Home

Custom Search
การปรับใช้กฎหมายขัดกันไทย : สัญชาติของบุคคลธรรมดามีบทบาทอย่างไร ?
เพื่อเป็นอาจาริยบูชาแด่ รศ.ดร.ดาราพร ถิระวัฒน์ ซึ่งเกษียณอายุราชการเพราะมีอายุครบ ๖๐ ปี ในปีงบประมาณ ๒๕๕๔ นี้ ผู้เขียนจึงเสนอที่จะทบทวนองค์ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายขัดกันในประเด็นที่เกี่ยวกับการกำหนดสัญชาติของบุคคลธรรมดา ดังที่เราทราบว่า ในประเทศที่ยอมรับระบบกฎหมายขัดกันแบบ Civil Law ข้อเท็จจริงอันเป็นจุดเกาะเกี่ยวที่แท้จริงระหว่างรัฐและบุคคล ก็คือ สัญชาติของบุคคลหรือบุคคลหลัก อันทำให้ “กฎหมายสัญชาติ” หรือ “กฎหมายของรัฐเจ้าสัญชาติ” ทำหน้าที่เป็นกฎหมายที่มีผลบังคับต่อนิติสัมพันธ์ และในยุคที่ประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังมีปัญหาการกำหนดสิทธิในสถานะบุคคลตามกฎหมาย ประเด็นเกี่ยวกับการกำหนดสิทธิในสัญชาติจึงยังเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันบ่อยครั้งทั้งในและนอกศาล เพื่อให้บทความนี้มีความคมชัดในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ผู้เขียนจึงเลือกที่จะเขียนถึงการกำหนดสัญชาติของบุคคลธรรมดาในกระบวนการใช้กฎหมายขัดกันต่อนิติสัมพันธ์ โดยยังไม่ศึกษาถึงกรณีของการกำหนดสัญชาติของนิติบุคคล ซึ่งอาจจะหาโอกาสที่จะกล่าวถึงในโอกาสข้างหน้า

สิทธิในเอกสารตามกฎหมายไทยเพื่อการเดินทางข้ามชาติ : คุณทักษิณ ชินวัตรยังมีสิทธินี้หรือไม่ ?
ดังนั้น การพิสูจน์สิทธิในสัญชาติไทยจะนำไปสู่ข้อสรุปอย่างไรก็ตาม สัมพันธภาพระหว่างรัฐไทยและคุณทักษิณก็จะยังคงอยู่ เพียงแต่จะอยู่ในสถานะคนสัญชาติไทยตามกฎหมายไทยว่าด้วยสัญชาติไทยหรือคนต่างด้าวของประเทศไทยตามกฎหมายไทยว่าด้วยการทะเบียนคนต่างด้าวเท่านั้น และด้วยสัมพันธภาพที่มีอยู่ด้วยจุดเกาะเกี่ยวที่ยังคงอยู่ตลอดไป รัฐไทยก็อาจออกเอกสารเพื่อการเดินทางข้ามชาติให้แก่คุณทักษิณได้อยู่ดี แต่อย่างไรก็ตาม ประเด็นร้อนต่างๆ ก็จะตามมาจากการหยิบประเด็นนี้ขึ้นมาดำเนินการ อาจจะส่งทั้งผลดีและผลเสียต่อทั้งรัฐบาลโดยพรรคเพื่อไทยและคุณทักษิณเอง แต่สำหรับภาควิชาการ เรื่องนี้จะเป็นโอกาสทางวิชาการที่นักวิชาการด้านกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคลจะได้ทบทวนและแลกเปลี่ยนเพื่อสร้างกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนและเหมาะสมสำหรับประเทศไทยในการจัดการประชากร 

ข้อวิเคราะห์ความโชคร้ายซ้ำซ้อนที่เกิดกับกลุ่มคนที่มีทางเลือกในชีวิตค่อนข้างน้อย
ในประการที่สาม คนจนนั้นมีหลายประเภท อาจจะจนความรักเพราะลุ่มหลงในตัณหาราคะมากเกินไป อาจจะจนสติเพราะมีโทสะมากเกินไป อาจจะหลงตัวเองจนหลุดจากความจริงเพราะมีโมหะมากเกินไป หรืออาจจะจนทรัพย์สินเพราะมีโลภะมากเกินไป การแก้ปัญหาความจน ก็คือ การคิดแบบพอเพียงหรือเพียงพอให้ได้ สมดุลหรือทางสายกลางหรือมัชชิมาปฏิปทาเป็นทางสู่ความพอเพียง ความร่ำรวยทางปัญญาย่อมเกิดขึ้นได้ หากเรามีความพอเพียงในความรัก ความคิด ความเชื่อ และความมี เมื่อเกิดความจนในเรื่องใด ก็ต้องแก้ไขที่สาเหตุ เมื่อมีเงินน้อย ก็ต้องหาเงินให้มาก จะหาเงินมากได้ ก็ต้องมีความรู้ เมื่อไม่มีความรู้ ก็ต้องหาความรู้ เมื่อมีความรู้ ก็จะมีงานทำ มีเงิน แต่ก็อาจจนความรักหรือความคิดหรือความเชื่อ มีเงินน้อย ก็อย่าไปคิดที่จะแบกใครมาเป็นภาระ เมื่อเป็นเด็กจึงต้องเรียนและทำงาน เมื่อมีทรัพย์สินพอเลี้ยง ก็ค่อยมีลูก

ตอบคุณนาทีเรื่องการจัดการสิทธิของนักศึกษารามคำแหงซึ่งเป็นชนเผ่าไร้สัญชาติ
ตอนนี้หนูยังไม่ได้สัญชาติไทยค่ะ กำลังถือบัตรชาวเขาพื้นที่สูงสีชมพูที่ขึ้นด้วยเลข 6 ค่ะตอนนี้หนูกำลังเรียนมหาลัยรามคำแหงค่ะ หนูอยากทราบว่าถ้าหนูจบแล้วหนูจะได้วุฒิบัตรมัยค่ะ แล้วกรณีที่เราเป็นนักศึกษาพอจะมีวิธีในการที่จะได้ขอสัญชาติไทยมัยคะ ครอบครัวหนูเป็นชนเผ่าค่ะได้อพยพเข้ามาประเทศไทยตั้งแต่ 2536 ค่ะ พอจะมีคำแนะนำมัยค่ะ เพราะตอนนี้ลำบากมากเลยค่ะเกี่ยวกับการเรียนกู้ยืมเงินเรียนก็ไม่ได้ค่ะและถูกคนอื่นดูถูกด้วยค่ะลำบากในการเดินทางด้วยค่ะหนูต้องกลับไปต่อหนังสือออกนอกเขตทุกปีเลยค่ะ หนูขอคำแนะนำหน่อยนะค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

รวมงานเขียนของอาจารย์แหววเกี่ยวกับสิทธิในสัญชาติโดยหลักดินแดนโดยผลของมาตรา ๒๓ แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๕๑
มาตรา ๒๓ แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๕๑ เป็นบทบัญญัติแห่งกฎหมายไทยว่าด้วยสัญชาติไทย ซึ่งมุ่งที่จะคืนสิทธิในสัญชาติไทยให้แก่คนที่เกิดในประเทศไทยก่อนวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๓๕ และบุตร ซึ่งตกอยู่ในผลกระทบของประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ ๓๓๗ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๑๕ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า ป.ว.๓๓๗ ซึ่งผลกระทบนี้อาจจะเกิดขึ้นทางตรงหรือทางอ้อมก็ได้ อันทำให้พวกเขาตกเป็นคนต่างด้าวที่เกิดในประเทศไทย

ปรัชญาเกี่ยวกับใบขับขี่ : หน้าที่หรือสิทธิกันแน่ ? กรมการขนส่งทางบกควรคิดอย่างไร ?
ในไม่ช้านี้ ประเทศไทยจะเผชิญกับคนต่างด้าวมากกว่านี้ เมื่อกฎบัตรอาเซียนนำไปสู่การปรากฏตัวอย่างเต็มรูปของประชาคมอาเซียน หากเรายังไม่มีแนวคิดในการจัดการคนต่างด้าวอย่างมีประสิทธิภาพ ปัญหาก็จะมากกว่านี้ ท้องถนนของประเทศไทยจะเต็มไปด้วยคนขับรถที่มีใบขับขี่  หรือคนขับรถที่ไม่มีใบขับขี่ และใบขับขี่ที่คนขับรถถืออยู่นั้นจะเป็นใบขับขี่ที่ผ่านการพิสูจน์ความสามารถในการขับขี่อย่างดีแล้ว หรือเป็นใบขับขี่ที่คนถือไม่เคยผ่านการสอบคุณสมบัติใดๆ เลย แล้วท้องถนนของประเทศไทยจะเต็มไปด้วยความปลอดภัยหรือความไม่ปลอดภัยกันแน่ อยากชวนคุยเรื่องปรัชญาเกี่ยวกับใบขับขี่ค่ะ มนุษย์มีหน้าที่หรือสิทธิในการทำใบขับขี่กันแน่คะ ?

คำนิยมหนังสือเรื่องสัญชาติไทยโดยหลักดินแดนโดยผลของมาตรา ๒๓ แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๕๑ : การขจัดปัญหาความไร้สัญชาติและเสมือนไร้สัญชาติของมนุษย์ที่เกิดบนแผ่นดินไทย
งานเขียนฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงความนิยมต่อหนังสือเกี่ยวกับมาตรา ๒๓ แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๕๑ ซึ่ง SWIT ส่งมาให้พิจารณา ก็คงเป็นประเพณีปฏิบัติของการทำหนังสือที่จะมีการให้ใครสักคนหนึ่งเขียนคำนิยม ซึ่งผู้เขียนคำนิยมก็จะทำหน้าที่ของผู้อ่านคนแรกและมีความเห็นต่อหนังสือที่ผู้อ่านจะเปิดอ่านต่อไป เหมือนว่า ผู้เขียนคำนิยมจะเป็นผู้วิจารณ์หนังสือ ซึ่งก็ใช่ แต่เป็นมากกว่า เพราะผู้เขียนคำนิยมควรจะทราบความเป็นมาเป็นไปของหนังสือพอที่จะอธิบายถึงทั้งที่ข้อเด่นและข้อด้อยของหนังสือได้ 

การสอบคุณสมบัติ (Qualify or Qualifying Examination or QE) : ต้องทำอย่างไร ?
สำหรับ อ.แหวว  การสอบคุณสมบัติ  (Qualify or Qualifying Examination or QE)  ก็คือการสอบวัดคุณภาพของนักศึกษาปริญญาเอก โดยผลก็คือ หากนักศึกษามีความรู้ที่เหมาะสมกับการทำวิทยานิพนธ์ ก็จะอนุญาตให้สอบเค้าโครงวิทยานิพนธ์  (Proposal Examination)  ต่อไป ในส่วนเป้าหมายของการสอบทั้ง ๒ ประการนี้ แต่ละสถาบันการศึกษามักตรงกัน ไม่ค่อยแตกต่างกัน แต่ในส่วนของวิธีการสอบ รูปแบบ คะแนน แต่ละสถาบันจะมีเกณฑ์ที่แตกต่างกันไป
เมื่อติงนักศึกษาว่า ทำไมให้ความสำคัญกับการเตรียมเค้าโครงวิทยานิพนธ์ นักศึกษาก็ตอบว่า เพราะเจ้าหน้าที่ธุรการให้แนบเค้าโครงวิทยานิพนธ์ไปในการยื่นสอบคุณสมบัติ ดังนั้น นักศึกษาก็เลยต้องพยายามทำเค้าโครงวิทยานิพนธ์ให้เสร็จก่อน ซึ่งก็จะแปลก เพราะถ้าคณะกรรมการสอบยังไม่ลงตัวกันกับผู้เสนอทำวิทยานิพนธ์ในเรื่ององค์ความรู้พื้นฐานในการทำเค้าโครงวิทยานิพนธ์ แล้วเค้าโครงจะมาออกมาได้อย่างไร ประดุจการสร้างบ้าน หากแนวคิดในการสร้างบ้านยังไม่ลงตัว พิมพ์เขียวในการสร้างบ้านจะออกมาได้อย่างไร 

พิสูจน์ชุมชนกะเหรี่ยงแก่งกระจานของประเทศไทยว่าดั้งเดิมหรือไม่ ? : ข้อแนะนำเชิงแนวคิดและวิธีการ
ข้อมูลต่างๆ ที่เก็บรวบรวมมาได้ จะเหมือนจิ๊กซอที่ค่อยๆ ต่อ ซึ่งจะช่วยให้เราเห็นภาพรวมของชุมชนได้ชัดเจนขึ้น และจะสามารถวิเคราะห์ได้ถึงสภาพ บรรยากาศ ชีวิตของชุมชนในอดีต  โดยเฉพาะวิถีชีวิตของบุคคลจะช่วยให้เห็นวิถีชีวิตของชุมชนได้ชัดเจน เช่น ตั้งบ้านเรือนอยู่ในหมู่บ้านนี้ตั้งแต่บรรพบุรุษ แต่มีการโยกย้ายไปทำมาหากินนอกเขตประเทศไทย จนไปเกิดลูกหลาน เมื่อกลับเข้ามาจึงถูกเข้าใจว่าเป็นคนอพยพมาใหม่ เป็นต้น  ในการสรุปประมวลผล อาจทำให้เราสามารถเห็นภาพรวมว่ามีชุมชนดั้งเดิมที่นี่จริง จากภาพชุมชนที่เราได้จากการสัมภาษณ์บุคคลต่างๆ ซึ่งจะทำให้พยานหลักฐานที่รวบรวมได้มีน้ำหนักและมีชีวิตจริงขึ้น ไม่ว่าจะเป็น “ภาพกะเหรี่ยงเพชรบุรีตั้งแต่ต้น ร.๕ หรือภาพกะเหรี่ยงแก่งกระจานที่ลงมาขายของป่าและซื้อของกลับไป” แต่คงไม่อาจยืนยันได้ว่าทุกคนที่อยู่ในชุมชนปัจจุบัน เป็นคนท้องถิ่นดั้งเดิมเหมือนตัวชุมชนทั้งหมดทุกคน และไม่แปลกที่จะมีคนใหม่ๆ เข้ามาไม่มากก็น้อย ทำให้มีบางคนที่อาจมีข้อเท็จจริงในส่วนนี้สรุปว่าชุมชนนี้ไม่ดั้งเดิมได้ ดังนั้นในแง่ของการกำหนดสถานะบุคคลทางกฎหมาย ก็คงต้องใช้การเก็บข้อเท็จจริงเป็นรายบุคคลอยู่ดี  

ตอบคุณง๊องแง๊งเรื่องสิทธิในสัญชาติไทยโดยการสมรสของชายต่างด้าวที่ถือบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน
รบกวนสอบถามเรื่องผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียน  รบกวนสอบถาม อ.แหว๋วเกี่ยวกับเรื่องผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียนบัตรสีขาวหัว ๐ ไม่ทราบว่าถ้าเขา (ซึ่งเป็นผู้ชาย) ได้แต่งงานจดทะเบียนสมรสกับหญิงไทยเขาจะสามารถถือสัญชาติไทยตามภริยาโดยใช้กฎหมายว่าด้วยสัญชาติของสามีหรือภริยา ตามพรบ.สัญชาติ ฉบับที่ ๔ พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๑๓ ได้หรือไม่คะ

ตอบคุณtomเรื่องสิทธิในคุณภาพชีวิตของบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนซึ่งเป็นนักเรียนในโรงเรียน
อาจารย์แหววครับ สวัสดีครับ คือ ผมเป็นบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนครับ ขณะนี้ผมกำลังศึกษาอยู่ระดับชั้น ม.1 (ปีการศึกษา2554) โรงเรียนXXXXXX ผมอยากจะทราบว่า ผมมีสิทธิ์ที่จะสอบเป็นแพทย์ไหมครับ และผมจะมีโอกาศ ได้สัญชาติไทยไหมครับ และถ้าผมเรียนจบ จะมีงานทำตามสาขาหรือคณะที่ผมเรียนจบมาไหมครับ แล้ว เรื่องเงินเดือน จะเทียบเท่ากับคนที่มีสัญชาติไทย ไหมครับ รบกวนอาจารย์ช่วยตอบกลับมาทางอีเมลล์นี้ด้วยนะครับ ผมรบกวนด้วยนะครับ  ขอบคุณเป็นอย่างมากครับอาจารย์

ตอบคุณอริญชย์ แซ่เตียวเรื่อง DNA พิสูจน์ความเป็นบิดาและบุตรอันนำไปสู่การพิสูจน์สิทธิในสัญชาติไทยโดยหลักสืบสายโลหิตจากบิดาได้หรือไม่ ?
กระผมเป็นคนไทยคนหนึ่งที่ไม่มีชื่อในทะเบียนบ้านตามกฏหมายไทย วันก่อนเข้าไปปรึกษากับเจ้าหน้าที่สำนักงานเขต ว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร แต่ไม่ได้รับความสนใจเท่าไหร่ มีเพียงให้นำหลักฐานมาแสดง โดยให้นำเอกสารดังต่อไปนี้ 1.ใบสูติบัตร  2.หลักฐานการศึกษา  3.เอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับตัวบุคคล แต่ข้อเท็จจริงคือ 1.ผมเกิดในไทย แต่ตอนนี้ไม่มีในสูติบัตรหรือใบรับรองแจ้งเกิด เพราะเอกสารน่าจะอยู่กับแม่ แม่ไม่ได้อยู่ด้วยกันตั้งแต่ผมอายุ 2 ปี ปัจจุบันก็ไม่สามารถติดต่อได้ 2. บิดายังมีชีวิตอยู่ แต่ไม่ได้อยู่ด้วยกันตั้งแต่เด็กเหมือนกัน พึ่งได้คุยกันตอนช่วงนี้ (ไม่กี่เดือน) ซึ่งพ่อคนไทยมีชื่อในทะเบียนและสัญชาติไทย 3. ผมเป็นคนไม่มีหลักฐานตั้งแต่เกิด เคยเข้าเรียนถึง ป.2 แล้วออก ไม่มีวุฒิการศึกษาเหมือนคนอื่นๆ ที่มีโอกาสมากกว่าเรา (แต่อ่านออกเขียนได้และพิมพ์ได้ปกติ) จึงขอเรียนปรึกษาว่าต้องทำอย่างไรดี เพื่อจะได้มีสิทธิเหมือนคนปกติ ถ้าไปตรวจ DNA พิสูตรเป็นพ่อลูกกัน แล้วสามารถนำเป็นหลักฐานได้หรือไม่ จะต้องทำอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ 

ตอบคุณ kaaa เรื่องสิทธิของคนต่างด้าวที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยมากว่า ๕๐ ปี
รบกวนสอบถามค่ะ..ต่างด้าวอยู่ไทยมากว่า ๕๐ ปี  หนูมีญาติห่างๆ เค้ามีสามีเป็นต่างด้าว  อยู่เมืองไทยมา ๕๐ กว่าปีแล้วค่ะ เค้าอ่านออกเขียนได้ ตอนเด็กๆเค้าเรียนหนังสือที่วัดค่ะ ปัญหาคือตอนนี้เค้าแก่แล้วร่างกายไม่แข็งแรงต้องไปโรงพยาบาล ญาติเลยให้แกไปขึ้นทะเบียนแรงงานพม่าค่ะ ต้องต่อบัตรทุกปี แล้วมันก็แพงด้วยค่ะ..คือตากับยายเค้าไม่มีลูกค่ะ แก่แล้วรายได้เค้าก็น้อย หนูเลยอยากรบกวนสอบถามอาจารย์ว่า ตาเค้าสามารถของสัญชาติไทยได้มั้ยค่ะ ถ้าไม่ได้...มีวิธีไหนหรือยังไงรบกวนด้วยนะค่ะ ขอบคุณค่ะ

ตอบเรื่องความเป็นระหว่างประเทศของสิทธิเรียกร้องที่มีลักษณะระหว่างประเทศตลอดจนกฎหมายที่มีผลบังคับ
แต่หากเป็นกรณีที่อาจขึ้นหรือขึ้นศาลของรัฐต่างประเทศแล้ว การกำหนดกฎหมายที่มีผลบังคับประเด็นการโอนสิทธิเรียกร้องในสัญญาระหว่างประเทศย่อมเป็นไปตามการชี้นำของกฎหมายขัดกันของรัฐต่างประเทศผู้เป็นเจ้าของศาล ซึ่งก็มีความเป็นไปได้ที่กฎหมายขัดกันของศาลนี้จะชี้ให้ใช้กฎหมายไทย อันได้แก่ กฎหมายขัดกันไทยที่เกี่ยวข้อง นั่นก็คือ มาตรา ๑๓ แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ.๒๔๘๑ ซึ่งความเป็นไปได้ที่กฎหมายขัดกันต่างประเทศไทยจะชี้ให้ใช้กฎหมายขัดกันไทยมีอยู่ ๔ กรณี หาก (๑) คู่สัญญาเลือกกฎหมายใช้กฎหมายไทย หรือ (๒) หากคู่สัญญามิได้แสดงเจตนาเลือกกฎหมายสัญญา แต่คู่สัญญามีสัญชาติไทย หรือ (๓) หากคู่สัญญามิได้แสดงเจตนาเลือกกฎหมายสัญญา และคู่สัญญามีสัญชาติต่างกัน แต่สัญญาทำในประเทศไทย หรือ (๔) หากคู่สัญญามิได้แสดงเจตนาเลือกกฎหมายสัญญา และคู่สัญญามีสัญชาติต่างกัน อีกทั้งสัญญามิได้ทำในประเทศไทย แต่สัญญามีผลในประเทศไทย

ตอบเรื่องกฎหมายที่มีผลบังคับสัญญาที่มีต่อเนื่องกับสัญญาซื้อขายสินค้าระหว่างประเทศ
หากการโอนสิทธิเรียกร้องอันเนื่องมาจากการซื้อขายสินค้าระหว่างประเทศดังกล่าวนั้น ระหว่างผู้โอน(คนไทย) กับผู้รับโอน(คนไทย) มีการทำเป็นสัญญากันไว้ (ex.สัญญาแฟ็กเตอริ่ง) ในประเทศไทย และหากปรากฎข้อเท็จจริงว่ากฎหมายที่มีผลใช้บังคับกับสัญญาซื้อขายเดิม คือกฎหมายของประเทศลูกหนี้ซึ่งมิใช่ประเทศไทยเนื่องจากมีการตกลงกันไว้ ดังนั้น สิทธิและหน้าที่ระหว่างผู้โอนกับผู้รับโอน รวมไปถึงความสมบูรณ์ของสัญญาโอนสิทธิเรียกร้องนี้ ในกรณีที่เกิดข้อพิพาทขึ้นในประเทศไทยระหว่างผู้โอนกับผู้รับโอนหรือระหว่างผู้รับโอนต่างราย จะต้องตกอยู่ในบังคับของกฎหมายไทย หรือกฎหมายที่มีผลใช้บังคับกับสัญญาซื้อขาย ในฐานะที่เป็นกฎหมายที่มีผลใช้บังคับกับสิทธิเรียกร้องเดิมที่มีลักษณะระหว่างประเทศ เพราะเป็นสิทธิเรียกร้องที่เกิดขึ้นจากสัญญาซื้อขายซึ่งมีลักษณะระหว่างประเทศ จึงเรียนมาเพื่อรบกวนท่านอาจารย์ ช่วยตอบข้อสงสัยในประเด็นนี้เพิ่มเติม 

กฎหมายขัดกันไทย : กลไกเพื่อสร้างความยุติธรรมระหว่างประเทศสำหรับนิติสัมพันธ์ของเอกชนที่มีจุดเกาะเกี่ยวกับประเทศไทย
สิ่งที่ต้องตระหนักในที่สุด ก็คือ การไม่ยอมรับกลไกแห่งกฎหมายขัดกันอย่างไม่มีเหตุผลที่นิติประเพณีที่นานาอารยประเทศยอมรับ ก็คือ การกระทำที่ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศซึ่งจะทำให้การกระทำของรัฐไม่ว่าในทางนิติบัญญัติหรือบริหารหรือตุลาการไม่มีผลในทางระหว่างประเทศ ดังนั้น การศึกษากลไกแห่งกฎหมายขัดกันจึงเป็นภารกิจที่สำคัญของนักนิติศาสตร์ที่มีจิตใจรับใช้ความยุติธรรม ซึ่งในโลกที่มีความเป็นระหว่างประเทศมากขึ้น เรื่องของนิติสัมพันธ์ตามกฎหมายเอกชนก็ต้องการความยุติธรรมทั้งในระดับภายในประเทศและระหว่างประเทศ กฎหมายขัดกันไทยจึงเป็นกลไกที่ศาลไทยจะต้องใช้ในการรักษาความยุติธรรมระหว่างประเทศสำหรับบุคคลตามกฎหมายเอกชน ซึ่งอาจจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลตามกฎหมายเอกชนก็ตาม

บัตรประจำตัวสำหรับเด็กที่ยังพิสูจน์สัญชาติไม่ได้ก็มีนะคะ..และทำตอนอายุ ๕ ปี..ก่อนเด็กสัญชาติไทยอีกซึ่งทำตอนอายุ ๗ ปี
ที่บอกว่า เด็กเร่ร่อนเด็กกำพร้าที่ไม่มีบัตรประชาชนไม่มีสิทธิขั้นพื้นฐาน ในความเป็นจริง สิทธิมนุษยขั้นพื้นฐานเป็นสิทธิของมนุษย์ทุกคน โดยผลของมาตรา ๔ แห่ง รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๕๐ และความพยายามที่กรมการปกครองที่จะใช้กฎหมายการทะเบียนราษฎรในการบันทึกมนุษย์ทุกคนที่อาศัยบนแผ่นดินของรัฐไทย ก็เพื่อให้พวกเขาไม่ไร้รัฐและมีบัตรประจำตัวที่เป็นการรับรองโดยรัฐไทยอย่างน้อย ๑ ใบ เรื่องนี้ชัดเจนมาตั้งแต่มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๘ เรื่องยุทธศาสตร์เพื่อการจัดการสถานะและสิทธิของบุคคล อันนำมาซึ่งพระราชบัญญัติหรือระบียบหลายฉบับที่ดูแลโดยกระทรวงศึกษาหรือกระทรวงพัฒนาสังคมฯ หรือกระทรวงสาธารณสุขสำหรับมนุษย์ แม้ไม่มีสัญชาติ แม้ยังไม่มีบัตรสักใบ

กรณีนางชิชะพอคนป่วยโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย : แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์
19 มีนาคม 2554 นางชิชะพอเข้ารับการรักษาเป็นผู้ป่วยใน และอายุรแพทย์ประจำโรงพยาบาลอุ้มผาง ให้ความเห็นว่าควรได้รับการฟอกล้างไตเพื่อขับของเสียออกจากร่างกาย แต่เมื่อทำการเช็คสิทธิในการรักษา ปรากฏว่า นางชิชะพอไม่มีสิทธิในการรักษาพยาบาลจากกองทุนใด ๆ แพทย์จึงทำได้เพียงให้การรักษาทางยาเท่านั้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2554 นางชิชะพอ ถูกรับตัวเข้ารักษาเป็นผู้ป่วยในของโรงพยาบาลอุ้มผางอีกครั้งด้วยอาการเหนื่อยง่าย ครั้งนี้อาการของนางชิชะพอไม่ทุเลาลง แพทย์ตัดสินใจส่งตัวไปรักษาต่อกับนายแพทย์พิสิฐ ลิมปธนโชติ แพทย์เฉพาะทางประจำหน่วยไตเทียมของโรงพยาบาลแม่สอด ในวันจันทร์ที่ 23 พฤษภาคม 2554  และได้ทำการเจาะหน้าท้องเพื่อทำการล้างไตทางช่องท้องอย่างต่อเนื่อง

รัฐไทยยอมรับหรือรับรองหรือบังคับตามคำสั่งและคำพิพากษาของศาลต่างประเทศหรือไม่ ? แค่ไหนกัน ? : ข้อคำนึงเกี่ยวกับกรณีความร่วมมือในการใช้อำนาจอธิปไตยทางตุลาการของรัฐ
การทำความเข้าใจในเรื่องสิทธิในความยุติธรรมของมนุษย์ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างรัฐนั้น เป็นเรื่องที่ประเทศไทยควรจะนำมาถอดบทเรียน ในส่วนของประเทศไทยเอง เราอาจไม่มี know – how มากนัก และในส่วนของรัฐต่างประเทศคู่กรณี การสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อสิทธิมนุษยชนย่อมจะเป็นไปไม่ได้ หากยังไม่เคยมีการสร้างบรรยากาศดังกล่าวในภาคประชาสังคมระหว่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติอาจจะต้องใช้กรณีศึกษานี้เพื่อเตรียมความพร้อมในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของมนุษย์ที่มีสัญชาติไทยที่ตกอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างรัฐ  งานเครือข่ายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านน่าจะจำเป็นที่จะต้องนับหนึ่ง ดูเหมือนเราจะมีความสัมพันธ์อันดีกับประเทศที่มีพรมแดนไกลจากเรามากกว่ากับประเทศที่มีพรมแดนประชิดติดเรา 

กรณีศึกษานายอภิศักดิ์ : คนเกิดในประเทศอังกฤษเมื่อ พ.ศ.๒๕๐๗ จากบิดาและมารดาซึ่งมีสถานะเป็นคนสัญชาติไทยในทะเบียนราษฎรของรัฐไทย
ดังนั้น เมื่อนายอภิศักดิ์มีชื่อในทะเบียนบ้านตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรของรัฐไทย นายอภิศักดิ์จึงมีสถานะเป็นราษฎรไทย และอันกล่าวอย่างชัดเจนว่า เขามีสถานะเป็นราษฎรไทยประเภทคนอยู่ถาวร (ท.ร.๑๔) ซึ่งสิทธิอาศัยอยู่ถาวรในประเทศไทยเป็นไปตามมาตรา ๓๔ แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๕๐ มิใช่ พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.๒๕๒๒ ทั้งนี้แม้ว่าเขาจะมีสิทธิในสัญชาติอังกฤษในขณะที่เขาเกิด แต่กฎหมายไทยมิได้ถือว่า คนสัญชาติไทยที่มีสิทธิในสัญชาติของรัฐต่างประเทศตกเป็นคนต่างด้า

กรณีศึกษาบริษัท น้ำมันสยาม จำกัด : การเลือกกฎหมายที่มีผลกำหนดความสามารถในการทำนิติกรรมและสัญญา
บริษัท น้ำมันสยาม จำกัดเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายแห่งประเทศไทย แต่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า สำนักงานใหญ่ของบริษัทนี้ตั้งอยู่ที่รัฐนิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกา
หุ้นจำนวนร้อยละ ๗๐ ในบริษัท น้ำมันสยาม จำกัด เป็นของบริษัทยู.เอส.ซัมมิท (โอเวอร์ซี) จำกัด ซึ่งเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายแห่งประเทศสาธารณรัฐปานามา แต่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่รัฐนิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกา นอกจากนั้น บริษัทยู.เอส.ซัมมิท (โอเวอร์ซี) จำกัดยังมีสาขาในประเทศไทย  โดยหลักกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล ถามว่า ศาลไทยจะต้องใช้กฎหมายของประเทศใดในการพิจารณาความสามารถในการทำนิติกรรมและสัญญาของบริษัท น้ำมันสยาม จำกัด ? เพราะเหตุใด ? 

กรณีศึกษานางมาลา : ผลกระทบจากการแปลงสัญชาติเป็นอเมริกันของคนสัญชาติไทย
ในปัจจุบัน นางมาลาจึงมีสถานะเป็นต่างด้าวที่มีจุดเกาะเกี่ยวกับประเทศไทย การเดินทางเข้ามาในประเทศไทยก็จะต้องร้องขออนุญาตตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.๒๕๒๒ และการทำงานก็จะต้องร้องขอใบอนุญาตทำงานตาม พ.ร.บ.การทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.๒๕๕๑ หรือการประกอบธุรกิจก็จะต้องร้องขออนุญาตตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจ พ.ศ.๒๕๔๒ แต่ในส่วนของเอกสารแสดงตนที่ออกโดยรัฐไทย นางมาลาย่อมมีสิทธิขอมีใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวตามมาตรา ๘ แห่ง พ.ร.บ.การทะเบียนคนต่างด้าว พ.ศ.๒๔๙๓ ซึ่งบัญญัติว่า “คนสัญชาติไทยผู้เสียไปซึ่งสัญชาติไทยไม่ว่าด้วยเหตุใด ให้ไปขอใบสำคัญประจำตัวจากนายทะเบียนในท้องที่ที่ตนอยู่ภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ได้รู้หรือควรรู้ว่าตนได้เสียไปซึ่งสัญชาติไทย” แต่นางมาลาไม่อาจร้องขอสิทธิอาศัยถาวรตามมาตรา ๔๒ (๒) แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.๒๕๒๒ เพราะเธอมิใช่ “หญิงซึ่งมีสัญชาติไทยโดยการเกิดและได้สละสัญชาติไทยในกรณีที่ได้สมรสกับคนต่างด้าว”

กรณีศึกษาเด็กหญิงมารูโกะ : สิทธิในการเข้ามาในประเทศไทยของคนสัญชาติไทยซึ่งยังไม่ได้รับการรับรองสถานะคนสัญชาติไทย
ดังนั้น มารดาจึงควรจะต้องดำเนินการพิสูจน์สิทธิในสัญชาติไทยเสียก่อนต่อสถานกงสุลไทยในสหรัฐอเมริกา เพื่อที่จะดำเนินการทำหนังสือเดินทางตามกฎหมายไทยเพื่อแสดงความเป็นคนสัญชาติไทยให้แก่ ดญ.มารูโกะ หรือหากมิได้มีการพิสูจน์สิทธิในสัญชาติไทยให้แก่มารูโกะ เธอก็อาจจะเดินทางเข้ามาในประเทศไทยโดยใช้หนังสือเดินทางตามกฎหมายญี่ปุ่นในสถานะคนสัญชาติญี่ปุ่น ในกรณีนี้ เธอก็จะต้องร้องขออนุญาตเข้าเมืองตามมาตรา ๑๒ แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.๒๕๒๒ ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่ใช้อนุญาตการเข้าเมืองสำหรับคนต่างด้าวทั่วไป การพิสูจน์สิทธิในสัญชาติไทยสำหรับมารูโกะเพื่อการรับรองสิทธิที่จะเข้าสู่ทะเบียนราษฎรไทยอาจทำได้ในประเทศไทยอีกด้วย  โดยสรุป สิทธิเข้ามาในประเทศไทยของมารูโกะย่อมเด็ดขาดและไม่มีสิ้นสุดตรายเท่าที่ยังไม่เสียสิทธิในสัญชาติไทย แต่อาจมีปัญหาในการพิสูจน์สิทธิในช่วงเวลาที่ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองหากไม่มีเอกสารรับรองสถานะคนสัญชาติไทย 

กรณีศึกษาเด็กหญิงมารูโกะ : สิทธิในสัญชาติไทยของบุคคลธรรมดาที่มีมารดาเป็นคนสัญชาติไทย
จากการพิจารณาข้อเท็จจริงของเด็กหญิงมารูโกะในขณะที่เกิด จะเห็นว่า ในขณะที่เกิด เธอมีมารดาเป็นคนสัญชาติไทย ดังนั้น เด็กหญิงมารูโกะจึงมีข้อเท็จจริงอันเป็นจุดเกาะเกี่ยวโดยการเกิดกับประเทศไทยอันทำให้มีสัญชาติไทยโดยการเกิดโดยหลักสืบสายโลหิตจากมารดา  ขอให้ตระหนักว่า สิทธิในสัญชาติไทยโดยหลักสืบสายโลหิตจากมารดาเป็นสิทธิเด็ดขาด และไม่มีเงื่อนไข การได้มาซึ่งสิทธิไม่จำต้องให้มีการอนุญาตให้มีสิทธิในสัญชาติไทย เป็นอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยตามกฎหมายการทะเบียนราษฎรที่จะต้องบันทึกชื่อของเด็กหญิงมารูโกะในสถานะคนสัญชาติไทยในทะเบียนบ้านคนอยู่ถาวร (ท.ร.๑๔) ตามมาตรา ๓๖ แห่ง พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ.๒๕๓๔ ซึ่งแก้ไขและเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๑ และออกเอกสารแสดงสถานะคนสัญชาติไทย กล่าวคือ บัตรประชาชนตามกฎหมายว่าด้วยบัตรประชาชน และหนังสือเดินทางคนสัญชาติไทย

กรณีศึกษาเด็กหญิงมารูโกะ : สิทธิในสัญชาติไทย ? มี ? ใช้ ? รับรองโดยรัฐไทยไหม ?
เมื่อไม่มีการร้องขอเพิ่มชื่อมารูโกะในทะเบียนราษฎรไทย รัฐไทยจึงยังไม่มีโอกาสรับรองสิทธิในสัญชาติไทยให้แก่มารูโกะ แม้เธอจะมีสิทธิในสัญชาติไทย และอาจใช้สิทธิได้โดยพลัน แต่หากเธอไม่ใช้สิทธิในสัญชาตินี้ เธอจึงยังไม่ได้รับการรับรองว่า มีสถานะเป็นคนสัญชาติไทย โดยผลต่อไป มารูโกะจึงถูกถือว่า “คนต่างด้าว” โดยมาตรา ๕๗ แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.๒๕๒๒ จนกว่าจะพิสูจน์ความเป็นผู้ทรงสิทธิในสัญชาติไทย

