Home

Custom Search

ศิลปชัย (ไม่มีนามสกุล)...กำพร้า...ไร้รากเหง้า.....ไร้รัฐ

โดย อาจารย์วรรณทนี รุ่งเรืองสภากุล

วันพุธที่ ๑๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๘

-----------------------------------------------------------------------

          ดิฉันได้พบเด็กไร้รัฐอีกคนหนึ่ง หลังจากได้จัดโครงการเสวนาเพื่อแสวงหาองค์ความรู้ในการจัดการปัญหาเด็กไร้สัญชาติครั้งที่ ๓ “เรื่องการศึกษาผลกระทบด้านสถานะบุคคลตามกฎหมายไทยที่เกิดแก่เด็กไร้สัญชาติในประเทศไทย” ณ ห้องประชุมใหญ่ ๑๐๙ อาคารบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยพายัพ เมื่อวันอาทิตย์ ที่ ๕ ตุลาคม พ..๒๕๔๖

คุณสันติพงษ์ มูลฟอง ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาเครือข่ายเด็กและชุมชนจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นผู้อุปการะเด็กคนนี้ไว้ตั้งแต่เดือนกันยายน พ.ศ.๒๕๔๕

          เด็กคนนี้ถูกทิ้งไว้ที่อนุสาวรีย์ครูบาผาผ่า อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน  ดังนั้น คุณสันติพงษ์ มูลฟองจึงไม่ทราบอะไรเลยเกี่ยวกับตัวเด็ก นอกจากจะรู้เพียงแต่ว่า บิดามารดาของเด็กเป็นคนกะเหรี่ยง

          เด็กชายศิลปชัย เกิดในประเทศไทย ถูกเลี้ยงดูในประเทศไทย เขารู้สึกในความเป็นไทยเท่านั้น  แต่ในวันนี้ เขาไม่มีสัญชาติไทย เราจะหาทางช่วยเหลือเด็กชายศิลปะชัยได้อย่างไร

----------------------------------------------
บันทึกประวัติเด็กชายศิลปชัย

----------------------------------------------
ชื่อ-นามสกุล
         เด็กชายศิลปชัย   (ไม่มีนามสกุล)

เกิด    ..  ๒๕๓๖           

อายุ    ๑๑  ปี

สถานที่เกิด   อำเภอท่าสองยาง  จังหวัดตาก

ที่อยู่ปัจจุบัน ศูนย์พัฒนาเครือข่ายเด็กและชุมชน     หมู่ ๒   ตำบลสบเมย   อำเภอสบเมย   จังหวัดแม่ฮ่องสอน

----------------------------------------------

ข้อมูลมารดาและบิดาผู้ให้กำเนิด

----------------------------------------------

          ไม่มีข้อมูลบิดาและมารดา

------------------------
ประวัติการศึกษา

----------------------
          ปัจจุบัน กำลังศึกษาอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนบ้านแม่ตะควน อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

------------------------------------
ประวัติของเด็กชายศิลปชัย

------------------------------------
เดือนกันยายน พ.ศ.๒๕๔๕

             คุณสันติพงษ์ มูลฟอง (พี่หลวง) ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาเครือข่ายเด็กและชุมชน เล่าให้ฟังว่า ได้พบเด็กชายศิลปชัยที่อนุสาวรีย์ครูบาผาผ่า อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นที่พำนักของพระสงฆ์   ในขณะนั้นอนุสาวรีย์ครูบาผาผ่ามีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่ ๒ รูป    พระอธิการบุญได้ให้คนมาตามพี่หลวงเพื่อให้ไปรับเด็กชายศิลปชัยไปอยู่ที่ศูนย์พัฒนาเครือข่ายเด็กและชุมชน ในขณะที่ไปพบเด็กชายศิลปชัยนั้น ท่าทางของเด็กซึมเศร้า  ดังนั้น จึงเริ่มต้นถามความเป็นมาของเด็กจากพระภิกษุและจากตัวเด็กเอง  ในขณะนั้นเด็กยังไม่รู้จักพี่หลวงมาก่อน จึงบอกว่า กำลังรอพี่หลวงมารับไปอยู่ที่ศูนย์พัฒนาเครือข่ายเด็กและชุมชน

