว้ หากเปลี่ยนแปลง ขยับนิดหน่อยก็ขอความกรุณาใคร่ครวญ

ท้ายที่สุดจึงมีการลงมติโดยเสียงส่วนใหญ่ เห็นด้วยกับกรรมาธิการ 63  เสียง ไม่เห็นด้วย 12 เสียง งดออกเสียง 4  เสียง

----------------------------

จากแนวหน้า วันที่ 13 มิถุนายน 2550

 

 



ความคิดเห็นที่ 1

ความจริงเรื่องสิทธิมนุษยชนน่าจะมาก่อนวงเงินงบประมาณ การที่คนจะต้องอยู่ในความรับผิดชอบดูแลของรัฐใดน่าจะเป็นหลักสากล จะเอารัฐธรรมนูญมากีดกันหลักสิทธิมนุษยชนไม่ได้ ถ้าลำดับเหตุแล้วสถานะของบุคคลต้องเกิดขึ้นก่อนว่าอยู่ในความรับผิดชอบของรัฐใด และก็ไม่น่าจะถูกจำกัดอยู่ที่ต้องเป็นคนไทยเท่านั้น ที่น่าหดหู่ใจคือคนไร้รัฐไม่ได้รับการเหลียวแลดูแลรักษาสุขภาพจนมีอันต้องเป็นไป เปรียบเทียบกับประเทศที่เจริญแล้วแม้เป็นคนไทยถ้าตกอยู่ในประเทศเค้าและอยู่ในอันตรายแม้ไม่มีเงินก็ต้องได้รับการเยียวยารักษา

โดย : ตุ๊ก   email : wilaiwong@hotmail.com เมื่อ วันพุธ ที่ 18 กรกฎาคม 2550 เวลา 09:45:44 น. ip 203.146.11.154,10.4.1.88 ลบ


  แสดงความคิดเห็น
ข้อความ :  
ชื่อ :  
อีเมลล์ :    URL :
หมายเลข : 
กรุณาใส่หมายเลขที่ให้มาในช่องนี้. 

จำนวนผู้ที่เข้าชมในหน้านี้ 000469