ตอบคุณไม่ระบุชื่อเรื่องสิทธิในสัญชาติไทยเพราะเกิดในประเทศไทย
สวัสดีคะ หนูขอปรึกษาเรื่องกฎหมายสัญชาติหน่อนนะค่ะ คือว่าพ่อแม่หนูเป็นคนต่างด้าว แต่หนูเกิดในเมืองไทยนะคะ มีสูติบัตรเรียบร้อย แต่หนูไม่ได้สัญชาติหรอกคะ หนูเกิดมีนาคม 2535 เมื่อไปที่อำเภอเค้าบอกหนูว่าหนูไม่อยู่ในกฎหมายมาตรา7 คือต้องเกิดก่อน25กุมภา 2535 หนูเกิดช้าเดือนเดียวเอง แล้วตอนนี้ก็ได้ถือบัตรสีชมพูเฉยๆน่ะค่ะ ช่วยบอกหนูหน่อยได้ไหมค่ะว่าพอจะมีทางแก้ไหม

จาก อ.แหววถึง ICT Management : บันทึกนี้เริ่มวันนี้เป็นต้นไปจนถึงอีกหลายปีข้างหน้า
ตัดสินใจใช้ Galaxy Tab เป้าหมายของการซื้อครั้งนี้ ก็คือ การศึกษาธุรกิจ Samsung และ Google จะละทิ้งการศึกษาการจัดการคนแล้วล่ะ พยายามจะสนใจเรื่องของ Transaction Study และอาจเน้น Private Law Transaction เสียด้วย และพยายามที่จะสนใจ E-Property อีกด้วย ต้องกลับมาอ่านวิทยานิพนธ์ของจ๋าไหมเนี่ย

ตอบคุณเมธิณีเรื่องปัญหาสิทธิในสถานะบุคคลตามกฎหมายไทยของบิดา
พ่อของหนูได้ขอมีสัญชาติไทยตั้งแต่ปี 2545 แล้ว แต่ทำไมไม่เห็นมีความคืบหน้า หนูไปถามที่อำเภอฝาง เขาก็ให้ไปทำเรื่องใหม่ พ่อหนูก็ไปทำ แต่ก็ยังไม่ได้ แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมคนอื่นที่ขอไปพร้อมพ่อหนูได้กันหมดแล้ว หนูใคร่ถามท่านว่า พ่อหนูยื่นเอกสารไม่ครบหรือปล่าว พ่อหนูชื่อว่า นายxxxxx xxxxx ที่อยู่ xxxxxxxxx อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ โทร 08xxxxxxxxx”

ตอบคุณสมรักเรื่องปัญหาสิทธิในสถานะบุคคลตามกฎหมายไทยของคุณเรไร
คำถาม ก็คือ  เรไรจะฟ้องเอาเรื่องกับสามีได้หรือไม่  เรไรจะออกจากบ้านสามีได้หรือไม่ เรไรจะมีลูกกับสามีได้หรือไม่ ถ้ามี จะมีผลอย่างไร ถ้าเรไรจะแต่งงานไหม่ได้หรือไม่ มีผลอย่างไรถ้าสามีเก่าตามมา หรือแกล้งแจ้งความ  สามีเรไรพาไปทำบัตรใหม่แล้ว ต้องรออีก ๓ เดือน จริงหรือไม่ที่ทำบัตรต้องรอนานมาก เรไรจะต้องทำตัวอย่างไรจึงจะได้จดทะเบียนหรือมีบัตรอยู่ในประเทศไทย ขอขอบคุณมานะที่นี้หวังว่าคงเป็นตัวอย่างและมีประโยชน์กับผู้อื่นที่มีปัญหาคล้ายกัน

อำลาห้องทำงานเก่าและขอบคุณมวลมิตรที่จัดห้องทำงานใหม่ ..สวัสดีห้องทำงานใหม่ที่มีหน้าต่างที่ทำให้ฉันเห็นโลกกว้าง
แต่สำหรับท่านที่ประสงค์จะติดต่อโดยมิได้นัดหมายล่วงหน้า ขอให้มาพบให้วันจันทร์ เวลา ๑๐.๐๐ – ๑๒.๐๐ น. และวันอังคาร เวลา ๑๔.๐๐ – ๑๖.๐๐ น. เป็นวันนัดตามกฎระเบียบที่คณะนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์กำหนดให้คณาจารย์ต้องมีวันทำงานที่ชัดเจนสำหรับการที่นักศึกษาและบุคคลทั่วไปจะพบปะอาจารย์ของคณะ  ยังจำหมายเลขห้องมิได้เลยค่ะ แต่อยู่ตรงข้ามกับห้องทำงานเก่าค่ะ 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอนุญาตให้สัญชาติไทยแก่คนสัญชาติพม่าหรือคนไร้สัญชาติเชื้อสายไทยกันแน่ ? ..... จดหมายจากนักวิชาการถึงมติชนและสมาคมนักข่าว
หากข่าวนี้เป็นเรื่องของคนไร้สัญชาติจริง ก็อยากเห็นทางมติชนได้แก้ไขความผิดพลาดที่เกิดขึ้นค่ะ  อ.แหววต้องขออนุญาตท้วงติงและร้องขอการตรวจสอบข่าว เพื่อความถูกต้องเพื่อคนสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติกลุ่มนี้นะคะ และหากเป็นการให้สัญชาติไทยแก่คนไร้สัญชาติ การกระทำของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยครั้งนี้ก็น่าจะต้องได้รับความนิยมอย่างยิ่งค่ะ เพราะเป็นการกระทำเพื่อสิทธิมนุษยชนของคนที่ประสบปัญหาสิทธิในสถานะบุคคล  การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครั้งนี้น่าจะสร้างองค์ความรู้ที่ถูกต้องต่อสังคมไทยค่ะ กรุณาให้ความสนใจด้วยนะคะ

กรณีศึกษานายอับดุลเลาะ มาซู : คนไร้รัฐไร้สัญชาติเพราะไร้รากเหง้า ...จากเรื่องจริงมาเป็นข้อสอบ
ในการสอบปากคำนายอับดุลเลาะและเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่สอนหนังสือในโรงเรียนของตำรวจชายแดนที่ทำงานในพื้นที่ก็ได้รับการยืนยันว่า นายอับดุลเลาะอายุอยู่นพื้นที่มานานตั้งแต่ยังเป็นเด็ก  เขาน่าจะเกิดใน พ.ศ.๒๕๑๐ จากบิดาและมารดาซึ่งเป็นคนสัญชาติมาเลเซีย และไม่น่าจะมีชื่อในทะเบียนราษฎรของรัฐใดเลยบนโลก ด้วยว่า มิได้แจ้งการเกิดในทะเบียนราษฎรของรัฐมาเลเซียและเมื่อมาอาศัยในประเทศไทย ก็ยังมิได้รับการบันทึกชื่อในทะเบียนราษฎรของรัฐไทย แม้จะมีการหารือกับอำเภอที่เกี่ยวข้องหลายครั้งแล้ว  ปรากฏข้อเท็จจริงอีกว่า นายอับดุลเลาะก็ได้มีจดหมายร้องทุกข์ไปยัง (๑) นายกรัฐมนตรี (๒) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ (๓) ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ  เรื่องของนายอับดุลเลาะ ซึ่งประสบปัญหาความไร้รัฐเพราะไร้รากเหง้านี้ เป็นกรณีศึกษาที่ผู้ทำวิทยานิพนธ์นิติศาสตร์มหาบัณฑิตใช้ในการเสนอให้มีการปฏิรูปกฎหมายและนโยบายเกี่ยวกับคนไร้รากเหง้าต่อทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

คำว่า “รัฐเจ้าของตัวบุคคล” หมายความว่าอย่างไร ?.....ปรัชญากฎหมายระหว่างประเทศที่ละเลยมิได้
ผู้เขียนจึงมักสรุปในท้ายที่สุดเหมือนนักกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคลว่า ข้อเท็จจริงที่มักแสดงว่า บุคคลตกอยู่ในอำนาจอธิปไตยเหนือบุคคล (Personal Sovereinety) ก็คือ (๑) การที่บุคคลมีสัญชาติของรัฐ อันทำให้รัฐมีสถานะเป็นรัฐเจ้าของสัญชาติของบุคคล และ (๒) การที่บุคคลมีภูมิลำเนาบนดินแดนของรัฐ  อันทำให้รัฐมีสถานะเป็นรัฐเจ้าของดินแดนอันเป็นภูมิลำเนาของบุคคล หรือสรุปอีกที ก็คือ รัฐเจ้าของตัวบุคคลจึงถูกจำแนกแบบคร่าวๆ เป็น ๒ ประเภท ก็คือ (๑) รัฐเจ้าของสัญชาติของบุคคล และ (๒) รัฐเจ้าของดินแดนอันเป็นภูมิลำเนาของบุคคล

ตอบคำถามเกี่ยวกับคนในทะเบียนราษฎรไทย
เป็นประเด็นที่น่าจะชัดเจนอยู่เองแล้วว่า การที่จะตอบว่า คนใน ท.ร.ต่างๆ เป็นราษฎรไทยหรือไม่ ? ก็ต้องทบทวนว่า ท.ร.ต่างๆ มาจากกฎหมายชื่ออะไร ? ผู้เขียนชอบเปรียบเทียบเสมอว่า ถ้าใครคนหนึ่งถือบัตรประจำตัวนักศึกษาธรรมศาสตร์ แล้วถามว่า เขาจะเป็นนักศึกษาธรรมศาสตร์ไหม ? คำตอบก็คงชัดเจนว่า เขาย่อมถูกสันนิษฐานว่า เป็นนักศึกษาธรรมศาสตร์  ดังนั้น เมื่อ ท.ร.ต่างๆ เป็นฐานข้อมูลตามกฎหมายการทะเบียนราษฎรของรัฐไทย และเมื่อบุคคลถูกบันทึกโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐไทยในทะเบียนราษฎรไทย ก็ย่อมปฏิเสธความเป็นราษฎรไทยของบุคคลที่มีชื่อในทะเบียนราษฎรไทยมิได้

สถานะของคนต่างด้าวที่เกิดในประเทศไทยในขณะที่ยังไม่มีกฏกระทรวงกำหนดฐานะการอยู่ในประเทศไทย
ในสถานการณ์ที่ยังไม่มีกฎกระทรวงกำหนดฐานะการอยู่ของคนต่างด้าวที่เกิดในประเทศไทยนี้ คำถามจึงเกิดอีกว่า คนต่างด้าวที่เกิดในประเทศไทยมีสถานะบุคคลตามกฎหมายเป็นอย่างไร ? คำตอบที่ไม่อาจปฏิเสธได้ ก็คือ เมื่อยังไม่มีกฎกระทรวง คนต่างด้าวที่เกิดในประเทศไทยก็ยังมีสถานะเป็นคนเข้าเมืองผิดกฎหมาย แต่การปฏิบัติต่อพวกเขาเหล่านี้ก็ยังต้องเป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชน ดังนั้น เมื่อเขามิได้เข้าเมืองผิดกฎหมายโดยข้อเท็จจริง รัฐไทยก็จะไปปฏิบัติต่อพวกเขาในฐานะของผู้กระทำผิดกฎหมายคนเข้าเมืองมิได้ เพราะการปฏิบัติเช่นนั้นก็จะทำให้ประเทศไทยตกเป็นผู้ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศที่ผูกพันประเทศไทยในเรื่องสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะข้อ ๑๕ (๑) แห่ง กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางแพ่ง (พลเมือง) และทางการเมือง ค.ศ.๑๙๖๖/พ.ศ.๒๕๐๙ ซึ่งประเทศไทยได้ภาคยานุวัติเมื่อวันที่ ๒๙ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๓๙ และมีผลใช้บังคับกับประเทศไทยเมื่อวันที่ ๓๐ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๐ เป็นต้นมา

สิทธิในประเทศไทยเป็นสิทธิเด็ดขาดของคนสัญชาติไทย
นอกจากนั้น เราจะเห็นว่า กฎหมายคนเข้าเมือง (Immigration Law) จะไม่ถูกนำมาใช้กับคนชาติหรือคนสัญชาติ (National) ทั้งนี้ คงจะเป็นเพราะคนชาติเป็นเจ้าของแผ่นดิน จึงไม่จำเป็นต้องขออนุญาตเข้าเมืองและอาศัยอยู่ในดินแดนของตน แต่หากบุคคลตกเป็นคนต่างด้าวของดินแดนนั้น บุคคลก็จะต้องร้องขอสิทธิในการเข้าเมืองและอาศัยอยู่ สิทธิดังกล่าวของคนต่างด้าวย่อมมีลักษณะเป็นสิทธิที่มีเงื่อนไข (Conditional Right) จึงไม่แปลกที่เราจะพบว่า มาตรา ๔ แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.๒๕๒๒ ซึ่งเป็นบทกฎหมายไทยทั่วไปว่าด้วยคนเข้าเมืองนิยามคำว่า “คนเข้าเมือง” ให้หมายถึง “คนต่างด้าวซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักร” เท่านั้น กฎหมายนี้ไม่ครอบคลุมไปถึงคนสัญชาติไทย โดยสรุป จึงตอบได้ว่า เมื่อบุคคลธรรมดาได้รับการยอมรับว่า มีสถานะคนสัญชาติไทยแล้ว บุคคลดังกล่าวย่อมมีสิทธิในประเทศไทยอย่างเด็ดขาด บุคคลย่อมไม่ตกอยู่ในหน้าที่ที่จะต้องร้องขออนุญาตเข้าเมืองหรืออาศัยอยู่ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.๒๕๒๒

จุดเกาะเกี่ยว-องค์ประกอบต่างด้าว-และ-ลักษณะระหว่างประเทศ-มีความหมายเหมือนหรือต่างกันอย่างไร
คำศัพท์ทั้งหมดเป็นคำศัพท์ที่ใช้ในวิชากฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคลเพื่ออธิบายถึงแนวคิดพื้นฐานของวิชานี้ ทุกคำศัพท์ไม่มีความหมายที่เหมือนกัน แต่มีความหมายที่เชื่อมโยงกัน คำว่า “จุดเกาะเกี่ยว (Connecting Points)” เป็นคำที่หมายถึงข้อเท็จจริงที่แสดงถึงจุดเชื่อมสัมพันธภาพระหว่างรัฐและเอกชน ซึ่งอาจจะเป็นบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลตามกฎหมายเอกชน ข้อเท็จจริงอันแสดงถึงจุดเกาะเกี่ยวนี้มาจากหลักคิด ๒ หลักอันเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของความเป็นรัฐ กล่าวคือ หลักดินแดน (Territorial Principle) และ หลักบุคคล (Personal Principle) 

กรณีศึกษานางสาวทันยา : สิทธิในสัญชาติไทยโดยหลักดินแดนโดยมาตรา ๒๓ วรรค ๑ แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๕๑
ทันยาเป็นตัวอย่างของมนุษย์ในเชียงราย ที่มีสถานะเป็นคนสัญชาติไทยและมีสถานะเป็นคนสัญชาติอเมริกันอยู่ด้วย กล่าวคือ เป็นคนสองสัญชาติซึ่งอาศัยอยู่จริงในเชียงราย นอกจากคนไร้รัฐคนไร้สัญชาติ ดังเช่นนางสาวศรีนวล เสาร์คำนวลที่เป็นข้อสอบในปีที่ผ่านมา  ปัญหาการจัดการประชากรของรัฐไทยให้มีความมั่นคงทางมนุษย์ (Human Security) เป็นปัญหาใหญ่ของประเทศไทย ภาควิชาการจึงควรจะเน้นหนักให้นักศึกษากฎหมายให้มีความแม่นยำอย่างยิ่ง เพื่อสร้างความมั่นคงของประเทศไทย

หนังสือแจ้งการละเมิดสิทธิมนุษยชนของน้องหม่อง ทองดีโดยบางกอกคลินิกต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในวันที่ ๑ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๓
ด้วยการนี้ ทางคณะทำงานโครงการบางกอกคลินิกเพื่อให้คำปรึกษากฎหมายด้านสถานะและสิทธิของบุคคล คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงเรียนมาเพื่อให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดย คณะอนุกรรมการด้านสิทธิและสถานะบุคคลของผู้ไร้สัญชาติ ไทยพลัดถิ่น ผู้อพยพ  และชนพื้นเมือง โปรดเป็นสื่อกลางอันเป็นธรรมเพื่อการคุ้มครองสิทธิของเด็กชายหม่อง ทองดี และ เด็กนักเรียนในสถานการณ์เดียวกัน ต่อไป

ท่ามกลางน้ำตานองหน้าของปวงประชาผู้ยากไร้.....ช่างน่าอายที่จะนิ่งเฉย
ในเรื่องนี้ เราพบว่า มีนักวิชาการจำนวนไม่น้อยในมหาวิทยาลัยที่ไม่ใยดีกับตำแหน่งวิชาการ และอุทิศผลงานทางวิชาการเพื่อพัฒนามนุษย์และสังคม และเราก็พบว่า มีโรงเรียนเคลื่อนที่เข้าไปชุมชนห่างไกลและชนบท ที่น่าจะเป็นความปิติยินดีที่ผู้บริหารสถาบันการศึกษาใน พ.ศ.นี้ไม่ปฏิเสธสิทธิทางการศึกษาของมนุษย์เพราะเพียงพวกเขาไร้รัฐไร้สัญชาติ แต่อย่างไรก็ตาม เรายังพบบทเรียนเกี่ยวกับการพัฒนาคนรากหญ้าในมหาวิทยาลัยสำหรับนักศึกษาที่เรียนในหลักสูตรน้อยมาก โดยเฉพาะการศึกษานิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ที่มิได้เน้นการใช้เรื่องจริงในสังคมไทยเป็นตัวเดินเรื่องของการปรับใช้องค์ความรู้ คงถึงเวลาแล้วที่จะผลิตบัณฑิตเพื่อรับใช้สังคมในความหมายที่แท้จริง สังคมคงไม่มีสันติสุขหากบัณฑิตซึ่งเป็นชนชั้นกลางและสูงของสังคมไม่ใยดีต่อประชาชนยากไร้ มุ่งแต่แสวงหาความร่ำรวยทางวัตถุ มีแนวคิดแบบปัจเจกนิยม เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนเป็นหลัก บ้างก็เอาเปรียบประชาชนยากไร้ บ้างก็นิ่งเฉยต่อน้ำตาของคนรากหญ้าซึ่งเป็นประชาชนส่วนใหญ่ของแผ่นดิน

คำนิยมสำหรับหนังสือถอดบทเรียนความสำเร็จ ‘Success Story’ ของคนไร้รัฐไร้สัญชาติและคนชาติพันธุ์
โดยหลักการ การเขียนคำนิยมหนังสือมักจะกล่าวคือ ‘ข้อน่านิยม’ ของตัวของผู้ทำหนังสือหรือเนื้อหาของหนังสือ แต่ในครั้งนี้ ผู้เขียนใคร่จะย้อนกลับไปนิยม ‘แนวคิดหนึ่ง’ ซึ่งผู้จัดทำหนังสือได้พยายามใช้ในการจัดทำหนังสือ แนวคิดนั้นมักถูกเรียกในปัจจุบันง่ายๆ ว่า หรือเรียกสั้นลงไปอีกว่า ‘SS’ ซึ่งหากเราจะพูดอย่างอธิบายความก็คือ ‘ทฤษฎีการถอดบทเรียนความสำเร็จเพื่อพัฒนาสุขภาพสังคม’ ผู้เขียนไม่เคยทราบที่มาที่ไปของทฤษฎีนี้ จนกระทั่งมาพบท่านศาสตราจารย์ นพ.วิจารณ์ พานิช ในวันหนึ่ง หลังจากรู้จักท่านมาก่อนหน้านั้นเป็นสิบปี ท่านมีอะไรใหม่ๆ มาให้คิดและทำตามเคย ท่านยังเป็นครูสอนวิจัยผู้เขียนดังวันแรกที่ท่านเป็น ทศวรรษหลังนี้ ท่านสอนให้ทำงานวิจัยรายวัน โดยการคิด อ่าน และเขียน ร่วมกับประชาคมนักวิจัยเพื่อการพัฒนาเรื่องจริงเกี่ยวกับประเทศไทยและโลกทั้งใบใน http://www.gotoknow.org และสิบปีหลังนี้ ท่านอาจารย์วิจารณ์สอนให้วิจัยรายวันจากเรื่องจริงโดยใช้การถอดบทเรียนจากความสำเร็จของคน สำหรับท่าน ทุกเรื่องจริงของมนุษย์มีความสำเร็จซ่อนอยู่ให้เรียนรู้และขยายผล ซึ่งก็คือ แนวคิดที่ค่อนไปในเชิงที่โลกทั้งใบเรียกว่า ‘คิดเชิงบวก (Positive Thinking)’

๑๐ สถานการณ์เด่นของรัฐไทยเพื่อการรับรองสถานะบุคคลตามกฎหมายของมนุษย์ในสังคมไทย
ท่ามกลางปัญหาสิทธิมนุษยชนด้านสิทธิทางแพ่งหรือพลเมือง (Civil Rights) และสิทธิทางการเมือง (Political Rights) ซึ่งเป็นประเด็นในชีวิตประจำวันที่เกิดแก่มนุษยชนตั้งแต่เกิดจนตาย  รัฐไทยมีทั้งความสำเร็จและความล้มเหลวในการรักษาการตามสิทธิมนุษยชนดังกล่าวให้แก่มนุษย์ที่มีลมหายใจบนแผ่นดินไทย  และสิ่งที่น่าจะหยิบยกมาทำความเข้าใจกับสังคมไทยในลักษณะของการถอดบทเรียนร่วมกับสังคมไทย ก็คือ ความล้มเหลวในวันแรกอาจหมายถึงความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในปัจจุบัน ในขณะที่ความยิ่งใหญ่ในอดีตอาจหมุนกลับมาเป็นความล้มเหลวที่ร้ายแรงในปัจจุบัน หากคำว่า “สิทธิมนุษยชน” ไม่ถูกเข้าใจอย่างที่ควรจะเป็น และหากการจัดการปัญหาเป็นไปอย่างผิวเผินและซุกฝุ่นไว้ใต้พรม เพื่อเขียนบทความลงหนังสือรพีประจำ พ.ศ.๒๕๕๓ ผู้เขียนจึงตัดสินใจในที่สุดที่จะนำข้อมูลบางส่วนจากผลการวิจัยเพื่อสรุปสถานการณ์สิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองของคนชายขอบเพื่อเสนอต่อคณะกรรมส่งเสริมการอนุวัติตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง  มาพัฒนาเป็นบทความสั้นๆ ตรงไปตรงมาเกี่ยวกับ “๑๐ สถานการณ์เด่นในช่วง พ.ศ.๒๕๔๘ – ๒๕๕๑ ซึ่งรัฐไทยได้ทำเพื่อรับรองสิทธิในสถานะบุคคลตามกฎหมายให้แก่มนุษย์ในสังคมไทย” 

ตอบอาจารย์ลำพลอย : สิทธิในภูมิลำเนาตามกฎหมายไทยของคนที่ได้รับการบันทึกในทะเบียนประวัติ (ท.ร.๓๘)
สวัสดีค่ะ อาจารย์ อาจารย์สะบายดีหรือปล่าวคะ เทอมนี้ลำพลอยสอนคดีบุคคล ที่ ม.ภาค มีนักศึกษา เรียน 10 คนค่ะ ลำพลอยมีปัญหาคาใจค่ะ (1.)  ตามกฎหมายมหาชน  การได้มาซึ่งภูมิลำเนานั้นต้องมีชื่อในทะเบียนบ้าน   แต่การมีชื่อในทะเบียนประวัติเพื่อรอพิสูจน์สถานะ หรือบุคคลตาม ทร.38/1 ทร.38 ก. ก็สมควรจะได้ภูมิลำเนา เพราะเขาเข้ามาและอาศัยอยู่ในไทย  ควรจะถือว่าที่อยู่ในขณะนั้นเป็นภูมิลำเนาด้วยหรือเปล่าคะ (2.) ผู้มีสิทธิ ตาม ทร.13 และ ทร.38 มีสิทธิที่ได้ต่างกันอย่างไร  และบุคคลตาม ทร.38 จะขอเพิ่มชื่อใน ทร. 13 ได้ไหม
ขอบพระคุณมากค่ะอาจารย์
รักษาสุขภาพดัวยนะคะ
ลำพลอย

คำถามจากหญิงชนกลุ่มน้อยไร้สัญชาติซึ่งมีสามีที่ชอบด้วยกฎหมายเป็นนายทหารสัญชาติไทย : จะขอสัญชาติไทยได้ไหม ? แล้วบุตรจะเป็นข้าราชการได้ไหม ?
กราบสวัสดีค่ะอาจารย์หนูมีเรื่องรบกวนถามอาจารย์ ๓ ข้อค่ะ หนูเกิด พ.ศ.๒๕๒๑ (เกิดพม่า) หนูเข้ามาอยู่ประเทศไทย พ.ศ.๒๕๒๔ หนูเรียนจบชั้น ป.๖ค่ะ ปัจจุบัน หนูได้แต่งงานและจดทะเบียนสมรสกับแฟนเมื่อพ.ศ.๒๕๔๗ แฟนหนูเป็นนายทหารค่ะ หนูมีลูก ๑ คน และลูกก็ได้สัญชาติไทยตามพ่อ ส่วนหนูถือบัตรสีชมพูขึ้นต้นด้วยเลข ๖ ค่ะ  (๑.) หนูจะขอโอนสัญชาติตามสามีได้ไหมคะ  (๒.) ถ้าโอนสัญชาติตามสามีไม่ได้ ขอโอนต่างด้าวแทนได้ไหมคะ  (๓.) ถ้าหนูโอนไม่ได้เลยทั้งสองอย่าง ลูกหนูจะเข้าทำงานรับราชการได้ไหมคะ  ขอความกรุณาตอบหนูด้วยนะคะ ขอบพระคุณอย่างสูงค่ะ

คนซาไกหรือมานิในประเทศไทย : ปัญหาสถานะบุคคลตามกฎหมายและแนวคิดในการจัดการ
งานเขียนฉบับนี้มุ่งเพื่อเสนอเป็นรายงานการศึกษาเพื่อคณะอนุกรรมการด้านสิทธิและสถานะบุคคลของผู้ไร้สัญชาติ ไทยพลัดถิ่น ผู้อพยพ และชนพื้นเมือง ตามคำสั่งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่ ๔๖/๒๕๕๒  และกรมการปกครอง ทั้งนี้ด้วยอธิบดีกรมการปกครองได้มีหนังสือที่ มท.๐๓๐๙.๑/๑๓๐๗๐ เพื่อขอให้ผู้เขียนทำหน้าที่เป็นวิทยากรการบรรยายในการประชุมสัมมนาการแก้ไขปัญหาสถานะละสิทธิของบุคคลให้แก่ชนเผ่าซาไก ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ ๒๗ – ๒๘ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๓ ณ โรงแรมปรินซ์พาเลซ กทม.  การสัมมนานี้เป็นไปตามข้อเสนอแนะของที่ประชุมคณะอนุกรรมการด้านสิทธิและสถานะบุคคลของผู้ไร้สัญชาติ ไทยพลัดถิ่น ผู้อพยพ และชนพื้นเมืองเมื่อวันที่ ๖ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๓

งานวิจัยเรื่องการปรากฏตัวของคนไร้รัฐคนไร้สัญชาติในสังคมไทย : วิจัยเพื่อสร้างและรักษาความมั่นคงของมนุษย์บนแผ่นดินโลก
ผู้เขียนมีความเห็นด้วยอย่างยิ่งที่ว่า งานวิจัยเกี่ยวกับปัญหาคนไร้รัฐไร้สัญชาติของผู้เขียนเป็นงานที่สร้างและรักษาความมั่นคงของมนุษย์ แต่ในเรื่องความท้าทายใหม่นั้น ก็อาจต้องขยายความว่า ในบางประเด็นเท่านั้นที่เป็นความท้าทายใหม่ แต่ประเด็นส่วนใหญ่นั้นเป็นความท้าทายเก่าตั้งแต่ปลายสมัยรัชกาลที่ ๕ และเป็นความงดงามของภูมิปัญญาทางปกครองของรัฐไทยต่อประชากรที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ภาษา และวัฒนธรรม  ความท้าทายใหม่ที่เกิดขึ้นในช่วง ๗ ปีหลังของประเทศไทยในเรื่องความมั่นคงของมนุษย์ ก็คือ การที่รัฐไทยสามารถพิสูจน์ศักยภาพของกฎหมายไทยว่าด้วยสิทธิในสถานะบุคคลตามกฎหมายในการจัดการปัญหาความไร้สถานะตามกฎหมายของมนุษย์ที่มีลมหายใจบนแผ่นดินไทย ไม่ว่ามนุษย์ผู้นั้นจะเกิดในหรือนอกประเทศไทย ความสำเร็จนี้มิได้เกิดขึ้นอย่างง่ายดาย

ทางออกในการทำให้สิทธิมนุษยชนเป็นจริงในสังคมไทย : อะไรคือปัญหา ? เราพบทางออกบ้างแล้วยัง ? และเราออกจากปัญหาได้แล้วแค่ไหน ?
หากย้อนไปคิดต่อจาก ๑๖ ปัญหาสิทธิมนุษยชนตามรายงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในปี พ.ศ.๒๕๕๑ ผู้เขียนก็มีคำถามต่อมาว่า เราพบทางออกของปัญหาดังกล่าวบ้างแล้วยัง ? หรือเราออกจากปัญหาดังกล่าวได้แล้วแค่ไหน ? ผู้เขียนมีคำถามต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติชุดที่สองว่า ท่านจะเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ ? หรือท่านนับต่อจากคณะกรรมการชุดที่แล้ว ? การศึกษาทางออกของปัญหาสิทธิมนุษยชน “ที่เป็นจริงได้และที่รอไม่ได้” สำหรับสังคมไทย ดูจะเป็นคำถามที่ควรจะต้องมีคำตอบในวันนี้  ด้วยการปรากฏตัวของวิชาสิทธิมนุษยชนและสถาบันการศึกษาด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย เราก็น่าจะมีองค์ความรู้ด้านการจัดการปัญหาสิทธิมนุษยชน (Solution Knowledge) อย่างเพียงพอที่จะทำให้สิทธิมนุษยชนเกิดขึ้นได้จริงในสังคมไทยมิใช่หรือ ?

กรณีศึกษานายยุ้น ทองดี : ปัญหาสิทธิทางการศึกษาของคนไร้สัญชาติใน ท.ร.๓๘/๑
นายยุ้นจึงมีสิทธิในการศึกษาในระบบการศึกษาไทย แม้จะยังไม่สามารถพิสูจน์สัญชาติได้ หรือแม้ในสถานการณ์ที่ฟังได้แล้วว่า เป็นคนต่างด้าวไร้สัญชาติก็ตาม รัฐไทยจะต้องเคารพในสิทธิในการศึกษาของนายยุ้น  ดังนั้น นายยุ้นจึงมีสิทธิที่จะสมัครเรียนในโรงเรียนซึ่งกระทรวงศึกษาไทยจัดการศึกษาสำหรับผู้ใหญ่ และเขาจึงมีสิทธิที่จะได้วุฒิบัตรเมื่อจบการศึกษาโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ

กรณีศึกษาบริษัท เมียวดีสยาม จำกัด : การเลือกกฎหมายเพื่อกำหนดสิทธิในการประกอบธุรกิจในประเทศพม่าของบริษัทตามกฎหมายที่ครอบงำโดยบุคคลสัญชาติไทย
ดังนั้น นิติสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นระหว่างรัฐบาลพม่าและบริษัท เมียวดีสยาม จำกัด มีลักษณะระหว่างประเทศเพราะเป็นนิติสัมพันธ์ที่เกิดระหว่างประเทศพม่าและนิติบุคคลตามกฎหมายพม่าที่มีองค์ประกอบไทยเข้มข้น แม้บริษัทเมียวดีสยามจะเป็นนิติบุคคลที่มีสัญชาติพม่า แต่ก็ครอบงำโดยหุ้นส่วนที่มีสัญชาติไทย ความเป็นระหว่างประเทศปรากฏในนิติสัมพันธ์นี้อย่างแน่นอน

กรณีศึกษานายมาทเธียส คาร์ล ดอร์ช : การกำหนดสิทธิทำงานในประเทศไทยของคนสัญชาติไทยซึ่งไม่มีชื่อในทะเบียนราษฎรของรัฐไทย
แต่ก็ต้องย้ำว่า แม้ยังไม่มีทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนเพื่อรับรองความเป็นคนสัญชาติไทย นายมาทเธียสก็ไม่มีความผิดฐานทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต ทั้งนี้ เนื่องจาก พ.ร.บ.การทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.๒๕๕๑ เป็นกฎหมายที่ใช้ต่อคนต่างด้าว มิใช่คนสัญชาติไทย การไม่มีทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนไม่ทำให้นายมาทเธียสกลายเป็นคนต่างด้าว ความไม่มีดังกล่าวมีความหมายเพียงไม่มีการเอกสารเพื่อแสดงตน คนสัญชาติไทยซึ่งไม่มีเอกสารแสดงตนที่ออกโดยรัฐไทย จึงต้องยอมรับที่จะพิสูจน์สัญชาติไทยในทุกครั้งที่มีข้อสงสัยในความเป็นคนสัญชาติไทย ในขณะที่คนสัญชาติไทยที่มีเอกสารแสดงตนที่ออกโดยรัฐไทย อาจใช้เอกสารดังกล่าวยืนยันความเป็นคนสัญชาติไทยได้เลย

ทีมงานของอาจารย์แหวว : สิ่งที่อาจไม่มีเลยหรือมีเป็นกองทัพ ?!!
นับจากรับอีเมลล์ฉบับแรกก็กังวลใจเล็กๆ ก็เราป่วยอย่างนี้จะไปทำอะไรไหว ครูในมหาวิทยาลัยไม่มีบริวารอะไรหรอก มีแต่ลูกศิษย์ ซึ่งลูกศิษย์ที่มาทำวิทยานิพนธ์ก็กำลังจะจบไปหมดแล้ว ช่วงนี้ ก็ลดงาน จึงไม่รับใครมาทำงานด้วยอีกแล้ว เลขานุการก็ไม่มี เหมือนดังก่อน แล้วจะไปทำงานเหมือนก่อนได้อย่างไร มานึกได้ในการตอบอีเมลล์ของคุณธนะชาติว่า พอลูกศิษย์เรียนจบ หลายคนก็ไม่ไปไหน ยังวนเวียนมาชวนอาจารย์แหววทำงานด้วยอยู่ดี ปีนี้ ก็สัญญากับหลายคนว่า จะเป็นทัพหลังให้  เมื่อวาน พวกเขาทำวิทยานิพนธ์หรือวิจัยให้เราตรวจ แต่วันนี้ พวกเขาเป็นเพื่อนร่วมงาน เป็นมวลมิตร  แถมมีมวลมิตรที่พบเจอในการทำงานอีกหลายท่าน 

ตอบคุณชวิดาเรื่องปัญหาการเสียสัญชาติไทยของคุณทักษิณ
แต่ประเด็นที่ว่า คุณทักษิณไปแปลงสัญชาติเป็นคนสัญชาติมอนเตเนโกรนั้น หากเป็นจริง ก็มีผลทำให้เสียสัญชาติไทยโดยผลของมาตรา ๒๒ แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ อันตกเป็นหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ ที่จะประกาศการเสียสัญชาติไทยในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งการเสียสัญชาตินี้มีผลเฉพาะตัวไม่รวมไปถึงบุตรแต่อย่างใด  แต่หากสัญชาติมอนเตเนโกรที่คุณทักษิณได้มา มิใช่สัญชาติโดยการแปลงสัญชาติ การได้สัญชาตินี้ของคุณทักษิณก็ไม่อาจทำให้คุณทักษิณเสียสัญชาติไทยโดยผลของมาตรา ๒๒ แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ ในประเด็นนี้จึงต้องไปพิจารณากฎหมายสัญชาติของประเทศมอนเตเนโกร

ตอบคุณธมลวรรณเรื่องผลของการสละสัญชาติไทยเพื่อสมรสกับชายต่างด้าว
คุณธมลวรรณได้เข้ามาตั้งคำถาม เมื่อวันที่ ๑๒ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๓ @ 16:01 ต่อ อ.แหววว่า “เรียนถามอาจารย์ หนอ่ยนะคะ หนูมีปัญหาดังนี้คะ จดทะเบียนสมรสกับสามีชาวเกาหลีถูกต้องตามกฦหมายและได้ทำเรื่องสละสัญชาติไทยไปแล้ว ตอนนี้ชื่อของหนูประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วว่าได้เสียสัญชาติไทย แต่มีปัญหากับสามีไม่สามารถยื่นเรื่องขอสัญชาติเกาหลีได้อีก กรณีนี้สามารถทำเรื่องขอคืนสัญชาติได้รึไม่ หากหย่ากับสามีแล้ว แล้วกรณีแบบนี้หนูต้องเป็นคนไร้สัญชาติรึเปล่า ต้องทำยังไงถึงจะกลับมาใช้สัญชาติไทยอีก ขอคำแนะนำด้วยคะ”

