Home

Custom Search

ร่างยุทธศาสตร์ผู้หนีภัยความตาย[1]

เสนอโดย นายพงษ์เทพ ยังสมชีพ

เมื่อวันที่ ๒ เมษายน  พ.ศ.๒๕๔๘

โครงการวิจัยผลกระทบของความไร้รัฐและความไร้สัญชาติของเด็ก เยาวชน และครอบครัวในสังคมไทย : การตรวจสอบปัญหาและแนวคิดในการแก้ไขปัญหา หรือเรียกโดยย่อว่า “โครงการเด็กไร้รัฐ”

----------------------------------

หลักการและเหตุผล

----------------------------------

ประเทศไทยตั้งอยู่ในภูมิศาสตร์ที่มีประเทศเพื่อนบ้านล้อมรอบตลอดแนวชายแดน ทั้งนี้เป็นความจริงที่ว่าประเทศเพื่อนบ้านของประเทศไทยต่างประสบปัญหาภายในประเทศในด้านการเมือง ศาสนา เชื้อชาติ สัญชาติ เศรษฐกิจ และสังคม ด้วยเหตุนี้ ประชาชนจากประเทศเพื่อนบ้านของประเทศไทยจึงจำเป็นต้องเดินทางเข้ามาในประเทศไทยทั้งอย่างถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย ซึ่งเห็นได้จากการที่มีบุคคลหลบหนีเข้าประเทศไทยเพื่อหางานทำและเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นกว่าประเทศที่ตนอยู่ ซึ่งเป็นไปตามทฤษฎีพื้นฐานทางรัฐศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์ ที่มนุษย์จะเคลื่อนย้ายถิ่นที่อยู่จากบริเวณที่อุดมสมบูรณ์น้อยกว่า ไปยังบริเวณที่อุดมสมบูรณ์มากกว่า แต่ปรากฏว่ายังมีบุคคลอีกกลุ่มหนึ่งที่หลบหนีจากภัยความตายเข้ามาในประเทศไทยจากปัญหาความไม่สงบในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ประเทศพม่า ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ดังจะเห็นได้จากการที่มีผู้หนีภัยความตายตั้งแต่อดีตในสมัยช่วงสงครามอินโดจีนจนถึงปัจจุบัน ซึ่งประเทศไทยได้ให้ความช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรมมาโดยตลอด

 

อย่างไรก็ดี ความช่วยเหลือที่ประเทศไทยได้ให้กับบุคคลที่หลบหนีภัยความตายเข้ามาในประเทศไทยนั้น เป็นไปตามนโยบายในแต่ละยุคสมัยของฝ่ายบริหาร และประเทศไทยไม่ได้มีการบัญญัติกฎหมายเฉพาะสำหรับการบริหารจัดการ รวมถึงการแสวงหาทางแก้ไขปัญหาที่ถาวรสำหรับผู้หนีภัยความตายในประเทศไทย จึงปรากฏว่ามีกลุ่มบุคคลที่หนีภัยความตายจากประเทศเพื่อนบ้านกระจัดกระจายอยู่ในประเทศไทยโดยขาดกระบวนการจัดการที่เป็นระบบ โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ

 

ในขณะเดียวกัน ประเทศไทยได้เข้าเป็นภาคีสมาชิกกับกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศหลายฉบับด้วยกัน ดังเช่น ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิทางการเมืองและพลเมือง อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ อนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการทรมาน เป็นต้น ประเทศไทยจึงมีพันธกรณีตามกฎหมายระหว่างประเทศที่ประเทศไทยมีผลผูกพันอยู่ในการเคารพสิทธิมนุษยชนในด้านต่างๆ เช่น สิทธิในชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สิน สิทธิในการทำงาน สิทธิในการได้รับการรักษาพยาบาล สิทธิทางการศึกษา สิทธิในการก่อตั้งครอบครัว สิทธิในการไม่ถูกเลือกปฏิบัติในทุกรูปแบบ สิทธิในการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม สิทธิในการได้รับการจดทะเบียนการเกิด สิทธิในการมีสัญชาติ และเสรีภาพในการเดินทาง เป็นต้น

 

