Home

Custom Search

-------------------------------------------------

สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวว่าด้วยความร่วมมือด้านการจ้างแรงงาน 

ณ นครเวียงจันทร์

เมื่อวันที่ ๑๘ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๕/ค.ศ.2002

http://www.archanwell.org/autopage/show_page.php?t=1&s_id=118&d_id=118

-------------------------------------------------

รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว  ซึ่งต่อไปในที่นี่จะเรียกว่า ”ภาคี”

 

มีความห่วงกังวลเกี่ยวกับการกระทำอันเป็นการค้ามนุษย์ที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็วในภูมิภาค  และผลกระทบทางสังคมและเศรษฐกิจอย่างลึกซึ้ง  อันมีสาเหตุมาจากการจ้างแรงงานผิดกฎหมายอย่างกว้างขวาง

 

ยอมรับหลักการที่ระบุไว้ใน “ปฏิญญากรุงเทพด้วยการโยกย้ายถิ่นฐานที่ไม่เป็นไปตามกฎระเบียบปี  2542”

 

ปรารถนาที่จะเพิ่มพูนความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ  ได้ตกลงกันดังต่อไปนี้

-----------------------------------

วัตถุประสงค์ของของเขต

-----------------------------------

ข้อ 1

---------

ภาคีจะดำเนินมาตรการที่จำเป็นทั้งปวงเพื่อให้

1)     ขั้นตอนการดำเนินการที่เหมาะสมในการจ้างแรงงาน

2)  มาตรการที่มีประสิทธิภาพในการส่งกลับแรงงานที่ครบวาระการจ้างงานหรือถูกเฃนรเทศ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของภาคีอีกฝ่ายหนึ่งไปยังภูมิลำเนาเดิม

3)     การคุ้มครองอันสมควรแก่แรงงานทั้งสองฝ่าย

4)  การป้องกันและปราบปรามการข้ามแดนผิดกฎหมาย  การค้าแรงงานเถื่อน และการจ้างแรงงานผิดกฎหมาย

 

บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ไม่รวมถึงกระบวนการจ้างแรงงานอื่นที่ได้ดำเนินการตามกฎหมายของภาคีอยู่แล้ว

 

-----------------------------------

หน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่

-----------------------------------

ข้อ 2

---------

กระทรวงแรงงานแห่งราชอาณาจักรไทยและกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมแห่งสาธารณรัฐประธิปไตยประชาชนลาวจะเป็นหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามวัตถุประสงค์ของบันทึกความเข้าใจฉบับนี้

---------

ข้อ 3

---------

ภาคีโดยหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่จะจัดการประชุมในระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสและ/หรือระดับรัฐมนตรีอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยปีละครั้ง โดยผลัดเปลี่ยนกันเป็นเจ้าภาพ เพื่อหารือในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการอนุวัติการตามบันทึกความเข้าใจฉบับนี้

-----------------------------------

อำนาจหน้าที่และขั้นตอน

-----------------------------------

ข้อ 4

---------

การจ้างแรงงานจำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ของแต่ละประเทศก่อนและหน่วยงานที่มีอำนาจจะให้การอนุญาตดังกล่าวหลังจากที่ได้มีการปฏิบัติตามขั้นตอนที่ระบุไว้ในกฎหมายและระเบียบของประเทศนั้นแล้ว

 

หน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่อาจยกเลิกหรือเพิกถอนการอนุญาตที่ได้ให้ไปตามที่กล่าวข้างต้นเมื่อใดก็ได้ ทั้งนี้ เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องภายในประเทศนั้น

 

การยกเลิกหรือเพิกถอนการอนุญาตตามวรรคสอง  ไม่มีผลกระทบต่อการใดๆ ที่ได้กระทำโดยสมบูรณ์แล้วก่อนวันประกาศยกเลิกหรือเพิกถอน

---------

ข้อ 5

---------

หน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่อาจแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของภาคีอีกฝ่ายหนึ่งเกี่ยวกับความต้องการจ้างแรงงานจำนวนระยะเวลา คุณสมบัติที่ต้องการเงื่อนไขและค่าตอบแทนที่นายจ้างเสนอให้

---------

ข้อ 6

---------

หน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่จะส่งบัญชีรายชื่อผู้สมัครงานให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของภาคีอีกฝ่ายหนึ่ง โดยมีข้อ มูลเกี่ยวกับอายุ ภูมิลำเนา บุคคลอ้างอิง การศึกษา ประสบการณ์ และอื่นๆ ที่เห็นว่าจำเป็นสำหรับการพิจารณาของนายจ้าง