การตอบข้อสังเกตเชิงสรุป (Concluding Observation) ของคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ (HRC) เกี่ยวกับสิทธิของผู้ลี้ภัยชาวพม่าและชาวม้งที่จังหวัดเพชรบูรณ์ : ผลการศึกษาและข้อเสนอแนะของนักวิจัย
นอกจากนั้น หลังจากที่ HRC ได้พิจารณารายงานฉบับแรกของประเทศไทยในการประชุมครั้งที่ ๒๒๙๓ ๒๒๙๔ และ ๒๒๙๕ ในวันที่ ๑๙-๒๐ กรกฎาคม ๒๕๔๘ ดังกล่าว HRC ได้ทำConcluding Observations จำนวน ๒๖ ข้อขึ้นในการประชุมครั้งที่ ๒๓๐๗ เมื่อวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๔๘  เราพบว่า มีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับคนชายขอบในประเทศไทย ๔ ข้อ  กล่าวคือ (๑) ปัญหาและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับสิทธิของผู้ลี้ภัยชาวพม่าและชาวม้งที่จังหวัดเพชรบูรณ์ (๒) ปัญหาและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับสิทธิของคนงานอพยพทั้งที่จดทะเบียนและไม่ได้จดทะเบียนในประเทศไทย (๓) ปัญหาและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับสิทธิของบุคคลบนพื้นที่สูงที่ยังไร้รัฐ และ (๔) ปัญหาและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับสิทธิของชุมชนของชนกลุ่มน้อย รวมทั้งผู้ที่อยู่บนพื้นที่สูง

กรณีศึกษานางสาวน้ำฝน สินบันเทิง : คนที่อ้างว่าเกิดในประเทศไทยเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๔ จากบุพการีเชื้อสายไทยใหญ่
ปัญหาที่ 1 .มีอยู่ว่าครอบครัวที่พี่น้ำฝนเข้ามาขออยู่เพื่อทำใบครอบครัวนั้น หัวหน้าครอบครัวเป็นคนพม่า และเกิดที่พม่า และเข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทยเมื่อปี 2539 เมื่อพี่น้ำฝนและแม่เข้ามาอยุ่ในครอบครัวนี้เธอจึงตกกลายเป็นคนพม่าทันที เจ้าพนักงานผุ้ที่มาจัดทำบัตรได้บันทึกให้พี่น้ำฝนแก่เป็นคนที่เกิดในพม่า และเข้ามาอยู่ในไทยเมื่อปี 2540 อิสริยาขอถามอาจารย์ว่า จะมีทางแก้ไขเอกสารที่เจ้าหน้าที่บันทึกผิดได้หรือไม่ประการใดค่ะอาจารย์ 

กรณีศึกษานางสาวณัฐภรณ์ : มาช่วยกันทำความเข้าใจปัญหาความไร้สัญชาติของเธอและครอบครัว ตลอดจนความเป็นไปได้ในการจัดการปัญหาดังกล่าว
สุดท้าย หนูขอพูดอะไรหน่อยนะค่ะ หนูก็เป็นเด็กคนหนึ่งที่เกิดในไทย หวงแหนความเป็นไทย พูดภาษาไทย กินแบบไทย ร้องแบบไทย เล่นแบบไทย แต่ทำไมต้องมีการตั้งกฎเกณ์ที่ทำให้ความเป็นอยู่ของเราต้องต่างจากเด็กคนอื่น เราไม่สามารถทำบัตรทองได้ เราไม่สามารถทำงานได้ เราไม่สิทธิที่จะมีอะไรเป็นของตัวเอง ไม่สามารถนอกนอกพื้นที่ได้ เราไม่ใช่นักโทษ เราเป็นแค่เด็กที่ต้องเกิดในที่ที่พ่อแม่เราอยู่ แล้วเราก็กลายเป็นคนไม่มีที่อยู่ มันแย่ยิ่งกว่าเกิดในประเทศที่มีการทำสงครามเสียอีก เพราะมันจะมีประโยชน์อะไร หากการศึกษาที่เรามีอยู่ไม่สามารถนำมาเลี้ยงตัวเราและครอบครัวได้ หนูก็แค่อยากให้สังคมให้คนอย่างพวกหนูได้ทำความฝันที่ตัวเองมีให้เป็นจริงได้ และอยากให้ครอบครัวของเรามีชีวิตที่ดีกว่านี้ ขอขอบคุณครูแหววที่ตอบคำถามของหนูนะค่ะ ช่วยหนูด้วยนะค่ะ หนูไม่รู้จะไปพึ่งใครแล้วค่ะ อนาคตจะเป็นอย่างไร ถ้าเรามองไม่เห็นอนาคต

การเสียสัญชาติไทยเพราะแปลงสัญชาติเป็นคนต่างด้าว
นับจาก  ฎ.๓๑๕/๒๕๐๗ หลักกฎหมายสัญชาติในเรื่องนี้จึงปรากฏตัวอย่างชัดเจนว่า การแปลงสัญชาติเป็นคนต่างด้าวอันจะทำให้บุคคลเสียสัญชาติไทยได้จะต้องมีข้อเท็จจริงครบองค์ประกอบ ๒ ประการ คือ การแปลงสัญชาติจะต้องมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมายต่างด้าวนั้นแล้ว และผู้แปลงสัญชาติมีเจตนาจะถือสัญชาตินั้นควบคู่ไปกับสัญชาติไทย

สิทธิในการจดทะเบียนสมรสตามกฎหมายไทย : คนถือบัตรเลข ๐ มีสิทธิหรือไม่ ?
การจดทะเบียนสมรส Date: Tue, 13 Apr 2010 07:45:38 +0700 ผมมีคำถามต้องการ สอบถามด้วยนะครับ ผมจะสามารถจดทะเบียนสมรสกับ หญิงที่มีบัตรขึ้นต้นด้วยเลข 0 ได้ไหมครับ  ถ้าได้ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง / จากที่ไหน ถ้าไม่ได้ เพราะอะไร ช่วยตอบด้วยนะครับ น้อง k ด้วยความเคารพ

เรื่องเล่าจากอาจารย์มิวเมื่อวันที่ ๑๗ มกราคม พ.ศ.๒๕๕๓ : กรณีศึกษาเกี่ยวกับการจัดการผลกระทบต่อสิทธิในสถานะบุคคลตามกฎหมายไทยอันเกิดจากการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยสถานะบุคคล
ทุกท่านคะ พอดีว่ามีเคสมาปรึกษาอีกทีค่ะ เลยอยากหารือค่ะว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรดีคะ  ขอเล่าข้อเท็จจริงคร่าว ๆ นะคะ มารดาทำบัตรประชาชนปลอมแต่งงานกับบิดาสัญชาติสิงคโปร์ และมีลูกเกิดที่ประเทศไทย ลูกขึ้นต้นด้วยเลข ๑ มีสูติบัตร แต่ปัจจุบันมารดาถูกจำคุกข้อหามีและใช้บัตรปลอม (เอกสารราชการ) บิดาจึงดำเนินเรื่องกลับประเทศสิงคโปร์ และศาลสิงคโปร์มีคำสั่งรับรองบุตร ตอนนี้บุตรที่เกิดที่ไทย มีสัญชาติสิงคโปร์เรียบร้อยแล้ว  บิดาเขาถามว่าถ้าจะเอาเด็กกลับสิงคโปร์จะต้องทำอย่างไรบ้าง ??????? (๑) เด็กสามารถเดินทางออกนอกไทย โดยใช้พาสปอร์ตของสิงคโปร์เลยได้ใช่ไหมคะ ถ้าเด็กมีพาสปอร์ตของสิงคโปร์แล้ว และ (๒) เลขประจำตัวของเด็กก็ถือว่าได้มาโดยไม่ชอบด้วยใช่ไหมคะ ทางสำนักงานเขตบอกว่าฐานข้อมูลระงับเลขของน้องเขาไว้ด้วยค่ะ

กรณีศึกษานางฝาและบุตร : ตัวอย่างการจัดการสิทธิของคนชาติพันธุ์มานิก (ซาไก) ซึ่งประสบปัญหาความไร้รัฐ
ในข้อเท็จจริงของนางฝา เราไม่พบว่า นางฝามีจุดเกาะเกี่ยวกับรัฐต่างประเทศใดเลย แม้จะยังไม่มีการรับรองสถานะบุคคลในทะเบียนราษฎรของรัฐไทยในสถานะใดสถานะหนึ่ง รัฐไทยซึ่งเป็นรัฐที่พบตัวนางฝา ย่อมจะต้องยอมรับให้ใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยบุคคลในการกำหนดสิทธิในสถานะบุคคลตามกฎหมายเอกชนของนางฝา ซึ่งประเด็นสำคัญก็มีอยู่ ๒ เรื่อง ก็คือ (๑) การเริ่มต้นสภาพบุคคล (๒) ความสามารถ และ (๓) การสิ้นสุดสภาพบุคคล

กรณีศึกษานางฝาและบุตรของนางฝา : ตัวอย่างปัญหาที่เกิดแก่คนชาติพันธุ์มานิก (ซาไก) ในอำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง
ในที่สุด เราก็ได้ศึกษาคนซาไกหรือคนมานิเสียที เป็นคำร้องที่มาจาก ศ.ดร.สุวิไล แห่ง สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งงานนี้ อ.ไหม กิติวรญา รัตนมณี อาสาเป็นเจ้าของงาน และคุณหมอนิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ก็รับแล้วที่จะเข้ามาเป็นพื้นที่การผลักดันงานด้านกฎหมายและนโยบาย กระบวนการศึกษาเพื่อจัดการสถานะและสิทธิของมนุษย์ที่เรียกว่า “ซาไกหรือมานิ” จึงเริ่มต้นสำหรับเรานักกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล

กรณีศึกษานางสาวนาลิสา ทรอย : สิทธิในสัญชาติไทยของบุตรที่เกิดนอกประเทศไทยก่อนวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๓๕ ของหญิงไทยและชายต่างด้าว
แม้ว่า นางนาลิสาจะไม่ได้สัญชาติไทยจากมารดาในขณะที่เกิดตามมาตรา ๗ (๒) แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ ฉบับดั้งเดิม ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีผลในขณะที่นางนาลิสาเกิด แต่โดยกฎหมายที่ปฏิรูปใหม่ที่มีผลตั้งแต่วันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๓๕ เป็นต้นมา นางนาลิสาจึงได้สัญชาติไทยโดยหลักสืบสายโลหิตจากมารดาโดยผลของกฎหมายของฝ่ายนิติบัญญัติ จึงไม่จำเป็นต้องร้องขอสัญชาติไทยแต่อย่างใด

คำนำหนังสือคู่มือการจดทะเบียนการเกิดของ อ.ด๋าวและอ.วีนัส : เมื่อเอ็นจีโอและจีโอฝันที่จะพัฒนา “สูตรสำเร็จ” เพื่อจัดการปัญหาความไร้รัฐไร้สัญชาติอย่างยั่งยืนให้แก่เด็กที่มีจุดเกาะเกี่ยวไทย
ผู้เขียนคำนำมีความดีใจอย่างเหลือล้นเมื่อทราบว่า อ.ด๋าว-ดรุณี ไพศาลพาณิชย์กุล มาจับมือกับ อ.วีนัส สีสุข เพื่อเขียนคู่มือการจดทะเบียนการเกิดด้วยกัน ทั้งนี้ เพราะการจับมือของคนทั้งสอง ก็คือ การจับมือระหว่างคนทำงานด้านวิชาการที่มีภารกิจที่ตรงกันข้าม  คนหนึ่งเป็นเอ็นจีโอ แต่อีกคนเป็นจีโอ ซึ่งโดยปกติ อาจจะมีขั้นตอนการทำงานที่ประจันหน้ากันด้วยซ้ำไป  เราคงเข้าใจได้ดีว่า งานเอ็นจีโอ หรือ Non – Governmental Organization นั้นเป็นงานของคนที่คิดนอกกรอบ และความที่ไม่อยู่ในระบบราชการ ประชาชนที่เดือดร้อนก็จะไปใช้เอ็นจีโอเป็นตัวแทนในการต่อสู้กับภาคราชการ จึงเป็นสาเหตุที่เราเห็นการเผชิญหน้าระหว่างภาคประชาชนและภาคราชการ และหลายครั้งที่ทั้งสองฝ่ายขัดแย้งทางความคิดจนลืมไปว่า เป้าหมายของทั้งสองฝ่ายเป็นเรื่องเดียวกัน ก็คือ ขจัดปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ผู้เขียนพบว่า ในหลายสถานการณ์ที่ฝ่ายที่ขัดแย้งกันอยู่ตระหนักในเป้าหมายเดียวกัน ความขัดแย้งก็จะเปลี่ยนมาเป็นความร่วมมือกันที่จะสร้างสรรค์วิธีการที่ดีที่สุดสำหรับประชาชน

กรณีศึกษานางสาวอรนลิน ปานาที : จากคนต่างด้าวที่เกิดในประเทศไทยจากบิดาตามข้อเท็จจริงสัญชาติไทย สู่คนสัญชาติไทยโดยหลักดินแดนตั้งแต่วันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๓๕ และคนสัญชาติไทยโดยหลักสืบสายโลหิตจากบิดาตั้งแต่วันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๑
ผู้เขียนนำเรื่องของคุณอรนลินมาเขียนเป็นบทความทางวิชาการ ทั้งนี้ มีความตั้งใจ ๓ ประการ กล่าวคือ (๑) ผู้เขียนอยากให้เจ้าของปัญหาได้ศึกษาแนวคิดในการจัดการปัญหาที่เขียนในบทความทางวิชาการเพื่อที่จะเรียนรู้ที่จะจัดการปัญหาด้วยตัวเอง (๒) ผู้เขียนมีความหวังว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐหรือองค์การพัฒนาเอกชนที่อาจช่วยเหลือเจ้าของปัญหาได้อาจศึกษาแนวคิดในการจัดการปัญหาจากบทความนี้ได้ และ (๓) ผู้เขียนอยากให้บทความนี้เป็นบทเรียนให้นักศึกษาที่ไม่ควรรับรู้ในความทุกข์ยากของมนุษย์ผู้ไร้สัญชาติได้มีโอกาสเรียนรู้จากเรื่องจริงของมนุษย์ผู้ทุกข์ยากบนแผ่นดินไทยบ้าง

บันทึกถึง ..ก้าวเล็กๆ ของพวกเราเพื่อหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของคนไร้สัญชาติ
ก้าวต่อไป ..งานต่อไป สำหรับงานด้านวิชาการ สิทธิขั้นพื้นฐานของคนไร้รัฐไร้สัญชาติ หรือคนที่มีปัญหาสถานะ ยังคงมีคำถามเดิมๆ ที่ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน รวมถึงคำถามใหม่ๆ การไม่สามารถเข้าถึงและใช้สิทธิในหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าเป็นเพียงประเด็นหนึ่งของการเข้าถึงและใช้สิทธิในหลักประกันหรือสวัสดิการพื้นฐานของราษฎรในประเทศไทยเท่านั้น ยังมีหลักประกันพื้นฐานหรือสวัสดิการพื้นฐานด้านอื่นๆ ที่ยังคงขาดความเข้าใจ ความชัดเจนในสังคมไทยเช่นกัน อาทิ กรณีที่ธุรกิจประกันภัย/ ประกันชีวิตที่ยังคงดำเนินการในลักษณะของการเลือกปฏิบัติในการให้บริการระหว่างราษฎรที่เป็นคนสัญชาติไทยกับราษฎรที่เป็นคนต่างด้าว ฯลฯ ซึ่งสาเหตุอาจเป็นไปได้ว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ทราบหลักกฎหมายดังกล่าว หรือ ทราบถึงหลักกฎหมายแต่ด้วยทัศนคติในทางลบต่อราษฎรต่างด้าวของเจ้าหน้าที่ ฯลฯ

กรณีศึกษาเด็กชายพล : จุดเกาะเกี่ยวระหว่างรัฐและบุตรที่เกิดในประเทศไทยจากหญิงแรงงานเข้าเมืองผิดกฎหมายจากประเทศพม่าที่ขึ้นทะเบียนแรงงานอย่างถูกกฎหมาย
โดยสรุปในส่วนที่เกี่ยวกับจุดเกาะเกี่ยวระหว่างรัฐและเด็กชายพล เราจึงอาจยืนยันได้ว่า  มีเพียง ๒ ประเทศ กล่าวคือ ประเทศไทยและประเทศพม่าที่มีจุดเกาะเกี่ยวกับเด็กชายพล อันทำให้สถานะบุคคลของบุคคลธรรมดาดังเด็กชายพลมีลักษณะระหว่างประเทศ และตกอยู่ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ แต่อย่างไรก็ตาม จุดเกาะเกี่ยวที่แต่ละรัฐมีกับเด็กชายพลมีคุณภาพที่แตกต่างกัน

กรณีศึกษานายแอคเว่ : ปัญหาการเลือกกฎหมายเพื่อกำหนดความสามารถของบุคคลธรรมดา
นายแอคเว่เกิดในประเทศฝรั่งเศสใน พ.ศ.๒๕๑๒ จากนายจองและนางแมรี่คนสัญชาติฝรั่งเศส เขาได้เดินทางเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศลาวตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๔๔ นายแอคเว่ได้สมรสตามกฎหมายกับนางสกุณาซึ่งมีสัญชาติไทยใน พ.ศ.๒๕๔๕ และบุคคลทั้งสองไปตั้งบ้านเรือนอยู่ที่กรุงเวียงจันทน์ ประเทศลาว ตั้งแต่สมรส จนถึงปัจจุบัน โดยหลักกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล ถามว่า จะต้องใช้กฎหมายของประเทศใดบ้างในการกำหนดความสามารถในการทำนิติกรรมของนายแอคเว่ ? เพราะเหตุใด ?

กรณีศึกษานายจิตร : สิทธิถือครองที่ดินในประเทศไทยของคนต่างด้าว
สิ่งที่จะต้องทำสำหรับจิตรเพื่อที่จะสามารถถือครองที่ดินในประเทศไทย ก็คือ นายจิตรจะต้องไปร้องขอลงรายการสัญชาติไทยต่อนายทะเบียนในท้องที่ที่ตนมีภูมิลำเนา ซึ่งมาตรา ๒๓ วรรคคสอง  แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๕๑ กำหนดให้นายทะเบียนราษฎรต้องบันทึกรายการสถานะบุคคลของนายจิตรในทะเบียนบ้านคนอยู่ถาวร และเปลี่ยนเลขประจำตัวประชาชนให้แก่นายจิตร หากนายจิตรพิสูจน์ตนได้ว่า ตนเป็นบุคคลเป้าหมายของมาตรา ๒๓ แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๕๑  แม้ว่า การลงรายการสัญชาติไทยตามกฎหมายทะเบียนราษฎรจะเกิดเมื่อใดก็ตาม สิทธิในสัญชาติไทยของนายจิตรก็จะมีผลนับแต่วันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๑ เป็นต้นมา 

กรณีศึกษานางต้อย อาจปรุ : กรณีนางต้อย อาจปรุ - คนไร้รัฐที่เป็นโรคเรื้อนแห่งโคราช- มิใช่ชายแดน มิใช่พื้นที่สูง กลางเมืองใหญ่ทีเดียว
ทันทีที่ได้รับอีเมลล์นี้  อ.แหววก็อีเมลล์ต่อไปยังเครือข่าย คศน. อาทิ หมอจุ๊ก หมอตุ่ย หมอแคน น้องแวว น้องกิ๋วว่า “โปรดอ่านข้อเท็จจริงที่สรุปโดย อ.มิวถึง " นางต้อย อาจปรุ"  เป็นเรื่องของคนไร้รัฐแห่งโคราชค่ะ เป็นโรคเรื้อนค่ะ และอาจสร้างโรคติดต่อในโคราชได้แน่นอนค่ะ แบบนี้ คศน.จะทำอย่างไรคะ ?? ฝากให้คุณหมอ คศน. ที่มาจากโคราชด้วยค่ะ แล้วก็คุณหมอที่ดูแลโรคระบาดค่ะ” อ.แหววหวังว่า เรื่องของนางต้อยจะเป็นการบอกแก่เครือข่าย คศน.ว่า คนไร้รัฐไม่ได้มีอยู่แค่ที่อุ้มผางค่ะ กองทุนรักษาพยาบาลคนไร้รัฐนั้นจำเป็นในพื้นที่ที่เราพบคนไร้รัฐอย่างหนาแน่น อาทิ โคราชค่ะ อยากให้ทีม คศน. ลองไปเดินเผชิญสืบดู และเชื่อไหมคะ

กรณีศึกษานายมงคล : กฎหมายสัญชาติที่มีผลกำหนดสถานะบุคคลตามกฎหมายของคนเกิดในประเทศไทยเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๘ จากบิดาและมารดาซึ่งเป็นคนต่างด้าวที่มีเชื้อสายไทย
เรื่องของนายมงคลชี้ให้เห็นว่า ความมีจุดเกาะเกี่ยวที่แท้จริงกับรัฐต่างประเทศไม่เป็นอุปสรรคต่อการได้มาซึ่งสัญชาติไทย หรือการมีจุดเกาะเกี่ยวที่แท้จริงกับประเทศไทยก็ไม่หมายความว่า จะต้องทำให้ได้สัญชาติไทยเสมอไป  การมีจุดเกาะเกี่ยวที่แท้จริงกับรัฐไทยกับสิทธิในสัญชาติไทยเป็นคนละเรื่องกัน เป็นที่แน่นอนว่า โดยหลักกฎหมายระหว่างประเทศ คนที่อาจได้สัญชาติไทยย่อมจะต้องมีจุดเกาะเกี่ยวที่แท้จริงกับประเทศไทย แต่คนที่มีจุดเกาะเกี่ยวที่แท้จริงกับประเทศไทยอาจไม่มีสัญชาติไทย สิทธิในสัญชาติย่อมเป็นไปตามกฎหมายของรัฐเจ้าของสัญชาติ ซึ่งอาจมีข้อเท็จจริงอื่นมากำหนดเงื่อนไขแห่งสิทธิ นอกเหนือไปจากจุดเกาะเกี่ยวที่มนุษย์มีกับรัฐไทย

บุคคลผู้ถือบัตรบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทยและบุตร จะมีสิทธิขอลงรายการสัญชาติไทยในทะเบียนบ้านตามมาตรา ๒๓ หรือไม่ ? เพราะเหตุใด ? : กรณีศึกษานางสาวมึดา นาวานารถ
จะเห็นว่า การถือบัตรประจำตัวคนต่างด้าวตามกฎหมายทะเบียนราษฎรที่เรียกว่า “บัตรเขียวขอบแดง” ของมึดา ไม่ทำให้เธอต้องเสียสิทธิตามมาตรา ๒๓ วรรคแรก แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๕๑  ในความเป็นจริง บุคคลที่ถือบัตรคนต่างด้าวตามกฎหมายทะเบียนราษฎรประเภทต่างๆ ย่อมมีสิทธิในลักษณะเดียวกับมึดา หากมีข้อเท็จจริงครบตามที่กำหนดในมาตรา ๒๓ วรรคแรก แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๕๑ เฉกเช่นมึดา

ปัญหาสิทธิในหลักประกันตามกฎหมายรัฐธรรมนูญของบุคคลที่เป็นชนกลุ่มน้อยในประเทศไทย (ข้อ ๒ (๑), ๓, ๒๖, ๒๗ แห่ง ICCPR) : การตอบ HRC เกี่ยวกับสิทธิตาม ICCPR ของคนชายขอบ
จะเห็นว่า โดยหลักกฎหมายระหว่างประเทศและหลักกฎหมายไทยเอง ตลอดจนปกติประเพณีของรัฐ “สิทธิทั้งปวงที่ได้รับการประกันภายใต้กฎหมายไทย รวมถึงหลักประกันตามรัฐธรรมนูญนั้น ได้ครอบคลุมถึงบุคคลทุกคนภายใต้เขตอำนาจศาล รวมถึง ผู้ที่มิใช่พลเมือง ผู้อพยพ ผู้ลี้ภัย และผู้แสวงหาที่หลบภัย” ด้วยอย่างแน่นอนและไม่มีเงื่อนไข หากสิทธิดังกล่าวเป็นสิทธิมนุษยชน  แต่หากเป็นสิทธิอื่นๆ ซึ่งมิใช่สิทธิทางการเมือง “ผู้ที่มิใช่พลเมือง ผู้อพยพ ผู้ลี้ภัย และผู้แสวงหาที่หลบภัย” ก็เข้าถึงสิทธินั้นได้ หากมีเงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนด เฉพาะสิทธิทางการเมืองเท่านั้น ซึ่งกฎหมายไทยมิได้ยอมให้คนต่างด้าวเข้ายุ่งเกี่ยว และยังจำกัดสิทธิที่จะเป็นผู้แทนทางการเมืองของคนสัญชาติไทยภายหลังการเกิด กล่าวคือ คนสัญชาติไทยโดยการสมรส และคนสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติ

ทำไมชาวเขาที่เกิดในราว พ.ศ.๒๔๙๖ อย่างเชี้ยวยีจึงจึงไม่มีสูติบัตร ? : คำถามที่ไม่น่าถาม ?
เมื่อปลัดอำเภอถามว่า อาจึงเหมยหรือเล่าสือซึ่งเป็นบิดาหรือมารดาของเชี้ยวยีจึงได้ไปแจ้งการเกิดของเชี้ยวยีจึงหรือไม่ ?  คำถามอย่างนี้ย่อมเป็นคำถามที่ไม่ตระหนักในบรรยากาศของสภาพบ้านเมืองของบ้านหัวแม่คำ เมื่อเชี้ยวยีจึงเกิดที่หัวแม่คำ จังหวัดเชียงรายใน พ.ศ.๒๔๙๖ ก็แปลว่า เชี้ยวยีจึงเกิดก่อนการเกิดขึ้นของระบบการทะเบียนราษฎรทั่วไปภายใต้ พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ.๒๔๙๙  ดังนั้น การถามหาสูติบัตรที่รับรองการเกิดของเชี้ยวยีจึง ย่อมเป็นคำถามจากผู้ถามที่อาจไม่ตระหนักในประวัติศาสตร์กฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรนั่นเอง

ตอบคุณนุชเรื่องคนไม่มีสถานะใดเลยหรือคนที่ไม่มีที่ยืนบนโลกใบนี้
แต่ปัญหาอยู่ตรงที่ว่า ปัจจุบัน นางเอ ไม่มีเอกสารใดๆที่จะแจ้งถึงความเป็นคนเลย พิสูจน์สัญชาติไม่ได้ หาพี่น้องไม่ได้ แล้วนางเอที่อายุมากป่วย เป็นโรคคนชราต่างๆนาๆ (ไม่ได้เป็นโรคติดต่อใดๆ) ต้องการไปหาหมอ ซึ่งปัจจุบันไม่สามารถรับการรักษาที่ไหนได้เลย เนื่องจากต้องใช้บัตรประชาชนในการเข้ารับการรักษา มีคนบอกให้ไปขึ้นทะเบียนเป็นผู้ไม่มีสถานะที่เขต เมื่อเจ้าหน้าที่เขตเรียกพยานแวดล้อมหลายคน เพื่อยืนยันว่าเป็นผู้ที่อยู่ในประเทศไทยนานจริง (ซึ่งสองผัวเมียที่เลี้ยงก็ตายไปประมาณ 5 ปีที่แล้ว) จนการสอบถามพยานหลายคนเสร็จสิ้น  ทางหัวหน้าเขตกลับแจ้งว่าไม่สามารถเซ็นผ่านให้ได้ เพราะพิสูจน์สิ่งใดไม่ได้เลยว่าเป็นใคร ยังไง ที่ไหน แล้วจะเซ็นให้ผ่านได้ยังไง 

ตอบคุณนุชจรินทร์ คนสัญชาติไทยที่มีสามีเป็นคนสัญชาติอเมริกัน
คุณนุชจรินทร์มาตั้งคำถามในเว็บโกทูโนของอาจารย์แหววเมื่อวันที่ ๑๔ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๒ เวลา ๓.๐๓ น. ดังนี้ “สวัสดีค่ะ ..ขอรบกวนสอบถามสัก2-3ข้อค่ะดิฉันเพิ่งจะจดทะเบียนสมรสกับชาวอเมริกันที่ ส.น บางรัก กทม ฉันมีลูกติด2คน และแฟนกำลังทำเรื่องรับเป็นบุตรบุญธรรม แต่ดิฉันไม่มีความรู้เกี่ยวกับอะไรเลย และแฟนก็ไม่กลับอเมริกา คือเราจะอยู่ด้วยกันที่เมืองไทย ถ้าจดทะเบียนแล้วดิฉันจะได้สองสัญชาติรึเปล่า แล้วถ้าลูกเปลี่ยนเป็นนามสกุลแฟนจะเรียกว่าถือสัญชาติรึเปล่าและจะทำยังไงถึงจะได้สองสัญชาติ แฟนจะทำเรื่องให้ดิฉันถือพลาสพลอสอเมริกาเวลาเขาเสียชีวิตเราสามารถไปรับมรดกที่นั่น...และเราทำพินัยกรรมเรียบร้อยแล้วช่วยตอบทีนะค่ะ...... ดิฉันกับแฟนอยู่เมืองไทย อีกอย่างค่ะ ตอนนี้แฟนปลดกะเศียร แล้วมีเงินบำนานทุกเดือนถ้าแฟนเสียชีวิตดิฉันจะได้รับเงินบำนานรึเปล่าค่ะช่วยตอบทีนะค่ะขอบคุนค่ะ”

ตอบคุณตุ่มเรื่องสัญชาติไทยของบุตรของชายสัญชาติไทยที่เกิดจากหญิงสัญชาติลาว
ตามกฎหมายไทยในปัจจุบัน บิดาเป็นคนสัญชาติไทย ไม่ว่าจะจดทะเบียนสมรสหรือไม่ ? บุตรก็มีสัญชาติไทยโดยหลักสืบสายโลหิตจากบิดา ไม่ว่าจะเกิดในหรือนอกราชอาณาจักร ไปดูมาตรา ๗ (๑)  แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ ซึ่งถูกแก้ไขและเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ ๒ และ ๓) พ.ศ.๒๕๓๕ รวมถีงโดย พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๕๒ นะคะ และเมื่อบุตรเกิดในประเทศไทยจากบิดาสัญชาติไทย บุตรก็จะมีสัญชาติไทยโดยหลักดินแดน ไม่ว่าบิดาหรือมารดาจะจดทะเบียนสมรสกันหรือไม่ ?

การจัดทำทะเบียนประวัติแรงงานต่างด้าว ๓ สัญชาติและผู้ติดตาม
นโยบายของรัฐบาลเกี่ยวกับการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวทั้งระบบ ปรากฏให้เห็นตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๔๗ และวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๔๗  ซึ่งเห็นชอบแนวทางการ บริหารจัดการแรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่า ลาว และกัมพูชาที่อาศัยทำงานอยู่ในประเทศไทยโดยผิดกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองและกฎหมายว่าด้วยการทำงานของคนต่างด้าว ด้วยการให้กระทรวงมหาดไทยใช้อำนาจตามมาตรา ๑๗ แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒ ออกประกาศอนุญาตให้คนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง ๓ สัญชาติทั้งตัวผู้ที่เป็นแรงงานและผู้ติดตามของแรงงานไม่ว่าจะเป็นญาติพี่น้อง สามี ภริยาหรือบุตรหลานอาศัยอยู่ในประเทศไทยได้เป็นการชั่วคราวเพื่อรอการส่งกลับและให้ทำงานได้เป็นระยะเวลา ๑ ปี และให้กรมการปกครอง (สำนักทะเบียนกลาง) จัดทำทะเบียนประวัติและออกบัตรประจำตัวเป็นหลักฐาน ซึ่งกรณีดังกล่าวถือเป็นครั้งแรกที่ให้มีการจัดทำทะเบียนประวัติแรงงานต่างด้าวตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรและเป็นครั้งแรกที่ให้สิทธิอาศัยครอบคลุมถึงผู้ติดตามแรงงานด้วย โดยผู้ที่เป็นแรงงานและผู้ติดตามที่ไปรายงานตัวจัดทำทะเบียนประวัติ ท.ร.๓๘ ได้เลขประจำตัวเป็นบุคคลประเภท ๐๐ 

ตอบคุณมัฒนาเรื่องปัญหาสถานะบุคคลตามกฎหมายไทยของสามีต่างด้าว
หนูแต่งงานกับชาวมาเลเซีย จดทะเบียนเมื่อ พ.ศ.2549 สามีต้องไปต่อวีซ่าทุกปี และไม่สามารถทำงานในไทยได้ เนื่องจากมีสัญชาติมาเลเซีย สามีพูดไทย เขียนไทยได้ พูดเขียนฟัง ภาษาอังกฤษและมาเลเซียดี ดังนั้นไม่ว่าจะสมัครงานที่ไหน ก็จะไม่มีคนรับแม้ว่าจะมีความรู้ก็ตาม หนูมีคำถามเกี่ยวกับการถือสองสัญชาติดังนี้ (1.) สามีสามารถถือสองสัญชาติ (มาเลและไทย) ได้ไหมคะ (2.) ถ้าได้มีขั้นตอน ระเบียบการอย่างไร  (3.) ถ้าอาจารย์ไม่สะดวก อยากปรึกษากับทางนิสิตปริญญาโท หรือใครก็ได้ บ้านอยู่แถวบางรัก หนูสามารถไปหาได้ที่ท่าพระจันทร์ หรือ โทรมาก็ได้คะ หนูกลุ้มใจมาก สามีอยากทำงานในไทยจะได้อยู่กับลูกคะ

อัยการใน พ.ศ.๒๕๐๘ ชี้หน้าที่รับใบถิ่นที่อยู่ของซูซานคนเกิดในไทยเมื่อ พ.ศ.๒๔๙๒ จากมารดาสัญชาติอเมริกันอย่างไร ? ..... โปรดติดตาม...
จะเห็นว่า ซูซานจึงมีสองสัญชาติไทย กล่าวคือ สัญชาติไทยและสัญชาติอเมริกัน อัยการไทยใน พ.ศ.๒๕๐๘ จึงไม่เห็นว่า การมีสัญชาติอเมริกันของซูซานจะทำให้ซูซานเสียสัญชาติไทยโดยหลักดินแดนโดยการเกิดตามมาตรา ๗ (๓) แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.๒๔๙๕ ซึ่งถูกแก้ไขและเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๔๙๖ แม้จะมีสองสัญชาติ แต่เมื่อสัญชาติหนึ่ง ก็คือสัญชาติไทย ซูซานก็มีสถานะเป็นคนสัญชาติไทย จึงไม่ใช่คนต่างด้าว จึงไม่ต้องรับใบถิ่นที่อยู่ตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองแต่อย่างใด

ท.ต.๑ : สะพานเพื่อบุตรผู้เยาว์ของแรงงานต่างด้าวใน ท.ร.๓๘/๑ จะใช้สิทธิในสถานะราษฎรไทยประเภทคนต่างด้าวอยู่ชั่วคราวที่มีสิทธิอาศัยตามกฎหมายคนเข้าเมือง
แต่พันธกรณีตามกฎหมายระหว่างประเทศนี้มิได้หมายความบังคับรัฐไทยให้ต้องยอมรับให้สิทธิในสัญชาติไทยหรือสิทธิเข้าเมืองหรือสิทธิอาศัยโดยพลัน ปัญหาการรับรองสิทธิทั้งสามสิทธิดังกล่าวมาเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาภายใต้ชุดความคิดอีกชุดหนึ่ง ไม่ควรเอามาปะปนกัน ในท้ายที่สุดที่ต้องยืนยัน ก็คือ หากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๓ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๒ ยังไม่อาจขจัดปัญหาความไร้รัฐให้แก่บุตรของแรงงานต่างด้าวจากพม่าลาวกัมพูชาที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย รัฐบาลไทยโดยคณะรัฐมนตรีนี้ก็ยังไม่สิ้นภารกิจที่จะแสวงหาแนวคิดและวิธีการที่จะจัดการให้บุตรดังกล่าวได้รับการขจัดปัญหาความไร้รัฐ มิฉะนั้น พวกเขาก็จะเป็นกลุมมนุษย์ในสังคมไทยที่ยังมิได้รับการรับรองสถานะบุคคลตามกฎหมาย อันทำให้รัฐบาลไทย โดยเฉพาะกรมการปกครอง ยังบกพร่องที่จะปฏิบัติตามข้อ ๖ แห่งปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ค.ศ.๑๙๔๘ และข้อ ๑๖ แห่ง กติกาสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิทางแพ่งและสิทธิทางการเมือง ค.ศ.๑๙๖๖ มาช่วยกันคิดกันค่ะว่า จะเสนอคณะรัฐมนตรีให้ทำอย่างไรกันดี

กรณีศึกษานางสงวน : ตัวอย่างของคนสัญชาติไทยโดยหลักสืบสายโลหิตจากบิดาภายใต้มูลนิติธรรมประเพณี
ฟังข้อเท็จจริงได้ว่า นางสงวนเกิดที่เมืองปกเปี้ยน ประเทศพม่า ในปี พ.ศ.๒๔๕๓ จากบิดาสัญชาติไทย และมารดามอญ  บิดาเป็นคนเชื้อชาติไทยและสัญชาติไทยที่อพยพเข้ามาทำงานรับจ้างบริษัทอังกฤษในประเทศพม่า จึงไม่เสียสัญชาติไทยโดยผลของสนธิสัญญาระหว่างประเทศไทยและประเทศอังกฤษ มิใช่คนเชื้อชาติไทยที่อาศัยอยู่บนแผ่นดินปกเปี้ยนอันทำให้เสียสัญชาติไทยโดยผลของสนธิสัญญาดังกล่าว นางสงวนอาศัยอยู่ในประเทศพม่าตั้งแต่เกิด และไม่มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทยเลยตั้งแต่นั้น จนถึง พ.ศ.๒๕๓๙ ซึ่งช่วงเวลาหลังนี้เธอได้อพยพพาครอบครัวเข้ามาตั้งบ้านเรือนอยู่ที่จังหวัดระนอง นางสงวนได้มาอาศัยอยู่กับนายแสวง ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้องชายของนางสงวน ไม่ปรากฏว่า นางสงวนมีชื่ออยู่ในทะเบียนราษฎรของรัฐพม่า และถือบัตรประจำตัวคนสัญชาติพม่า เธอมีสถานะเป็นคนไร้รัฐในประเทศไทย แต่อย่างไรก็ตาม ยังไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า นายทะเบียนราษฎรตามกฎหมายไทยได้เพิ่มชื่อของนางสงวนลงในทะเบียนราษฎรของรัฐไทย 

