|
ด้านนายเศวต ทินกูล เรื่องนี้ตนไม่ขัด แต่ตนก็เห็นว่าเรามีชาวลาวชาวเวียดนามที่อพยพมาอยู่ในดินแดนไทย แต่นอกเหนือจากเสรีภาพ ก็ให้คิดเรื่อความมั่นคงด้วย
ขณะที่อัชพร จารุจินดา กมธ. กล่าวว่า ทุกคนคิดไม่ต่างกันว่ากฎหมายควรคุ้มครองคนอยู่ในราชอาณาจักร แต่ รธน. เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการดูแลชนชาวไทยโดยเฉพาะ และเป็นวิธีเขียนกฎหมาย โดยมาตรานี้ รับรองว่าคนไทยทุกคนว่ามีสิทธิเท่าเทียมกัน หากเติมถึงบุคคลอื่น ว่ามีสิทธิเท่าเทียมกับคนไทย มันไม่ใช่แค่สาธารณสุขการศึกษาแต่รวมไปถึงอาชีพ การถือทรัพย์สิน หากเขียนไว้ กม. ต่างด้าวจะไม่สามารถบัญญัติขึ้นได้ เพราะมาตรา ห้าเป็นบททั่วไปคลุมทุกอย่าง
ด้านสุพจน์ ไข่มุกต์ กมธ. บอกไม่มีชาติใดให้สิทธิเหล่านี้กับคนต่างชาติ ทุกวันนี้งบด้านการศึกษาหรือสาธารณสุขกก็ไม่พออยู่แล้วจะปล่อยให้ปัญหามาทับถมหรือ ถ้าแก้ ก็จะเป็นการเชิญต่างชาติให้เข้ามาโดยไม่สิ้นสุด เข้าใจว่าท่านมีเมตตา แต่ขอให้คิดว่าคนไทยได้ครบถ้วนหรือยัง
จรัญ ภักดีธนากุล บอกเราเขียนเรื่องรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ข้อบังคับสหประชาชาติ และเรายังไปไม่ถึงยุคพระศรีอารยิ์ ต้องมีความแตกต่างระหว่างคนไทยกับคนต่างด้าว แต่เรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เราก็ได้รับรองให้ทุกคนไว้ในมาตราสี่อยู่แล้ว หากเขียน เราจะเป็นประเทศเดียวในโลกที่เขียนอย่างนั้น ส่วนเรื่องการไม่เลือกปฏิบัติ เราเขียนใน มาตรา 30 วรรค สาม และเขียนอย่างละเอียด เรื่องนี้ กมธ. ยืนยันต้องทำตามที่นำเสนอไว้ หากเปลี่ยนแปลง ขยับนิดหน่อยก็ขอความกรุณาใคร่ครวญ
ท้ายที่สุดจึงมีการลงมติโดยเสียงส่วนใหญ่ เห็นด้วยกับกรรมาธิการ 63 เสียง ไม่เห็นด้วย 12 เสียง งดออกเสียง 4 เสียง
----------------------------
จากแนวหน้า วันที่ 13 มิถุนายน 2550
|