Home

Custom Search

สัญญาซื้อขายสินค้าระหว่างประเทศ เสถียรภาพในทางกฎหมาย และประเทศไทย

:ความจำเป็นที่จะต้องมีกฎหมายสาระบัญญัติพิเศษว่าด้วยสัญญาซื้อขายสินค้าระหว่างประเทศ

โดย รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร

๒๕๓๗

------------------------------------------------------------

          ในปัจจุบัน ในประเทศไทย ความจำเป็นที่จะต้องมีกฎหมายพิเศษสำหรับการค้าระหว่าง ประเทศปรากฏตัวชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ นักนิติศาสตร์เชื่อว่า กฎหมายพิเศษนี้ควรจะเป็นกฎหมายสาระบัญญัติ เพราะว่าความเป็นกฎหมายสาระบัญญัติของกฎหมายนี้น่าจะมีศักยะภาพที่จะให้เสถียรภาพต่อการค้าระหว่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

------------------------------------------------------------

เหตุผลที่ว่า ทำไมเราจึงต้องการกฎหมายพิเศษสำหรับการค้าระหว่างประเทศ ?

------------------------------------------------------------

          นักกฎหมายธุรกิจระหว่างประเทศอธิบายว่า กฎหมายพิเศษสำหรับการค้าระหว่างประเทศ เป็นกฎหมายที่เอื้อต่อการสร้างบรรยากาศที่มีเสถียรภาพในทางกฎหมายแก่นิติสัมพันธ์ของบุคคลตามกฎหมายเอกชนที่มีลักษณะระหว่างประเทศ ในปัจจุบัน แม้ว่าตามกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล เสถียรภาพในทางกฎหมายของนิติสัมพันธ์ในทางการค้าระหว่างประเทศจะเกิดได้โดยกลไกของกฎหมายที่เป็นอยู่ใน ปัจจุบัน แต่กลไกแห่งกฎหมายทั่วไปที่มีผลต่อนิติสัมพันธ์ในทางการค้าระหว่างประเทศ ในปัจจุบัน ก็ยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ นอกจากนั้น การที่รัฐต่างๆ ยืนยันอำนาจอธิปไตยของตนอย่างเคร่งครัดเหนือนิติสัมพันธ์ของบุคคลตามกฎหมายเอกชนที่มีลักษณะระหว่างประเทศยังทำให้ความยุคิธรรมที่อาจเกิดจากกลไกแห่งกฎหมายทั่วไปที่มีผลต่อนิติสัมพันธ์ในทางการค้าระหว่างประเทศในปัจจุบันมีผลอย่างล่าช้าและยากที่จะได้มา โดยผลสรุป กลไกแห่งกฎหมายทั่วไปที่มีผลต่อนิติสัมพันธ์ในทางการค้าระหว่างประเทศในปัจจุบันจึงถูกกล่าวหาว่าเป็นกลไกที่เป็นอุปสรรคต่อการเกิดขึ้นและการขยายตัวของการค้าระหว่างประเทศมากกว่าที่จะเป็นกลไกในการส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ดังนั้น ในประเทศที่ต้องการส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศและการลงทุนระหว่างประเทศในประเทศไทย จึงเป็นที่เข้าใจได้ว่า ประเทศเหล่านั้นจึงพยายามสร้างกลไกแห่งกฎหมายทั่วไปที่มีผลต่อนิติสัมพันธ์ในทางการค้าระหว่างประเทศโดยไม่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาของการค้าระหว่างประเทศ ความพยายามดังกล่าวจะปรากฎตัวทั้งในรูปของกฎหมายที่ออกโดยรัฐสภาเองและโดยที่ประชุมระหว่างประเทศก็ได้ ถ้ากฎเกณฑ์นั้นได้รับการยอมรับโดยรัฐสภา กฎหมายที่ปรากฎตัวก็จะมีสถานะเป็นกฎหมายภายในของรัฐ ถ้ากฎเกณฑ์นั้นได้รับการยอมรับโดยที่ประชุมระหว่างประเทศ สถานะของกฎเกณฑ์ก็จะขึ้นอยู่กับธรรมชาติของที่ประชุมระหว่างประเทศ ถ้าที่ประชุมระหว่างประเทศเป็นที่ประชุมของผู้แทนของรัฐ กฎหมายพิเศษที่ปรากฏก็จะมีสถานะเป็น "นิติกรรมของรัฐในทางระหว่างประเทศ" ซึ่งถ้านิติกรรม นั้นคือสนธิสัญญา ผลผูกพันที่จะเคารพกฎเกณฑ์นั้นก็จะแน่นหนาและมีประสิทธิภาพยากที่จะละเมิดได้แม้โดยรัฐเอง แต่ถ้านิติกรรมนั้นออกมาในรูปของปฏิญญาร่วมของรัฐที่จะยอมรับกฎเกณฑ์นั้นในรูปของ "กฎหมายแบบอย่าง"(Model Law) นิติกรรมนั้นก็จะไม่มีผลผูกพันในทางกฎหมายต่อบุคคลอื่นๆ นอกจากรัฐผู้ประกาศเจตนารมย์เท่านั้น แต่ถ้าที่ประชุมระหว่างประเทศเป็นการรวมตัวกันของเอกชนต่างสัญชาติต่างภูมิลำเนา กฎเกณฑ์นั้นก็จะมีผลเท่าที่ "หลักความศักดิ์สิทธิ์ของเจตนาของเอกชน" จะมีผลได้ กล่าวคือ เท่าที่ไม่ขัดต่อหลักความสงบเรียบร้อยของประเทศนั้นๆ (Public Order) กฎเกณฑ์ที่ที่ประชุมระหว่างประเทศของเอกชนยอมรับมักจะปรากฏตัวในรูปของสัญญามาตรฐาน(Stardard Form Contract) หรือเงื่อนไขทั่วไปของสัญญา(General Conditions of Contract)