ตอบคุณหนุ่มเรื่องสิทธิในสัญชาติไทยตามมาตรา ๒๓ : ต้องเริ่มต้นจากการพิสูจน์การเกิดในประเทศไทย
สวัสดีครับอาจารย์  คือผมมีเรื่องอยากสอบถาม - พ่อ-แม่ถือบัตรสีชมพู ซึ่งย้ายเข้ามาเมื่อปี 2525 (บัตรใหม่ ยังไม่ได้ไปขอโอนต่างด้าว) - ผมถือบัตรบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน - ไม่มีรูปในทะเบียนบุคคล (ใบครอบครัว) แต่ได้ย้ายเข้าในทร.14/1 ของครอบครัวแล้ว (เพราะเมื่อพ่อ-แม่ทำบัตรที่ทางรัฐบาลสำรวจ ผมยังเด็ก เจ้าหน้าที่ไม่ได้ให้ถ่าย เพราะบอกว่าจะได้สัญชาติแน่นอน)  - ผมเกิดในประเทศไทย(เกิดในปี 2526) ไม่มีสูติบัตร  มีแต่หลักฐานการศึกษา (ป.6,ม.3)  ไม่ทราบผมจะมีสิทธิ์ได้สัญชาติไทย ตามมาตรา 23 หรือไม่ ? เพราะมีองค์กรนึงมาสำรวจก่อนหน้านี้นิดนึง และมีรายชื่อผมติด ว่าสามารถร้องขอสัญชาติได้  เลยอยากแน่ใจอีกทีนึงครับ ขอบคุณล่วงหน้าครับ และขอรบกวนอาจารย์ช่วยตอบกลับเมล์ด้วยครับ 

กรณีนายมาร์ค : จากคนต่างด้าวซึ่งมีมีจุดเกาะเกี่ยวโดยการเกิดกับประเทศไทยโดยหลักสืบสายโลหิตจากมารดา....สู่คนสัญชาติไทยโดยหลักสืบสายโลหิตจากมารดาตั้งแต่วันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๓๕
แม้ว่า นายมาร์คจะไม่ได้สัญชาติไทยจากมารดาในขณะที่เกิดตามมาตรา ๗ (๒) แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ ฉบับดั้งเดิม ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีผลในขณะที่นายมาร์คเกิด แต่โดยกฎหมายที่ปฏิรูปใหม่ที่มีผลตั้งแต่วันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๓๕ เป็นต้นมา นายมาร์คจึงได้สัญชาติไทยโดยหลักสืบสายโลหิตจากมารดาโดยผลของกฎหมายของฝ่ายนิติบัญญัติ จึงไม่จำเป็นต้องร้องขอสัญชาติไทยแต่อย่างใด

มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๓ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๒ เรื่อง การดำเนินงานตามยุทธศาสตร์การจัดการปัญหาสถานะและสิทธิของบุคคล
แนวทางการดำเนินการในระยะต่อไป  4.1 ขยายกรอบระยะเวลาการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์การจัดการปัญหาสถานะและสิทธิของบุคคลต่อไปอีก 2 ปี นับตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบเพื่อเร่งรัดดำเนินการให้กลุ่มเป้าหมายได้รับการแก้ปัญหาตามยุทธศาสตร์ฯ ที่กำหนด  โดยมีกรอบแผนปฏิบัติการประกอบด้วย 4 กิจกรรม คือ 1) การสำรวจกลุ่มเป้าหมายที่ตกสำรวจ 2) การเร่งรัดกำหนดสถานะบุคคล 3) การพิจารณาให้สิทธิในด้านต่าง ๆ ในระหว่างรอกระบวนการแก้ปัญหา 4) การสกัดกั้นป้องกันการอพยพเข้ามาใหม่ และมีเป้าหมาย ระยะเวลา รวมทั้งหน่วยงานที่รับผิดชอบ และเพื่อให้กลุ่มเป้าหมายได้รับการคุ้มครองในระหว่างระยะเวลาที่ทำการสำรวจและหลังการสำรวจจัดทำทะเบียนประวัติและบัตรประจำตัวเสร็จสิ้นแล้ว จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 ให้บุคคลเหล่านี้ได้อาศัยอยู่ในประเทศไทยเป็นการชั่วคราวระหว่างรอการพิจารณากำหนดสถานะ

ตอบคุณแมธทิวเรื่องสัญชาติไทยโดยหลักสืบสายโลหิตจากมารดา
สวัสดีครับ ผมมีเรื่องอยากถามครับ คือว่างี้น่ะครับผมเกิดที่เยอรมัน ซึ่งบิดาเป็นคนเยอรมันและมารดาเป็นคนไทย ปัจจุบันผมถือสัญชาติเยอรมัน เชื่อชาติเยอรมัน แต่เนื่องด้วยผมย้ายมาอยู่ที่เมืองไทยได้ 10 กว่าปีแล้ว(พ่อแม่ย้ายมาอยู่ที่เมืองไทยถาวร) และได้อาศัยและร่ำเรียนหนังสือ มาตั้งแต่ประถมศึกษาปีที่ 5 จนถึงปัจจุบันก็จบปริญญาตรีแล้ว ซึ่งจบก็หางานไม่ได้เลยเพราะ ผมสัญชาติเยอรมัน และบริษัทส่วนใหญ่ไม่รับเข้ามาทำงาน จึงอยากถือสัญชาติที่สอง คือสัญชาติไทย จะสามารถทำได้รึป่าวครับ และสมควรทำรึป่าวอ่ะครับ หรือหางานที่มีบริษัทต่างชาติจ้างแทน หรืออย่างไงดีครับ ที่ผมควรจะทำครับ ผมรบกวนช่วยแนะนำแนวทางให้ผมด้วยน่ะครับ ขอบคุณมากๆ ครับ แมธทิว

การระงับการเคลื่อนไหวทางทะเบียนราษฎรราษฎร : มาตรการป้องกันการมีรายการบุคคลที่ไม่ถูกต้อง
เพื่อเป็นการป้องกัน คุ้มครองสิทธิ  ของเจ้าของรายการทะเบียนราษฎรที่เชื่อว่าไม่ถูกต้องไม่ให้ถูกรบกวนโดยไม่เป็นธรรมจากการกระทำของนายทะเบียน กระทรวงมหาดไทยได้ออกกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการโต้แย้งหรือชี้แจงข้อเท็จจริง การอุทธรณ์และการพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียน พ.ศ. ๒๕๕๑ และสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครองได้ออกระเบียบว่าด้วยการจัดทำทะเบียนราษฎร (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๕๑ เพื่อกำหนดแนวทางปฏิบัติให้มีความชัดเจน

บุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน : คือใคร ? มีสิทธิแค่ไหนในประเทศไทย ?
เมื่อวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๒ เวลา ๑๑.๓๓ น. มีอีเมลล์ส่งผ่าน support@gotoknow.org จากคุณ sumran โดย XXX@hotmail.com และใช้หัวเรื่องว่า “อยากรู้เรื่องสิทธิ” มาถึงอาจารย์แหววว่า  “คือผมอยากทราบว่าสิทธิของบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน ว่ามีสิทธิอะไรบ้างในการใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทย/ เช่นว่าไปไหนมาไหนซื้อรถ/บ้านได้หรือเปล่า...คืออีกมากมายที่เป็นสิทธิที่ควรจะนะคับจึ่งอยากขอความกรุณาอาจารย์ช่วยตอบให้กระผมหน่อยนะคับขอขอบพระคุณไว้นะที่นี้เป็นอย่างสูงคับผม.....” เพื่อให้คำตอบนี้ เราควรจะต้องมาทำความเข้าใจก่อนว่า บุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนคือใคร ? แล้วจึงค่อยมาเรียนรู้ว่า บุคคลในสถานการณ์ดังกล่าวจะมีสิทธิอย่างใดในประเทศไทย ?

เด็กชายหม่อง ทองดี : จากเด็กที่เกิดในประเทศไทยจากบุพการีไร้รัฐเกิดในรัฐฉาน ประเทศพม่า สู่คนไร้สัญชาติในทะเบียนราษฎรประเภททะเบียนประวัติของรัฐไทย
เป็นบทความที่เรียบเรียงจากข้อสอบที่ออกให้นักศึกษาธรรมศาสตร์ กรุงเทพ และพายัพ ได้ทำในปีการศึกษา ๒๕๕๒ ภาคที่ ๑ เป็นงานเขียนอ่านง่ายๆ เพื่อทบทวนหลักกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล เป็นการเขียนตำราจากเรื่องจริง น่าจะมีเสน่ห์จนเย้ายวนให้นักศึกษาตัวน้อยอยากอ่านตำรากฎหมายกันนะคะ

หนังสือสำนักทะเบียนกลางที่ มท ๐๓๐๙.๑/ว ๖๑ ลงวันที่ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๒ เรื่องการสั่งระงับการเคลื่อนไหวรายการทะเบียนราษฎร : ผลของการประสานงานเชิงราบระหว่างประชาสังคมที่แวดล้อมชุมชนแม่อายและสำนักบริหารการทะเบียน .. Good Governance ก็ว่าได้
ในท้ายที่สุด เราจะต้องไม่ลืมว่า บันทึกนี้มุ่งที่จะแสดงความชื่นชมต่อหนังสือสำนักทะเบียนกลางที่ มท ๐๓๐๙.๑/ว ๖๑ ลงวันที่ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๒ เรื่องการสั่งระงับการเคลื่อนไหวรายการทะเบียนราษฎร ซึ่งเป็นนวตกรรมทางนโยบายที่สง่างามและแสดงถึง Good Governance ของกรมการปกครอง และนอกจากนั้น บันทึกฉบับนี้ยังมีความมุ่งหมายที่จะให้กำลังใจอำเภอแม่อายที่จะทำให้นวตกรรมทางนโยบายที่เกิดแล้วนี้มีชีวิตจริงและสร้างสุขแก่มนุษย์บนแผ่นดินแม่อาย มิใช่เพียงแค่ "กระดาษตราครุฑเพียง ๓ หน้า" 

ทำไมต้องทำหนังสือรวมกฎหมายว่าด้วยคนต่างด้าว ? : บทนำหนังสือรวมบทบัญญัติแห่งกฎหมายไทยและเอกสารสำคัญว่าด้วยคนต่างด้าวในประเทศไทย พิมพ์ครั้งที่ ๔ และ ๕
ในยุคที่ประเทศไทยเข้าสู่กระแสโลกาภิวัตน์ จึงปรากฏมีคนต่างด้าวจำนวนมากมายอยู่ในประเทศไทย และนักกฎหมายจะต้องเผชิญกับปัญหากฎหมายจำนวนไม่น้อยที่มีความเกี่ยวพันกับคนต่างด้าว งานรวบรวมบทกฎหมายไทยที่มีความเกี่ยวข้องกับคนต่างด้าวในประเทศไทยจึงเป็นสิ่งที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่องานกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าว

กรณีศึกษานายสมชาย แซ่เตินและนางเฮือง แซ่เหงียนใน ฎ.๕๘๐/๒๕๒๗ : สิทธิในการก่อตั้งครอบครัวตามกฎหมายไทยระหว่างคนสัญชาติไทยและคนไร้สัญชาติเชื้อสายเวียดนาม
ในท้ายที่สุด เราอาจยืนยันได้ว่า ศาลไทยใน ฎ.๕๘๐/๒๕๒๗ ยืนยันในสิทธิที่จะได้รับการจดทะเบียนสมรสตามกฎหมายไทยกับนายสมชาย แซ่เติน โดยมิได้สนใจว่า นางเฮืองมีสัญชาติหรือไม่ และมิได้สนใจว่า นางเฮืองเป็นคนที่ชอบด้วยกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองหรือไม่ จึงกล่าวได้ว่า ศาลไทยใน ฎ.๕๘๐/๒๕๒๗ ยืนยันในความเป็นสิทธิมนุษยชนของสิทธิในการจดทะเบียนสมรสตามกฎหมาย อันนำไปสู่สิทธิในการก่อตั้งครอบครัวตามกฎหมาย ซึ่งได้รับการรับรองโดยข้อ ๑๖ (๑)  แห่ง ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ค.ศ.๑๙๔๘ และข้อ ๒๓ (๒)   แห่งกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางแพ่งและสิทธิทางการเมือง ค.ศ.๑๙๖๖ ซึ่งผูกพันประเทศไทยในสถานะของบ่อเกิดของกฎหมายระหว่างประเทศ

หลายเรื่องที่ต้องมีการปฏิบัติการตาม พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๕๑ ยังไม่ขยับ : จึงยังมีคนไร้สัญชาติที่ผิดกฎหมายต่อไปทั้งที่แก้ไขกฎหมายแล้ว
กฎหมายไทยไม่ได้กำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยต้องให้สัญชาติไทยโดยผลของกฎหมาย แก่บุตรของคนต่างด้าวที่เกิดในประเทศไทยจากบิดาและมารดาที่มีฐานะการอยู่แบบชั่วคราว ...... แต่มีความจำเป็นที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจะเร่งรัดกฎกระทรวงเพื่อกำหนดฐานะการอยู่ของคนต่างด้าวที่เกิดในประเทศไทยดังกล่าวมาข้างต้น กำหนดให้เป็นคนเข้าเมืองเพื่อมิให้บุตรมีสัญชาติไทยได้ แต่ไม่อาจกำหนดให้คนต่างด้าวที่เกิดในประเทศไทยเป็นคนเข้าเมืองผิดกฎหมาย หากประเทศไทยจะเคารพหลักกฎหมายระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิมนุษยชนทีผูกพันมาตั้งแต่เข้าเป็นสมาชิกสหประชาชาติ โดยการยอมรับปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๙๑ และเดินตามรอยในหลวงรัชกาลที่ ๕ ซึ่งเริ่มต้นแนวคิดเรื่องสิทธิมนุษยชนสมัยใหม่โดยการออกกฎหมายเลิกทาสตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๔๘ และการยอมรับมนุษย์ที่มีชีวิตบนแผ่นดินไทยในทะเบียนราษฎรของรัฐไทยตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๕๒

คำฟ้อง คดีหมายเลขดำที่ ๑๓๗๒/ ๒๕๕๒ ศาลปกครองกลาง วันที่ ๓ กันยายน ๒๕๕๒ ระหว่าง เด็กชายหม่อง ทองดี โดยนายยุ้น ทองดี และนางมอย ทองดี ผู้ฟ้องคดี ในฐานะผู้แทนโดยชอบธรรม และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้ถูกฟ้องคดี
การกระทำของผู้ถูกฟ้องคดียังก่อให้เกิดความเสียหายต่อความน่าเชื่อถือของประเทศไทยในสายตาของประชามคมระหว่างประเทศ ขัดต่อกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางแพ่งและการเมือง ค.ศ.๑๙๖๖,  อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ค.ศ.๑๙๘๙ ฯ ซึ่งผูกพันประเทศไทยในฐานะรัฐภาคี จึงขอศาลปกครองกลางได้โปรดพิจารณามีคำสั่งรับคำฟ้องคดีนี้ไว้พิจารณาและขอศาลปกครองกลางได้โปรดมีคำพิพากษาหรือคำสั่งดังนี้ - ขอให้มีคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีอนุญาตให้ผู้ฟ้องคดี เดินทางออกนอกประเทศและเดินทางกลับเข้าประเทศได้ เพื่อดำเนินการแข่งขันเครื่องบินกระดาษพับชิงแชมป์ประเทศญี่ปุน ครั้งที่ ๔ ณ เมืองชิบะ ประเทศญี่ปุน ซึ่งเป็นไปตามคำเชิญของ Japan Origami-Airplane Association (JOAA) โดยการแข่งขันจะจัดขึ้นในช่วงเดือนกันยายน พ.ศ. ๒๕๕๒ 

จากน้องหม่องสู่น้องนารวย....ความเหมือนในความต่างตามกฎหมายไทย
อ่านเรื่องน้องนารวยแล้ว อดไม่ได้ที่จะนำมาเปรียบเทียบกับน้องหม่อง ไม่อยากให้ใครดับฝันเด็ก และไม่อยากให้ใช้ลัทธิเชื้อชาตินิยมมาตัดสิน แม้บุพการีจะเป็นลาหู่ แต่ก็เป็นคนดั่งเดิมของแผ่นดินไทย โดยหลักกฎหมาย คนลาหู่เป็นคนสัญชาติไทยโดยการเกิด แต่ปัญหาที่ตกหล่นจากทะเบียนราษฎรของรัฐไทย

ความเห็นทางกฎหมายในกรณีปัญหาสิทธิในการเดินทางไปต่างประเทศของเด็กชายหม่อง ทองดี ซึ่งเป็นคนไร้สัญชาติประเภทเด็กและบุคคลที่เรียนอยู่ในสถาบันศึกษาไทยของประเทศไทยตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๘ เพื่อทำคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศไทย
เมื่อฟังข้อเท็จจริงว่า เด็กชายหม่อง ทองดี ไม่มีสัญชาติไทย สิทธิในการเข้าเมืองและอาศัยอยู่ในประเทศไทย ย่อมเป็นไปตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.๒๕๒๒ และเมื่อฟังได้ว่า เด็กชายหม่อง ทองดี เป็นคนไร้สัญชาติในทะเบียนราษฎรไทยที่มีสิทธิอาศัยตามมาตรา ๑๗ แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.๒๕๒๒  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยซึ่งรักษาการตามกฎหมายนี้ ย่อมมีอำนาจหน้าที่จะอนุญาตให้สิทธิเดินทางเข้าและออกประเทศไทยได้อย่างแน่นอน

เด็กชายหม่อง ทองดี เป็นคนสัญชาติพม่าหรือเป็นคนไร้สัญชาติกันแน่ ???
ด้วยน้ำใจของคนจำนวนมากมายในประเทศไทยตลอดวันที่ ๓ – ๔ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๒ ทั้งคนในเมืองหลวง คนในต่างจังหวัด และการรับฟังของกระบวนการยุติธรรมทางปกครอง ตลอดจน การเข้ามาของนายกรัฐมนตรี นักการเมืองหลายท่าน  คำตอบสุดท้ายในวันที่ ๔ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๒ เวลา ๑๔.๐๐ น. ก็คือ น้องหม่องได้รับอนุญาตให้เดินทางไปญี่ปุ่นและกลับมาอาศัยในประเทศไทยได้ตามปกติ เอกสารเดินทางที่ออกโดยกระทรวงการต่างประเทศไทยยอมรับว่า หม่องเป็นคนไร้สัญชาติที่มีสถานะเป็นราษฎรไทยประเภทคนอยู่ชั่วคราว ขอบคุณความยุติธรรมบนแผ่นดินไทยต่อเด็กชายตัวน้อยที่รักการพับเครื่องบินกระดาษ

น้องหม่องเป็นราษฎรไทยประเภทนักเรียนไร้สถานะทางทะเบียนราษฎร มิใช่แรงงานต่างด้าว
วันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๕๒ ทางผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยทราย (นายดวงฤทธิ เกติมา) ได้ทำหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อ ขอความอนุเคราะห์พิจารณาการอนุญาตเดินทางออกนอกประเทศและเดินทางกลับเข้าประเทศของเด็กชายหม่อง ทองดี .....และจนกระทั่งปัจจุบันทางโรงเรียนบ้านห้วยทรายก็ยังไม่ได้รับคำตอบอย่างเป็นทางการ

หนังสือเดินทางที่รัฐบาลไทยออกให้อาจารย์ อายุ นามเทพ ราษฎรไทยไร้สัญชาติ ซึ่งมีเลขประจำตัวประชาชนขึ้นต้นด้วยเลข ๐
สังคมไทยมักแยกความต่างระหว่าง "มีสิทธิ" และ "ใช้สิทธิ" ไม่ได้ อย่างน้องหม่อง ทองดีนั้น มีสิทธิเดินทางไปทำคุณประโยชน์ให้ประเทศไทยในต่างประเทศ แต่ใช้สิทธิไม่ได้ เพราะไม่มี "เอกสารพิสูจน์ตนเพื่อเดินทางออกไปต่างประเทศ" กล่าว...คือ ที่เรียกในภาษาไทยว่า "หนังสือเดินทาง" แต่ภาษาอังกฤษนั้น ก็อาจเป็น passport หรือ travel document หรือ titre de voyage ซึ่งสิทธิในเอกสารดังกล่าวนั้น ก็มิใช่เอกสารต้องห้ามสำหรับคนไร้สัญชาติสักหน่อย

อ.มิวเล่าถึงปัญหาของน้องหม่อง ทองดี
แม้เด็กชายหม่อง ทองดีจะเกิดที่บ้านต้นโชค หมู่ที่ ๕ ตำบล หนองบัว อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๔๐ แต่ด้วยบิดาและมารดามีสถานะเป็นคนต่างด้าวที่มีลักษณะการเข้าเมืองแบบไม่ถาวร กล่าวคือ มีสถานะเป็นคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ ประเภทแรงงานต่างด้าวใน ท.ร.๓๘/๑  ดังนั้น เด็กชายหม่องจึงไม่ได้สัญชาติไทยโดยหลักดินแดนโดยผลของมาตรา ๗ ทวิ วรรค ๑ แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ ซึ่งถูกแก้ไขและเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๓๕ และเมื่อยังไม่ได้สัญชาติไทย เด็กชายหม่องจึงถูกถือเป็น “คนต่างด้าวที่เข้าเมืองผิดกฎหมาย ทั้งนี้ โดยผลของมาตรา ๗ ทวิ วรรค ๓ เก่า ตั้งแต่วันที่เกิดจนถึงวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๑ และโดยมาตรา ๗ ทวิ วรรค ๓ ใหม่ ตั้งแต่วันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๑ เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้โดยผลของมาตรา ๒๒ แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๕๑

กรณีศึกษาเด็กชายหม่อง ทองดี : จดหมายถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเพื่อขอเร่งอนุญาตให้ตัวแทนประเทศไทยออกนอกประเทศเพื่อแข่งขันเครื่องบินพับกระดาษ ณ เมืองชิบะ ประเทศญี่ปุ่น
เนื่องจากทางโครงการบางกอกคลินิกเพื่อให้คำปรึกษากฎหมายด้านสถานะและสิทธิบุคคล ภายใต้กองทุนศาสตราจารย์คนึง ฦๅไชยได้รับเรื่องขอคำปรึกษา และขอความช่วยเหลือจากผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยทราย อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ว่า เมื่อวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๑ ทางโรงเรียนบ้านห้วยทรายได้ส่งนักเรียนเข้าร่วมแข่งขันเครื่องบินกระดาษพับ ชิงแชมป์ประเทศไทย ครั้งที่ ๕ รุ่นเด็กอายุไม่เกิน ๑๒ ปี ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นเจ้าภาพจัด และนักเรียน (เด็กชายหม่อง ทองดี) ของโรงเรียนได้รางวัลชนะเลิศ เป็นตัวแทนของประเทศไทยเข้าแข่งเครื่องบินกระดาษพับชิงแชมป์ประเทศญี่ปุ่น ครั้งที่ ๔ ณ เมืองชิบะ ประเทศญี่ปุ่น แต่นักเรียนคนดังกล่าวไม่สามารถไปแข่งได้ เนื่องจากทางกระทรวงมหาดไทยยังไม่อนุญาตให้ออกนอกประเทศ

สถานการณ์ด้านคนไร้รัฐคนไร้สัญชาติในภาคเหนือของประเทศไทย : คืออะไร ? ควรจัดการอย่างไร ?
หลักสูตรการเสริมสร้างสังคมสันติสุข รุ่นที่ ๑ สถาบันพระปกเกล้า (ซึ่งต่อไปจะเรียกเพียงสั้นๆ ว่า “สสสส.๑”) ได้ตระหนักว่า สาเหตุหนึ่งที่ทำให้สังคมไม่สันติสุขก็คือปัญหาสิทธิในสถานะบุคคลที่มนุษย์ในสังคมไทยประสบอยู่ เรามักจะเรียกคนที่มีปัญหาสถานะบุคคลว่า “คนไร้รัฐคนไร้สัญชาติ (Stateless and Nationality - less People)” ดังนั้น หัวข้อนี้จึงถูกจัดให้เป็นหัวข้อที่นักศึกษาจะต้องศึกษาทั้งในเชิงหลักคิดและปรากฏการณ์จริง อันทำให้นักศึกษา สสสส.๑ จึงต้องลงพื้นที่เพื่อทำความเข้าใจปัญหาดังกล่าวและเพื่อสร้างข้อเสนอแนะในการจัดการสถานการณ์ด้านคนไร้รัฐคนไร้สัญชาติในประเทศไทย 

ร่างยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาสถานะและสิทธิของคนไร้รากเหง้า
ยกร่างเมื่อวันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๒ โดย อาจารย์วีนัส สีสุข หัวหน้าฝ่ายการทะเบียนราษฎรและสัญชาติ ส่วนการทะเบียนราษฎร สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และอนุกรรมการติดตามการให้สถานะบุคคลแก่เด็ก ในคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ เพื่อใช้เป็นจุดเริ่มต้นการพิจารณาในการประชุมของคณะอนุกรรมการติดตามการให้สถานะบุคคลแก่เด็กครั้งที่ ๑๖ เมื่อวันที่ ๑๗ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๒ ณ สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย แต่กระบวนการพิจารณายังไม่แล้วเสร็จ

ตี๋ หรือแสงชัย ปันนากุล - เยาวชนไร้สัญชาติแห่งอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ - ตัวอย่างของเยาวชนที่ไร้รัฐเพราะไร้รากเหง้าโดยสิ้นเชิง
เรามักเรียกคนที่ไม่รู้หรือไม่อาจพิสูจน์ได้ว่า ตนเกิดที่ไหน ? หรือบิดามารดาเป็นใคร ? ว่าเป็น “คนไร้รากเหง้า”  ตี๋ก็เป็นคนไร้รากเหง้า เพราะถึงที่มาของตนเอง ไม่ทราบว่า ตนเองเกิดที่ไหน ? เกิดเมื่อไหร่ ? บิดามารดาเป็นใครกัน ?  เป็นที่น่าสังเกตว่า บุคคลในสถานการณ์เช่นตี๋นั้น มักมีอดีตเป็น “เด็กวัด” เด็กซึ่งบิดามารดานำมาฝากวัดเลี้ยง และหายไป ปล่อยให้เด็กเติบโตในวัด  เด็กวัดจำนวนไม่น้อยที่ไม่มีเอกสารรับรองตัวบุคคลโดยรัฐ  จึงถูกกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองถือเป็น “คนผิดกฎหมาย” และอาจถูกส่งกลับออกไปจากประเทศไทย แต่ทุกขเวทนาที่เกิดต่อมา ก็คือ รัฐไทยก็ไม่อาจส่งออกจากประเทศไทยได้ เพราะไม่มีรัฐใดที่มีหน้าที่รับตัวเด็กและเยาวชนดังกล่าวไว้ พวกเขาจึงเสมือน “ถูกต้องขังอยู่ในช่องสุญญากาศ” ระหว่างรัฐไทยและรัฐอื่น  ตี๋เป็นคนหนึ่งทีมีชีวิตอยู่ในสุญญากาศทางกฎหมายนี้มาตั้งแต่เกิด 

แนวคิดและวิธีการในการจัดการคนหนีภัยความตาย : จากกะเหรี่ยงจีนไทยใหญ่ถึงโรฮิงญา
การถอดบทเรียนเพื่อประมวลองค์ความรู้ และพัฒนาภูมิปัญญาในเรื่องนี้เป็นสิ่งจำเป็น ผู้เขียนใคร่ขอให้สภาความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปัญญาในด้านความมั่นคงของรัฐโปรดสนใจในงานนี้ จงอย่าลืมว่า ความมั่นคงของรัฐย่อมหมายถึงทั้งความมั่นคงในเชิงดินแดนและเชิงประชากร ความมั่นคงเชิงประชากรของรัฐไทยนั้นประสบผลสำเร็จตามสมควร เราต้องมาทำความเข้าใจในที่มาของผลลัพธ์นี้ เพื่อที่จะรักษาความมั่นคงนี้ไว้ และพัฒนาความมั่นคงนี้ให้มีคุณภาพที่ดีมากขึ้นไปในอนาคต

แค่มีใจอย่างเดียว..คงไม่พอจะช่วยคลายทุกข์แก่มนุษย์ไร้รัฐไร้สัญชาติ : คำนิยมหนังสือเพื่อเผยแพร่องค์ความรู้อันเป็นผลิตผลของโครงการถ่ายทอดองค์ความรู้จากแม่อายสู่อันดามัน เพื่อการจัดการปัญหาสถานะบุคคลของคนไร้รัฐไร้สัญชาติในพื้นที่อันดามัน
อยากจะจบคำนิยมงานและคนทำงานภายใต้โครงการนี้ด้วยการยืนยันว่า โครงการนี้น่านิยมด้วยสาเหตุ ๕ ประการเป็นอย่างน้อย กล่าวคือเป็นโครงการที่ (๑)สร้างขึ้นเพื่อแก้ไขความทุกข์ร้อนของมนุษย์ที่มีอยู่จริง (๒)ใช้องค์ความรู้ในการทำงาน (๓) ให้ความรู้ที่อาจต่อยอดได้ต่อไปอย่างไม่รู้จบ (๔)ผูกเอาแรงใจและแรงความรู้เข้าไว้ด้วยกัน และ (๕) ผูกเอามิตรไมตรีของคนหลากหลายเข้าไว้ด้วยกัน  อยากบอกมวลมิตรว่า ปัญหานั้นจะหมดไปได้ก็ต้องได้รับการแก้ไข แต่การแก้ไขแบบไร้ความรู้ก็มักจะเป็นการแก้ไขที่ “ปลายเหตุ” เพราะจะเห็นได้ชัดเจนกว่า “ต้นเหตุ”   ซึ่งปัญหานั้น ก็จะเพียงหมดไปชั่วคราว มิใช่โดยถาวร การค้นหาต้นเหตุของปัญหานั้น จะต้องใช้ความเพียรอย่างมาก ดังนั้น คนทำงานจึงต้องมีความอดทนต่ออุปสรรคและความเพียรพยายามที่จะทดสอบและทดลองการแก้ไขปัญหา

ประกาศจำนวนราษฎรไทย : ที่มา องค์ประกอบ และการใช้งาน
ไม่ว่าข้อมูลที่ได้จากการสำมะโนประชากรกับการจัดทำประกาศจำนวนราษฎรจะมีความแตกต่างกัน แต่ข้อมูลที่ได้จากการดำเนินการทั้งสองอย่างล้วนมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน และมีประโยชน์ต่อการบริหารจัดการนโยบายด้านต่างๆ ของประเทศทั้งโดยภาครัฐและภาคเอกชน ขึ้นอยู่กับวิสัยทัศน์ มุมมอง และประสบการณ์ของผู้บริหารและผู้ใช้ข้อมูลว่าจะเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ในตัวเลขดังกล่าวมากน้อยต่างกันแค่ไหน 

คำนิยมหนังสือเรื่องรักษาโรคไร้สัญชาติโดยอาจารย์อุดมเขต ราษฎรนุ้ย : ความฉลาดเฉลียวของฝ่ายบริหารของรัฐไทยในการจัดการประชากรเพื่อโลกไร้พรมแดนที่มาถึง
ในวันที่มูลนิธิเอเซียขอให้เราลงไปศึกษาปัญหาสถานะบุคคลของคนที่อาศัยอยู่บนฝั่งทะเลอันดามัน เราก็ชวนอาจารย์อุดมเขตไปทำงานกับเรา และอาจารย์อุดมเขตก็ไปกับเราเหมือนที่ไปกับเราในทุกๆ ที่มีประชาชนเดือดร้อนด้วยปัญหาสถานะบุคคล ผู้เขียนตระหนักว่า มันมากกว่าเพียงหน้าที่ราชการ มันเป็นจิตสำนึกของราชสีห์ที่ทำหน้าที่ของฝ่ายปกครองประเทศในตัวอาจารย์อุดมเขตต่างหากที่ปรากฏตัวในสายตาที่มุ่งมั่นของอาจารย์อุดมเขต 

ต้นแบบแนวคิดและวิธีการจัดการปัญหาคนไร้รัฐคนไร้สัญชาติ : Purpose and Output ของกิจกรรมของคลินิกแม่อายใน พ.ศ.๒๕๕๒ ???
๙๖ องค์ความรู้เรื่อง “ความเป็นคนไร้รัฐคนไร้สัญชาติ” ที่เราศึกษาในปีที่แล้ว จะนำไปสู่องค์ความรู้เรื่อง “การจัดการแก้ปัญหาทั้ง ๙๖ ปัญหา” นี้หรือไม่ ? ก็คงอยู่ที่ประสิทธิภาพของเราทั้งประชาคมคนทำงานต่อยอดองค์ความรู้แม่อายนี้ล่ะ ปีนี้ เราหวังว่า เราจะสร้างองค์ความรู้ใหม่และพัฒนาองค์ความรู้เก่าในการจัดการปัญหาสิทธิในสถานบุคคลได้มากขึ้น...  จริงไหมมวลมิตรเอ๋ย

คำนิยมหนังสือเรื่องรักษาโรคไร้รัฐโดยอาจารย์วีนัส สีสุข : ภูมิปัญญาทางนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ของกรมการปกครอง
หนังสือเล่มนี้ ก็คือ ตัวอักษรที่แสดงสูตรสำเร็จหรือภูมิปัญญาด้านนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ที่รัฐไทยสะสมมายาวนาน เพื่อรักษาโรคไร้รัฐดังกล่าวมาข้างต้น เราหวังว่า หนังสือเล่มนี้จะเป็นเสมือนยารักษาโรคไร้รัฐ ซึ่งคนไร้รัฐจะได้ใช้เพื่อเรียนรู้ที่จะจัดการปัญหาของตนเอง และซึ่งคนที่ทำงานเพื่อคนไร้รัฐก็จะได้ใช้เป็นคู่มือในการทำงานเพื่อคนไร้รัฐที่ตนดูแล ขอขอบคุณอาจารย์วีนัสที่เจียดเวลามาผลิตยารักษาโรคไร้รัฐสำหรับมนุษย์บนฝั่งทะเลอันดามัน แต่เมื่อกฎหมายไทยมิได้เลือกปฏิบัติต่อมนุษย์ หนังสือเล่มนี้จึงใช้รักษาโรคไร้รัฐได้ในทุกกระเบียดนิ้วของประเทศไทยโดยไม่ต้องสงสัย

กรณีศึกษานางสาววิไลพรและน้อง : ปัญหาสิทธิในสัญชาติไทยโดยหลักสืบสายโลหิตจากบิดาของบุคคลภายใต้มาตรา ๒๐ แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๕๑
ดังนั้น หากนางสาววิไลพรและน้องทั้ง ๔ คน ใช้สิทธิตามมาตรา ๗ วรรค ๒ แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ ซึ่งเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๕๑พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๕๑ เพื่อเข้ารับการพิสูจน์ให้ได้ว่า นายยุทธเวทเป็นบิดาของผู้เกิดตามวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงซึ่งกำลังจะออกมา และเมื่อการพิสูจน์เสร็จสิ้นลงและประสบความสำเร็จที่จะพิสูจน์ได้ตามกล่าวอ้าง นางสาววิไลพรและน้องทั้ง ๔ คน ย่อมจะมีสถานะเป็น “คนสัญชาติไทยโดยหลักสืบสายโลหิตจากบิดาโดยการเกิด”  ปัญหา ก็คือ กฎกระทรวงดังว่า ยังไม่แล้วเสร็จ แม้ ๑ ปีผ่านไป หลังจากมาตรา ๒๐ แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๕๑ มีผลตั้งแต่วันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๑ สิทธิตามพระราชบัญญัติซึ่งเป็นกฎหมายของรัฐสภาบังเกิดแล้วในวันดังกล่าว แต่การใช้สิทธิตามอนุบัญญัติดังกล่าวยังทำไม่ได้ เพราะกฎกระทรวงยังไม่ถูกประกาศใช้

กรณีศึกษานางสาวฟองจันทร์ สุขเสน่ห์ : คนสัญชาติไทยโดยหลักดินแดนโดยการเกิดโดยผลของมาตรา ๒๓ แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๕๑
ฟังข้อเท็จจริงได้อย่างแน่นอนว่า นางสาวฟองจันทร์ สุขเสน่ห์ เกิดที่โรงพยาบาลแม็คคอร์มิค ต.วัดเกต อ.เมือง จังหวัด เชียงใหม่ ประเทศไทย ในวันที่ ๗ มีนาคม พ.ศ.๒๕๒๖ จากบิดาสัญชาติและมารดาซึ่งมีสัญชาติอเมริกัน   บิดาและมารดาของนางสาวฟองจันทร์เกิดในประเทศสหรัฐอเมริกาและได้รับการยอมรับว่ามีสถานะเป็นคนสัญชาติอเมริกันมาตั้งแต่เกิด ดังนั้น นางสาวฟองจันทร์จึงได้รับการยอมรับว่ามีสถานะเป็นคนสัญชาติอเมริกันมาตั้งแต่เกิดเช่นกัน  ปรากฏข้อเท็จจริงต่อมาว่า ครอบครัวของนางสาวฟองจันทร์ตั้งบ้านเรือนอยู่ในประเทศไทยมาตั้งแต่ก่อนการเกิดของนางสาวฟองจันทร์ จนถึงปัจจุบัน ในปัจจุบัน บิดาและมารดาก็ได้เปลี่ยนชื่อบุคคลมาเป็นภาษาไทย กล่าวคือ บิดาใช้ชื่อว่า  “บุญยืน สุขเสน่ห์” ในขณะที่มารดาใช้ชื่อว่า “วาสนา สุขเสน่ห์ ” นางสาวฟองจันทร์มีพี่ชาย ๑ คน ซึ่งเกิดในประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ในปัจจุบันใช้ชื่อบุคคลเป็นภาษาไทยว่า “อุดม สุขเสน่ห์”