เมื่อพิจารณากฎหมายภายในประเทศไทยควบคู่กันไปกับกฎหมายระหว่างประเทศไทยที่มีผลผูกพันกับประเทศไทย ปรากฏว่ามีความสอดคล้องกันอย่างลงตัวในกฎหมายสูงสุดของประเทศ กล่าวคือ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๔๐ ซึ่งแสดงถึงเจตนารมณ์และนโยบายแห่งรัฐที่เคารพสิทธิมนุษยชน และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โดยไม่เลือกปฏิบัติในทุกรูปแบบ ดังนั้น รัฐไทยจึงมีหน้าที่ผูกพันทั้งจากกฎหมายภายใน และกฎหมายระหว่างประเทศในการปกป้องและเคารพสิทธิมนุษยชนของมนุษย์ทุกคนในประเทศไทย โดยไม่เลือกปฏิบัติ และสิทธิที่สำคัญที่สุด คือ สิทธิในชีวิต

 

ดังนั้น การกำหนดแผนนโยบายยุทธศาสตร์ผู้หนีภัยความตายจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันมิให้ผู้หนีภัยความตายซึ่งไม่ใช่เป็นตัวปัญหาแต่เป็นเหยื่อของปัญหา กลับถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน อีกทั้งยังเป็นการป้องกันปัญหาความไม่มั่นคงอันเกิดจากการขาดนโยบายที่ชัดเจนสำหรับการแก้ไขปัญหาผู้หนีภัยความตายในประเทศไทย โดยยึดหลักความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งถ้าหากคนที่อยู่ในประเทศไทยทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ประเทศไทยย่อมมีภูมิคุ้มกันปัญหาความไม่มั่นคงต่างๆ ทั้งจากภายในและภายนอกประเทศได้เป็นอย่างดี ด้วยเหตุผลดังกล่าว จึงมีความจำเป็นที่แผนนโยบายยุทธศาสตร์จะต้องแยกแยะผู้หนีภัยความตายออกจากผู้หลบหนีเข้าเมืองด้วยเหตุผลอื่นๆ เพราะสาเหตุที่มาของคน และกระบวนการจัดการมีความแตกต่างกัน

----------------------------------

วัตถุประสงค์

----------------------------------

๑.       ก่อให้เกิดกระบวนการจัดการผู้หนีภัยความตายในประเทศไทยอย่างเป็นระบบ โดยการเคารพในหลักสิทธิมนุษยชน และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

 

๒.      สร้างกระบวนการแก้ปัญหาที่ถาวรสำหรับผู้หนีภัยความตายที่เข้ามาในประเทศไทย โดยความร่วมมือจากนานาประเทศ และองค์กรระหว่างประเทศ

----------------------------------

กรอบแนวคิดของยุทธศาสตร์

----------------------------------

ยุทธศาสตร์ผู้หนีภัยความตาย ใช้กรอบแนวคิดความมั่นคงของมนุษย์ ควบคู่ไปกับความมั่นคงแห่งรัฐ โดยคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อความมั่นคง และผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก ทั้งนี้ความมั่นคงแห่งรัฐประกอบไปด้วย ปัจเจกบุคคลที่อยู่ร่วมกันภายในรัฐ และความสัมพันธ์ระหว่างรัฐไทยกับนานารัฐ เพราะเมื่อคนในรัฐอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ย่อมส่งผลให้รัฐมีความมั่นคงภายในรัฐมากขึ้นด้วย และในขณะที่รัฐไทยปฏิบัติตามครรลองที่ชอบของนานารัฐโดยไม่มีผลกระทบในทางลบต่อรัฐไทยแล้ว รัฐไทยย่อมได้รับการยอมรับจากนานารัฐ และส่งผลให้เกิดความมั่นคงต่อรัฐไทยในประชาคมโลก

 