                หลังจากนั้นพี่หลวงก็เล่าให้ฟังต่อว่า พระและเด็กชายศิลปชัยก็เริ่มเล่าประวัติความเป็นมาของเด็กชายศิลปชัยให้พี่หลวงฟังว่า บ้านของเด็กอยู่ที่จังหวัดตาก ไม่รู้ว่าอยู่อำเภออะไร  ต่อมาเด็กได้มาอยู่กับป้านีซึ่งมีอาชีพขายไก่ย่าง โดยขายใกล้ๆกับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน (นพค.๓๖)  ป้านีมีสามีชื่อ จ่าสมโภชน์ เป็นทหารอยู่ในหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน (นพค.๓๖)

           ก่อนที่เด็กชายศิลปชัยจะมาอยู่กับป้านีนั้น เด็กชายศิลปชัยอยู่ที่วัดท่าสองยาง จังหวัดตาก และบ้านป้านีก็อยู่ใกล้กับวัดที่เด็กชายศิลปะชัยอาศัยอยู่  ป้านีทะเลาะกับสามีบ่อย สาเหตุหนึ่งนั้นมาจากที่ป้านีไม่มีลูก ไม่นานก็ได้มีคนมาบอกป้านีว่า ที่วัดมีเด็ก ๑ คน ขณะนั้นสามีป้านีได้ตามไปรับป้านีที่บ้าน  ป้านีจึงเล่าให้สามีฟัง ทั้งสองคนจึงไปขอเด็กชายศิลปชัยจากพระ  พระจึงให้เด็กมา ในขณะนั้นเด็กยังไม่มีชื่อ สามีของป้านีจึงตั้งชื่อว่า “ศิลปชัย” เนื่องจากเห็นว่าเด็กชายศิลปชัยชอบปั้นดินน้ำมัน  

            หลังจากที่ป้านีและสามีรับตัวเด็กชายศิลปชัยไปเลี้ยงเป็นลูกแล้ว ก็ได้ส่งตัวเด็กไปเรียนที่โรงเรียนอนุบาลสบเมย (บ้านดอนบึง) อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งในขณะนั้นมีคุณสถาพร ทองประดิษฐ์  เป็นผู้อำนวยการโรงเรียน

            พี่หลวงได้เล่าเพิ่มเติมว่า ก่อนที่ตนจะมาเจอกับเด็กนั้น ตนได้ทราบเรื่องราวจากคุณครูกาญจนา สิทธิ ซึ่งเป็นคุณครูสอนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ ของโรงเรียนอนุบาลสบเมย (บ้านดอนบึง) อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยคุณครูกาญจนาเล่าว่า มีเด็กในห้องเรียนอายุประมาณ ๙ ขวบ ลูกของใครไม่ทราบ มีหลายครั้งเด็กมาโรงเรียนโดยโดนถูกทำร้าย แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งเด็กโดนทำร้ายทุบตีจนหัวแตก พอเข้าไปถาม เด็กไม่บอกเพราะกลัวสามีป้านี (จ่าสมโภชน์) ครูจึงไปถามชาวบ้านจึงทราบว่า สามีป้านีใช้แก้วกาแฟตีหัวเด็กแตกสาเหตุเพราะเด็กตื่นสาย ต้มน้ำชงกาแฟให้ไม่ทัน  ชาวบ้านรู้จึงโทรศัพท์หาตำรวจ แต่ตำรวจแค่เตือน โดยส่วนตัวของป้านีนั้นรักเด็กแต่ก็ช่วยเด็กไม่ได้เพราะป้านีก็ถูกทำร้ายร่ายกายบ่อย 