บทคัดย่อวิทยานิพนธ์เรื่องสิทธิในการก่อตั้งครอบครัวของคนไร้สัญชาติในประเทศไทย โดย นางสาวกัลยา มงคลเกียรติชัย
ศาลฎีกาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันกลับตัดสินโดยคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนนั่นคือตัดสินให้คนกลุ่มนี้สามารถก่อตั้งครอบครัวตามกฎหมายไทยได้ รัฐบาลจึงควรมีนโยบายที่ชัดเจนเกี่ยวกับสถานะและสิทธิขั้นพื้นฐานที่คนกลุ่มนี้ควรได้รับ อบรมให้ความรู้และความเข้าใจแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อให้ปฏิบัติไปในทางเดียวกัน รวมไปถึงควรให้ความรู้และความเข้าใจถึงความสำคัญของการจดทะเบียนแก่คนกลุ่มนี้ นอกจากนี้ยังควรแก้ไขบทบัญญัติที่เป็นนโยบายของรัฐที่อาจจะขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน เนื่องจากสิทธิในการก่อตั้งครอบครัวเป็นสิทธิตามธรรมชาติของมนุษย์นั่นเอง

สถานะทางกฎหมายของคนลาวในประเทศไทย
ผู้เขียนจะได้เริ่มจากในการให้คำนิยามในคำว่า “คนลาว” เพื่อเป็นการทำความเข้าใจ ในคำว่าคนลาวหมายถึงบุคคลหรือกลุ่มใดบ้างและมีความหมายไว้อย่างไร แล้วจะนำไปสู่การจำแนกคำว่าคนลาวในประเทศไทยนั้นมีสักกี่ประเภทและประเภทใดบ้าง ซึ่งบุคคลดังกล่าวจะมีสิทธิหรือมีสถานะตามกฎหมายของรัฐไทยได้หรือไม่......จากการศึกษาตามข้อบทของกฎหมายและตามข้อเท็จจริงแล้ว ผู้เขียนจึงสามารถพบว่า คำว่า“คนลาว” เป็นสามกรณีด้วยกัน เช่น คนลาวโดยสัญชาติลาว คนลาวโดยเชื้อชาติลาว คนลาวโดยนโยบายของรัฐและหลักสิทธิมนุษยชน ซึ่งผู้ทำวิทยานิพนธ์จะได้ทำการศึกษาเป็นแต่ละกรณีดังต่อไปนี้

อุบลวรรณ บุญรัตนสมัย….ฝันอยากทำงานกับสหประชาชาติ
อีเมลล์ที่คนเขียนมาหาอาจารย์แหววหลายอีเมลล์เป็นวรรณกรรมที่น่าสนใจ และไม่น่าที่จะเก็บไว้อ่านคนเดียว อย่างเช่นอันนี้ คุณอุบลวรรณได้เล่าถึงปรัชญาการใช้ชีวิตของบัณฑิตนิติศาสตร์คนหนึ่งในยุคปัจจุบัน มีลูกศิษย์หลายที่ฝันจะทำงานสหประชาชาติ หลายคนประสบความสำร็จ หลายคนไม่ประสบความสำเร็จ อาจารย์เอาใจช่วยคุณอุบลวรรณค่ะ แต่คนที่ช่วยคุณได้ ก็คือ ตัวคุณเองนะคะ การเรียนกฎหมายระหว่างประเทศในธรรมศาสตร์อาจเป็นตัวช่วยที่ดี แต่ประสบการณ์ในการพัฒนาองค์ความรู้นี้ในสังคมไทยและสังคมโลกก็เป็น “คุณสมบัติ” ที่คุณต้องปลูกขึ้นมาในศักยภาพของคุณเอง แต่ในวันนี้ อย่างน้อยที่สุด คุณได้กระทำตัวเป็นตัวอย่างให้นักกฎหมายท่านอื่นนะคะว่า ฝันนั้นเป็นสิ่งที่มนุษย์ควรมี ควรจะกล้าฝัน และตั้งรับกับความผิดหวัง และใช้ความผิดหลังเป็นต้นทุนในการสร้างกำลังใจที่จะลุยสู่ฝันอย่างไม่ย่อท้อและเหน็ดเหนื่อย เอาใจช่วยอย่างยิ่งค่ะ

การประกันคุณภาพชีวิตของคนข้ามชาติที่เกิดในประเทศไทยโดย “ใบเกิด”
ในวันที่ ๑๒ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๒  อ.แหววได้ไปงานประชุมภายใต้โครงการพัฒนาแผนงานคุณภาพชีวิตแรงงานข้ามชาติ โดยทุนสนับสนุนการวิจัยและการพัฒนาจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)และ รศ.ดร.กฤตยา อาชวนิจกุล ซึ่ง อ.แหววเรียกว่า “พี่กฤต” ได้เสนอว่า “ใบเกิด” ย่อมจำเป็นสำหรับคุณภาพชีวิตของแรงงานข้ามชาติ ดังนั้น การประกันคุณภาพชีวิตของคนข้ามชาติประการหนึ่งที่รัฐไทยทำได้ ก็คือ การออก “ใบเกิด” ให้แก่บุตรคนข้ามชาติที่เกิดในประเทศไทย ซึ่ง อ.แหวว เห็นด้วยกับข้อเสนอนี้อย่างยิ่ง และได้อภิปรายลงรายละเอียดของปัญหาของการไม่มี “ใบเกิด” หรือ “ใบเกิด” ผิดพลาด คราวนี้ พี่กฤตของ อ.แหวว เลยขอให้ อ.แหวว ช่วยเขียนสรุปสิ่งที่พูดให้หน่อย  อันนี้ สบายมาก อ.แหววก็เลยมาเขียนสรุปไว้ในโกทูโนค่ะ ท่านอื่นจะได้มาช่วยเพิ่มเติมข้อสรุปของ อ.แหวว ได้ไงคะ คงต้องเขียนกันหลายตอนทีเดียว เพราะเวลาที่มีไม่ยาวพอที่จะเขียนจนจบ ความจริง อ.กฤตให้เขียนสั้นๆ แต่เราอยากเขียนยาวๆ ทำเกินสั่งไหมคะเนี่ย

ฟองจันทร์ สุขเสน่ห์, เธอ-จะเสียสัญชาติไทยด้วยเหตุอะไร?
หากฟองจันทร์ไม่เคยมีข้อเท็จจริงใดๆ ตามที่กฎหมายกำหนด และภายใต้การทำความเข้าใจกับหลักกฎหมาย ..คำพูดลอยๆ ของเจ้าหน้าที่คนนั้น ก็ยิ่งล่องลอย ไร้น้ำหนัก ไร้เหตุและผลตามกฎหมาย ฯลฯ และไม่จำเป็นต้องใส่ใจอีกต่อไป อย่างไรก็ดี ถ้อยคำที่ปรากฏ ไม่ว่าจะเป็น “ฝักใฝ่สัญชาติอื่น” “กระทำการใดๆ อันเป็นการกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงหรือขัดต่อประโยชน์ของรัฐ หรือเป็นการเหยียดหยามประเทศชาติ” “กระทำการขัดต่อควาสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน” ..คีย์เวิร์ดเหล่านี้ จำเป็นต้องมีการศึกษา ทำความเข้าใจเพื่อให้เกิดความชัดเจน เพื่อป้องกันการบิดเบือนหลักกฎหมายด้วยเพราะความไม่รู้

คนไทยติดแผ่นดินบนริมฝั่งน้ำคงกับน้ำของ : ขึ้นต้นด้วยความต่างลงท้ายที่ความเหมือน
เรื่องเล่าของคนล้านนากล่าวถึง แม่น้ำคงหรือแม่น้ำสาละวิน ที่เป็นแม่น้ำที่กั้นชายแดนระหว่างไทย -  พม่า ส่วนแม่น้ำของหรือแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นแม่น้ำที่กั้นพรมแดนระหว่างไทย – ลาว  ว่าเคยเป็นพี่น้องกันแต่มีข้อขัดแย้งทำให้แม่น้ำสองสายนี้ต้องแยกจากกัน ไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้ หากนำน้ำทั้งสองสายมารวมกันก็จะทำให้ภาชนะที่ใส่แตกร้าวได้ แม้ว่าสายน้ำทั้งสองจะไม่มีวันบรรจบกัน รวมทั้งยังเป็นสายน้ำที่แบ่งความเป็นคนรัฐของสองประเทศ แต่อย่างไรก็ตาม สายน้ำทั้งสองยังคงให้ความชุ่มชื้นแก่ผู้คนที่อาศัยอยู่ทั้งสองฝั่งโดยไม่เลือกว่าจะเป็นคนของรัฐใด

ห้าคูณหก : สูตรคูณความคิดและปฏิบัติการเพื่อการพัฒนาสถานะบุคคลตามกฎหมายไทย : ตอนที่ ๒ ว่าด้วย "หก"
พฤษภาคม  2551  ในตัวอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย..‘สังคยนากฎหมาย’ ถูกใช้เป็นหัวข้อการคุยและแลกเปลี่ยนระหว่างอ.แหวว ลูกศิษย์และคนทำงานด้านสถานะบุคคล มันเป็นการทดสอบแนวคิดใหม่ถึงขั้นตอนการจัดการปัญหาสถานะบุคคล  ..คล้ายๆ กับการเดินไปตามขั้นบันได เพราะมันเป็น 6 ขั้นตอนที่ต้องเดิน (หรือทำ) เพื่อไปให้ถึงการจัดการปัญหาสถานะบุคคลของแต่ละคน และระหว่างการเดินไปตามทั้ง 6 ขั้นตอน คำที่ต้องท่องให้ขึ้นใจหรือคีย์เวิร์ดที่สำคัญก็คือ “ตรวจสอบ” และ “บันทึก”

กรณีศึกษาโชบี : โรฮินญาไร้รัฐที่เกิดในประเทศไทย
เมื่อพิจารณากฎหมายที่มีผลในเวลาต่อมา ก็ไม่มีกฎหมายและนโยบายของรัฐไทยฉบับใดเลยในเวลาต่อมาที่มีผลให้สัญชาติไทยแก่โชบี รวมทั้งไม่ปรากฏว่า มีรัฐอื่นใดยอมรับดชบีในทะเบียนบุคคลของรัฐทั้งในสถานะคนชาติหรือคนต่างด้าวที่ถูกกฎหมาย เขาจึงยังไร้รัฐ และไร้สัญชาติโดยนัยทางกฎหมาย (De Jure) 

การแก้ไขปัญหาคนไร้รัฐด้วยกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร
ภายใต้พระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งเป็นกฎหมายที่ออกในยุคสมัยของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ประเทศไทยสามารถพิสูจน์ตนเองได้อย่างเต็มภาคภูมิในเวทีโลกแห่งสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะประเด็นเรื่องสิทธิในการจดทะเบียนการเกิดและการมีเอกสารทะเบียนราษฎรสำหรับบุคคลทุกคนที่อยู่ในดินแดนของรัฐประเทศ ตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ข้อ ๗ และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ข้อ ๒๔ ข้อย่อยที่ ๒  สำหรับกระบวนการที่จะต้องดำเนินการเพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเกิดผลสัมฤทธิ์ตามหลักการและเจตนารมณ์ ได้แก่การให้ความรู้ความเข้าใจแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติงานของสำนักทะเบียนตั้งแต่สำนักทะเบียนกลาง สำนักทะเบียนจังหวัด สำนักทะเบียนอำเภอและสำนักทะเบียนท้องถิ่นทั่วประเทศ ให้เกิดทัศนคติและความเข้าใจกฎระเบียบไปในทิศทางเดียวกันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งจะทำให้สิทธิของบุคคลได้รับความคุ้มครองอย่างถูกต้องตามสถานะที่แท้จริงของบุคคล อีกทั้งยังเป็นการปลดแอกสภาพการไร้สถานะทางทะเบียนหรือการไร้รัฐได้อย่างถาวรอีกด้วย

ทำไม กมธ.ศึกษาปัญหาคนไร้สถานะของ สนช. จึงต้องบัญญัติกฎหมายเกี่ยวกับคนไทยพลัดถิ่น ? : คำถามที่ ๑
สิ่งเดียวที่จะเกิดขึ้นโดยทันทีเมื่อมาตรา ๒๒ ว่าด้วยการยอมรับให้สถานะคนสัญชาติไทยแก่คนไทยพลัดถิ่นได้รับการยอมรับจาก สนช. ก็คือ คนเชื้อสายไทยกลุ่มนี้จะรู้สึกดีขึ้นว่า รัฐไทยมิได้มองเขาเป็น “คนอื่น” มีสถานะดังเช่นคนต่างด้าวที่ไม่มีเชื่อสายไทย แม้เพียงเพื่อ “ความรู้สึกใหม่” ที่เกิดขึ้นแก่คนเชื้อสายไทย สิ่งนี้ก็น่าจะมีผลคุ้มค่าที่ฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารของรัฐไทยน่าจะต้องทำงานกันเพื่อให้ความรู้สึกนี้เกิดขึ้นได้จริง มิใช่หรือ

จากแม่อาย...ถึงอันดามัน ตอน “ถึงเวลาเริ่มนับหนึ่ง กับ กฎหมายว่าด้วยการคืนสัญชาติไทยให้คนไทยพลัดถิ่น”
รวมทั้งความเห็นของคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขการไร้สถานะทางกฎหมายและสิทธิของบุคคลในประเทศไทย สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ที่เห็นควรมีการยกร่างพระราชบัญญัติเพื่อคืนสัญชาติให้แก่คนไทยพลัดถิ่น โครงการขยายองค์ความรู้แม่อายสู่อันดามันฯ ภายใต้กิจกรรม“เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการจัดการปัญหา (Forum for Cases Solution)” จึงกำหนดจัดเวทีสัมมนาทางวิชาการเพื่อการสร้างและพัฒนาองค์ความรู้ร่วมกันจากหลายๆ ภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น ภาควิชาการ ภาคการเมือง ภาคราชการ ภาคประชาชน ภาคเอกชน และภาคสื่อมวลชน เป็นต้น เพื่อเป็นจุดเริ่มอันจะนำไปสู่แนวทางในการแก้ไขปัญหาของ “คนไทยถิ่นพลัด” ต่อไป

คืนสัญชาติไทยแก่คนพลัดถิ่นเชื้อสายไทย : จากนโยบายของฝ่ายบริหารของรัฐไทยและข้อเสนอของประชาสังคม สู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติเมื่อ พ.ศ.๒๕๕๐
ดังนั้น การที่จะมีมาตราหนึ่งในกฎหมายว่าด้วยสัญชาติเพื่อคืนสัญชาติไทยให้แก่คนพลัดถิ่นเชื้อสายไทยที่มีความประสงค์จะขอมีสัญชาติไทย ย่อมเป็นเรื่องที่สังคมไทยยอมรับได้ อธิบายได้และเป็นเหตุเป็นผล เพียงแต่จะต้องกำหนดโครงสร้างของกฎหมายให้ชัดเจน ใช้ได้กับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นเจ้าของปัญหาตัวจริง มิให้คนที่ไม่ใช่เชื้อสายไทยแสวงประโยชน์ได้จากกฎหมายดังกล่าวซึ่งจะเป็นเรื่องที่น่าเสียใจอย่างยิ่งของคนไทยพลัดถิ่น

การเดินทางและการต่อสู้ของคนไร้รัฐไร้สัญชาติ ใน...แม่อาย
แต่ “ใน...แม่อาย” เป็นเรื่องราวของชีวิตจริงของคนแม่อายเกือบทั้งชุมชน ที่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นทั้งโศกนาฏกรรมและสุขนาฏกรรม
โศกนาฏกรรม - - ของการถูกมองว่าเป็น “คนพม่า” ทั้งที่พวกเขามีสายเลือดและจิตวิญญาณของความเป็นไทยอยู่เต็มเปี่ยม แผ่นดินไทย คือ แผ่นดินเดียวที่อยู่กันมาชั่วลูกชั่วหลาน ไม่รู้กี่รุ่นต่อกี่รุ่น 
“ตอนฉันเกิด.. ฉันก็เกิดบนแผ่นดินไทย เวลาฉันตาย..ฉันก็จะขอใช้ดินประเทศไทยกลบหน้า” นี่เป็นคำยืนยันของผู้เฒ่าผู้แก่ในแม่อาย
สุขนาฏกรรม - - ของมิตรภาพที่เกิดขึ้นจากการยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือชาวบ้านแม่อายของคนต่างถิ่น ต่างที่มา และต่างสาขาอาชีพ และยังเกิดเป็นรอยยิ้มเปื้อนน้ำตาด้วยความภาคภูมิใจ เพราะความทุกข์ที่เกิดไม่ได้สร้างเพียงแค่ความเจ็บปวด แต่ยังสร้างเกราะป้องกันความทุกข์ระลอกใหม่ ทำให้เกิดเป็น “ชุมชนที่เข้มแข็ง” ที่มีเสน่ห์และหาได้ยากยิ่งในพื้นที่อื่นๆ

จึงต้องมีหนังสือสักเล่มเพื่อเล่าถึงแนวคิดและวิธีการต่อสู้เพื่อคนไร้รัฐคนไร้สัญชาติแห่งแม่อาย : ทำไม ? อย่างไร ? โดยใคร ?
สำหรับเราคนทำงานเพื่อคนไร้รัฐไร้สัญชาติในประเทศไทย เราพบว่า ประสบการณ์ในการจัดการปัญหาคนไร้รัฐคนไร้สัญชาติแห่งอำเภอแม่อาย ก็คือ “ยารักษาโรค” ขนานหนึ่งสำหรับคนไร้สถานะทางกฎหมายที่มีลมหายใจบนแผ่นดินไทย และเมื่อเราพบว่า ยารักษาโรคที่กลั่นจากประสบการณ์แม่อายนี้มีคุณภาพดีมากจนสามารถใช้ได้ดีในการจัดการปัญหาคนไร้รัฐคนไร้สัญชาติ  ดังนั้น เราจึงต้องพยายามถอดบทเรียนจากประสบการณ์นี้ เพื่อผลิตซ้ำองค์ความรู้นี้ต่อไป ทั้งสำหรับคนที่มีปัญหาสถานะบุคคลทั้งในและนอกแผ่นดินแม่อาย

บทเรียนวันปฐมนิเทศน์ สำหรับ 50 เมล็ดพันธุ์แห่งแม่อาย : องค์ความรู้แม่อายในส่วนที่เป็นวิธีวิทยาสำหรับการจัดการประชากรที่มีปัญหาสถานะบุคคลตามกฎหมาย
“ห้องเรียนครั้งที่ 1 ของ ห้องเรียนการจัดการปัญหาสิทธิในสถานะบุคคลของคนไร้รัฐไร้สัญชาติในประเทศไทย รุ่นที่ 1” หรือ ที่เรียกกันติดปากแบบสั้นๆ ว่า “ห้องเรียนแม่อาย” จึงเริ่มต้นขึ้นในทันที โดย การปฐมนิเนศน์ จาก “พระมหานิคม มหาภินิกฺขมโน” พระสงฆ์ผู้เป็นทั้งที่ปรึกษาทางด้านวิชาการและเป็นที่พึ่งพิงทางจิตใจของคนในชุมชนแม่อายมาโดยตลอด และครั้งนี้ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งชาวบ้านแม่อายต้องการให้ท่านมาเป็นผู้เบิกฤกษ์ของการสร้างเยาวชนแม่อายรุ่นที่หนึ่ง เพื่อมาเป็นกำลังสำคัญในการช่วยเหลือชุมชนแม่อายต่อไป

เห็นอะไรจากกลุ่มคนที่มีถูกนับว่า เป็นคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองสามสัญชาติ (พม่า ลาว และกัมพูชา) มีเอกสารทร.38/1 : บันทึกสูตรความคิดจากการทำงานแสวงองค์ความรู้เพื่อการจัดการประชากรที่มีปัญหาสถานะบุคคล
วันนี้คนทั้งสามกลุ่มมีพบเห็นได้ทั่วไปในหลาย ๆ พื้นที่ของประเทศไทย ความท้าทายของวันนี้คือ กระบวนการพิสูจน์สัญชาติของประเทศต้นทางที่จะเริ่มต้นขึ้น ทำอย่างไรให้กระบวนการเหล่านี้เอื้อให้พวกเขาเข้าไปสู่กระบวนการพิสูจน์สัญชาติได้ ทั้งในรูปแบบข้อตกลงระหว่างรัฐต่อรัฐ หรือใช้กระบวนการทางการทูต

สานสัมพันธ์ลาว – ไทย ร่วมกันจัดการประชากรลุ่มน้ำโขง
การจัดการระบบการทะเบียนราษฎรของประเทศลาวมีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง เพราะเริ่มต้นที่ระดับล่างสุดคือ ระดับของนายบ้าน (หากเทียบกับประเทศไทยคือผู้ใหญ่บ้าน) หนึ่งหมู่บ้านจะมีหลายนายบ้าน โดยนายบ้านหนึ่งคนดูแลประมาณ 10 บ้าน ฉะนั้นจึงเป็นที่มั่นใจว่านายบ้านจะดูแลราษฎรได้อย่างทั่วถึงและบุคคลที่ได้อยู่ในระบบการทะเบียนราษฎรลาวนั้นมีจุดเกาะเกี่ยวกับประเทศลาวแน่นอน และไม่ว่าการเกิด การตาย การย้ายเข้าออกภายในหมู่บ้าน ก็จะต้องแจ้งต่อนายบ้าน ภายใน 48 ชั่วโมง

สัญชาติไทยไกลเกินเอื้อมจริงหรือ ? : กรณีศึกษาแห่งอำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน
โดยสรุป ไม่ว่า จะเป็นบุคคลเป้าหมายของมาตรา ๒๓ หรือไม่ กระบวนการจัดการปัญหาความไร้รัฐและความไร้สัญชาติสำหรับมนุษย์ในสังคมไทยในวันนี้จึงเป็นไปได้ หากเรามีองค์ความรู้ในการจัดการ ถามตัวเองดูซิว่า หากจะกินไข่เจียวซักจานหนึ่ง  แล้วมีสูตรการทำไข่เจียวแล้วยังล่ะ มีแค่ไข่ น้ำมัน กระทะ เตาทอด คงไม่พอมังนะ ทอดมันไปตามมีตามเกิด ไข่เจียวที่ออกมา มันก็สุกดีบ้าง ?  ไหม้บ้าง ? อมน้ำมันบ้าง ? เละบ้าง ? โลกมนุษย์อยู่ได้ด้วยองค์ความรู้ มนุษย์สามารถจัดการธรรมชาติและสังคมด้วยองค์ความรู้ แต่เมื่อไม่มีความรู้หรือไม่ความรู้ที่ถูกต้อง ความด้อยโอกาสหรือข้อพิพาทก็จะเกิดขึ้นอย่งเป็นธรรมดา มาจัดการองค์ความรู้เกี่ยวกับสิทธิในสถานะบุคคลตามกฎหมายกันดีไหม ? 

ข้อเสนอของคนกะเหรี่ยงราชบุรีเรื่องการจัดการปัญหาคนไร้รัฐคนไร้สัญชาติที่สวนผึ่ง ต่อที่ประชุมประชาสังคมจัดที่ห้องประชุม อบจ. ราชบุรี
ผมชื่อนายสันติ พะลีเกิดที่อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี พ่อและแม่ของผมเป็นกะเหรี่ยง ครอบครัวของเรา ไม่ว่าจากสายปู่ย่าหรือตายายเป็นชาวเขาที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้มาตั้งแต่ดั้งเดิม ตาทวดของพวกเคยเป็นกำนันในสมัยรัชกาลที่ ๕ ใครก็รู้ว่าพวกเราเป็นกะเหรี่ยง แต่เราไม่มีปัญหาเรื่องสัญชาติไทยเลย ชื่อของครอบครัวของเราถูกบันทึกในทะเบียนราษฎรไทยมาตั้งแต่ต้นประวัติศาสตร์ชาติไทย แต่พี่น้องกะเหรี่ยงของแผ่นดินไทยจำนวนมากไม่โชคดีเหมือนผม พวกเราที่สวนผึ้งจึงพยายามที่จะใช้ พ.ศ.นี้ ในการเข้าแก้ไขปัญหาให้พี่น้องในพื้นที่ของเรา จะเป็นกะเหรี่ยงหรือไม่ เราก็จะเข้าไปช่วยเหลือ เราขอย้ำว่า เรามิได้ต่อสู้เพื่อขอสัญชาติให้กับใครคนใดคนหนึ่ง เราต่อสู้ในพวกเขาได้มี “สิทธิและหน้าที่ที่เขาพึ่งมีตามกฎหมายไทย” 

พระมหานิคม หลักชัยการต่อสู้ของชาวแม่อาย
การต่อสู้รุ่นที่สาม เพื่อสืบทอดเจตนารมณ์การต่อสู้ด้วยหลักธรรมะจึงเกิดขึ้นอีก เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2551 ที่วัดท่าตอน พระอารามหลวง อำเภอแม่อาย เชียงใหม่ โดยการจัดห้องเรียนการจัดการปัญหาสิทธิในสถานะบุคคลของบุคคลไร้รัฐไร้สัญชาติในประเทศไทย รุ่นที่ 1 สำหรับเยาวชนรุ่นใหม่  50 คน มีกัลยาณมิตรที่ร่วมใจร่วมแรงตั้งแต่ต้นมาร่วมเป็นวิทยากรร่วมบันทึกประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งของชาวแม่อาย พระมหานิคมได้เมตตานำสวดมนต์เพื่อความเป็นศิริมงคลแก่ทุกคน และเล่าถึงประวัติศาสตร์การต่อสู้ 3 ยุค 

รวมกฎหมายไทยเกี่ยวกับคนต่างด้าวในประเทศไทย : คำนำในปี พ.ศ.๒๕๕๑
หนังสือเล่มนี้มุ่งเพียงให้ภาพรวมของกฎหมายและนโยบายไทยสำคัญๆ ที่รองรับกฎหมายระหว่างประเทศเกี่ยวกับคนต่างด้าว ดังนั้น การศึกษาทุกเรื่องที่กล่าวมา ก็คือ สร้างสันติสุขแก่ชีวิตของมนุษย์ที่เป็นต่างด้าวบนแผ่นดินไทย

แนวคิดทั่วไปและข้อเท็จจริงที่แสดงถึงจุดเกาะเกี่ยวระหว่างบุคคลธรรมดากับรัฐ
ข้อเท็จจริงใดบ้างที่แสดงถึงจุดเกาะเกี่ยวระหว่างรัฐและเอกชน ? และเมื่อพิสูจน์ได้จริงถึงความมีอยู่ของข้อเท็จจริงอันเป็นจุดเกาะเกี่ยวระหว่างรัฐและเอกชน รัฐหรือเอกชนดังกล่าวจะได้รับผลกระทบอย่างไรจากความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น ? โดยหลักกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล รัฐย่อมมีอำนาจอธิปไตยเหนือดินแดนและเหนือประชากรของตน ดังนั้น บุคคลที่มีความสัมพันธ์กับรัฐใดโดยหลักดินแดนและหลักบุคคล จึงถือได้ว่า มีจุดเกาะเกี่ยวที่แท้จริงกับรัฐนั้นๆ ซึ่งเอกชนอาจมีข้อเท็จจริงอันแสดงถึงจุดเกาะเกี่ยวอย่างแท้จริงกับรัฐได้ใน ๒ ช่วงเวลา กล่าวคือ (๑) จุดเกาะเกี่ยวโดยการเกิด และ (๒) จุดเกาะเกี่ยวภายหลังการเกิด 

สถานะบุคคลของบริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ตามกฎหมายเอกชน
ภายใต้หลักกฎหมายระหว่างประเทศ เนื่องจากแอลจีไทยเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายไทย จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าแอลจีไทยมีจุดเกาะเกี่ยวกับประเทศไทยตามกฎหมายไทย แต่ด้วยเหตุที่แอลจีไทยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เกาหลีและมีผู้ถือหุ้นทั้งหมดเป็นคนชาติของเกาหลี ทำให้แอลจีไทยมีจุดเกาะเกี่ยวอย่างเข้มข้นกับเกาหลี ซึ่งเป็นจุดเกาะเกี่ยวทางเศรษฐกิจอีกด้วย เพราะแอลจีไทยเป็นประโยชน์ในทางเศรษฐกิจต่อประชากรของเกาหลีอย่างมาก ผลที่ตามมาจึงทำให้แอลจีไทยมีสองสัญชาติ กล่าวคือสัญชาติไทยในสถานะการณ์ทั่วไป และสัญชาติเกาหลีในสถานะการณ์พิเศษที่กฎหมายกำหนดให้เป็นเช่นนั้น

ดอนโจดในมิติของสิทธิมนุษยชน
กล่าวโดยสรุปแล้ว ปัญหาของชาวดอนโจดก็คือปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เราสามารถพบเห็นได้ทั่วไปในพื้นที่นี้ แล้วใครจะเป็นคนที่บอกกล่าวสังคมถึงเรื่องเช่นนี้ หรือศัพท์ชาวบ้านที่เราเรียกว่าการเอากระดิ่งไปผูกคอแมว? ถ้ามิใช่นักนิติศาสตร์ !!!! แต่แค่บอกกล่าวก็คงไม่พอ เราในฐานะนักนิติศาสตร์ ซึ่งเป็นนักสิทธิมนุษยชนด้วยก็คงต้องช่วยเหลือพวกเขาเหล่านั้น ให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งคณะนิติศาสตร์ โดยศูนย์ช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย (ศชปก.) มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ก็ตระหนักและพยายามช่วยเหลือคนเหล่านี้อย่างจริงจังต่อไป

สิทธิในสถานะบุคคลตามกฎหมายของมนุษย์ที่มีลมหายใจบนแผ่นดินไทย
หากฟังข้อเท็จจริงได้ว่า มนุษย์ผู้ใดตกเป็นคนไร้สัญชาติ ซึ่งการให้สัญชาติไทยนี้ย่อมทำให้สภาวะความเป็นคนไร้สัญชาติสิ้นสุดลง กระบวนการขจัดความไร้สัญชาติให้แก่มนุษย์บนแผ่นดินไทยได้เริ่มต้นแล้ว เช่นกัน โดยรัฐบาลไทย ทั้งนี้ ด้วยแนวคิดและวิธีการที่กำหนดในยุทธศาสตร์จัดการสถานะและสิทธิของบุคคลตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๘ เช่นกัน โดยสรุป ด้วยความคืบหน้าในการจัดการประชากรของรัฐไทยดังได้กล่าวมา โดยหลักการ ความยุติธรรมทางสังคมคงเกิดแก่มนุษย์ที่มีลมหายใจบนแผ่นดินไทย แต่ระดับแห่งสิทธิในสถานะบุคคลที่ได้รับย่อมเป็นไปตามจุดเกาะเกี่ยวที่มนุษย์ผู้นั้นมีกับสังคมไทย อย่างน้อยที่รัฐไทยสัญญากับประชาคมโลกแล้ว ก็คือ มนุษย์จะได้รับการรับรองความเป็นบุคคลตามกฎหมายบนแผ่นดินไทย ดังที่เคยสัญญามาแล้วตั้งแต่สมัยในหลวงรัชกาลที่ ๕ ปัญหาการบังคับใช้กฎหมายก็ย่อมมี มากบ้างน้อยบ้าง แต่รัฐไทยก็สามารถแก้ไขปัญหาได้โดยกระบวนการยุติธรรมไทย มิใช่หรือ ?

ความยุติธรรมแก่คนรากหญ้า : การขจัดความไร้รัฐและความไร้สัญชาติให้แก่ชาวเขาในพะเยาและปริมณฑล
เรื่องของนายจั่งและนางไหมลีจึงถูกนำมาเล่าในวันรพีของปี พ.ศ.๒๕๕๑ เพื่อให้นิติศาสตร์พะเยาได้ทำหน้าที่ตอบปัญหาความยุติธรรมให้แก่คนรากหญ้าดังเช่นเขาทั้งสอง ซึ่งยังมีลมหายใจและใช้ชีวิตอยู่อย่างยากลำบากในเขตพื้นที่พะเยา น่าน แพร่ อุดรติดถ์ ฯลฯ นิติศาสตร์ พะเยาได้นับหนึ่งแล้วเพื่อที่จะจรรโลงความยุติธรรมให้แก่คนรากหญ้าบนแผ่นดินที่มหาวิทยาลัยตั้งอยู่ และผู้เขียนก็มีความเชื่อในความมั่งมั่นของคณาจารย์นิติศาสตร์และผู้บริหารมหาวิทยาลัย จึงขอขอบคุณในความดีความงามที่ท่านทั้งหลายมีต่อประชาชนของแผ่นดิน ขอให้มหาวิทยาลัยนเรศวร พะเยาจึงมีแต่ความเจิญก้าวหน้าตลอดไป ด้วยจิตคารวะอย่างสูงสุด.....