ยุทธศาสตร์ผู้หนีภัยความตายแบ่งออกเป็น ๕ ส่วนด้วยกัน กล่าวคือ

๑.     ยุทธศาสตร์การจำแนกตัวบุคคล

๒.    ยุทธศาสตร์การทะเบียน

๓.    ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการ

๔.    ยุทธศาสตร์การกำหนดสถานะ และสิทธิขั้นพื้นฐาน

๕.     ยุทธศาสตร์การแสวงหาทางแก้ไขปัญหาที่ถาวร

----------------------------------

๑. ยุทธศาสตร์การจำแนกตัวบุคคล

----------------------------------

·   การพิจารณาเกณฑ์การรับเข้าเป็นผู้หนีภัยความตาย ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เป็นสาเหตุให้ผู้หนีภัยความตายหลบหนีจากประเทศของตนเข้ามาในประเทศไทย

·   กำหนดพื้นที่แรกรับสำหรับให้ผู้หนีภัยความตายพักอาศัยในระหว่างรอการพิจารณาจากคณะกรรมการพิจารณาสถานะภาพผู้หนีภัยความตาย

·   จัดเจ้าหน้าที่สัมภาษณ์เพื่อทำการสอบถามถึงรายระเอียดของการหนีภัยความตาย เพื่อนำเสนอข้อมูลและความคิดเห็นต่อคณะกรรมการพิจารณาสถานะภาพผู้หนีภัยความตาย

·   เมื่อคณะกรรมการพิจารณาสถานะภาพผู้หนีภัยความตายพิจารณาเห็นว่าผู้หนีภัยความตายมีสาเหตุของการหนีภัยตรงตามเกณฑ์ที่กำหนด ผู้หนีภัยความตายจะถูกจำแนกของจากกลุ่มของผู้หลบหนีเข้าเมือง หรือบุคคลที่เข้าเมืองด้วยสาเหตุอื่นๆ

----------------------------------

๒. ยุทธศาสตร์การทะเบียน

----------------------------------

หลังจากที่ผู้หนีภัยความตายผ่านการจำแนกตัวบุคคลแล้ว จะต้องมีการลงทะเบียนสำหรับผู้หนีภัยความตายเพื่อรวบรวมในการจัดทำฐานข้อมูลผู้หนีภัยความตาย เพื่อให้เกิดการรวมศูนย์ของข้อมูลที่เกี่ยวกับผู้หนีภัยความตายทั้งหมด ตั้งแต่ข้อมูลทางประชากรและสถิติ ข้อมูลในประเทศต้นทาง ข้อมูลสาเหตุการหนีภัยความตายของแต่ละบุคคล โดยควบคุมให้เป็นความลับที่สุด ทั้งนี้ การจัดทำทะเบียนผู้หนีภัยความตายให้ประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ และภาคประชาชนเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

----------------------------------

๓. ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการ

----------------------------------

·   การออกกฎหมายนโยบาย เป็นพระราชกฤษฎีกา หรือกฎกระทรวง เพื่อให้อำนาจทางกฎหมายกับเจ้าหน้าที่ และคณะกรรมการในพิจารณาให้สถานะภาพตามกฎหมาย และสิทธิขั้นพื้นฐานต่างๆ สำหรับผู้หนีภัยความตาย

·   สนับสนุนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการบริหารจัดการผู้หนีภัยความตายในประเทศไทย โดยเสนอให้มีตั้งคณะทำงานที่มีความเป็นอิสระจากระบบราชการ เพื่อความคล่องตัวในการปฏิบัติงานร่วมกันสามฝ่าย กล่าวคือ

o  ภาครัฐ เช่น สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงแรงงาน เป็นต้น

o     ภาคประชาชน เช่น องค์กรการกุศล องค์กรพัฒนาเอกชน

o  ภาคองค์การระหว่างประเทศ เช่น สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (United Nations High Commissioner for Refugees) องค์การระหว่างประเทศเพื่อการย้ายถิ่น (International Organization for Migration) เป็นต้น

----------------------------------

๔. ยุทธศาสตร์การให้สถานะ และสิทธิขั้นพื้นฐาน

----------------------------------

การให้สิทธิขั้นพื้นฐานสำหรับผู้หนีภัยความตายที่ผ่านการให้สถานะภาพจากคณะกรรมการฯ ได้แก่ สิทธิทางการศึกษา สิทธิในการรักษาพยาบาล สิทธิในการทำงานและประกอบอาชีพตามความสามารถ ซึ่งอาจยกเว้นในกรณีอาชีพเฉพาะ เช่น แพทย์ และทนายความ  สิทธิในการครอบครองสังหาริมทรัพย์ สิทธิในการทำนิติกรรม เสรีภาพในการเดินทาง สิทธิในการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เป็นต้น

