Home

Custom Search

คำถามสำหรับการวิจัยเพื่อการพัฒนาสิทธิของเด็กไร้รากเหง้าในประเทศไทย

โดย รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร

เพื่อเสนอคณะอนุกรรมด้านเด็ก เยาวชน และครอบครัว ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

วันจันทร์ที่ ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๕

--------------------------------------------------------------------------------------

๑.            แนวคิดโดยทั่วไปเกี่ยวกับเด็กไร้รากเหง้าซึ่งเผชิญปัญหาคนไร้รัฐ

--------------------------------------------------------------------------------------

แนวคิดเรื่องเด็กไร้รากเหง้าเป็นแนวคิดที่ไม่ค่อยรู้จักกันในประเทศไทย โดยเฉพาะในการศึกษานิติศาสตร์ในประเทศไทย ทั้งที่ปัญหานี้นำไปสู่การเกิดขึ้นของเด็กไร้รัฐจำนวนมากในประเทศไทย ซึ่งปัญหาความไร้รัฐนั้นมีความร้ายแรงมากกว่าปัญหาความไร้สัญชาติ

คนไร้รัฐนั้นย่อมหมายความถึงบุคคลธรรมดาซึ่งไม่ได้รับการยอมรับโดยรัฐใดเลยว่า มีสัญชาติของตน และนอกจากนั้น ก็ไม่มีหากกฎหมายของรัฐใดรัฐหนึ่งบนโลกนี้ยอมรับให้ “สิทธิอาศัย” อีกด้วย บุคคลจึงไม่อาจตั้งบ้านเรือนโดยชอบด้วยกฎหมายในรัฐใดเลยของโลก ไม่มีรัฐใดยอมรับเป็นเจ้าของภูมิลำเนาของบุคคล บุคคลนี้ก็จะไม่มีทั้งสัญชาติและภูมิลำเนา กล่าวก็คือ บุคคลนี้ก็จะตกเป็นคนไร้รัฐ เป็นคนต่างด้าวในทุกประเทศของโลก และเป็นคนต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมายในทุกประเทศของโลก

โดยหลักกฎหมายระหว่างประเทศ รัฐที่มีสิทธิให้สัญชาติของตนแก่บุคคล ก็คือ รัฐที่มีจุดเกาะเกี่ยวกับบุคคล จุดเกาะเกี่ยวระหว่างรัฐและเอกชนอาจจะเกิดขึ้นโดยหลักดินแดนหรือหลักบุคคลก็ได้ จุดเกาะเกี่ยวนี้อาจจะเป็นไปในขณะที่เกิดหรือภายหลังการเกิดก็ได้

--------------------------------------------------------------------------------------

๒.           สภาพปัญหาโดยทั่วไปที่เด็กไร้รากเหง้าต้องเผชิญ

--------------------------------------------------------------------------------------

โดยทั่วไป บุคคลธรรมดาย่อมเกิดบนดินแดนของประเทศใดประเทศหนึ่ง ดังนั้น รัฐเจ้าของดินแดนย่อมยอมรับให้สัญชาติโดยหลักดินแดนแก่บุคคลนั้น เพียงแต่การให้สัญชาตินี้อาจจะเกิดขึ้นโดยผลอัตโนมัติของกฎหมายหรือโดยผลของการอนุญาตของรัฐเจ้าของดินแดนเท่านั้น ในขณะที่บุคคลธรรมดาย่อมมีบุพการี ดังนั้น รัฐเจ้าของสัญชาติของบุพการีย่อมจะให้สัญชาติโดยหลักสืบสายโลหิตแก่บุคคลนั้น การให้สัญชาติในลักษณะนี้มักจะเป็นไปโดยผลอัตโนมัติของกฎหมาย