ศาลไทยใน พ.ศ.๒๕๑๗ และนายยี่เกียม : การรับรองการเกิดในประเทศไทยสำหรับบุคคลที่เกิดก่อน พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ.๒๔๙๙
นายยี่เกียมเกิดที่จังหวัดพิษณุโลก โดยพิจารณาจากภาพถ่ายในประเทศไทยก่อนที่จะออกเดินทางไปประเทศจีนของนายยี่เกียมผู้ร้องกับญาติฝ่ายมารดาและภาพถ่ายของผู้ร้องกับพี่ชายและน้องชายในฐานะพยานเอกสารที่แสดงการเกิดของผู้ร้องในประเทศไทย โดยศาลอธิบายว่า ภาพดังกล่าวเป็นภาพเก่าตามสภาพอย่างเห็นได้ชัดเจน นอกจากนั้น นางนิตยากับนายเกี่ยงยังได้เบิกความยืนยันด้วยว่า ภาพถ่ายข้างต้นเป็นภาพถ่ายของนายยี่เกียมในขณะที่ยังเป็นเด็ก ดังนั้น การที่นายยี่เกียมไม่มีสูติบัตรหรือสำเนาทะเบียนบ้านมาแสดง จึงมิใช่ข้อที่พึงตำหนิ ประกอบกับศาลเข้าใจว่า ในช่วงระยะเวลานั้น การทะเบียนราษฎร์ของประเทศไทย โดยเฉพาะชนบทยังไม่เป็นระบบเรียบร้อยดังเช่นทุกวันนี้ 

๑๑ องค์ความรู้ที่สังคมไทยควรรู้เกี่ยวกับ “คนไร้เอกสารพิสูจน์ทราบตัวบุคคลในรัฐไทย”
เป็นการศึกษาที่มุ่งแสวงหาองค์ความรู้ในการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย แก่คนไร้รัฐไร้สัญชาติในประเทศไทย ในกรณีที่ตกเป็นคนไร้เอกสารพิสูจน์ทราบตัวบุคคล โดยมีวิธีการศึกษาผ่านกรณีศึกษาคนไร้เอกสารพิสูจน์ทราบตัวบุคคลในสังคมไทย ทั้งนี้ โดยใช้แนวคิดพื้นฐานด้านมานุษยวิทยาทางกฎหมาย   และโดยการทำห้องทดลองทางสังคม  ร่วมกับบุคคลที่ยอมตนเป็นกรณีศึกษาและบุคคลที่เกี่ยวข้องมากมาย ซึ่งเมื่อจบการศึกษาผู้เขียนได้พบข้อค้นพบจำนวนมาก ซึ่งสามารถสรุปข้อค้นพบที่สำคัญที่สังคมไทยควรรู้เกี่ยวกับคนไร้เอกสารพิสูจน์ทราบตัวบุคคลได้ ๑๑ ประการ ดังนี้

ดอนโจดและคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี : ทำไม ? ทำอะไร ? เพื่ออะไร ?
ตัวอำเภออยู่ใกล้โรงพยาบาลบุณฑริก  ซึ่งพี่น้องดอนโจด ต้องพึ่งพาเวลาเจ็บป่วยหนักๆ ต้องหนักนะ เพราะการเดินทางต้องอาศัยรถราเท่านั้น ห่างจากหมู่บ้านประมาณกว่า ๒๐ กิโลเมตร อย่างไรก็ดีเราพบว่าหญิงตั้งครรภ์แม้จะฝากครรภ์กับอนามัย แต่ก็ไปคลอดที่โรงพยาบาล ที่น่าเสียดายคือโรงพยาบาลไม่ออกใบรับรองการเกิดให้เด็ก ซึ่งอาจมีเหตุผลบางประการที่เป็นข้อขัดข้องอันไม่อาจทำความเข้าใจกับชาวบ้านได้ แต่สิ่งที่เกิดต่อมาคือ อนามัยทำการออกใบรับรองการเกิดให้ในฐานะที่แม่ของเด็กได้มาฝากครรภ์ที่สถานีอนามัย ซึ่งชาวบ้านอาจจะคิดว่า “มีบางสิ่งบางอย่างดีกว่าไม่มีอะไรเลย”กระมัง

คนต่างด้าวสำหรับประเทศไทย : คือใครบ้าง ? รัฐไทยต้องคุ้มครองไหม ? อย่างไรกัน ?
สถานการณ์ความมั่นคงทางสัญชาติของประชากรกับสถานการณ์ความหลากหลายทางเชื้อชาติและชาติพันธุ์ เป็นสิ่งที่สร้างสรรค์สังคมไทย ความเป็นเอกภาพของประชากรในเรื่องสัญชาติก็ไม่หมายถึงความสิ้นสุดของความหลากหลายทางเชื้อชาติ ชาติพันธุ์ และแหล่งกำเนิดของประชากร ในขณะเดียวกัน  ความหลากหลายดังกล่าวย่อมไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อปัญหาความมั่นคงทางดินแดนแห่งรัฐเช่นกัน ในทางกลับกัน ความเป็นต่างด้าวทางกฎหมายของมนุษย์ที่มีความกลมกลืนกับสังคมไทยแล้วกลับสร้างความไม่มั่นคงแก่สังคมไทย ดังนั้น การยอมรับกลไกการปรับคนต่างด้าวที่กลมกลืนกับสังคมไทยให้เป็นคนสัญชาติไทยต่างหากที่จะขจัดปัญหาชนกลุ่มน้อยในเชิงสัญชาติที่อาจเป็นภัยความมั่นคงแห่งดินแดน กระบวนการปรับเปลี่ยนก็จะเกิดขึ้นในกาลเวลาทีละเล็กทีละน้อย  อย่างเป็นธรรมชาติ  และเกิดขึ้นอย่างเป็นอัตโนมัติ แต่อย่างไรก็ตาม ความขัดข้องของกลไกก็อาจเกิดขึ้นได้ด้วยความไม่เข้าใจกฎหมายและอคติของฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง  ซึ่งเป็นภารกิจที่ฝ่ายปกครองของรัฐไทยย่อมจะต้องมีความชาญฉลาดในการบริหารความเสี่ยงด้านความมั่นคงแห่งรัฐในอนาคต

รัชนี ธงไชยและเด็กไร้รัฐไร้สัญชาติเพราะไร้รากเหง้า : วันนี้ ประเทศไทยมีคำตอบแล้ว
บทเรียนเรื่องคนไร้รากเหง้านั้น มาจากห้องเรียนที่อาจารย์รัชนี ธงไชยได้สร้างขึ้นและจัดหลักสูตรการเรียนรู้ให้เรา...นักกฎหมายผู้ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองและตัวอักษรแห่งกฎหมายที่มีรากฐานความคิดจากตะวันตกที่มีระบบการจัดการประชากรที่สมบูรณ์แล้ว จนมองไม่เห็นปัญหาความไร้รากเหง้าของบุคคล หลายหนที่แม่แอ๊วเหนื่อย ท้อ และป่วย และหายไปจากห้องเรียน... แต่ในเวลาไม่นาน แม่ก็จะปรากฏตัวขึ้น แม้จะเหน็ดเหนื่อยจนต้องจับมือครูแหม่มไว้แน่น แต่แม่แอ๊วและครูแหม่มก็สู้ต่อเพื่อสร้างความเข้าใจให้นักกฎหมายอย่างพวกเราซึ่งอาจจะไม่ค่อยมีความเข้าใจในความรู้สึก  ด้วยเรามีความละเอียดอ่อนของอารมณ์ไม่มากพอ 

หนังสือถึงนายอำเภอสวนผึ้งเรื่องการขอยื่นคำร้องเพื่อแสดงเจตนาในการยื่นคำร้องขอลงรายการสัญชาติในเอกสารทะเบียนราษฎร
การปฏิเสธไม่รับคำร้อง ไม่ดำเนินการพิจารณาคำร้องใด ๆ อาจหมายถึงการไม่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ตามมาตรา ๙ (๓) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.๒๕๔๒ , มาตรา ๒๓ แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ และหนังสือสั่งการดังกล่าว นอกจากนี้สิทธิในการเข้าถึงสถานะผู้มีสัญชาติไทยเป็นสิทธิประการหนึ่งที่ได้รับการรับรองและคุ้มครองโดยมาตรา ๔ , ๓๐ แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๕๐ รวมถึงเป็นสิทธิมนุษยชนที่ได้รับการรับรองและคุ้มครองโดยข้อ ๑๖  และข้อ ๒๔ แห่งกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางแพ่งและทางการเมือง (ICCPR) ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีโดยการภคยานุวัติเมื่อวันที่ ๒๙ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๓๙ และมีผลใช้บังคับกับประเทศไทยนับตั้งแต่วันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๔๐ เป็นต้นมา

คุณมานะ งามเนตร์ให้คำแนะนำคุณนภาภรณ์ผู้ขอสัญชาติไทยตามมาตรา 7 ทวิไว้ แต่นานมากแล้วค่ะยังไม่มีความคืบหน้าอะไรเลย
หนูชื่อ น.ส. นภาภรณ์ - ค่ะ หนูขอสัญชาติไทย 7 ทวิไว้ แต่นานมากแล้วค่ะยังไม่มีความคืบหน้าอะไรเลย หนูขอสัญชาติไทยตั้งแต่ปี 2541 แล้วค่ะ ตอนนี้หนูจมหาวิทยาลัยได้ 2 ปีแล้ว แล้วก็ทำงานกับ องค์กร NGO ในที่ทำงาน เวลาต้องออกไต่างจังหวัด หนูจะไม่ได้ไปกับเขาเพราะหนูถือบัตรสำรวจชุมชนบนพื้นที่สูง (สีเขียวขอบแดง) และบัตรสีนี้ก็ยังขออนุญาตออกนอกพื้นที่ไม่ได้ หนูเลยไปไหนไม่ได้ค่ะ หนูเขียนจดหมายมาถาม คุณมานะค่ะว่าหนูจะยังพอมีสิทธิที่จะได้สัญชาติไทยไหมคะ หนูอยากให้ คุณมานะตอบหนูด้วยค่ะ

ความเห็นทางกฎหมาย (Legal Opinion) ต่อการปฏิบัติงานของหน่วยงานทะเบียนราษฎรตามมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 ฉบับแก้ไขครั้งที่ 4 พ.ศ. 2551 เพื่อประสานความเข้าใจระหว่างอำเภอเชียงดาวและบุคคลที่ประสงค์ยื่นคำร้อง
จากบทบัญญัติดังกล่าว ย่อมส่งผลให้บุคคลทั้ง 3 กลุ่มดังกล่าวข้างต้น มีสิทธิที่จะยื่นคำร้องขอลงรายการสัญชาติฯ ต่อนายทะเบียนอำเภอ หรือนายทะเบียนท้องถิ่น นับจากวันที่ 28 พฤษภาคม 2550 เป็นต้นไป และเมื่อนายทะเบียนรับคำขอพร้อมหลักฐานแล้ว ให้ดำเนินการตรวจสอบหลักฐาน สอบสวนผู้ยื่นคำร้อง และพยานบุคคล เพื่อรวบรวมหลักฐานและทำความเห็นเสนอต่อนายอำเภอหรือผู้อำนวยการเขตเพื่อพิจารณาสั่งอนุมัติ หรือไม่อนุมัติให้เพิ่มชื่อผู้ยื่นคำร้องเข้าในทะเบียนราษฎร (ท.ร. 14) โดยจะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน (ปรากฎตามข้อ 3-5 แห่งหนังสือ มท.0309.1/ว.1587)

คำถามและคำตอบ สำหรับการแก้ไขปัญหาเมื่อถูกปฏิเสธสิทธิในการร้องขอลงรายการสัญชาติไทยตามมาตรา ๒๓ แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๕๑
หากไม่มีคำตอบใดๆ จากนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่น ภายใน 90 วันนับแต่วันได้รับใบตอบรับไปรษณีย์ >> ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองว่า นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่น ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ปฏิบัติหน้าที่ล่าช้า

คำถามและคำตอบ สำหรับการแก้ไขปัญหาความผิดกฎหมายคนเข้าเมืองของคนต่างด้าวที่เกิดในประเทศไทยตามมาตรา ๗ ทวิ วรรค ๓ แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ ซึ่งถูกแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๕๑
ผู้เกิดในราชอาณาจักรไทยซึ่งไม่ได้สัญชาติไทยตามวรรคหนึ่งจะอยู่ในราชอาณาจักรไทยในฐานะใด ภายใต้เงื่อนไขใด ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรและสิทธิมนุษยชนประกอบกัน ในระหว่างที่ยังไม่มีกฎกระทรวงดังกล่าว ให้ถือว่า ผู้นั้นเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง”

คนที่เกิดในไทยและตกเป็นคนต่างด้าวโดยผลของ ปว.๓๓๗ ต้องเตรียมตัวอย่างไรเพื่อยื่นคำขอลงรายการสัญชาติในเอกสารการทะเบียนราษฎรของการได้สัญชาติไทยตามมาตรา ๒๓ แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๕๑ ?
บรรดาบุคคลที่เคยมีสัญชาติไทยเพราะเกิดในราชอาณาจักรไทย   
แต่ถูกถอนสัญชาติไทยตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๓๗ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๑๕ ข้อ ๑ และผู้ที่เกิดในราชอาณาจักรไทยแต่ไม่ได้สัญชาติไทยตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๓๗ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๑๕ ข้อ ๒ รวมถึงบุตรของบุคคลดังกล่าว ที่เกิดในราชอาณาจักรไทยก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับและไม่ได้สัญชาติไทยตามมาตรา ๗ ทวิ  วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. ๒๕๐๘ ซึ่งเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ ถ้าบุคคลผู้นั้นอาศัยอยู่จริงในราชอาณาจักรไทยติดต่อกันโดยมีหลักฐานทางทะเบียนราษฎร และเป็นผู้มีความประพฤติดี หรือทำคุณประโยชน์ให้แก่สังคมหรือประเทศไทยให้ได้สัญชาติไทยตั้งแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

กฎหมายว่าด้วยความเป็นราษฎรไทยของบุคคลธรรมดา : กฎหมายที่แทบไม่ได้สอนในคณะนิติศาสตร์ไทย
ควรหรือยังที่จะสอนกฎหมายทะเบียนราษฎรในคณะนิติศาสตร์ไทย ? ควรหรือยังที่จะงานวิจัยเกี่ยวกับกฎหมายทะเบียนราษฎรของรัฐไทย ? หากแนวคิดของคณะนิติศาสตร์ไทยอยู่ที่ “การรับใช้สังคม” การสอนกฎหมายของคณะนิติศาสตร์ก็ควรจะมุ่งเป้าหมายไปที่กฎหมายที่อาจแก้ไขปัญหาสังคม เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า ปัญหาเกี่ยวกับกฎหมายทะเบียนราษฎรเป็นปัญหาที่กระทบต่อทั้งความมั่นคงของประชากรของรัฐ และความมั่นคงของดินแดนของรัฐ  ดังนั้น จึงควรมีแนวคิดของฝ่ายนโยบายการศึกษาด้านกฎหมายในสังคมไทยที่จะผลักดันการเรียนการสอน ตลอดจนการวิจัยในเรื่องกฎหมายทะเบียนราษฎรมิใช่หรือ ?

คนไร้รัฐคนไร้สัญชาติแห่งอีสาน : ความท้าทายอีกครั้งต่อนักกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล
ย้อนกลับมาที่อีสานของประเทศไทย  โดยพิจารณางานวิจัยและการให้ความช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายเกี่ยวกับคนไร้รัฐที่ทำในคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มานานปี เราพบว่า มีคนไร้รัฐอยู่จริงในอีสานของประเทศไทย  เราจะจำแนกคนไร้รัฐคนไร้สัญชาติบนแผ่นดินอีสานอย่างไรดี ? หากพิจารณาจากที่มาของคนไร้รัฐคนไร้สัญชาติในอีสาน คำตอบที่อาจมี ก็คือ (๑) คนที่ไร้รัฐเพราะตกหล่นจากทะเบียนราษฎรของรัฐลาวแล้วอพยพจากประเทศลาวเข้ามาในประเทศไทย และ (๒) คนไร้รัฐเพราะเกิดบนแผ่นดินอีสานจากบุพการีที่เกิดบนแผ่นดินอีสานเพียงแต่ตกหล่นจากทะเบียนราษฎรของรัฐไทย อาจจะมีหรือไม่ได้มีจุดเกาะเกี่ยวใดกับรัฐลาวก็ได้

โรงพยาบาลสวนดอกไม่ยอมให้นางใบ๋ ลุงอ๋อง คนไร้สัญชาติแห่งอำเภอแม่อาย ออกจากโรงพยาบาล เพราะไม่มีเงินจ่ายค่ารักษาพยาบาล : ข้อคิดจากเรื่องเก่าที่เล่าใหม่กันเรื่อยๆ
เราตอบโจทย์วิจัยของเราแล้วว่า รัฐไทยควรมีระบบคิดเกี่ยวกับหลักประกันสำหรับคนไร้รัฐคนไร้สัญชาติในสังคมไทย การปฏิเสธสิทธินี้โดยสิ้นเชิง คงมิใช่สิ่งที่ถูกต้องทั้งในแง่มนุษยธรรมและกฎหมายที่ผูกพันรัฐไทย รัฐไทยควรจะยอมรับให้หลักประกันสุขภาพแก่มนุษย์ทุกคนที่ปรากฏตัวบน แต่การยอมรับที่จะให้หลักประกันสุขภาพในน้ำหนักเดียวกับคนสัญชาติไทยซึ่งอาศัยอยู่จริงในประเทศไทยที่กำลังดำเนินอยู่ “๓๐ บาทรักษาทุกโรค” ก็ไม่น่าจะถูกต้อง เพราะความรับผิดชอบทางสังคมที่คนไร้รัฐคนไร้สัญชาติ “บางคน” ก็อาจยังไม่เท่ากับคนสัญชาติไทยซึ่งอาศัยอยู่จริงในประเทศไทย เราคงต้องคิดให้ออกถึง “ความสัมพันธ์ระหว่างระดับความรับผิดชอบทางสังคมและคุณภาพของหลักประกันสุขภาพ”  เอาใจช่วยพวกเราด้วยค่ะ

การกำหนดสัญชาติของนิติบุคคลในสถานการณ์ที่จะต้องกักคุมตัวและการควบคุมจัดกิจการหรือทรัพย์สินของบุคคลที่เป็นศัตรูต่อสหประชาชาติ
บุคคลที่เป็นศัตรูต่อสหประชาชาตินั้น นอกจากบุคคลธรรมดา ให้หมายรวมตลอดถึง มูลนิธิ บริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด ห้างหุ้นส่วนสามัญที่จดทะเบียนและมิได้จดทะเบียน และองค์การรูปอื่นใด แม้จะมิได้เป็นนิติบุคคลหรือเป็นนิติบุคคลจดทะเบียนในประเทศไทย แต่ได้กระทำการเพื่อประโยชน์แก่บุคคลนั้น หรือที่บุคคลเหล่านั้นมีประโยชน์อยู่ เนื่องจากผู้รับประโยชน์จากนิติบุคคลโดยทั่วไป ได้แก่ สมาชิกข้างมากที่ครอบงำนิติบุคคล ดังนั้น นิติบุคคลที่ประเทศไทยอาจถือเป็นศัตรูต่อสหประชาชาติจึงได้แก่ นิติบุคคลใดก็ตามที่มีสมาชิกของนิติ

นายตี๊ ชายดี : กรณีศึกษาสิทธิมนุษนชนทางสุขภาพของคนไร้สัญชาติในประเทศไทย
จะเห็นว่า แม้นายติ๊จะยังไม่ได้รับการยอมรับในทะเบียนราษฎรของรัฐไทยว่า มีสัญชาติไทย และแม้ว่า โดยการตีความของ สปสช. เขาจะไม่มีสิทธิในหลักประกันสุขภาพแห่งชาติตาม พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๕  แต่เขาก็ยังได้รับการรักษาพยาบาลโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ เขาได้รับปฏิบัติดังเช่นคนที่ได้รับการว่า มีสัญชาติไทย แล้วในทะเบียนราษฎรของรัฐไทย ท่ามกลางความสับสนทางความคิดเกี่ยวกับความมีอยู่ของสิทธิในหลักประกันสุขภาพของนายตี๊ ซึ่งยังมีสถานะเป็นคนต่างด้าว ก็ยังสรุปไม่ได้ว่า นายต๊ถูกปฏิเสธสิทธิมนุษยชนทางสาธารณสุขในประเทศไทย

คุยกันคนใน พม.ที่สนใจแก้ปัญหาคนไร้รัฐคนไร้สัญชาติ
เมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๐ คุณดรุณี เทพเฉลิม ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและพิทักษ์ผู้ด้อยโอกาส กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  ได้ชวนคนทำงานด้านคนไร้รัฐคนไร้สัญชาติใน พม. อีก ๕ คนมาคุยด้วย ซึ่งก็มี (๑) นางจินดา โพทะรัตน์ศิริ ผู้อำนวยการกลุ่มการคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิ (๒) นายสุทัศน์ ศรีประยูรธรรม นักวิชาการ 8 ว กลุ่มการพัฒนามาตรการ กลไก (๓) นายกาญจนภาส พรหมรัตนลิขิต นักวิชาการพัฒนาสังคม 5  กลุ่มการพัฒนามาตรการ กลไก  (๔)  น.ส.วรรณา อรัญกุล นักสังคมสงเคราะห์ 7 ว กลุ่มการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้ด้อยโอกาส และ (๕) นายรักชาติ ริ้วทอง ประเด็นหลักที่คุยกัน ก็คือ การจัดสัมมนาเพื่อสร้างองค์ความรู้ในการจัดการปัญหาคนไร้รัฐคนไร้สัญชาติให้แก่เครือข่ายทำงานด้านการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

ซิหมิง จู หรืออาโหงว แซ่จูอ้างว่า เกิดในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ.๒๔๘๘ ร้องขอให้ศาลมีคำสั่งว่า ตนเป็นคนมีสัญชาติไทยตามกฎหมาย
หากศึกษาคำพิพากษาศาลฎีกาไทย จะพบว่า การถูกโต้แย้งสิทธิในสัญชาติไทยเพราะขาดเอกสารพิสูจน์ความเป็นไทยนั้นมักจะเกิดกับบุคคลเชื้อชาติจีนและอินเดียเป็นส่วนใหญ่ แต่ในการสำรวจความเป็นจริงในสังคมปัจจุบัน ปัญหาดังกล่าวเกิดอย่างมากมายในกลุ่มบุคคลมีบิดาหรือมารดาเป็นชนกลุ่มน้อยในประเทศไทย โดยเฉพาะชาวเขาหรือที่เรียกกันด้วยว่า บุคคลบนพื้นที่สูง ดังนั้น เพื่อประโยชน์ในการกำหนดสถานะของบุคคลในประเทศไทย แนวคำพิพากษาของศาลฎีกาไทยในเรื่องนี้จึงมีความสำคัญอย่างมากสำหรับคดีปกครองนอกศาลเหล่านั้น ขอให้เราอย่าลืมว่า การมีสัญชาติไทยเป็นข้อเท็จจริงพื้นฐานที่ทำให้บุคคลอาจใช้สิทธิอย่างสมบรูณ์ในประเทศไทย  ณ วันนี้ คงไม่มีใครบนแผ่นดินไทยที่ปฏิเสธว่า เรื่องของสิทธิในสัญชาติไม่เป็นเรื่องของสิทธิมนุษยชน ดังนั้น การปฏิเสธสิทธิในสัญชาติไทยของบุคคลใด ก็น่าจะเป็นเพราะบุคคลนั้นไม่มีความสัมพันธ์ที่แท้จริงกับสังคมไทย

ความต่างระหว่างสังคมเมืองและสังคมชนบท
วันหนึ่งเมื่อเราตัดสินใจไปทำงานในสังคมชนบทเป็นอาสาสมัครนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน ต้องจากบ้านมาไกล ไกลขนาดเหนือสุดของประเทศ ต้องอยู่คนเดียว ไม่มีแล้วคำปรึกษาที่ดี ๆ ต้องพึ่งตนเองทุกอย่าง ไม่มีใครคอยเป็นห่วงเหมือนเวลาเราอยู่บ้าน ตรงกันข้ามมีแต่คนคอยจ้องจับผิด ทำให้เราคิดว่าเราคิดผิดไหมที่ยอมลงทุนจากบ้านมาไกล สังคมชนบทไม่ต้องเร่งรีบ ไม่มีแรงกดดันจากสังคมมากเท่าที่ควร เป็นสังคมครอบครัวไปในตัวเพื่อนบ้านรู้จักกันหมด การเจรจาก็จะถ้อยทีถ้อยอาศัยกันไม่เหมือนในสังคมเมืองถกเถียงกันเสียงดัง ในสังคมชนบทต่างมีน้ำใจให้กันและกัน

ความเป็นไปได้ที่จะขจัดความไร้รัฐให้แก่มนุษย์ในสังคมไทย : การถอดประสบการณ์ของรัฐไทย
มีความเป็นไปทางกฎหมายที่จะขจัดความไร้รัฐให้แก่มนุษย์ในสังคมไทย แต่ความเป็นไปได้ในทางข้อเท็จจริงนั้นขึ้นอยู่กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่เจ้าของปัญหา ครอบครัวของเจ้าของปัญหา ภาควิชาการ ภาคเอกชน ภาคราชการ ภาคการเมือง ตลอดจนภาคประชาสังคมในระดับโลก แต่ที่ต้องเน้น ก็คือ ความเป็นไปทั้งทางกฎหมายและความเป็นจริงนั้น จะเป็นไปได้ด้วยความมีอยู่ขององค์ความรู้ทั้งทางทฤษฎีและทางปฏิบัติ อันรวมกันเรียกว่า “ประสบการณ์” ซึ่งรัฐไทยมีอยู่อย่างแน่นอน เมื่อเราหิวน้ำ เราก็ไม่ไปหาน้ำมาดื่ม เราก็จะหิวน้ำตลอดไป และตายในที่สุด 

โศกนาฎกรรมชาวท่าตอน
ในปี ๒๔๙๘ ได้มีกองกำลังของจีนคณะชาติทะลักเข้ามาในเขตเมืองยอนและแนวชายแดน ประกอบกับมีโจรผู้ร้ายคอยปล้นสดมภ์ ชาวบ้านไม่สามารถกลับลงมายังท่าตอนได้อย่างสะดวกเหมือนอย่างแต่ก่อน ถัดมาอีก ๑ ปี มีการสำรวจสำมะโนครัวเพื่อทำทะเบียนขึ้นเป็นครั้งแรกตาม พ.ร.บ.ทะเบียนราษฎร์ พ.ศ.๒๔๙๙ ซึ่งการสำรวจครั้งนั้น ชาวบ้านที่ไปทำกินอยู่บริเวณสบยอนไม่สามารถเดินทางมารายงานตัวเพื่อคัดลอกชื่อเข้าทะเบียนบ้านจึงทำให้มีราษฎรไทยตกหล่นในครั้งนั้นจำนวนหนึ่ง และแม้ในปี ๒๕๐๗ ทางการจะเข้ามาทำบัตรประชาชนเป็นครั้งแรกให้แก่ราษฎร แต่บางครอบครัวก็ไม่ได้เข้ามารายงานตัวเพื่อทำบัตร เพราะไม่สะดวกในการเดินทางบ้าง เพราะไม่เห็นความสำคัญของการมีบัตรประชาชนบ้าง สุดท้ายก็เลยกลายเป็นคนไทยตกหล่น

แนวคิดเรื่องสื่อสร้างสรรค์และปลอดภัยในจังหวัดอุบลราชธานี
จึงได้ทบทวนโอกาสที่ผู้ประกอบการดังกล่าวจะถูกจับ ซึ่งก็มีแค่ ๓ ปัญหาใหญ่ๆ (๑) ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ไม่มีลิขสิทธิ์ (๒) ยอมให้เด็กอายุต่ำกว่า ๑๘ ปี เล่นเกมส์นานจนเป็นภัยต่อสุขภาพ และ (๓) เปิดร้านเกินกว่าเวลาที่กฎหมายกำหนด และก็ได้อธิบายถึงการแก้ไขแต่ละปัญหา ที่สำคัญที่ได้บอกแก่พวกเขาก็คือ รัฐและสังคมไม่ควรทอดทิ้งให้พวกเขาแก้ไขปัญหา “อย่างโดดเดี่ยว” รัฐและสังคมควรจะลงมาเข้าใจพวกเขาและพยายามสร้างเครื่องช่วยให้เขามีศักยภาพที่จะแก้ไขปัญหาได้ ก็ย้อนมาบอกคุณลัดดาและอาจารย์โก๋อีก นี่แหละคือ “โจทย์พัฒนา” สำหรับทั้งสองท่าน 

การจัดการปัญหาความไร้สถานะทางกฎหมายของมนุษย์โดยกฎหมายของรัฐสภา : รายงานการทำงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขการไร้สถานะทางกฎหมายและสิทธิของบุคคลในประเทศไทย สภานิติบัญญัติแห่งชาติเกี่ยวกับการปฏิรูปกฎหมายเพื่อการจัดการประชากร
กระบวนการจัดการประชากรของรัฐภายใต้กฎหมายดังกล่าวจะปรากฏตัวในความเป็นจริงอย่างไร ? ในส่วนที่เกี่ยวกับการจัดการประชากรนั้น เพื่อสร้างประสิทธิภาพในการจัดการ นานารัฐในประชาคมโลกจึงมักบัญญัติกฎหมายขึ้นเพื่อการจัดการนี้ใน ๔ เรื่อง กล่าวคือ (๑)  การจัดการคนเกิดคนตาย โดยกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร (๒) การจัดการคนเข้าคนออก โดยกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง (๓) การจัดการคนอาศัย โดยกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง และ (๔) การจัดการคนสัญชาติ โดยกฎหมายว่าด้วยสัญชาติ

คำนำสำหรับหนังสือทำมือเรื่อง “คลินิคแม่อาย : สำนักงานกฎหมายเพื่อช่วยเหลือประชาชนไร้รัฐไร้สัญชาติโดยทนายความตีนเปล่า”
การปรากฏตัวของคลินิกแม่อาย ก็คือ การปรากฏตัวของพื้นที่ที่จะทำงานร่วมกันระหว่างทุกภาคส่วนที่น่าจะต้องมาร่วมมือกันจัดการประชากรบนแผ่นดินแม่อาย เมื่อคลินิกนี้ยังทำงานอยู่ได้ ก็หมายความว่า ความสำเร็จในการจัดการประชากรของรัฐไทยเพื่อมิให้มนุษย์บนแผ่นดินแม่อายถูกละเมิดสิทธิในสถานะบุคคลตามกฎหมายไทยจะเป็นเรื่องจริงได้ในวันหนึ่งที่ไม่นานนัก เราตระหนักว่า ด้วยภูมิปัญญาอันเกิดจากแม่อายศึกษา (Maeai Study) พื้นที่ชายแดนดังเช่นแม่อายจะมิใช่พื้นที่ที่เต็มไปด้วยน้ำตาของคนไร้รัฐคนไร้สัญชาติอีกต่อไป หากมีการถ่ายทอดประสบการณ์การทำงานของคลินิคแม่อายออกไปยังประชาสังคมในพื้นที่ชายแดนอื่นของประเทศไทย

คำนิยมหนังสือเรื่องการกำกับดูแลวินัยของผู้บริหารสถาบันการเงินเขียนโดย อาจารย์พรชัย วิวัฒน์ภัทรกุล
คำถามที่ย้อนกลับมา ก็คือ เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินให้แก่ประเทศ เรามีหนังสือมากพอและดีพอสำหรับการสร้างองค์ความรู้ด้านการจัดการการเงินให้แก่สังคมไทยแล้วหรือยัง ? ดิฉันขอให้ผู้อ่านตระหนักว่า การปรากฏตัวของหนังสือเรื่องการกำกับดูแลวินัยของผู้บริหารสถาบันการเงินซึ่งเขียนโดย อาจารย์พรชัย วิวัฒน์ภัทรกุล จึงเป็นเรื่องของ “การสร้างพื้นที่การเรียนรู้การจัดการการเงินโดยกฎหมาย” เป็นเรื่องของโรงเรียนกฎหมายเพื่อประชาชน เป็นห้องเรียนทางเลือกสำหรับนักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนอยู่ในสถาบันการศึกษา  เป็นกระดาษเปื้อนน้ำหมึกปึกหนึ่งที่จะสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายการเงินให้เพิ่มขึ้น  แล้วหนังสือเล่มนี้ดีพอไหม ?

บันทึกความตกลงร่วมระหว่างจังหวัดเลยและแขวงเวียงจันทน์ : ประเด็นกฎหมายระหว่างประเทศที่ซ่อนอยู่
ผู้เขียนมีวัฒนธรรมการออกข้อสอบที่จะแสวงหาเรื่องจริงที่เกี่ยวกับประเทศไทยมาออกข้อสอบ ในการออกข้อสอบในวิชากฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีเมืองของคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยพายัพ ประจำภาคการศึกษาที่ ๑/๒๕๕๐  ผู้เขียนเลือกเอางานของคณะกรรมการรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดนไทย-ลาว ระหว่างจังหวัดเลยกับแขวงเวียงจันทน์มาเป็นข้อเท็จจริงอันนำไปสู่การตั้งคำถามในข้อสอบ เมื่อเราศึกษาข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ เราพบว่า มีประเด็นอันเกี่ยวกับหลักกฎหมายพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีเมืองที่ชัดๆ ๓ เรื่อง กล่าวคือ (๑) ความเป็นผู้ทรงสิทธิของจังหวัดในประเทศไทยหรือแขวงในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (๒) ความเป็นบ่อเกิดของกฎหมายของบันทึกข้อตกลงร่วมระหว่างจังหวัดเลยและแขวงเวียงจันทน์ และ (๓) นิยามของคำว่า “คนสองสัญชาติ” ในบันทึกข้อตกลงร่วม แต่ก่อนที่จะกล่าวถึงประเด็นกฎหมายในแต่ละเรื่อง มีความจำเป็นที่จะต้องมาศึกษาข้อเท็จจริงของบันทึกข้อตกลงร่วมนี้เสียก่อน

หมายเหตุท้ายคำพิพากษาฎีกาที่ ๗๓๕๐/๒๕๓๗ (การที่ศาลไทยยอมรับใช้กฎหมายอังกฤษในสถานะของหลักกฎหมายระหว่างประเทศว่าด้วยการประกันภัยทางทะเล)
ฎ.๗๓๕๐/๒๕๓๗ มิใช่คำพิพากษาศาลฎีกาในคดีพาณิชย์โดยทั่วๆ ไป ทั้งนี้ เพราะว่า นิติสัมพันธ์ของบุคคลในคดีนี้มีลักษณะระหว่างประเทศ ประการหนึ่ง และศาลไทยมิได้ตัดสินคดีนี้โดยใช้ กฎหมายพาณิชย์ของไทย อีกประการหนึ่ง จะเห็นว่า มิใช่เรื่องที่เป็นปกติธรรมดาที่ศาลของรัฐหนึ่งจะนำเอากฎหมายของอีกรัฐหนึ่งมาใช้ในการตัดสินคดีที่ขึ้นสู่ศาลภายในของตน โดยเฉพาะในกรณีที่เกี่ยวข้องกับ ศาลไทย ซึ่งไม่บ่อยครั้งนักที่ศาลนี้จะยอมรับลักษณะระหว่างประเทศของคดี จึงน่าจะมาตั้งข้อสังเกต ทัศนคติและหลักในการพิจารณาและพิพากษาของศาลฎีกาใน ฎ.๗๓๕๐/   ๒๕๓๗ 

กระบวนการยุติธรรมสำหรับผู้หนีภัยการสู้รบในค่ายพักพิง : บทสรุปและข้อเสนอแนะในการจัดการ
รูปแบบการปกครองใหม่เฉพาะกิจนั้นน่าจะเป็นกลไกประสิทธิภาพที่อาจจะต้องหลุดจาก “อนุรักษ์นิยม” เพื่อเอาชนะปัญหาเดิมๆ ที่กลไกเก่าก้าวข้ามไม่ได้ แต่เป้าหมายก็ยังเหมือนเดิมที่การรักษาไว้ซึ่งสิทธิมนุษยชนของเหล่าคนต่างด้าวกลุ่มนี้จะต้องไม่ทำให้ความมั่นคงแห่งรัฐไทยน้อยลงไป  รัฐไทยคงสัญญาไม่ได้ว่า จะรับเอาคนในค่ายพักพิงมาไว้ในแผ่นดินไทยทั้งหมด แต่การที่รัฐไทยน่าจะให้แก่คนในค่าย ก็คือ กระบวนการยุติธรรมที่เหมาะสมแก่วิถีชีวิตที่กำลังเปลี่ยนไปของเหล่าผู้หนีภัยการสู้รบในค่ายพักพิง แต่ความสำเร็จของเรื่องนี้ ก็เป็นได้ก็ด้วยความสำเร็จที่ต้องเกิดขึ้นก่อนในเจ้าหน้าที่ของรัฐไทยที่เกี่ยวข้อง กล่าวคือ เจ้าหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงยุติธรรม ซึ่งผู้แทนของรัฐไทยในความรับผิดชอบระหว่างประเทศนี้

กระบวนการยุติธรรมโดยรัฐไทยในค่ายพักพิงสำหรับผู้หนีภัยการสู้รบ : บทนำทางความคิด
จาก ๑ เดือนเป็น ๑๐ ปี ของค่ายพักพิงหนึ่งๆ ทำให้ความผิดกฎหมายของพื้นที่ถูกลืมเลือนไป ระบบพิเศษหลายอย่างที่นำมาใช้ในพื้นที่นี้ ทำให้กระบวนการยุติธรรมตามปกติของรัฐไทยดูจะไม่มีที่ยืนในพื้นที่แห่งนี้ อาจจะมีความจำเป็นที่จะทำให้พื้นที่อย่างค่ายพักพิงได้ถูกรองรับจากกฎหมายไทยในระบบปกติ ควรแล้วหรือยังที่จะต้องใช้มาตรา ๑๗ แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.๒๕๒๒ ที่จะให้สิทธิอาศัยชั่วคราวแก่คนในค่าย และเมื่อคนเริ่มมีความถูกกฎหมาย พื้นที่ที่คนอาศัยอยู่ก็เริ่มต้นที่จะเป็นพื้นที่ที่ถูกกฎหมาย และระบบกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของรัฐไทยในสภาวการณ์ปกติก็อาจขยายตัวเข้าไปในค่ายพักพิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ  

ความเห็นทางกฎหมายเกี่ยวกับการออกบัตรประชาชนให้แก่กลุ่มชาวเลเผ่ามอแกน เกาะเหลา จังหวัดระนอง
แม้จะมีมติคณะรัฐมนตรีเพื่อกำหนดสถานะบุคคลให้แก่ชาวเลที่ประสบภัยสึนามิในวันที่ ๑๘ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๐ แต่กระบวนการแก้ไขปัญหาก็คงไม่แล้วเสร็จในเวลาอันใกล้ เพราะกระบวนการสำรวจข้อเท็จจริงอันกำหนดสถานะบุคคลของชาวเลเผ่ามอแกนยังไม่คืบหน้าเท่าที่ควร การทำเอกสารสำคัญที่จะแสดงสิทธิในความเป็นคนมอแกนดั้งเดิม กล่าวคือ “หนังสือรับรองสถานที่เกิดตามกฎหมายปกครองท้องที่” ยังไม่เป็นที่เข้าใจในทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง  ดังนั้น กระบวนการพัฒนาสถานะบุคคลตามกฎหมายไทยในแก่ชาวเลเผ่ามอแกนก็น่าจะประสบปัญหาความล่าช้า เหมือนสถานการณ์ดังที่เป็นอยู่ทั่วประเทศไทย

ทำไม กมธ.ศึกษาปัญหาคนไร้สถานะของ สนช. จึงต้องเสนอให้บัญญัติกฎหมายเกี่ยวกับคนไทยพลัดถิ่น ? : คำถามที่ ๑
การแก้ไขปัญหาที่ถูกต้องที่สุดในเรื่องนี้ ก็คือ “การใช้กฎหมายของรัฐสภาเพื่อเปิดพื้นที่” ให้มีการหารือกันเพื่อแก้ไขปัญหา การปฏิเสธที่จะยอมรับกฎหมายในลักษณะนี้ ก็คือ การสะสมความขัดแย้งระหว่างรัฐและเอกชน ซึ่งจากสถานการณ์ที่ปรากฏในประเทศไทย เราคงตระหนักแล้วว่า หากรัฐยังคงนิยมการใช้อำนาจโดยไม่รับฟังเสียงของประชาชนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ผลของแนวคิดนี้ย่อมนำมาซึ่งความไม่สงบในสังคมไทย และความไม่มั่นคงของมนุษย์ในสังคมไทย สิ่งเดียวที่จะเกิดขึ้นโดยทันทีเมื่อมาตรา ๒๒ ว่าด้วยการยอมรับให้สถานะคนสัญชาติไทยแก่คนไทยพลัดถิ่นได้รับการยอมรับจาก สนช. ก็คือ คนเชื้อสายไทยกลุ่มนี้จะรู้สึกดีขึ้นว่า รัฐไทยมิได้มองเขาเป็น “คนอื่น” มีสถานะดังเช่นคนต่างด้าวที่ไม่มีเชื้อสายไทย แม้เพียงเพื่อ “ความรู้สึกใหม่” ที่เกิดขึ้นแก่คนเชื้อสายไทย สิ่งนี้ก็น่าจะมีผลคุ้มค่าที่ฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารของรัฐไทยน่าจะต้องทำงานกันเพื่อให้ความรู้สึกนี้เกิดขึ้นได้จริง มิใช่หรือ

ชาติพันธุ์ในประเทศไทย : มีปัญหาการเข้าสู่สิทธิมนุษยชนหรือไม่ ? อย่างไร ?
การละเมิดสิทธิมนุษยชนในสาระสำคัญไม่ปรากฏเป็นปัญหาต่อกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีสัญชาติไทยและอาศัยอยู่ในเขตเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากบุคคลดังกล่าวมีการศึกษาในระบบการศึกษาสมัยใหม่อีกด้วย การสืบเชื้อสายมาจากกลุ่มชาติพันธุ์ก็ไม่ก่อให้เกิดปัญหาสิทธิมนุษยชนให้แก่บุคคลนั้นจนไม่อาจแก้ไขได้ ในทางตรงกันข้าม หากกลุ่มชาติพันธุ์นั้นไม่มีสัญชาติไทยและอาศัยอยู่ในเขตป่าหรือชายแดน ก็มีแนวโน้มที่บุคคลในสถานการณ์นี้จะไม่ได้รับการยอมรับให้มีสถานะบุคคลที่ชอบด้วยกฎหมายไทย กล่าวคือ ถูกสันนิษฐานว่า เป็นคนต่างด้าวที่ไม่ได้รับอนุญาตให้เป็นคนเข้าเมือง หรือที่เรียกว่า “คนต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมาย” และภายใต้สถานะบุคคลดังกล่าวนี้ บุคคลย่อมได้รับผลกระทบด้านลบต่อสิทธิมนุษยชน

คนไร้รัฐ ไร้สัญชาติในรัฐไทย.......ชีวิตจริงที่ยิ่งกว่านวนิยาย
ฉันจึงคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่า หนังสือ “คนไร้รัฐ ไร้สัญชาติในรัฐไทย” ที่จัดพิมพ์และจำหน่ายโดยบริษัท สำนักพิมพ์วิญญูชน จำกัด จะไม่เป็นเพียงสื่อที่ถูกอ่านจากคนทำงานช่วยเหลือคนไร้รัฐ ไร้สัญชาติ นักศึกษาที่เรียนเกี่ยวกับเรื่องราวเหล่านี้ หรือตัวคนไร้รัฐที่ซุกซ่อนตัวอยู่ทั่วรัฐไทย หากแต่กลุ่มคนที่ฉันอยากให้ลองหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาศึกษา คือ บรรดาข้าราชการตั้งแต่ระดับนโยบายระเรื่อยลงมาถึงฝ่ายปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับงานคนไร้รัฐ เพื่อให้เกิดมุมมองที่อาจจะแตกต่างในการทำหน้าที่ของท่าน

ฮงผิง ยิว : กรณีศึกษาคนไร้รากเหง้าเทียม เพราะไม่อาจได้รับการยอมรับโดยบุพการีที่แท้จริง
ข้อหารือในด้านกฎหมายทะเบียนราษฎร ก็คือ  จะต้องนำนางสาวฮงผิงไปรับการสำรวจภายใต้ยุทธศาสตร์เพื่อการจัดการสถานะและสิทธิของบุคคลตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 18 มกราคม พ.ศ.2548 อีกครั้งหรือไม่ ? อย่างไร ? ....ข้อหารือด้านกฎหมายสัญชาติในประการแรก ก็คือ  นางสาวฮงผิงเป็นบุคคลภายใต้ยุทธศาสตร์เพื่อการจัดการสถานะและสิทธิของบุคคลตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 18 มกราคม พ.ศ.2548 ที่จะได้สัญชาติไทยหรือไม่ ? อย่างไร ? ในสถานะของบุคคลในสถาบันการศึกษาไทย ? หรือในสถานะของบุคคลไร้รากเหง้า ซึ่งเป็นบุตรบุญธรรมของคนสัญชาติไทยโดยคำสั่งศาล ? ข้อหารือด้านกฎหมายสัญชาติในประการที่สอง ก็คือ  นางสาวฮงผิงเป็นบุคคลภายใต้ร่างมาตรา 22 แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ..... หรือไม่ ? 