----------------------------------

๕. ยุทธศาสตร์การแสวงหาทางแก้ไขปัญหาที่ถาวร

----------------------------------

การแสวงหาการแก้ไขปัญหาที่ถาวรสำหรับผู้หนีภัยความตายสามารถกำหนดกรอบของแก้ไขปัญหาได้ทั้งหมด ๔ ลักษณะ ดังนี้

๑)       เดินทางกลับสู่ประเทศมาตุภูมิโดยสมัครใจ เมื่อสถานการณ์ที่เป็นภัยความตายหมดไป

๒)      การผสมกลมกลืนสำหรับคนต่างด้าวในประเทศไทย ซึ่งอาจได้รับอนุญาตให้เป็นคนต่างด้าวเข้าเมืองถาวรในประเทศไทย หรือการแปลงสัญชาติเป็นคนสัญชาติไทย แล้วแต่กรณีตามความเหมาะสม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระดับของการผสมกลมกลืนในประเทศไทย จุดเกาะเกี่ยวกับประเทศไทย และปัจจัยทางด้านความมั่นคงแห่งรัฐอื่นๆ

๓)      การได้รับการยอมรับจากประเทศมาตุภูมิของผู้หนีภัยความตาย ให้เป็นประชาชนที่อยู่ในต่างประเทศ เพื่อการทำงาน หรือจุดประสงค์อื่นๆ ทั้งนี้ให้เป็นไปตามข้อตกลงระหว่างประเทศไทยกับประเทศนั้น ถ้าหากไม่มีข้อตกลงเช่นที่กล่าวมา ให้ใช้เป็นกรณีคนต่างด้าวเข้ามาทำงานในประเทศไทย โดยได้รับการอนุญาตให้อยู่ในประเทศไทยตามกำหนดระยะเวลาที่เหมาะสม และไม่บังคับให้เดินทางกลับสู่ประเทศมาตุภูมิของผู้หนีภัยความตาย

๔)      การเดินทางไปตั้งรกรากใหม่ในประเทศที่สาม สำหรับผู้หนีภัยความตายที่มีความประสงค์จะไปตั้งรกรากใหม่ในประเทศที่สาม และมีประเทศยอบรับให้ผู้หนีภัยความตายไปตั้งรกรากในประเทศของตน อีกทั้งยังเป็นการแก้ไขปัญหาที่ถาวรสำหรับผู้หนีภัยความตายที่ไม่มีจุดเกาะเกี่ยวกับประเทศไทย

 

การดำเนินนโยบายรัฐต่อรัฐในเชิงสร้างสรรค์ เพื่อเจรจาให้ผู้หนีภัยความตายสามารถเดินทางกลับสู่ประเทศมาตุภูมิของตนเอง อย่างปลอดภัย และมีศักดิ์ศรี ทั้งนี้ให้เป็นไปตามแนวมาตรฐานการปฏิบัติระหว่างประเทศ

----------------------------------

ปัจจัยแห่งความสำเร็จ

----------------------------------

๑.       ความร่วมมือจากนานาประเทศ และองค์กรระหว่างประเทศ ในการให้ความช่วยเหลือ และการแก้ไขปัญหาที่ถาวรสำหรับผู้หนีภัยความตายในประเทศไทย

 

๒.      โครงสร้างทางการบริหารจัดการในปัจจุบันสำหรับผู้หนีภัยจากการสู้รบ ดำเนินการโดยศูนย์ปฏิบัติการผู้พลัดถิ่น กระทรวงมหาดไทย สามารถนำมาปรับปรุง และประยุกต์เพิ่มเติม เพื่อกำหนดกรอบการปฏิบัติงานที่ชัดเจน มีกฎหมายรองรับ และควบคุมนโยบายจากสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

 

๓.      การพัฒนาทางการค้า และการลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านของไทย รวมทั้งพัฒนาการในส่วนเขตการค้าเสรี และข้อตกลงความเข้าใจระหว่างประเทศไทย กับ ประเทศลาว พม่า และกัมพูชา

 