เมื่อเด็กคนหนึ่งที่ถูกทอดทิ้งหลังการคลอด หรือเมื่อเด็กคนหนึ่งสูญเสียความทรงจำในข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง ไม่ทราบว่า ใครเป็นบุพการี เด็กในสถานการณ์นี้จึงไร้รากเหง้า เด็กไม่อาจทราบว่า รัฐใดที่มีจุดเกาะเกี่ยวกับตนในขณะที่ตนเกิด ไม่ทราบว่า รัฐใดเป็นเจ้าของดินแดนที่เกิด และทั้งไม่ทราบว่า รัฐใดเป็นเจ้าของสัญชาติของบุพการี

ในสถานการณ์ที่ไม่อาจทราบว่า บุคคลมีสัญชาติไทยหรือไม่ กฎหมายไทยในวันนี้ชี้ว่า บุคคลเป็นคนต่างด้าว และในสถานการณ์ที่บุคคลต่างด้าวใดไม่มีเอกสารแสดงการได้รับอนุญาตให้อาศัยอยู่ในประเทศไทย กฎหมายไทยในวันนี้ชี้ว่า บุคคลเป็นคนต่างด้าวที่เข้ามาในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย ซึ่งผลก็คือ รัฐไทยจะต้องลงโทษและส่งออกไปนอกราชอาณาจักร

แต่ในกรณีของบุคคลผู้ไร้รากเหง้านั้น รัฐไทยเองก็ไม่อาจส่งไปยังประเทศใดได้เลย ไม่มีรัฐใดที่ยอมรับว่า มีหน้าที่ในการยอมรับตัวบุคคลดังกล่าว

--------------------------------------------------------------------------------------

๓.           แนวคิดในการแก้ปัญหาของเด็กไร้รากเหง้า

--------------------------------------------------------------------------------------

ทางออกของนานาประเทศในการแก้ปัญหาความไร้รัฐของบุคคลธรรมดามีอยู่ในหลายระดับ กล่าวคือ (๑) ในระดับเฉพาะหน้า (๒) ในระดับชั่วคราว และ (๓) ในระยะยาว

๓.๑.    การแก้ปัญหาในระดับเฉพาะหน้า

ในระดับเฉพาะหน้า ก็คือ มาตรการที่เอื้อต่อต่อความเป็นไปได้ที่คนไร้รากเหง้าจะได้รับสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน อันได้แก่ (๑) สิทธิในการมีเอกสารพิสูจน์ (๒) สิทธิในการศึกษา (๓) สิทธิในสุขภาพอนามัยดี (๔) สิทธิในการทำงาน และ (๕) สิทธิในการก่อตั้งครอบครัว โดยสถานการณ์ของประเทศไทย เด็กไร้รากเหง้าจำนวนข้างมากถูกปฏิเสธสิทธิที่จะเข้าสู่สิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานดังกล่าวมา โดยเฉพาะผู้ละเมิด ก็คือ องค์กรภาครัฐไทยที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ โดยเข้าใจว่า กฎหมายไทยปฏิเสธสิทธิมนุษยชนดังกล่าวหากบุคคลไม่มีเอกสารพิสูจน์ตนที่ออกโดยรัฐไทย ซึ่งความเป็นจริง กฎหมายไทยมิได้จำกัดหรือขจัดสิทธิดังกล่าวเลย เนื่องจากสิทธิทั้งหมดเป็นสิทธิอันเกิดแก่มนุษย์ทุกคนตามธรรมชาติ