รายงานการสำรวจและวิเคราะห์องค์ความรู้เรื่องปัญหาและการจัดการปัญหาสถานะบุคคลตามกฎหมายของคนไร้รากเหง้า
มีน้อยกรณีนักที่เราจะพบผู้ใหญ่ไร้รากเหง้า ที่ไม่เคยผ่านความเป็นเด็กไร้รากเหง้ามาก่อน ความเป็นไปได้ที่มี ก็คือ การสูญเสียความทรงจำโดยคนนั้นเองในขณะที่เป็นผู้ใหญ่ ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อมีการบันทึกข้อมูลส่วนบุคคลของประชากรอย่างละเอียดละออกตั้งแต่เกิดจนตายในทะเบียนราษฎรของรัฐ อีกทั้งการสื่อสารมวลชนเป็นไปได้อย่างรวดเร็วทั่วโลก การสืบค้นรากเหง้าของคนที่เคยมี “รายการสถานะบุคคลในทะเบียนราษฎร” ของรัฐใดรัฐหนึ่งจึงมิใช่ของยาก แต่กรณีก็อาจเป็นได้ว่า คนที่สูญเสียความจำนั้นจำรากเหง้าของตนเองไม่ได้ ในขณะที่บุคคลรอบข้างจำได้ถึงรากเหง้าของเขา ความไร้รากเหง้าอันนี้ ก็จะไม่ทำให้เขาไร้รัฐ

คนไทยจากเกาะกง กัมพูชา : ไร้สัญชาติหรือ ? เป็นไปได้อย่างไรกัน ?
แล้วทำไมวันนี้ พวกเขายังไร้สัญชาติ ? แม้จะมีนโยบายในรูปของมติคณะรัฐมนตรีจำนวนมากเพื่อยอมรับให้สถานะคนสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติแก่คนทั้งสองกลุ่มในที่สุด แต่การดำเนินการก็ไม่ค่อยคืบหน้าตามสมควร  เมื่อกระบวนการพัฒนาสถานะไม่คืบหน้า แม้จะมีสิทธิที่จะได้สัญชาติแล้ว  แต่เมื่อกระบวนการให้สิทธิยังไม่แล้วเสร็จ  บุคคลดังกล่าวก็จะยังถูกถือเป็น “คนต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย” แม้ในวันนี้...๓ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๐  เราจึงพบว่า บุตรของคนเชื้อสายไทยจากเกาะกงที่เกิดในประเทศไทยก็ยังตกเป็นคนไร้สัญชาติ และประสบปัญหาเพื่อการได้มาซึ่งสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานอย่างมากมาย

สถานการณ์ความรุนแรงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ : ทำไมจึงเลือกเป็นบทเรียนในเวทีเสวนาวิชาการวันรพี ประจำปี ๒๕๕๐ ?
การปรากฏตัวของเยาวชนในงานเกี่ยวกับสามจังหวัดภาคใต้ เป็นนิมิตอันดีของสังคมไทย การเรียนรู้เพื่อจะเข้าถึงและเข้าใจปัญหาของเยาวชนร่วมกับผู้ใหญ่ใจดีในวันนี้ ย่อมหมายความว่า  เมื่อเยาวชนเหล่านี้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้น เราก็มั่นใจได้ว่า จะมีผู้ใหญ่ใจดีอีกกลุ่มที่เข้าจัดการสถานการณ์สามจังหวัดภาคใต้ในอนาคตและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ดังกล่าวจะเป็นไปอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ เปี่ยมไปด้วยความยุติธรรม นิติธรรม และสิทธิมนุษยชน การตอบรับของเหล่าผู้ใหญ่ใจดีในการช่วยเตรียมงาน จนถึงมาร่วมงานในบทบาทต่างๆ ก็น่าจะทำให้เรามี “ภาพตัวอย่าง” ของความร่วมมือในการจัดการปัญหา ระหว่างคนต่างวัย ระหว่างคนต่างความรู้ ระหว่างคนต่างความคิดเห็น 

แล้วมิวจะแก้ปัญหาความไร้สัญชาติให้แก่บัวไหล ได้อย่างไร ?
ทำไมจึงเรียกพวกเขาว่า “ลาวอพยพ” ?  คำตอบ ก็คือ รัฐบาลเข้าใจว่า บุคคลดังกล่าวเป็นคนที่ข้ามมาจากฝั่งลาว จึงน่าจะเป็นคนที่เกิดในประเทศลาว และควรจะมีชื่อในทะเบียนราษฎรของรัฐลาว ขอให้ตระหนักว่า ในราว พ.ศ.๒๕๑๕  เป็นต้นมา จนถึง พ.ศ.๒๕๒๕ ประเทศลาวก็ยังมีการสู้รบระหว่างฝ่ายขวาและฝ่ายซ้าย ดังนั้น การผลักดันให้บุคคลดังกล่าวกลับไปยังประเทศลาว จึงเป็นสิ่งที่ทำไม่ได้ด้วยหลักมานุษยธรรม นอกจากนั้น สิ่งที่ทำให้รัฐบาลไทยยอมรับที่จะให้สิทธิอาศัยชั่วคราวแก่คนกลุ่มที่อพยพจากฝั่งลาวในช่วงเวลานั้นอาศัยอยู่ในประเทศไทย ก็เพราะ รัฐบาลไทยตระหนักว่า หลายคนในกลุ่มลาวอพยพนี้อาจจะเป็นคนจากฝั่งไทยที่ข้ามไปทำงานในประเทศลาวตั้งแต่ก่อนที่ประเทศไทยจะมีการจัดทำทะเบียนราษฎร กล่าวคือ ก่อน พ.ศ.๒๔๙๙  

ประเภทของสัญชาติไทยของบุคคลธรรมดา
ในปัจจุบัน  กฎหมายไทยยอมรับให้บุคคลอาจมีสัญชาติได้ใน ๒ ลักษณะด้วยกัน กล่าวคือ  (๑) สัญชาติไทยโดยการเกิด และ (๒) สัญชาติไทยภายหลังการเกิด ซึ่งสัญชาติไทยโดยการเกิดนี้ อาจแบ่งออกได้อีก ๒ ประการย่อย กล่าวคือ (๑.๑.) สัญชาติไทยโดยผลของกฎหมาย  และ (๑.๒.) สัญชาติไทยโดยผลของคำสั่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในขณะที่สัญชาติไทยภายหลังการเกิดจะมีอยู่ ๓ ประเภทย่อย กล่าวคือ (๒.๑.) สัญชาติไทยโดยการสมรส (๒.๒.) สัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติ (๒.๓) สัญชาติไทยโดยผลของการเปลี่ยนแปลงกฎหมายสัญชาติ  และ (๒.๔.) สัญชาติไทยโดยผลของการเปลี่ยนแปลอาณาเขตแก่งรัฐ

อบรมกฎหมายสถานะบุคคล : เรื่องเก่าที่วนกลับมาให้ต้องทำใหม่....ขอเรา นักกฎหมาย โปรดเตรียมตัวทำงาน
มีเหตุการณ์ ๓ เหตุการณ์ที่ทำให้ อ.แหววตระหนักว่า มีความจำเป็นอีกครั้งหนึ่งในการสร้างกระบวนการให้องค์ความรู้เกี่ยวกับสถานะบุคคลให้แก่ผู้สนับสนุนการแก้ไขปัญหาความไร้รัฐและความไร้สัญชาติของบุคคล......หลังจาก ๓ สถานการณ์นี้ อ.แหววก็ปักใจว่า อ.แหววและลูกศิษย์สายกฎหมายคงต้องเตรียมแนวคิดเพื่อสร้างกระบวนการให้องค์ความรู้เกี่ยวกับสถานะบุคคลให้แก่ผู้สนับสนุนการแก้ไขปัญหาความไร้รัฐและความไร้สัญชาติของมนุษย์ในสังคมไทยอีกครั้งหนึ่ง

พี่ต๋อย วีรวัฒน์ ตันปิชาติ : อิฐก้อนหนึ่งในงานของ สมช.เพื่อคนไร้รัฐคนไร้สัญชาติ
พี่ต๋อยบอกพวกเราที่ทำงานเพื่อคนชายขอบบ่อยๆ ว่า “ถ้าคนไม่มั่นคง ชาติก็ไม่อาจมั่นคงไปได้หรอก” ด้วยการพูดคุยกับพี่ต๋อยและมวลมิตรแห่ง สมช. มานานปี ผู้เขียนจึงเข้าใจว่า สมช.ก็ไม่ได้ปฏิเสธที่จะยอมรับให้สัญชาติไทยแก่คนชายขอบที่มาจากต่างประเทศ หากฟังชัดว่า พวกเขามีความกลมกลืนแล้วกับสังคมไทย แต่จะสังเกตว่า ประเทศไทยขาดการทำงานวิจัยเพื่อการพัฒนาที่มีผลเป็นการส่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือไปสู่ สมช. ว่า ชนกลุ่มใดที่มีความกลมกลืนกับสังคมไทยแล้ว ในหลายครั้ง เราจะเห็นคนอย่างพี่ต๋อยเดินมาชักชวนให้นักวิจัยเพื่อการพัฒนาเข้าศึกษาเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่ สมช. อย่างทราบ ตัวอย่างของงานวิจัยที่พี่ต๋อยลงผลักดันอย่างยิ่ง การวิจัยฐานข้อมูลของประเทศไทยเกี่ยวกับคนชายขอบที่ตกเป็นคนผิดกฎหมา

การขจัดการขัดกันแห่งกฎหมาย
การขจัดการขัดกันแห่งกฎหมายเป็นงานที่หนักและซับซ้อน  จะต้องใช้เวลาอีกยาวนานกว่าจะสามารถก่อให้เกิดเสถียรภาพในทางกฎหมายในประชาคมระหว่างประเทศได้โดยสมบูรณ์  การทำกฎหมายให้เป็นเอกภาพมิใช่เรื่องของพิธีกรรมเพียงเท่านั้น  ทันทีที่เรามีกฎหมายเอกภาพแล้วปัญหาต่อไปที่เราจะต้องแก้ไขก็คือทำอย่างไรเราจึงจะตีความกฎหมายเอกภาพในลักษณะที่เป็นเอกภาพ   ความขัดกันในการตีความก็เป็นจุดที่ก่อให้เกิดความไม่แน่นอนในทางกฎหมายได้เช่นกัน  การทำกฎหมายให้เป็นเอกภาพจึงมิใช่จุดมุ่งหมายเพียงแต่ได้มาซึ่งกฎหมายเอกภาพเท่านั้น  เรายังจะต้องใช้กฎหมายนั้นในลักษณะที่เป็นเอกภาพอีกด้วย  การขจัดการขัดกันของกฎหมายจึงจะทำได้โดยสมบูรณ์

วิวัฒนาการของกฎหมายว่าด้วยการได้สัญชาติไทยโดยหลักสืบสายโลหิตจากบิดา
ในท้ายที่สุด จึงอาจทำบทสรุปวิวัฒนาการกฎหมายไทยว่าด้วยสัญชาติไทยโดยหลักสืบสายโลหิตจากบิดาได้ว่า บุตรของบิดาไทยที่เกิดก่อนวันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๗๘ ไม่ว่าบิดานั้นจะจดทะเบียนสมรสกับมารดาหรือไม่  ย่อมมีสัญชาติไทยโดยหลักสืบสายโลหิตจากบิดาหากบิดานั้นอยู่กินฉันท์สามีภริยากับมารดาของบุตร ในขณะที่บุตรของบิดาไทยที่เกิดก่อนวันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๗๘ จะมีสัญชาติไทยโดยหลักสืบสายโลหิตจากบิดาก็ต่อเมื่อบิดาจดทะเบียนสมรสกับมารดาของบุตรก่อนบุตรเกิด ทั้งนี้โดยไม่คำนึงถึงการอยู่กินฉันท์สามีภริยาระหว่างบิดาและมารดาของบุตร

เป็นไปได้หรือไม่ที่จะรัฐไทยจะยอมรับกฎหมายเพื่อแก้ปัญหาคนไร้สัญชาติ ??
ท่านศาสตราจารย์ มีชัย ฤชุพันธุ์ บอกเราในวันหนึ่งว่า ปัญหาดังกล่าวมาแก้ไขได้โดยกฎหมาย และเรามีหัวใจที่พองโตเมื่อท่านเตือนใจ ดีเทศน์บอกว่า เราจะปฏิรูปกฎหมายสัญชาติเพื่อแก้ปัญหาคนไร้สัญชาติในสังคมไทย แต่วันนี้ เราร้องไห้ เมื่อได้ยินว่า การให้สัญชาติไทยแก่คนต่างด้าวที่มีเชื้อสายไทยหรือคนต่างด้าวที่เกิดและอาศัยอยู่มานานแล้วในประเทศไทย เป็นเรื่องที่ขัดต่อความมั่นคงของประเทศไทย คำถามที่ย้อนมาที่หัวใจ ก็คือ ความมั่นคงของประชากร มิใช่ความมั่นคงของรัฐหรือคะ 

โอกาสทางการศึกษา และ คนไร้รัฐคนไร้สัญชาติ
คนที่ไม่มีสัญชาติใช่ว่าจะโชคร้ายเสมอไป ในปัจจุบันได้มีระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยหลักฐานในการรับนักเรียน นักศึกษาเข้าเรียนในสถานศึกษา พ.ศ.2548 คือ ให้เด็กทุกคนมีสิทธิเรียนหนังสือ และเมื่อสำเร็จการศึกษาจะได้รับวุฒิบัตร วุฒิบัตรที่ได้รับไม่มีการระบุว่าเป็นบุคคลไม่มีสัญชาติไทย นี่คือแนวหลักการแต่ทางปฏิบัติย่อมเป็นไปได้ยาก

สถานะบุคคลตามกฎหมายไทยของชนกลุ่มน้อย : แนวคิดและหลักกฎหมายทั่วไป
ความแตกต่างในทางศาสนาและภาษาของบุคคลเป็นสิ่งที่ขจัดออกไปได้ง่ายกว่าความแตกต่างในทางเชื้อชาติและต้นกำเนิดของบุคคล แต่อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน แทบจะไม่มีกฎหมายฉบับใดที่กำหนดข้อจำกัดสิทธิของบุคคลอันเนื่องมาจากศาสนาและภาษา แต่ยังปรากฏมีโดยทั่วไป แม้จะเป็นส่วนน้อยว่า บุคคลถูก “จำกัดสิทธิด้วยเหตุแห่งเชื้อชาติและต้นกำเนิด

สามเณร วิริยะ ณ ท่าตอน (ท็อป) : คนไร้รากเหง้าโดยไม่ต้องสงสัย
นายใสแดง  แก้วธรรม  กับพระอาจารย์มหาบุญเลิศ  ธีรานันโธ   นำคำร้องของ สามเณรวิริยะ  ณ  ท่าตอน  ไปยื่นที่ห้องของนายอำเภอแม่อาย   พร้อมกับอธิบายความเป็นมา  กรณีของสามเณรวิริยะ  ณ ท่าตอน  ตั้งแต่ต้น จนถึงปัจจุบัน   นายอำเภอก็รับคำร้องเอาไว้  พร้อมรับปากจะพิจารณาดู   แต่ท่านก็พูดว่า  ทุกกรณี  ที่ต้องการแก้ไขด้านสถานะบุคคล  ก็ต้องว่ากันตามข้อระเบียบกฎหมายและคำสั่งของกรมการปกครอง ต้องเข้าตามซ่องทางของแต่ละกรณีนั้นๆ  โดยเฉพาะเด็กที่เกิดไทยก็ต้องได้ไทย  ไม่มีทางเป็นอย่างอื่น   ส่วนบุคคลที่เป็นต่างด้าวก็ต้องเป็นต่างด้าว  ตามธรรมชาติอยู่แล้ว   และ ทางอำเภอหรือกรมการปกครองเองก็จะไม่ไปกลั่นแกล้งได้   ทุกอย่างต้องว่ากันตามความเป็นจริงเท่านั้น  นายอำเภอพูดฯ 

ทำไมบุญจึงทิ้งงานขายกะเทียมที่ทำอยู่ มาเปิดคลินิกกฎหมายที่แม่อาย ?
หลังจากบุญได้สิทธิในสัญชาติไทยกลับมา  จึงมีแรงผลักดันให้มาทำงานเพื่อชาวบ้าน   อันดับแรกปัญหาเกิดขึ้นกับครอบครัว ญาติพี่น้อง ชาวบ้านที่เจอปัญหาไม่กล้าที่จะแก้ปัญหา  ต้องอาศัยคนอื่นทั้งที่เป็นปัญหาของตัวเอง  คิดย้อนหลังที่ปู่ย่าพ่อแม่ไม่ได้สิทธิในสัญชาติไทยเพราะไม่กล้านี้เอง   คนมีอำนาจว่าไม่ได้ ก็ต้องไม่ได้ ........ความลำบากของชาวบ้าน    บุญเห็นแล้วไม่สบายใจ ก็เลยลงมาช่วยชาวบ้าน   ช่วยได้เป็นบางเรื่อง  ก็ยังดีกว่าไม่มีใครเหลียวแลคนไร้สัญชาติ

ทำไม กมธ.ศึกษาปัญหาคนไร้สถานะของ สนช. จึงต้องเสนอให้บัญญัติกฎหมายเกี่ยวกับการคืนสิทธิในสัญชาติไทยให้แก่คนไทยพลัดถิ่น ? : คำถามที่ ๑
การแก้ไขปัญหาที่ถูกต้องที่สุดในเรื่องนี้ ก็คือ “การใช้กฎหมายของรัฐสภาเพื่อเปิดพื้นที่” ให้มีการหารือกันเพื่อแก้ไขปัญหา การปฏิเสธที่จะยอมรับกฎหมายในลักษณะนี้ ก็คือ การสะสมความขัดแย้งระหว่างรัฐและเอกชน ซึ่งจากสถานการณ์ที่ปรากฏในประเทศไทย เราคงตระหนักแล้วว่า หากรัฐยังคงนิยมการใช้อำนาจโดยไม่รับฟังเสียงของประชาชนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ผลของแนวคิดนี้ย่อมนำมาซึ่งความไม่สงบในสังคมไทย และความไม่มั่นคงของมนุษย์ในสังคมไทย สิ่งเดียวที่จะเกิดขึ้นโดยทันทีเมื่อมาตรา ๒๒ ว่าด้วยการยอมรับให้สถานะคนสัญชาติไทยแก่คนไทยพลัดถิ่นได้รับการยอมรับจาก สนช. ก็คือ คนเชื้อสายไทยกลุ่มนี้จะรู้สึกดีขึ้นว่า รัฐไทยมิได้มองเขาเป็น “คนอื่น” มีสถานะดังเช่นคนต่างด้าวที่ไม่มีเชื้อสายไทย แม้เพียงเพื่อ “ความรู้สึกใหม่” ที่เกิดขึ้นแก่คนเชื้อสายไทย สิ่งนี้ก็น่าจะมีผลคุ้มค่าที่ฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารของรัฐไทยน่าจะต้องทำงานกันเพื่อให้ความรู้สึกนี้เกิดขึ้นได้จริง มิใช่หรือ

ขอเราจงเชื่อว่า พลังแห่งองค์ความรู้ ก็คือ โอกาสในการแก้ปัญหาของคนไร้รัฐคนไร้สัญชาติในสังคมไทย : คำนิยมหนังสือ“คนไร้รัฐไร้สัญชาติในรัฐไทย” ของสำนักพิมพ์วิญญูชน
ท้ายของท้ายที่สุด ขอขอบคุณเหล่าคนทำงานเพื่อคนไร้รัฐคนไร้สัญชาติที่ลงมือเขียนเล่าประสบการณ์จริงที่ตกตะกอนเป็นองค์ความรู้ในการทำงาน และขอขอบคุณสำนักพิมพ์วิญญูชนที่นำงานเขียนของพวกเขาเหล่านี้มาเรียงร้อยเป็นหนังสือเล่มน้อยที่งดงาม พร้อมที่จะส่งผ่านองค์ความรู้สู่คนไร้รัฐคนไร้สัญชาติที่ซุกซ่อนอยู่เงียบๆ ณ มุมใดมุมหนึ่งของสังคม เราตระหนักในจิตวิญญานขอสำนักพิมพ์วิญญูชนซึ่งทุ่มเทมาเพื่อการพัฒนาองค์ความรู้ด้านกฎหมายให้แก่สังคมไทย  เราหวังที่จะเห็นหนังสือที่ผลักดันการพัฒนากฎหมายสิทธิมนุษยชนมากขึ้นอีกในอนาคต ขอขอบใจพี่สถาพรและปิ่นแก้วด้วยหัวใจทั้งดวงค่ะ

ฤารัฐธรรมนูญไทยฉบับ พ.ศ.๒๕๕๐ จะสนับสนุนแนวคิดชาตินิยม ?
ในเวลาที่เราคุยกับสาธารณชน คำว่า "ชาวบ้าน" หรือ คำว่า "ประชาชน" นั้น หมายถึงคนที่ "เป็นประชากรไทยทั้งหมด" กล่าวคือ บุคคลที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยทั้งหมด  แม้แต่กฎหมายทะเบียนราษฎรยังยอมรับว่า ราษฎรไทยอาจมีสัญชาติไทยหรือไม่ ก็ได้ หากว่า เราจะทำให้รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายที่สร้างความเป็นปึกแผ่นในประเทศไทย เราก็น่าจะให้รัฐธรรมนูญคุ้มครองประชากรไทยทั้งหมด มิใช่แค่ "คนสัญชาติไทย" ดูว่า สสร.ส่วนใหญ่จะมองไม่เห็นการขัดแย้งในระหว่างชนในชาติที่เกิดในสามจังหวัดภาคใต้  ท่านทั้งหลายจึงไม่ตระหนักว่า ความคิดของท่านหลายนี้อาจจะทำให้รัฐธรรมนูญใหม่มีแนวคิดที่เอื้อชาตินิยมและเอื้อต่อความขัดแย้งในระหว่างชนในชาติในอนาคต เป็นครั้งแรกที่ อ.แหววหวลคิดว่า ฤาเราเองก็เองลำบากใจที่ยอมรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้เสียแล้ว

คนใน - พลังแห่งการเปลี่ยนแปลงสังคม
แม้ว่าจะเป็นการยากที่จะสร้างให้คนในให้ลุกขึ้นเพื่อเป็นผู้นำแห่งการนเปลี่ยนแปลง แต่ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง เพราะลำพังที่จะอาศัยคนนอกแล้ว เมื่อดูปริมาณระหว่างจำนวนคนทำงานและปัญหาที่เกิดในทุกพื้นที่แล้ว คนนอกที่มีใจช่วยเหลือมีน้อยมากหากเทียบกับคนในที่เป็นเจ้าของปัญหา คนในที่อยู่กับความทุกข์ เป็นคนที่รู้ถึงวัฒนธรรม รู้ถึงสิ่งรอบข้างที่จะเอื้อให้การทำงานบรรลุได้ ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง ผู้นำแห่งการแก้ไขปัญหาจึงไม่ควรเป็นคนนอกอีกต่อไป หากต้องการให้ปัญหานั้นสามารถแก้ไขได้อย่างยั่งยืน และแก้ไขได้ในเวลาในอันรวดเร็ว ปัญหา คนในที่อยู่กับความทุกข์ เป็นคนที่รู้ถึงวัฒนธรรม รู้ถึงสิ่งรอบข้างที่จะเอื้อให้การทำงานบรรลุได้ 

กฎหมายระหว่างประเทศคืออะไร ? จำแนกได้อย่างไรบ้าง ?
แม้ไม่ปรากฏมีรัฐสภาโลก กฎหมายระหว่างประเทศนี้จึงเป็นกฎหมายระหว่างประเทศโดยแท้ เป็นกฎเกณฑ์ที่จัดระบบสังคมอย่างไม่ต้องสงสัย และเป็นกฎเกณฑ์ที่ทำหน้าที่ขจัดสภาพอนาธิปไตยในประชาคมระหว่างประเทศและเป็นผลประโยชน์ร่วมกันของประชาคมระหว่างรัฐ กฎหมายระหว่างประเทศจึงไม่ใช่สิ่งเดียวกับอัธยาศัยไมตรีระหว่างประเทศหรือศีลธรรมระหว่างประเทศ หรือหลักกฎหมายธรรมชาติ

บันทึกการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่หญิงไร้สัญชาติที่ต้องการจดทะเบียนสมรสตามกฎหมายไทยกับชายสัญชาติสวิส
นายเอกอน   ฟรีดริช  ไวสส์    จึงต้องกลับมาขอเจ้าหน้าที่คิลนิกกฎหมายเตรียมพยานในการขอจดทะเบียนสมรสให้กับตนและ นางวงคำ  ยอดแสง   ภรรยา    ตามคำแนะนำของอาจารย์ และ คลิกนิกกฎหมายชาวบ้านฯ  ที่ว่าการอำเภอแม่อาย โดยเตรียมพยานเอกสารไปด้วยดังนี้ ( 1.) ทะเบียนประวัติและบัตรของนางวงคำ    (2.) ใบรับรองโสดของนางวงคำ  ซึ่งทางคลินิกฯ เคยพาไปทำไว้ที่ว่าการอำเภอแม่อาย  (3) ใบขอทำการสมรสแปลภาษาไทย   (4.) ป.ค.14  บันทึกสอบปากคำของพยาน  ( 5)  บันทึก ป.ค.14  ตรวจสอบคุณสมบัติผู้จดทะเบียนสมรส  (6.) วีช่า ของนายเอกอน  

ปัญหาไร้สัญชาติและปัญหาความไม่รู้กฎหมายของชาวเขา : คนละเรื่องกัน แต่มีผลสืบเนื่องกัน
อาแหย่คงสบายใจขึ้นมาก เพราะรัฐบาลก็คงจะเข้าช่วยแก้ไขความผิดพลาดที่อาแหย่มีต่อวรรณวิสัยและบุญส่งเนื่องจากไม่ได้ไปแจ้งการเกิดของลูกทั้งสอง เว้นแต่ปัญหาเดียวที่คงแก้ไขไม่ได้ กล่าวคือ เมื่อวันหนึ่งใน พ.ศ.๒๕๔๑ อาแหย่ได้เมายาบ้า จนกระทั่งเอามีดฟันหมี่แชจนตาย และด้วยความสำนึกในความผิด อาแหย่จึงผูกคอตายตาม ทอดทิ้งบุตรทั้งสามไว้แต่เพียงลำพัง ลูกๆ คงอภัยให้พ่อด้วยนะ และขอให้รัฐบาลอย่าทอดทิ้งชาวเขา หลังจากแก้ปัญหาสถานะบุคคลตามกฎหมายแล้ว ก็ยังมีปัญหายาเสพติดให้ต้องแก้ไขอีก การหมักหมมปัญหาไว้นานๆ ปัญหาก็ย่อมมีอยู่มากเป็นธรรมดา ขอทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมีกำลังใจและอย่าท้อถอย

สิทธิในการรับรองความเป็นบุคคลตามกฎหมาย : กฎหมายรัฐธรรมนูญไทยควรบัญญัติถึงหรือไม่ ? อย่างไร ?
หากเรานำเอาบทบัญญัติในพันธกรณีระหว่างประเทศทั้งสองกรณีมาบัญญัติในกฎหมายรัฐธรรมนูญ  การปฏิเสธสิทธิในการรับรองความเป็นบุคคลตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่ของรัฐไทยก็จะเป็นกรณีที่ผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจนอีกด้วย ดังนั้น กำลังบังคับตามกฎหมายรัฐธรรมนูญอันเป็นกฎหมายสูงสุด อาจบันดาลให้เกิดประสิทธิภาพทางกฎหมายแก่สิทธิในการรับรองความเป็นบุคคลตามกฎหมาย นอกจากนั้น อยากจะเสนอให้มีการเปลี่ยนคำๆ  เดียวในร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๕๐ กล่าวคือ หาก สสร.ยอมรับที่จะเปลี่ยนคำว่า “ชนชาวไทย” ใน “หมวด ๓ สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย” เป็น “ราษฎร” หรือ “ประชาชน” หรือ “ประชากร” จะเห็นว่า หากมีการเขียนถ้อยคำที่ชัดเจนขึ้น สิทธิเสรีภาพในหมวดนี้จะเป็นของมนุษย์ แม้ไม่มีสัญชาติไทย

ยุทธศาสตร์การจัดการปัญหาสถานะและสิทธิของบุคคล : วันนี้ถึงไหนแล้ว ?
ยุทธศาสตร์ที่ยกร่างขึ้นนี้มีความงดงามด้วยแนวคิดมนุษย์นิยมและความมั่นคงของมนุษย์ เป้าหมายของยุทธศาสตร์ ก็คือ การแก้ไขปัญหาความสถานะบุคคลตามกฎหมายให้แก่มนุษย์ในสังคมไทยในทุกสถานการณ์ ซึ่งมนุษย์ในสังคมไทยประสบปัญหาสถานะบุคคลตามกฎหมายใน ๒ ลักษณะ กล่าวคือ (๑) ปัญหาความไร้รัฐหรือไร้สัญชาติอันทำให้มนุษย์ตกอยู่ในความไร้สถานะทางกฎหมาย เพราะไร้รัฐเจ้าของตัวบุคคล อันได้แก่ ไร้รัฐเจ้าของสัญชาติ  และ (๒) ปัญหาความไร้ความคุ้มครองจากรัฐทั้งที่มีรัฐเจ้าของสัญชาติ ซึ่งอาจจะเป็นเพราะถูกเข็ญฆ่าโดยรัฐเจ้าของสัญชาติ หรือไม่มีความสัมพันธ์ทางข้อเท็จจริงกับรัฐเจ้าของสัญชาติ นอกจากนั้น ยุทธศาสตร์นี้ยังกำหนดให้กระบวนการแก้ปัญหาเป็นไปอย่างครบวงจร กระบวนการยกร่างยุทธศาสตร์จึงเป็นไปอย่างที่ควรจะเป็น มิใช่การทำแบบขอไปที ความดีงามนี้คงเกิดไม่ได้ หากประธานการยกร่างจะมิใช่ “คุณจาตุรนต์ ฉายแสง” และเลขานุการการร่างจะมิใช่ “คุณจิราพร บุนนาค” 

ครูแดง เตือนใจ ดีเทศน์ : จุดเชื่อมระหว่างคนชายขอบและสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
ทุกเรื่องราวแห่งความทุกข์ร้อนของคนชายขอบจะได้รับการเรียนรู้จากครูแดงอย่างตั้งใจ และเมื่อครูแดงเข้าใจ ครูแดงก็จะทำหน้าที่บอกกล่าวไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยข้อเท็จจริง ครูแดงก็ทำอย่างนี้มาตั้งแต่ยังเป็นสาว ยังเรียนหนังสือไม่จบ แต่วันนี้ มันต่างจากเมื่อวานนี้  ครูแดงของวันนี้ได้รับโปรดเกล้าฯ จากพระเจ้าอยู่หัวให้เป็น “สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ” ดังนั้น ทุกคำบอกกล่าวของครูแดงจึงเป็นคำบอกกล่าวของ “ฝ่ายนิติบัญญัติของรัฐไทย” ซึ่งรัฐบาลซึ่งทำหน้าที่ฝ่ายบริหารของรัฐไทยย่อมจะละเลยมิได้เลย เราจึงควรจะมาเรียนรู้ถึง (๑) ฝันของครูแดง กล่าวคือ การสร้างกลไกประสิทธิภาพที่จะช่วยเหลือพี่น้องคนชายขอบ และ (๒) วิธีการที่ครูแดงจะใช้ในการทำให้ฝันนั้นเป็นจริง กล่าวคือ ขั้นตอนการได้มาซึ่งกลไกดังกล่าว แต่ก่อนอื่นใด ต้องมารู้จักครูแดงกันเสียก่อน

นายอำเภอแก่งกระจาน : กรณีศึกษาหน้าที่ของรัฐไทยในกระบวนการพิสูจน์สัญชาติไทยของนายจอบิ ไม่มีนามสกุล คนกะเหรี่ยงแห่งเพชรบุรี
ขอให้สังเกตว่า หากนายอำเภอแก่งกระจานฟังว่า คุณจอบิไม่มีสัญชาติไทย คุณจอบิก็ยังมีสิทธิที่จะฟ้องอำเภอแก่งกระจานอีกครั้งต่อศาลปกครอง เพื่อให้ศาลนี้ฟังพยานบุคคลที่คุณจอบิได้เสนอต่ออำเภอแก่งกระจานอีกครั้งหนึ่ง กระบวนการยุติธรรมทางศาลมีสำหรับบุคคลในสถานการณ์ดังคุณจอบิอยู่เสมอ แต่หากอำเภอแก่งกระจานฟังว่า คุณจอบิมีสัญชาติไทย ก็ขอให้ตระหนักว่า สัญชาติไทยนี้เป็นสัญชาติไทยโดยการเกิด จึงควรที่จะดำเนินกระบวนการพิสูจน์สิทธิในสัญชาติไทยให้แก่บุตรทั้ง ๔ คนของคุณจอบิเสียด้วย มีกฎหมายและนโยบายของรัฐไทยเพียงพอที่จะขจัดความไร้รัฐความไร้สัญชาติให้แก่มนุษย์ที่อาศัยบนแผ่นดินไทย หากภาคราชการและภาคประชาชนจะเข้าใจและเอื้ออาทรต่อกัน ความชื่นบานและความรักในแผ่นดินไทยก็บังเกิดแก่มนุษย์ทุกชีวิตที่เกิดและอาศัยในประเทศไทย ความมั่นคงแห่งมนุษย์ ก็นำไปสู่ความมั่นคงแห่งประชากรและดินแดน อันมีปลายทาง ก็คือ ความมั่นคงแห่งรัฐไทย

จอบิ : สิทธิที่คนตกหล่นจากทะเบียนราษฎรจะร้องขอต่ออำเภอที่จะพิสูจน์ความเป็นราษฎรไทยมีหรือไม่ ?
ศาลปกครองกลางได้รับรองสิทธิของ “คนตกหล่นทางทะเบียนราษฎร” ที่จะร้องขอเพิ่มชื่อในทะเบียนของรัฐไทยอย่างชัดเจน โดยคนตกหล่นทางทะเบียนราษฎรจะต้องยื่นคำร้องขอดังกล่าวต่ออำเภอที่ผู้ร้องมีภูมิลำเนาตามข้อเท็จจริง ซึ่งคำว่า “ภูมิลำเนา” นี้ ก็เป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ อันหมายความว่า ที่อยู่อาศัยอันเป็นแหล่งสำคัญ ซึ่งไม่จำเป็นว่า ที่อยู่อาศัยนั้นจะต้องเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้อง แต่จะต้องชัดเจนว่า ผู้ร้องย่อมจะต้องอาศัยอยู่จริงในขณะที่ยื่นคำร้องต่ออำเภอ เรื่องนี้จึงต้องเล่าให้คนตกหล่นทางทะเบียนราษฎรทราบ เพื่อที่ “เหล่าราษฎรไทยที่ตกหล่น” จะได้ไม่ลังเลที่จะไปร้องขอพิสูจน์สิทธิต่ออำเภอ และต้องเล่าให้นายอำเภอทั้งหลายทราบ เพื่อที่นายอำเภอจะได้ไม่ปฏิเสธสิทธิของราษฎรดังกล่าว ครั้งหน้า เราก็ควรจะมาศึกษากันว่า ใครคือราษฎรที่ตกหล่นจากทะเบียนราษฎร ? 