             หลังจากเด็กชายศิลปชัยออกจากบ้านและมาอยู่ที่ศูนย์พัฒนาเครือข่ายเด็กและชุมชน ป้านีโดนสามีแตะจนขาหัก เด็กชายศิลปชัยได้ไปเฝ้าป้านีที่โรงพยาบาลด้วย นอกจากนี้ชาวบ้านยังบอกว่า เด็กต้องเสริฟร์เหล้าให้สามีป้านีทั้งคืนเป็นประจำ

             พี่หลวงเล่าต่อไปว่า ตนได้ถามเด็กชายศิลปชัยว่า ทำไมถึงมาอยู่ที่วัดครูบาผาผ่า เด็กตอบว่า หลังจากที่สามีป้านีใช้แก้วกาแฟตีหัวแตกได้ไม่นาน สามีป้านีไม่พอใจจึงไล่ออกจากบ้าน โดยก่อนออกนั้นสามีป้านีได้ใช้ท่อแป๊ปน้ำตีหัว และเก็บเสื้อผ้า รวมทั้งของเล่นใส่กระสอบปุ๋ยจำนวนทั้งหมด ๕ กระสอบโยนให้ จากนั้นเด็กชายศิลปชัยได้ไปยืมรถเข็นของคนข้างบ้านและขนของไปที่ป้อมยามตำรวจที่ผาผ่าตามคำแนะนำของคนข้างบ้าน โดยขนของมาคนเดียวเพราะชาวบ้านไม่กล้าเข้ามาช่วยเนื่องจากกลัวสามีป้านี และดาบตำรวจสมัย โลกาซึ่งอยู่ป้อมยามตำรวจที่ผาผ่าได้พามาฝากไว้ที่อนุสาวรีย์ครูบาผาผ่า อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอนเพราะไม่รู้ว่าจะไปไหนต่อ

             จากนั้นพี่หลวงจึงถามพระต่อว่า เด็กชายศิลปชัยเป็นลูกใคร  พระซึ่งสอบถามข้อมูลจากชาวบ้านจึงตอบว่า มาจากจังหวัดตาก เป็นเด็กกะเหรี่ยง พ่อแม่เป็นใครไม่ทราบ

             หลังจากนั้น พี่หลวงจึงได้รับเด็กชายศิลปชัยมาอยู่ในศูนย์พัฒนาเครือข่ายเด็กและชุมชน แต่เนื่องจากในขณะนั้นเด็กยังเรียนไม่ครบเทอม เด็กจึงยังต้องเรียนอยู่ที่โรงเรียนอนุบาลสบเมย (บ้านดอนบึง)  อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอนต่อไป  และหลังจากเรียนครบเทอมแล้วจึงได้ย้ายมาเรียนที่โรงเรียนบ้านแม่ตะควน อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

 

เดือนตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๕

               ในระหว่างที่เด็กชายศิลปชัยอยู่ที่ศูนย์พัฒนาเครือข่ายเด็กและชุมชน พี่หลวงก็พยายามหาทางติดต่อบ้านของเด็กเพื่อประสานการช่วยเหลือต่อไป เด็กบอกข้อมูลให้พี่หลวงฟังแค่ว่า บ้านของตนอยู่แถวอำเภอท่าสองยาง ส่วนพ่อแม่จำไม่ได้ จำได้แต่ว่า มีป้าชื่อกะลากับลุงจันตา โดยทั้งสองคนนำมาฝากที่วัด บ้านป้ากะลาอยู่ใกล้โรงพยาบาลแถวท่าสองยาง  

 

เดือนมีนาคม พ.ศ.๒๕๔๖

               พี่หลวงได้ใช้เวลาประมาณ ๓-๔ เดือน เพื่อลงไปตามหาบ้านของเด็กชายศิลปชัยด้วยตนเอง และได้ไปพบบ้านป้ากะลา แต่ไม่เจอตัวป้ากะลาเพราะออกไปทำงาน พี่หลวงจึงสอบถามจากเพื่อนบ้านของป้ากะลา เพื่อนบ้านของป้ากะลาตอบว่า รู้จักเด็กชายศิลปชัย และรู้ว่ามีคนรับไปเลี้ยงเป็นลูกที่แม่ฮ่องสอน หลังจากนั้นก็ไม่ทราบข่าวเด็กอีกเลย