---------

ข้อ 7

---------

หน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่จะร่วมมือกับหน่วยงานด้านตรวจคนเข้าเมืองและส่วนราชการอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้ สมัครงาน ซึ่งได้รับการคัดเลือกโดยนายจ้าง และได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องตามข้อ 4 ดำเนินการให้รวมถึงเรื่องต่างๆ ดังนี้

 

1) การตรวจลงตรา หรือเอกสารอนุญาตเข้าเมืองในรูปแบบอื่น

2) ใบอนุญาตการทำงาน

3) การประกันหรือการบริการสุขภาพ

4) การชำระเงินเข้ากองทุนเพื่อการส่งกลับตามที่กำหนดโดยหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ของแต่ละประเทศ

5) ภาษีหรืออื่นๆ ตามที่ประเทศที่เกี่ยวข้องกำหนด

---------

ข้อ 8

---------

หน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่จะรับผิดชอบในการจัดทำบัญชีรายชื่อบุคคลผู้ได้รับอนุญาตให้ทำงานตามบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ หน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ของทั้งสองประเทศจะเก็บรักษาบัญชีรายชื่อบุคคลเช่นว่า  ซึ่งได้รายงานตัวหรือมีหลักฐานประทับตราว่าได้เดินทางกลับประเทศเมื่อสิ้นสุดช่วงการจ้างมาแล้วไว้อย่างน้อย 4 ปี นับจากวันรายงานตัวหรือวันประทับตราว่าได้เดินทางกลับประเทศหรือวันสิ้นสุดการจ้าง ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการอ้างอิงและตรวจสอบ

-----------------------------------

การกลับและการส่งกลับ

-----------------------------------

ข้อ 9

---------

หากมิได้ระบุไว้เป็นอย่างอื่น  วาระการจ้างแรงงานของแต่ละคนจะมีกำหนดไม่เกิน 2 ปี  หากจำเป็นให้อนุญาตให้ทำงานต่อได้เป็นระยะเวลาอีก 2 ปี  โดยไม่ว่ากรณีจะเป็นเช่นใดก็ตาม วาระการจ้างงานของแต่ละคนจะมีกำหนดไม่เกิน 4 ปี

 

และเมื่อครบ 4 ปีแล้ว ให้ถือว่าเป็นการสิ้นสุดวาระการจ้างงาน  นอกจากนี้ การยกเลิกการจ้างงานก่อนกำหนดก็ให้ถือเป็นการสิ้นสุดวาระการจ้างงานด้วย แรงงานซึ่งสิ้นสุดวาระการจ้างแรงงานแล้ว จะสมัครเข้าทำงานได้ใหม่เมื่อครบระยะเวลา 3 ปี หลังสิ้นสุดวาระการจ้างงานครั้งก่อน เว้นเสียแต่ว่าบุคคลนั้นถูกยกเลิกการทำงานก่อนกำหนดโดยมิใช่ความผิดของตน

---------

ข้อ 10

---------

ภาคีจะให้ความร่วมมือกันอย่างเต็มที่เพื่อให้การส่งกลับแรงงาน ซึ่งสิ้นสุดวาระการจ้างงานแล้วกลับถิ่นฐานเดิม

---------

ข้อ 11

---------

หน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ของประเทศที่เป็นผู้จ้างงาน จะจัดตั้งกองทุนเพื่อการส่งกลับในประเทศของตน ให้แรงงานชำระเงินเป็นรายเดือนเข้ากองทุนดังกล่าวเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ 15 ของเงินเดือนของแรงงานคนนั้นๆ

---------

ข้อ 12

---------

แรงงานที่ประสงค์จะเดินทางกลับถิ่นฐานเดิมของตนมีสิทธิได้รับคืนเงินสะสมที่ตนได้ชำระเข้ากองทุนเพื่อการส่งกลับเต็มจำนวน พร้อมดอกเบี้ย โดยยื่นคำร้องต่อหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่เพื่อขอรับคืนเงินสะสมในกองทุนเพื่อการส่งกลับ 3 เดือน ก่อนกำหนดเดินทางกลับประเทศของตนและกองทุนต้องส่งเงินสะสมคืนให้แก่แรงงานภายใน 45 วัน นับตั้งแต่สิ้นสุดวันจ้างงาน