๓.๒.   การแก้ปัญหาในระดับชั่วคราว

ในระดับกลาง ซึ่งมีลักษณะเป็นมาตรการชั่วคราว ก็คือ มาตรการที่รัฐมักเข้าไปศึกษาความเป็นไปได้ที่จะขจัดปัญหาความไร้รัฐแก่บุคคลที่ตกเป็นคนไร้รากเหง้า ซึ่งความมีรู้ในรากเหง้าที่เกิดขึ้นนั้นอาจแก้ได้โดยการสืบค้นหากความเป็นมาของรากเหง้านั้น โดยสถานการณ์ของประเทศไทย เด็กไร้รากเหง้าจำนวนข้างมากไม่ได้รับความช่วยเหลือในการสืบค้นหารากเหง้า แม้ในปัจจุบัน จะมีองค์กรพัฒนาเอกชนที่เข้ามารับหน้าที่สืบค้นหารากเหง้าให้แก่เด็ก เพื่อยุติภาวะไร้รัฐให้แก่เด็ก แต่งานก็มีอุปสรรคค่อนข้างมาก เนื่องจากกระบวนการทำงานของภาครัฐไม่เอื้อต่อการทำงานดังกล่าว มีปัญหาแทรกซ้อนหลายประการ อาทิ การมีอคติต่อเด็กไร้รากเหง้าซึ่งมักมีลักษณะเป็นเด็กจรจัด การทุจริตของเจ้าหน้าที่ทางทะเบียนราษฎร  และทัศนคติที่เห็นว่า เป็นเรื่องเล็กน้อยไม่สำคัญนักหากเทียบกับเรื่องอื่น

๓.๓.   การแก้ปัญหาในระยะยาว

ในระดับยาว ซึ่งมีลักษณะเป็นมาตรการถาวร ก็คือ รัฐย่อมจะต้องมีการตัดสินใจเชิงนโยบายในการยอมรับให้สถานะบุคคลตามกฎหมายไทยแก่เด็กไร้รากเหง้า ซึ่งความเป็นไปได้มีได้ ๔ ทาง กล่าวคือ (๑) การให้สัญชาติไทยเพื่อที่เด็กไร้รากเหง้าจะได้มาซึ่งสถานะคนสัญชาติไทย (๒) การให้สิทธิเข้าเมืองและอาศัยอยู่ในลักษณะถาวรเพื่อที่เด็กไร้รากเหง้าจะได้มาซึ่งสถานะคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ถาวรตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง (๓) การให้สิทธิเข้าเมืองและอาศัยอยู่ในลักษณะชั่วคราวเพื่อที่เด็กไร้รากเหง้าจะได้มาซึ่งสถานะคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้เข้าเมืองและอาศัยอยู่ชั่วคราวตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง และ (๔) การให้อาศัยอยู่ในลักษณะชั่วคราวโดยไม่ให้สิทธิเข้าเมืองเพื่อที่เด็กไร้รากเหง้าจะได้มาซึ่งสถานะคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้อาศัยอยู่ชั่วคราวโดยไม่มีสิทธิเข้าเมืองตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง ในกรณีหลังสุด เด็กจะไม่มีเสรีภาพโดยสมบูรณ์ในการเกิดทางภายในประเทศไทย จะอาศัยอยู่ได้ในขอบเขตพื้นที่ที่ฝ่ายบริหารกำหนดเท่านั้น

--------------------------------------------------------------------------------------

๔.            ประเด็นที่จำเป็นต้องมีการศึกษา

--------------------------------------------------------------------------------------

โดยพิจารณาตามแนวคิดและสภาพปัญหาของเด็กไร้รากเหง้าในประเทศไทย โจทย์วิจัยที่จำเป็น จึงน่าจะมีอยู่ ๙ ประการดังนี้

๔.๑.    การศึกษาถึงรูปแบบการปรากฏตัวของปัญหาความไร้รากเหง้าของบุคคลธรรมดาในประเทศไทย

๔.๒.  การศึกษาถึงพันธกรณีภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศที่ผูกพันประเทศไทยในเรื่องการจัดการปัญหาคนไร้รากเหง้าในประเทศไทย

๔.๓.    การศึกษาถึงความมีอยู่ของกฎหมายไทยในเรื่องการจัดการปัญหาคนไร้รากเหง้าในประเทศไทย