๔.      ความตื่นตัวของสังคมที่ตระหนักถึงคุณค่า และหลักการเคารพสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย รวมทั้งการตระหนักในความสำคัญของการมีน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคนทุกคนที่อยู่ในประเทศไทย เพื่อก่อให้เกิดความั่นคงทางมนุษย์ขึ้น โดยลดการแบ่งแยกระหว่างชาติพันธุ์ และสถานะบุคคลทางกฎหมาย

----------------------------------

ปัจจัยความเสี่ยง

----------------------------------

๑.       การเข้าใจผิดจากประเทศต้นทางที่ผู้หนีภัยความตายหลบหนีออกมาว่า ประเทศไทยให้ความช่วยเหลือกับบุคคลที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศนั้น

 

๒.      การจัดการดูแลผู้หนีภัยความตายเป็นภาระต่อประเทศไทย ในด้านงบประมาณ ทรัพยากร และสิ่งแวดล้อม

 

๓.      ปัญหาอาญชากรรมที่อาจเกิดขึ้นจากผู้หนีภัยความตาย

 

๔.      ปัญหาการเข้าใจผิด หรือการกระทบกระทั่งระหว่างคนไทย และผู้หนีภัยความตาย ในด้านการเข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งทรัพยากร งบประมาณ และตลาดแรงงาน

----------------------------------

กลยุทธ์ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์

----------------------------------

กำหนดแนวนโยบายให้ผู้หนีภัยความตายสามารถเข้าเมืองถูกต้องตามกฎหมาย โดยการกำหนดเกณฑ์การเข้าเมืองตามกฎหมายเข้าเมืองที่นอกเหนือไปจากจุดประสงค์ของการเข้าเมืองโดยทั่วไป เช่น การท่องเที่ยว ดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจ การทำงานทั้งที่เป็นแรงงานมีฝีมือ และแรงงานด้อยฝีมือ การศึกษา การเยี่ยมญาติ การเดินทางผ่านประเทศไทยตามแผนการเดินทางโดยปกติ เป็นต้น ทั้งนี้อาจกำหนดเป็นการเข้าเมืองเพื่อจุดประสงค์อื่นๆ พร้อมกรอกข้อความแสดงถึงจุดประสงค์อื่นเพื่อให้เจ้าหน้าที่พิจารณาว่าเป็นผู้หนีภัยความตายหรือไม่

 

การประสานงานกับองค์กรระหว่างประเทศ และประชาคมโลก ให้เข้ามาแบ่งบรรเทาภาระในการดูแลผู้หนีภัยความตายในประเทศไทย ทั้งในด้านงบประมาณ บุคลากร ความช่วยเหลือทางเทคนิค การเจรจากับประเทศต้นทาง และการรับผู้หนีภัยไปตั้งรกรากใหม่ในประเทศที่สาม

 

การพิจารณาการอนุญาตให้ผู้หนีภัยความตายทำงาน โดยให้สอดคล้องกับความต้องการแรงงานในประเทศไทย และการประสานงานกับกระทรวงแรงงาน สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กลุ่มแรงงานไทย และกลุ่มธุรกิจในทุกภาคส่วน เพื่อเสนอแนวทางและทิศทางความต้องการแรงงานในประเทศไทย เพื่อผลประโยชน์ทางการพัฒนาเศรษฐกิจทั้งในระดับมหภาค และจุลภาค



[1] เป็นงานทางวิชาการที่คุณพงษ์เทพยกร่างขึ้นภายหลังจากการเสวนาวิชาการใน “สภาจิบกาแฟ” ซึ่งเป็นกิจกรรมเพื่อสร้างและพัฒนาองค์ความรู้ภายใต้โครงการวิจัยและพัฒนาชื่อ “เด็กไร้รัฐ” ในวันที่ ๑๙  และ ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๔๘ และจะนำเสนอต่อไปในสภาจิบกาแฟในวันที่ ๒ เมษายน พ.ศ.๒๕๔๘ ก่อนที่จะนำเสนอต่อสาธารณะเพื่อให้ความคิดเห็นในระดับที่กว้างมากขึ้นไปเรื่อย

จำนวนผู้ที่เข้าชมในหน้านี้ 003238