---------

ข้อ 13

---------

การเดินทางข้ามพรมแดนในระหว่างที่ยังไม่สิ้นสุดวาระการทำงาน และผู้เดินทางได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่หน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ได้กำหนดแล้ว ย่อมไม่เป็นเหตุให้การอนุญาตตามข้อ 4 ต้องสิ้นสุดลง

---------

ข้อ 14

---------

หน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ของประเทศที่เป็นผู้จ้างงานจะเป็นผู้กำหนดขั้นตอนและเอกสารที่ต้องใช้ในการยื่นคำร้องตามที่ระบุไว้ในข้อ 12

---------

ข้อ 15

---------

สิทธิในการรับคืนเงินสะสมในกองทุนเพื่อส่งกลับเป็นอันสิ้นสุดไป หากแรงงานไม่เดินทางกลับไปรายงานตัวยังถิ่นฐานเมื่อสิ้นสุดวาระการจ้างงาน

---------

ข้อ 16

---------

หน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ของประเทศเป็นผู้จ้างงานอาจเพิกถอนเงินจากกองทุนเพื่อการส่งกลับ  เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการส่งกลับแรงงานไปยังถิ่นฐาน

------------------

การคุ้มครอง

------------------

ข้อ 17

---------

ภาคีจะคุ้มครองแรงงานตามที่ระบุไว้ในกฎหมายที่เกี่ยวข้องในประเทศนั้น

---------

ข้อ 18

---------

แรงงานของคู่ภาคี  จะได้รับค่าจ้างและสิทธิประโยชน์อื่นๆ ตามที่แรงงานท้องถิ่นได้รับตามหลักการการไม่เลือกปฏิบัติและความเท่าเทียมกันทางเพศ เชื้อชาติ และศาสนา

---------

ข้อ 19

---------

ข้อพิพาทระหว่างแรงงานกับนายจ้างในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการจ้างแรงงานจะต้องได้รับการคลี่คลายแก้ไขโดยหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายและระเบียบภายในของประเทศที่เป็นผู้จ้างงาน

--------------------------------------------------------------

การดำเนินการต่อการจ้างแรงงานผิดกฎหมาย

-------------------------------------------------------------

ข้อ 20

---------

ภาคีจะต้องดำเนินมาตรการที่จำเป็นทั้งปวงภายในอาณาเขตของตนที่จะป้องกันและปราบปรามการข้ามพรมแดนโดยผิดกฎหมาย  การค้าแรงงานเถื่อนและการจ้างแรงงานข้ามพรมแดนผิดกฎหมาย

---------

ข้อ 21

---------

ภาคีจะแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับการกระทำอันเป็นการค้ามนุษย์การเข้าเมืองผิดกฎหมาย  การค้าแรงงานเถื่อน และการจ้างแรงงานผิดกฎหมาย

-----------------------------------

การแก้ไข

-----------------------------------

ข้อ 22

---------

ข้อแก้ไขใดๆ ในบันทึกความเข้าใจฉบับนี้จะต้องกระทำโดยความเห็นชอบร่วมกันของคู่ภาคีโดยผ่านช่องทางการทูต

-----------------------------------

การระงับข้อขัดแย้ง

-----------------------------------

ข้อ 23

---------

ให้ระงับข้อขัดแย้งใดๆ ที่อาจเกิดจากบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ฉันท์มิตร  โดยการหารือระหว่างประเทศภาคี

-----------------------------------

การบังคับใช้และการยกเลิก

-----------------------------------

ข้อ 24

---------

บันทึกความเข้าใจฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้นับแต่วันที่ลงนาม  เว้นแต่ภาคีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะยกเลิกโดยการแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรแก่ภาคีอีกฝ่ายหนึ่ง การยกยกเลิกจะมีผล 3 เดือนจากวันที่แจ้งเพื่อเป็นพยานแก่การนี้ ผู้ลงนามข้างท้ายได้รับมอบอำนาจจากรัฐบาลของตนให้ลงนามบันทึกความเข้าใจฉบับนี้

 

ทำ ณ เวียงจันทร์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เมื่อวันที่สิบแปด เดือนตุลาคมพุทธศักราชสองพันห้าร้อยสี่สิบห้า  ตรงกับคริสต์ศักราชสองพันสอง คู่กันเป็นสองฉบับ เป็นภาษาไทย และภาษาลาวทั้งสองภาษามีคุณค่าเท่าเทียมกัน

จำนวนผู้ที่เข้าชมในหน้านี้ 000213