          ด้วยความคิดเช่นนี้ กฎหมายสาระบัญญัติพิเศษสำหรับการค้าระหว่างประเทศจึงเป็นปรากฎการณ์ที่พบอยู่ทั่วไป โดยมีวัตถุประสงค์ที่สร้างเสถียรภาพในทางกฎหมายแก่นิติสัมพันธ์ในทางการค้าระหว่างประเทศ กฎหมายนี้มักจะเป็นกฎหมายที่มุ่งใช้กับนิติสัมพันธ์ที่มีลักษณะระหว่างประเทศเท่านั้นโดยไม่นำไปใช้ต่อนิติสัมพันธ์โดยทั่วไป กฎหมายพิเศษนี้จึงถูกใช้ต่อนิติสัมพันธ์ในทางการค้าระหว่างประเทศในขณะที่กฎหมายทั่วไปจะเป็นกฎหมายที่มีผลบังคับนิติสัมพันธ์ที่ไม่เกี่ยวกับการค้าระหว่างประเทศ

          ประเทศไทยเอง ก็มีแนวความคิดอย่างนี้ปรากฏตัวอยู่บ้าง โดยเฉพาะในแวดวงของนักกฎหมายธุรกิจระหว่างประเทศและนักธุรกิจระหว่างประเทศตัวจริง บุคคลอื่นนอกจากนี้ก็ยังคงไม่ตื่นตัวมากนัก

------------------------------------------------------------

แล้วองค์กรของรัฐในประเทศไทยตื่นตัวในเรื่องนี้แล้วหรือยัง ?

------------------------------------------------------------

          คำตอบก็คือ องค์กรของรัฐในประเทศไทยที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการค้าระหว่างประเทศก็คง จะตื่นตัวแล้ว แต่องค์กรของรัฐในประเทศไทยที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวกับการค้าระหว่างประเทศก็คงจะยังมองไม่เห็นความจำเป็นมากนักที่จะมาบัญญัติกฎหมายพิเศษที่เอื้อต่อการพัฒนาของนิติสัมพันธ์ในทางการค้าระหว่างประเทศ หรือจะไปร่วมในสนธิสัญญาเพื่อยอมรับกฎหมายพิเศษที่เอื้อต่อการพัฒนาของนิติสัมพันธ์ในทางการค้าระหว่างประเทศ เป็นที่น่าสงสัยเหมือนกันว่า รัฐสภาของไทยจะมีเวลาว่างบ้างไหมที่มาพิจารณาความจำเป็นที่จะบัญญัติกฎหมายพิเศษที่เอื้อต่อการพัฒนาของนิติสัมพันธ์ในทางการค้าระหว่างประเทศ สำหรับรัฐสภาไทย เราจะสังเกตเห็นว่า ปัญหาเร่งด่วนในทางการเมืองในบ้านเมืองเป็นปัญหาแรกที่สภาให้ความสนใจเพราะเสถียรภาพของรัฐบาลเป็นปัญหาสำคัญที่สุดของประเทศไทยในปัจจุบัน นอกจากนั้น การที่วิวัฒนาการของรัฐสภาไทยมีอุปสรรคจากการปฏิวัติและรัฐประหารมาโดยตลอดทำให้รัฐสภาไม่มีเวลาที่ต่อเนื่องเพียงพอที่จะทำความเข้าใจและกำหนดนโยบายนิติบัญญัติที่ควรจะมีเพื่อการพัฒนาประเทศในทางเศรษฐกิจ สำหรับรัฐสภาไทย ปัญหาการเมืองจึงย่อมสำคัญที่สุดและมาก่อนปัญหาเศรษฐกิจและสังคม