๔.๔.    การศึกษาถึงองค์กรภาครัฐของประเทศไทยที่มีอำนาจหน้าที่จัดการปัญหาคนไร้รากเหง้าในประเทศไทย

๔.๕.    การศึกษาถึงแนวคิดและกระบวนการจัดการปัญหาคนไร้รากเหง้าในประเทศไทยขององค์กรพัฒนาเอกชน

๔.๖.    การศึกษาถึงอุปสรรคที่ปรากฏในกระบวนการจัดการปัญหาคนไร้รากเหง้าในประเทศไทยขององค์กรพัฒนาเอกชน

๔.๗.   การศึกษาถึงมาตรการลดผลกระทบด้านลบต่อสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของคนไร้รากเหง้าในประเทศไทย

๔.๘.    การศึกษาถึงองค์ความรู้และวิธีการในการสืบค้นหารากเหง้าของคนไร้รากเหง้าในประเทศไทย

๔.๙.   การศึกษาถึงความเป็นไปได้ของกระบวนการขจัดปัญหาการไร้รัฐแก่คนไร้รากเหง้าในประเทศไทย

--------------------------------------------------------------------------------------

๕.           พื้นที่ที่ปรากฏว่า มีความเร่งด่วนที่จะต้องเข้าศึกษา

--------------------------------------------------------------------------------------

พื้นที่ที่ได้มีการสำรวจพบว่า มีเด็กไร้รากเหง้าที่รอการสืบค้นรากเหง้าและรอกระบวนการขจัดปัญหาความไร้รัฐหรือไร้สัญชาติจำนวนมาก มีอยู่ ๕ แห่ง กล่าวคือ (๑) กทม. และปริมณฑล (๒) พื้นที่ชายแดนตะวันตกในเขตจังหวัดราชบุรี กาญจนะบุรี และประจวบคีรีขันธ์ (๓) พื้นที่ชายแดนภาคใต้ในเขตจังหวัดระนอง (๔) พื้นที่ชายแดนตะวันออกเฉียงเหนือในเขตจังหวัดตาก  และ (๔) พื้นที่ภาคเหนือในเขตจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ตอนบน เชียงราย พะเยา

--------------------------------------------------------------------------------------

๖.           วิธีการศึกษาที่น่าจะจำเป็น

--------------------------------------------------------------------------------------

การศึกษาวิจัยไม่ค้นทำบนเอกสาร และฟังจากภาครัฐฝ่ายเดียว การทำการศึกษาควรมุ่งเข้าไปศึกษาที่ตัวเด็กที่ประสบปัญหาและปัญหาที่เด็กประสบอยู่ มิฉะนั้น ปัญหานี้ก็จะคั่งค้างต่อไป ความไม่คืบหน้าของงานวิจัยเพื่อแก้ปัญหานี้ น่าจะอยู่ที่พฤติกรรมที่ผู้ศึกษาวิจัยปัญหาโดยไม่เข้าไปสัมผัสตัวปัญหาที่เกิดขึ้นจริง และทัศนคติที่เห็นว่า เรื่องเด็กไร้รากเหง้าไม่สำคัญในระดับเดียวกับปัญหาอื่น

--------------------------------------------------------------------------------------

๗.           วิธีใช้ประโยชน์งานวิจัยที่น่าจะเป็น

--------------------------------------------------------------------------------------

ผลของการศึกษาวิจัยน่าจะนำไปสู่การบัญญัติกฎหมายที่เอื้อต่อการขจัดปัญหาความไร้รัฐแก่เด็กไร้รากเหง้าเพื่อให้เกดองค์ความรู้ที่ชัดเจนและมีศักดิ์เป็นกฎหมาย และน่าจะมีการนำองค์ความรู้ในการจัดการปัญหาที่ปรากฏในกฎหมายนี้เข้าฝึกฝนให้แก่ภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจัง

-----------------------------------------------------------------------------

จำนวนผู้ที่เข้าชมในหน้านี้ 001628