 

เดือนเมษายน พ.ศ.๒๕๔๖

               พี่หลวงได้ให้คุณวิไลวรรณ สุดแดนไพร และ คุณชุติเนตร ศรีคง ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของศูนย์พาเด็กชายศิลปชัยไปพบป้ากะลา ครั้งนี้ได้เจอป้ากะลาๆ บอกกับบุคคลทั้งสองว่า มีคนขอเด็กชายศิลปชัยไปเลี้ยงแล้ว หลังจากนั้นก็ไม่ทราบข่าวอีกเลย  การเจอกับป้ากะลาครั้งนี้ปรากฏว่า ลุงจันตาเสียชีวิตแล้ว

               เจ้าหน้าที่ได้ถามข้อมูลของพ่อและแม่ของเด็กต่อ ป้ากะลาจึงเล่าให้ฟังว่า พ่อของเด็กเป็นน้องชายของป้ากะลา ซึ่งเป็นคนกะเหรี่ยง ส่วนแม่ของเด็กก็เป็นคนกะเหรี่ยง แม่ของเด็กเสียชีวิตแล้ว แต่ตอนที่เสียชีวิตป้ากะลาไม่รู้เพราะไม่มีใครบอก (บ้านของเด็กชายศิลปชัยกับบ้านของป้ากะลาอยู่ห่างกันประมาณ ๓๐-๔๐ กิโลเมตร)  หลังจากที่แม่ของเด็กเสียชีวิตไม่ถึง ๑ เดือน พ่อของเด็กก็เสียชีวิตตามแม่ของเด็กไป  ป้ากะลาเล่าต่อว่า หลังจากจัดงานศพของน้องชายเสร็จแล้วก็พาหลาน ๒ คน คือ พี่ชายของเด็กชายศิลปชัย และเด็กชายศิลปชัยมาที่บ้าน เนื่องจากป้ากะลามีลูกหลายคนและมีอาชีพรับจ้างจึงเลื้ยงหลานไม่ไหว จึงนำเด็กชายศิลปชัยไปฝากไว้ที่วัดท่าสองยาง ส่วนพี่ชายของเด็กก็ออกไปทำงานที่กรุงเทพฯ ขณะนี้ก็ไม่ได้ติดต่อกลับมาอีกเลย

 

ปัจจุบัน

              เด็กชายศิลปชัยตัดสินใจอยู่ที่ศูนย์พัฒนาเครือข่ายเด็กและชุมชน และขณะนี้กำลังเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ ที่โรงเรียนบ้านแม่ตะควน อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

               เนื่องจากเด็กชายศิลปชัยไม่มีพยานเอกสารใดๆ เลย คุณสันติพงษ์ มูลฟองจึงพยายามดำเนินการทำความเข้าใจและหาแนวทางในการจัดการเรื่องสถานะบุคคลของเด็กชายศิลปชัยมาตลอด โดยพยายามหาข้อมูลของบิดา – มารดาของเด็กชายศิลปชัยเพื่อเป็นแนวทางในการจัดการปัญหาความไร้สัญชาติของเด็กชายศิลปชัยต่อไป

 

----------------------------------------------------------

สำรวจข้อมูลโดย อาจารย์วรรณทนี รุ่งเรืองสภากุล และอาจารย์สิทธิพร ภู่นริศ และ ตามคำบอกเล่าของนายสันติพงษ์ มูลฟอง ณ ห้องรับรอง ๑๑๗ คณะนิติศาสตร์

มหาวิทยาลัยพายัพ เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๔๗

จำนวนผู้ที่เข้าชมในหน้านี้ 000362