          แต่ก็ไม่หมายความว่า รัฐสภาไทยจะไม่เคยบัญญัติกฎหมายพิเศษที่เอื้อต่อการพัฒนาของ นิติสัมพันธ์ในทางการค้าระหว่างประเทศเสียเลย กฎหมายพิเศษที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการพัฒนานิติสัมพันธ์ ในทางการค้าระหว่างประเทศฉบับแรก ก็คือ พ...การรับขนของทางทะเล พ.. ๒๕๓๔ พ...นี้เป็นกฎหมายที่มุ่งใช้กำหนดสิทธิหน้าที่และความรับผิดของคู่สัญญาในสัญญารับขนของทางทะเลระหว่างท่าเรือในประเทศ ไทยและท่าเรือนอกประเทศไทยหรือโดยกลับกัน

          ในทางปฏิบัติของนานารัฐ กฎหมายพิเศษที่เอื้อต่อการพัฒนาของนิติสัมพันธ์ในทางการค้า ระหว่างประเทศที่มักจะถูกบัญญัติออกมา ก็คือ กฎหมายว่าด้วยสัญญาซื้อขายสินค้าระหว่างประเทศ กฎหมายว่าด้วยการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ และกฎหมายว่าด้วยสัญญาเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ ทั้งสามเรื่องจะประกอบกันเป็นวงจรของธุรกิจระหว่างประเทศที่ไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้เลย

------------------------------------------------------------

ซื้อขายสินค้า>>> ขนสินค้าไปส่งผู้ซื้อหรือผู้ขาย>>> ชำระราคา

------------------------------------------------------------

          ทางปฏิบัติของนานารัฐมักจะเริ่มต้นให้ความสนใจต่อการซื้อขายระหว่างประเทศก่อน เพราะ การค้าจะเริ่มจากการซื้อขายเป็นส่วนใหญ่และจะไม่อาจหลีกเลี่ยงนิติกรรมที่เรียกว่า "ซื้อขาย" ได้เลย ไม่ว่า องค์กรทางธุรกิจนั้นจะมีวัตถุประสงค์ในทางการค้าเป็นอย่างไรก็ตาม

          แต่ในประเทศไทย เราเริ่มต้นด้วยการมีกฎหมายพิเศษว่าด้วยการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ แต่ประเทศไทยก็ยังต้องการมีกฎหมายพิเศษว่าด้วยสัญญาซื้อขายสินค้าระหว่างประเทศและกฎหมายพิเศษว่าด้วยสัญญาเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศอยู่อีก

          เป็นที่แน่นอนว่า กฎหมายทั้งสองเรื่องเป็นสิ่งที่สำคัญและเอื้อต่อการพัฒนาของการค้า ระหว่างประเทศ การมีกฎหมายที่ทันสมัยในทั้งสามเรื่อง จะทำให้การค้าระหว่างประเทศคล่องตัว นักธุรกิจย่อมกล้าที่จะตัดสินใจที่จะทำการค้าระหว่างประเทศ หากมั่นใจว่า การค้าของตนจะไม่มีความเสี่ยงและไม่มีอุปสรรคใดๆ เสถียรภาพในทางกฎหมายที่จะเกิดขึ้นในทุกจุดของวงจรธุรกิจ ย่อมจะก่อให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

 

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

นี่คือ ส่วนหนึ่งของบทความเรื่อง สัญญาซื้อขายสินค้าระหว่างประเทศ เสถียรภาพในทางกฎหมาย และประเทศไทย,

ใน: รพีสาร, ๓(๒๕๓๗)๘, ๒๕-๓๕.  

ต่อมาแก้ไขเพิ่มเติมใน พ.ศ.๒๕๓๙ เพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบการสอนใน วิชา น.๕๑๔

สนใจ >>> โปรดคลิก

http://www.archanwell.org/office/download.php?id=343&file=319.pdf&fol=1


จำนวนผู้ที่เข้าชมในหน้านี้ 004423