คนสองสัญชาติคนสองทะเบียนราษฎร : ความเป็นจริงที่ปฏิเสธไม่ได้สำหรับรัฐไทย
มาเร่งศึกษาเรื่องคนสองสัญชาติอย่างรอบด้านกันเถอะ และมาแยกแยะปัญหา “คนที่มีชื่อในสองทะเบียนราษฎรของรัฐ” ออกจาก “คนที่มีสัญชาติของรัฐ” กันเถอะ คนในลักษณะแรกอาจจะสร้างปัญหา หากมาก่อการร้ายในประเทศไทย เพราะเขาอาจจะมีชื่อต่างกันในแต่ละทะเบียนราษฎร อาทิ  มีชื่อว่า “สมชายในทะเบียนราษฎรของรัฐไทย” และมีชื่อว่า “อับดุลในทะเบียนราษฎรของรัฐมาเลเซีย”  ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวจะทำให้ไม่อาจค้นพบตัวเขาได้หากไม่มีการเชื่อมระบบทะเบียนราษฎรของทั้งไทยและมาเลเซียเข้าด้วยกัน และมีการเก็บลายพิมพ์นิ้วมือของสมชายหรืออับดุลร่วมกัน   ดังนั้น เราหลงทางหรือเปล่าที่มุ่งที่จะจัดการคนสองสัญชาติ ? สิ่งที่ควรทำก็คือ การสร้างความร่วมมือไทย - มาเลเซียในการจัดการคนสองทะเบียนราษฎรมิใช่หรือ ?

ความในใจตอนตรวจข้อสอบวิชากฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล (๑) : ถามอย่างตอบอย่าง แล้วจะให้คะแนนอย่างไรดี
คำถามเป็นเรื่องนิดเดียวในข้อเท็จจริงทั้งหมด ก็คือ เป็นเรื่องของ “การทำคดีไม่มีข้อพิพาท” กล่าวคือ เป็นการทำ “คำร้องขอ” ต่อศาลไทย เพื่อยกเลิกมติของที่ประชุมใหญ่ของบริษัทเกาะแก้วฯ ตามเรื่องราวที่นำคำถาม แต่คราวนี้ มีนักศึกษาที่รักจำนวนไม่น้อยที่ไม่ดูคำถามเลย มาเขียนคำตอบเป็นเรื่องของ “การทำคดีมีข้อพิพาท” กล่าวคือ เป็นเรื่องของ “การฟ้องคดี” ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน เหมือนเราสั่งข้าวผัด คนขายเอาก๋วยเตี๋ยวมาให้ ตกลงเราจะทำอย่างไรดี เราจะต้องจ่ายเงินค่าอาหารคนขายหรือไม่ ? ซึ่งคำตอบต่อคำถามหลังนี้ ก็คือ ให้คะแนนหากตอบถูก แต่ให้เกินเกณฑ์ผ่านไม่ได้ ของนิติธรรมศาสตร์ ก็คือ ๑๒ คะแนน จาก ๒๐ คะแนน  ดังนั้น ในกรณีที่ตอบนอกที่ถาม ก็ต้องแพ้คดีนะคะ แต่จะแพ้มากหรือน้อยนั้น ขึ้นอยู่กับ “คุณภาพ” ของข้อกฎหมายนอกประเด็นที่ตอบมา บางคนนะคะ ตอบนอกเรื่อง แล้วยังตอบผิดอีก แล้ว ๑๒ คะแนน ก็อาจให้ได้ไม่ถึง ๕ คะแนน และบางทีก็ ๐ เลยล่ะ เพราะสร้างหลักกฎหมายแปลกๆ ขึ้นเอง แบบไม่มีในโลก   อ่านคำถามในข้อสอบดีๆ นะคะ ขีดเส้นใต้ตรงคำถามเลยค่ะ เวลาได้กระดาษข้อสอบมาไว้ในมือ  เป็นนักกฎหมาย ต้องหัดที่จะรักษาประเด็นค่ะ เขาถามอะไร ก็ตอบเรื่องนั้น 

มีคนชายแดนที่ประสบปัญหาความไร้รัฐหรือความไร้สัญชาติหรือไม่ ? อย่างไร ? : รายงานผลการสำรวจและวิเคราะห์องค์ความรู้เรื่องปัญหาและการจัดการปัญหาสถานะบุคคลตามกฎหมายของคนชายแดน
ในที่สุด เราอาจสรุปเกี่ยวกับคนชายแดนได้เพียงว่า มีความเป็นไปได้ทางกฎหมายไทยที่จะขจัดความไร้รัฐและความไร้สัญชาติให้แก่คนชายแดน แต่สำหรับความเป็นไปได้ในทางนโยบายนั้น เราพบว่า ไม่มีความพร้อมเท่าที่เกี่ยวกับคนตกหล่นทางทะเบียนราษฎร คนบนพื้นที่สูง หรือคนไร้รากเหง้า ที่ปรากฏตัวบนพื้นที่ชายแดน  แต่สำหรับในเรื่องข้อเท็จจริงที่ว่า คนชายแดนไร้รัฐหรือไร้สัญชาติจริงหรือ ? ปัญหานี้ เรายังตอบได้ยาก แต่เราก็มีประสบการณ์ในบางพื้นที่ ที่เราพบว่า พวกเขาไม่มีชื่อในทะเบียนราษฎรของประเทศใดเลย ในวันที่เราสำรวจพบเขา และเมื่อเราสื่อสารความไร้รัฐของเขาออกไป เขาก็กลายจากคนไร้รัฐ เป็นคนหลายรัฐ  เราคงต้องศึกษาต่อไปในเรื่องคนชายแดน แต่สิ่งที่เรามั่นใจจะเสนอก็คือ ไม่ว่าเขาจะไร้รัฐหรือไม่  เขาก็คือมนุษย์ เขาย่อมควรจะได้ความคุ้มครองสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานโดยพลัน

จะใช้องค์ความรู้ใดในการแก้ไขปัญหาความไร้รัฐ ? : รายงานผลการพัฒนาองค์ความรู้เพื่อกำหนดวิธีการยอมรับความเป็นบุคคลตามกฎหมายให้แก่คนไร้รัฐ
เราอาจจะแก้ปัญหาความไร้สิทธิในความเป็นบุคคลตามกฎหมายในชั้นแรกให้แก่คนที่เกิดแล้ว แต่ไม่มีชื่อในทะเบียนราษฎรของรัฐใดเลย โดยการบันทึกพวกเขาลงในทะเบียนราษฎรของรัฐไทย ซึ่งในวันนี้ มีกฎหมายรองรับหน้าที่ในการขจัดความไร้รัฐในแก่มนุษย์แล้ว กล่าวคือ ระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการสำรวจและจัดทำทะเบียนสำหรับบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน พ.ศ. ๒๕๔๘  และนอกจากนั้น เจ้าหน้าที่ของรัฐไทยก็เพียงแต่รับแจ้งเกิดให้เด็กตามสถานการณ์ที่เป็นไปได้ ก็จะไม่มีใครกลายเป็น “มนุษย์ล่องหน.....ควรแล้วที่จะบัญญัติในกฎหมายรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจนและไม่อ้อมคอมเพื่อคุ้มครองสิทธิในความเป็นบุคคลตามกฎหมาย เพราะวิธีการนี้ย่อมดีที่สุดที่จะคุ้มครองสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของคนที่อาจโชคร้าย เพราะตกในความไร้รัฐความไร้สัญชาติ

มนุษย์บนริมฝั่งน้ำคงกับน้ำของ : ขึ้นต้นด้วยความต่างลงท้ายที่ความเหมือน
สิ่งที่เหมือนกันของทั้งชาวบ้านลุ่มน้ำคงและลุ่มน้ำของ คือความไม่รู้ของชาวบ้านที่เข้ารับการสำรวจ รวมทั้งไม่ได้มีการทำความเข้าใจที่ดีพอระหว่างชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ ความผิดพลาดของการสำรวจนี้ส่งผลเสีย ผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชาวบ้าน ทั้งการถูกจำกัดสิทธิต่างๆ รวมทั้งการไม่ได้พิสูจน์สถานะบุคคลของตน ทุกวันนี้ทั้งพี่น้องคนไทยติดแผ่นดินตามลุ่มน้ำคงและลุ่มน้ำของยังรอคอยความหวังที่จะเป็นบุคคลที่ถูกต้องตามกฎหมายของไทย ไม่ว่าจะเป็นบุคคลต่างด้าวเข้าเมืองถูกต้องตามกฎหมายและบุคคลสัญชาติไทย แม้คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๘ จะยอมรับยุทธศาสตร์จัดการสถานะและสิทธิของบุคคล ซึ่งมีเป้าหมายหลักที่จะทำให้ความไร้รัฐและความไร้สัญชาติของพี่น้องชาวบ้านในสังคมไทยหมดไปก็ตาม แต่คนบนฝั่งน้ำของและน้ำคงก็ยังเป็นคนไร้รัฐบ้าง คนไร้สัญชาติบ้าง ทั้งที่ควรจะเป็นคนสัญชาติไทย 

รายงานผลการสำรวจและวิเคราะห์องค์ความรู้เรื่องปัญหาและการจัดการปัญหาสถานะบุคคลตามกฎหมายของคนหนีภัยความตาย
เราซึ่งเป็นนักวิจัย ก็ไม่เรียกร้องให้รัฐไทยต้องเข้าไปขจัดความไร้สัญชาติให้แก่คนหนีภัยความตาย แต่เราเสนอให้รัฐไทยอย่าลังรอที่จะให้การคุ้มครองสิทธิมนุษยชนแก่คนหนีภัยทั้งในค่ายและนอกค่าย การเอื้ออาทรต่อคนดังกล่าวย่อมเป็นผลดีต่อประเทศไทย กล่าวคือ หากเมื่อเขากลับประเทศต้นทางได้ เขาก็จะรู้สึกดีต่อประเทศไทย หรือหากเขาจะกลับไปยังประเทศต้นทางหรือประเทศที่สามไม่ได้ เขาก็จะดำรงชีวิตต่อไปในประเทศไทยอย่างมนุษย์ที่จงรักภักดีต่อประเทศไทย

การสำรวจและวิเคราะห์องค์ความรู้ในการจัดการทัศนคติที่มีต่อเด็ก เยาวชน และครอบครัวที่ประสบปัญหาความไร้รัฐและความไร้สัญชาติในประเทศไทย
เราจึงอยากเสนอให้ทุกฝ่ายที่กำหนด “นโยบาย” ในการทำงานเพื่อขจัดปัญหาความไร้รัฐความไร้สัญชาติให้เด็กเยาวชนและครอบครัวใช้แนวคิดแบบสมดุลย์นิยม กล่าวคือ ไม่สุดโต่งในการทำงาน ซึ่งการปรับใช้แนวคิดนี้ในเครือข่าย ควรจะต้องมีกระบวนการปรับทัศนคติและฝึกอบรมแนวคิดและวิธีการในการจัดการปัญหาคนไร้รัฐคนไร้สัญชาติที่มีลักษณะที่ไม่สุดโต่งจนเกินไปและทุกฝ่ายรับได้ ในยุคหลัง เราพูดคุยกันมากถึง “หลักสูตรในการฝึกอบรมสำหรับผู้บริหาร” ที่เอื้อต่อการปรับทัศนคติของผู้บริหารนโยบายเก่าในวงการการทำงานที่สุดโต่งเกินไป และการสร้างทัศนคติที่ดีและเหมาะสมแก่ผู้บริหารนโยบายใหม่ที่ก้าวเข้ามาในวงการทำงานเพื่อคนไร้รัฐคนไร้สัญชาติ

รายงานการสำรวจและวิเคราะห์องค์ความรู้เรื่องปัญหาและการจัดการปัญหาสถานะบุคคลตามกฎหมายของบุคคลบนพื้นที่สูง
ภายหลังการได้รับการขจัดความไร้รัฐความไร้สัญชาติแล้ว บุคคลบนพื้นที่สูงก็มีปัญหาอื่นที่จะต้องแก้ไขต่อไป ซึ่งปัญหาเป็นปัญหาที่มากจากอารยธรรมวัตถุนิยมและบริโภคนิยม อันนำไปสู่ปัจเจกชนนิยมสุดโต่ง ปัญหาเหล่านี้ร้ายแรงสำหรับ “เมือง” และร้ายแรงมากขึ้นสำหรับ “ชนบทห่างไกล” โดยเฉพาะสำหรับชุมชนที่ละทิ้งมานาน จนมนุษย์ในชุมชนนี้เปราะบางและเอื้อต่อการถูกเอารัดเอาเปรียบจากคนภายนอกโดยใช้วัตถุเป็นเครื่องหลอกล่อ สิทธิในรัฐไทยและสิทธิในสัญชาติไทยจึงเป็นเสมือน “หนังสือเดินทาง” ของบุคคลบนพื้นที่สูงสู่ปัญหาอีกมากมายต่อทั้งกายและใจ

การยกร่างกฎหมายรับรองสิทธิเข้าสู่บริการสาธารณสุขขั้นมูลฐานของบุคคลที่มีปัญหาสถานะบุคคล : แนวคิดที่ควรทำให้เป็นจริงในสังคมไทย
ในวันนี้ ที่มาตรา ๕ วรรค ๑ แห่ง พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๕๐ บัญญัติว่า “บุคคลมีสิทธิในการดำรงชีวิตในสิ่งแวดล้อมและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ” ก็หมายความว่า ย่อมไม่เป็นที่เคลือบแคลงต่อไปว่า สิทธิในบริการสาธารณสุขของ “บุคคล” ได้รับการยอมรับว่า เป็นกฎหมายบ้านเมือง อย่างไม่ต้องสงสัย  เรื่องของการบริการสาธารณสุขขั้นมูลฐานของคนที่มีปัญหาสถานะบุคคลจึงไม่ควรจะมีสถานะที่เป็นเพียง “แนวคิด” เท่านั้น  แม้ก่อนการปรากฏตัวของมาตรา ๕ ดังกล่าว น้องวิษณุและน้องวินก็ได้รับการยอมรับสิทธิในบริการสาธารณสุข ดังนั้น เมื่อสิทธิมนุษยชนด้านสาธารณสุขได้รับการยอมรับในกฎหมายลายลักษณ์อักษรแล้ว การขยายผลของแนวคิดและวิธีปฏิบัติของบุคคลากรด้านสาธารณสุขในรูปแบบนี้ ก็น่าจะทำได้ การขยายผลที่ดีที่สุดน่าจะหมายถึงการมีกฎหมายลูกบทหรือแนวปฏิบัติที่รองรับมาตรา ๕ นี้ ในส่วนที่เกี่ยวกับบุคคลที่มีปัญหาสถานะบุคคลตามกฎหมาย  ท้ายที่สุด เมื่อ “แนวคิด” มาตกตะกอนลงสู่ “หลักกฎหมาย” แล้ว ปัญหาที่ต้องไม่ลืมที่จะทำต่อ ก็คือ การเผยแพร่หลักกฎหมายนี้สู่ทั้งผู้ให้บริการด้านสาธารณสุขและผู้รับบริการด้านสาธารณสุข และท้ายของท้ายที่สุด ก็คือ ห้ามเอาความเป็น “ชาตินิยม” และ “อมนุษย์นิยม” มาตีความคำว่า “บุคคล” ในมาตรา ๕ นี้ ให้หมายความถึงเพียง “คนสัญชาติไทย” หรือ เฉพาะ “คนที่มีสถานะในทะเบียนราษฎร”  

ประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ ๓๓๗ ลงวันที่ ๑๔ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๑๕ : จุดหักเหของปรัชญาการจัดการประชากรของรัฐไทยเรื่องสัญชาติไทยโดยหลักดินแดน
ปว.๓๓๗ เป็นการกำหนดเงื่อนไขแบบ “รู้จบ” เมื่อบุคคลใดบุคคลหนึ่งตกอยู่ภายใต้ ปว.๓๓๗ ข้อจำกัดสิทธินี้ก็จะปรากฏแก่บุคคลนั้นเท่านั้น แต่ไม่ลุกลามไปมีผลต่อบุตรของบุคคลดังกล่าวแต่อย่างใด จึงอยากกล่าวได้ว่า ปว.๓๓๗ เป็นเงื่อนไขของข้อยกเว้นสิทธิในสัญชาติไทยโดยหลักดินแดนแบบรู้จบ  กล่าวคือ เมื่อบุคคลซึ่งตกอยู่ภายใต้ ปว.๓๓๗ และถูกถอนสัญชาติไทย ก็จะตกเป็น “คนต่างด้าวที่เกิดในประเทศไทย” ในวันที่ ปว.๓๓๗ มีผล แต่บุตรของผู้ตกอยู่ภายใต้ ปว.๓๓๗ ย่อมไม่ตกอยู่ในข้อยกเว้นสิทธิในสัญชาติไทยโดยหลักดินแดน เพราะผลร้ายของ ปว.๓๓๗ จบลงที่ตัวบุคคลรุ่นที่สองที่เกิดในประเทศไทยจากบิดามารดาต่างด้าวที่อพยพเข้ามาอาศัยอยู่ชั่วคราว แต่ไม่ส่งผลร้ายต่อไปให้บุคคลรุ่นต่อไปที่เกิดในประเทศไทยจากบิดามารดาต่างด้าวที่ได้รับผลร้ายจาก ปว.๓๓๗

ทัศนคติของนักศึกษาในวิชากฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคลเกี่ยวกับกฎหมายไทยว่าด้วยสัญชาติไทยโดยการสมรส
ความรู้สึกแรกที่ได้รู้นั้น นอกจากจะแปลกใจในตัวบทของกฎหมายไทยที่แตกต่างไปจากกฎหมายในเรื่องเดียวกันของนานาประเทศที่ผมได้เคยทราบมาบ้างแล้ว ยังเกิดคำถามขึ้นภายในใจว่า ทำไมกฎหมายไทยจึงให้สิทธิในถ่ายทอดสัญชาติไทยสู่คู่สมรสต่างชาติแต่เฉพาะกับพลเมืองเพศชาย ส่วนพลเมืองหญิงในประเทศเดียวกันกลับไม่มีสิทธิดังกล่าว นี่หรือคือความเสมอภาค คนไทยอีกจำนวนมากที่ไม่ได้เรียนจบกฎหมายมาก็มักจะคิดว่า ชาวต่างชาติที่มาสมรสกับคนไทยเพศชายหรือหญิงก็ตาม ก็มีสิทธิขอสัญชาติไทยทั้งสิ้น ผมยังจำคำพูดนึงที่อาจารย์กล่าวในห้องเรียนได้เสมอว่า "ครูเชื่อว่าอีกไม่นานกฎหมายนี้คงได้รับการแก้ไข เพราะว่ากฎหมายนี้ขัดรัฐธรรมนูญ"

การได้สัญชาติไทยโดยการสมรส : ภายใต้ พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘
แม้ว่าตัวบทจะใช้คำว่าสมรสเท่านั้น  แต่ศาลไทยก็ได้ตีความคำนี้ว่าหมายถึงการสมรสที่ชอบด้วยกฎหมาย  มิใช่เพียงแต่การสมรสในทางประเพณี  (ฎ.๖๒๔/๒๕๐๓) ความชอบด้วยกฎหมายของการสมรสก็จะต้องเป็นไปตามกฎหมายไทย  เพราะกรณีนี้เป็นการขอมีสิทธิที่จะถือสัญชาติไทย  แต่กฎหมายไทยในที่นี้  มิใช่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  แต่เป็น  พ.ร.บ. ว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย  พ.ศ. ๒๔๘๑  เนื่องจากว่าการสมรสในกรณีนี้เป็นนิติสัมพันธ์ที่มีลักษณะระหว่างประเทศ ดังนั้น  กฎหมายที่กำหนดความชอบด้วยกฎหมายของการสมรสตามมาตรา  ๙  ก็คือ  มาตรา  ๑๙  และ  ๒๐  แห่ง  พ.ร.บ. ว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย  พ.ศ. ๒๔๘๑

สัญชาติไทยโดยการสมรส : บทสำรวจสถานการณ์ด้านกฎหมาย และแนวคิดในสังคมไทย
ผู้เสนอรายงานจึงมีความเห็นว่า มาตรา ๙ วรรค ๑ แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ มีส่วนที่ขัดต่อมาตรา ๓๐ แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๔๐ ในส่วนที่ปฏิเสธสิทธิที่จะร้องขอสัญชาติไทยของสามีต่างด้าวของหญิงไทย เป็นการเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมที่จะสร้างความแตกต่างระหว่างกรณีสิทธิที่จะร้องขอสัญชาติโดยการสมรสของ “ภริยาต่างด้าวของชายไทย” และ “สามีต่างด้าวของหญิงไทย” การรับรองสิทธิที่จะร้องขอสัญชาติไทยเป็นเพียงการรับรองสิทธิที่จะนำปัญหาของครอบครัวขึ้นสู่การพิจารณาของรัฐ ยังไม่มีประเด็นที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐที่จะเกิดขึ้นจากการรับรองสิทธิตามมาตรา ๙ วรรค ๑ ในส่วนมาตรา ๙ วรรค ๒ ผู้เสนอรายงานมีความเห็นว่า ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๔๐ และแม้หลักกฎหมายระหว่างประเทศ 

ความเห็นทางกฎหมายเกี่ยวกับสัญชาติไทยของบุคคลในครอบครัวอภิสกุลไพศาล (ครอบครัวของนายอาฝะ แซ่ลี)
ดิฉันขอเสนอให้คณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขการไร้สถานะทางกฎหมายและสิทธิของบุคคลในประเทศไทยมีหนังสือแนะนำไปยังฝ่ายบริหารสูงสุดของกรมการปกครองเพื่อขยายผลของการแก้ไขปัญหาให้แก่ครอบครัวอภิสกุลไพศาล (ครอบครัวของนายอาฝะ แซ่ลี) ออกไปครอบคลุมถึงกรณีของชาวไทยภูเขาที่ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับครอบครัวนี้อีกด้วย ทั้งนี้ โดยการสื่อสารให้ความเข้าใจแก่ประชาสังคมถึงความเป็นไปได้ที่จะแก้ปัญหาของบุคคลในสถานการณ์เดียวกับครอบครัวอภิสกุลไพศาล (ครอบครัวของนายอาฝะ แซ่ลี) ซึ่งเป็นตัวอย่างของชาวไทยภูเขาที่ได้รับการสำรวจก่อน พ.ศ.๒๕๓๔ 

ต้นรักของมะม่วยกับธีระศักดิ์.... ที่สำนักงานเขตพระนคร
ฉันเสียใจและขอโทษทั้งคู่ที่ทำสิ่งที่คาดหวังไม่สำเร็จ  ฉันมองเห็นความสลดเสียใจของทั้งคู่ รู้สึกว่าต้นรักของทั้งคู่ดูเหี่ยวเฉาไปถนัดตา แต่จนท้ายที่สุดพี่ธีระศักดิ์ก็เล่าความฝันในวันข้างหน้าให้ฉันฟังว่าจะพามะม่วยกลับบ้านและไปไหว้พ่อแม่ของเธอที่ประเทศพม่า  เหมือนจะบอกฉันให้รู้ว่าถึงจะมีอุปสรรคอย่างไร ความรักที่ทั้งคู่มีต่อกันก็จะยังดูแลต้นรักของทั้งคู่ให้ดีที่สุด  ในวันแห่งความรักวันนี้  มะม่วยกับพี่ธีระศักดิ์จึงได้แต่รอเพียงคำตอบของกรมการปกครองว่ามะม่วยจะต้องพิสูจน์คุณสมบัติดังกล่าวอย่างไร เพื่อที่จะสามารถจดทะเบียนสมรสด้วยกันได้ และเพื่อที่จะทำให้ต้นรักนั้นเบิกบานต่อไป

การถ่ายทอดองค์ความรู้ในการจัดการปัญหาความไร้รัฐและความไร้สัญชาติ
เราตระหนักว่า ลูกค้าประเภทของเราอาจไม่สามารถบริโภคองค์ความรู้ของเราในบางประเภท เราคงจะต้องมีวิธีการที่ถ่ายทอดองค์ความรู้ที่เหมาะสมและยอมรับได้ไปยังผู้บริโภคที่เหมาะสมและยอมรับได้ เราไม่ตั้งคำถามว่า เป็นหน้าที่ของคนทำวิจัยไหมที่จะต้องคำนึงถึงการเอาใจผู้อ่านงานวิจัย เพราะเราชัดเจนว่า เราทำงานวิจัยเพื่อใช้ประโยชน์จริงในสังคม ดังนั้น งานวิจัยของเราจึงไม่ยอมจบที่ว่า เราคิดอย่างไรต่อสิ่งที่เราค้นพบ แต่เราต้องการที่จะบอกผู้ที่มาศึกษางานวิจัยของเราด้วยว่า การบริโภคองค์ความรู้ของเราควรจะเป็นอย่างไร ? และการถ่ายทอดองค์ความรู้ของเราต่อไปควรจะเป็นอย่างไร ? ในบทที่ ๖ นี้ เราจำแนกการนำเสนออกเป็น ๓ เรื่องย่อย กล่าวคือ (๑) การถ่ายทอดองค์ความรู้โดยผ่านการเยี่ยมเชิงกัลยาณมิตรเพื่อนำเสนอบทเรียนใหม่ (๒) การถ่ายทอดองค์ความรู้โดยผ่านการสร้างห้องทดลองทางสังคมเพื่อฝึกฝนความรู้และทักษะในการจัดการกรณีศึกษา (๓) การถ่ายทอดองค์ความรู้โดยผ่านเวทีระหว่างเครือข่ายเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 

บางห้วงเวลาของฉัน
ถึงอาจารย์แหวว ช่วงนี้ ไม่ค่อยดีเลย ทั้งอากาศที่ไม่ค่อยชัดเจน ฟ้ามัวๆ ไม่ค่อยมีแดด มองอะไรไม่ค่อยเห็น  อารมณ์พาไป เกิดอยากเขียนอะไรบ้างอย่าง ก็เลยส่งมาให้อาจารย์ดู แต่ถ้าอาจารย์คิดว่าลงเวปอาจารย์ได้ ก็ลงได้นะครับ แต่ขอใช้ชื่ออย่างที่เขียนในเรื่อง ไม่ต้องให้ใครรู้หรอกครับ ว่าเป็นผม อายเขา แต่ถึงอย่างไง จะมีอารมณ์อย่างไง ก็ไม่ถอยนะครับ แม้ว่าจะท้อเป็นบางเวลา จะทำงานตราบที่จะอยู่ได้ ภายใต้ภาวะการกดดันหลายอย่าง

คำพิพากษาศาลฎีกา ๑๒๑๒/๒๔๙๗ : การขาดจากสัญชาติไทยของคนไทยโดยหลักดินแดนในระหว่างวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๙๖ จนถึงวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๐๐ เพราะไปรับใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว
นายไคกิ้ม แซ่จึงเกิดเมื่อวันที่ ๒ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๕๘ ที่ตำบลป้อมปราบ อำเภอป้อมปราบ จังหวัดพระนคร จากนายเม่งอั้ง ซึ่งเป็นคนสัญชาติจีน และนางซิ้วเอง ซึ่งเป็นคนสัญชาติไทย เมื่อปี พ.ศ.๒๔๘๐ นายไคกิ้ม ซึ่งมีอายุประมาณ ๒๒ ปี ได้มีคำร้องลงลายมือชื่อนายไคกิ้มเพื่อขอรับใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว และในปีนี้เอง ทางราชการได้ออกใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวให้นายไคกิ้ม และนายไคกิ้มเองก็ได้ต่ออายุใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวตลอดมาจนนายไคกิ้มมีอายุ ๓๐ ปี ต่อมา ในราวปี พ.ศ.๒๔๙๖ นายไคกิ้ม จึงได้ไปร้องขอบัตรประจำตัวประชาชนสัญชาติไทยต่อเจ้าหน้าที่อำเภอบางรัก จังหวัดพระนคร เมื่อวันที่ ๑๐ มกราคม พ.ศ.๒๔๙๖ โดยอ้างสิทธิตาม พ.ร.บ.บัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ.๒๔๘๖ และพระราชกฤษฎีการะบุท้องที่ให้บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่ในพระนครและธนบุรีมีบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ.๒๔๙๕ แต่เจ้าหน้าที่ดังกล่าวไม่ยอมรับคำร้องของนายไคกิ้ม ในที่สุด นายไคกิ้มจึงได้ฟ้องรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยต่อศาลเพื่อขอให้ศาลนี้แสดงว่า ตนเป็นบุคคลสัญชาติไทย

สรุปความคืบหน้าการศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขการไร้สถานะทางกฎหมายและสิทธิของบุคคลในประเทศไทย (๑๕ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๙ จนถึง ๓๐ มกราคม พ.ศ.๒๕๕๐)
ภายหลังจากการทำงานในรอบ ๓ เดือนแรกนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ มีข้อเสนอแนะเพื่อการนี้ ๖ ประการ กล่าวคือ (๑) ควรมีการปรับทัศนคติของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้มียอมรับแนวคิดที่จะแก้ปัญหาที่สาเหตุและยอมรับที่จะทำงานร่วมกัน (๒) ผลักดันให้เกิดโอกาสที่ภาคประชาชนและภาควิชาการจะได้ทำงานเพื่อจัดการปัญหาร่วมกับภาคราชการ (๓) ให้ความสำคัญอย่างมากแก่การสำรวจและทำทะเบียนประวัติให้แก่บุคคลที่ไร้สถานะทางกฎหมายทะเบียนราษฎร (๔) พัฒนาแนวคิดและวิธีการที่ชัดเจนและสมดุลย์ในการกำหนดสถานะตามกฎหมายไทยที่เหมาะสมให้แก่บุคคลที่ไร้สถานะทางกฎหมายในทุกประเภท (๕) สร้างมาตรการเพื่อป้องกันการเข้ามาใหม่เชิงสร้างสรรค์และเป็นไปได้จริง และ (๖) ปฏิรูประบบองค์กรในทุกภาคส่วนเพื่อการจัดการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

สารบาญรายงานการศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขการไร้สถานะทางกฎหมายและสิทธิของบุคคลในประเทศไทย
ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ครั้งที่ ๖/๒๕๔๙ วันพุธที่ ๑๕ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๙ ได้พิจารณาญัตติเรื่องขอให้ตั้ง "คณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขการไร้สถานะทางกฎหมายและสิทธิของบุคคลในประเทศไทย" แล้วมีมติตั้ง"คณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขการไร้สถานะทางกฎหมายและสิทธิของบุคคลในประเทศไทย" ตามข้อบังคับการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๙  ข้อ ๓๕ และข้อ ๘๐ วรรคสาม ประกอบด้วย (๑) นายไกรราศ แก้วดี (๒) นางเตือนใจ ดีเทศน์ (๓) นางนฤมล อรุโณทัย (๔) พลเอกปฐมพงษ์ เกสรศุกร์ (๕) นายประหยัดศักดิ์ บัวงาม (๖) นางพันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร (๗) นางมุกดา อินต๊ะสาร (๘) นางยินดี ห้วยหงส์ทอง (๙) นายวันชัย ศิริชนะ (๑๐) นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ (๑๑.) นายวีระวัฒน์ ตันปิชาติ (๑๒) นายแวดือราแม มะมิงจิ (๑๓.) นายสมชาย แสวงการ (๑๔.) นายสุรพงษ์ กองจันทึก และ (๑๕) นายสุริชัย หวันแก้ว โดยมีกำหนดเวลาปฏิบัติงาน ๙๐ วัน นับแต่วันที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติมีมติ

พัชรา ยียง : คนตกหล่นจากทะเบียนราษฎรแห่งบ้านโป่งป่าแขม อ.แม่จัน จ.เชียงราย
พัชรา ยียง สาวน้อยเชื้อสายอาข่า วัย 15 ปี เกิดที่บ้านโป่งป่าแขม อ.แม่จัน จ.เชียงราย ตามกฎหมายไทยแล้วเธอควรได้ทำบัตรประชาชนเหมือนกับเพื่อนๆ รุ่นราวคราวเดียวกัน เพราะทั้งแม่และพี่ชาย 2 คนต่างมีบัตรประชาชนหมดแล้ว ส่วนพ่อของเธอเสียชีวิตไปก่อน ขณะที่พัชรากับน้องชายวัย 14 ปี กลับกลายเป็นผู้ตกหล่นทางทะเบียนราษฎร เนื่องจากระหว่างที่มีการสำรวจเธอยังอยู่ในครรภ์มารดา แม่ของพัชราคลอดเธอที่บ้านโดยหมอตำแยพื้นถิ่น และไม่ได้แจ้งเกิดที่อำเภอเพราะความไม่รู้ไม่เข้าใจ จนเธอเริ่มเติบใหญ่แต่ก็ไม่มีหลักฐานไปยืนยันกับอำเภอ เช่นเดียวกับน้องชายของเธอแม้เกิดที่โรงพยาบาลแม่จันและมีใบรับรองการเกิด แต่แม่ก็ไม่ได้ไปแจ้งเกิดให้เช่นเดียวกัน จึงทำให้ทั้งคู่กลายเป็นคนตกสำรวจจนถึงทุกวันนี้ 

คำขอบคุณ มท.1 จากนายอาโซ๊ะ เชอมือกู่ หนุ่มอาข่าจากบ้านหล่อโย ตำบลป่าตึง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย
วันนี้ที่อาโซ๊ะได้สัญชาติไทยแล้ว แต่ก็เคยไม่ลืมอดีตของตนเองที่ผ่านมา อดีตที่เคยไม่มีสิทธิ มีความเดือดร้อน ไม่สบายใจจากการที่ไม่มีสัญชาติไทย  เมื่อหันกลับไปมองทั้งในหมู่บ้านของตนและหมู่บ้านใกล้เคียง ยังมีอีกหลายคนที่เดือนร้อน ทั้งที่เป็นเพื่อนร่วมชั้น ร่วมโรงเรียน อาโซ๊ะจึงขอเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือเก็บข้อมูลด้านสิทธิสถานะเพื่อที่จะทำให้รู้ว่าครอบครัวที่ยังเดือนร้อนมีจำนวนเท่าใด และยื่นขอพิสูจน์สถานะบุคคลในช่องทางกฎหมายใด ที่จะสามารถช่วยเหลือติดตามความคืบหน้าได้ ส่วนคนที่ยังไม่ได้ยื่นคำร้องพิสูจน์สถานะบุคคลก็จะช่วยเหลือให้ยื่นคำร้องเพื่อที่จะได้รับสิทธิเหมือนกับตนเอง

รัฐไทยควรทำอย่างไรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่ระบบการจดทะเบียนการเกิดให้แก่มนุษย์ในสังคมไทย ?
ประการสุดท้าย ภาคการเมืองควรจะต้องส่งสัญญานให้ชัดเจนว่า รัฐไทยมีเจตนาที่จะเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ ดังนั้น การยกเลิก CRC ข้อ 7 จึงเป็นสิ่งที่ควรจะกระทำอย่างหลีกเลี่ยงมิได้ การคงไว้ซึ่งข้อสงวนนี้น่าจะเป็นการส่งสัญญานที่สับสนให้แก่ภาคราชการฝ่ายปฏิบัติการ  หากเราพยายามจะปฏิบัติตามแนวคิดดังกล่าว จะไม่มีมนุษย์คนใดเลยที่ตกหล่นจากทะเบียนราษฎรของรัฐไทย และทะเบียนราษฎรของนานารัฐในประชาคมโลก  สิทธิมนุษยชนและความมั่นคงแห่งมนุษย์ย่อมจะมีในระดับหนึ่งสำหรับมนุษย์ทุกคนบนโลกใบนี้

พ.ศ.๒๔๙๙ : รัฐไทยเริ่มต้นระบบการจดทะเบียนการเกิดทั่วไปสำหรับมนุษย์ในสังคมไทย
โดยพิจารณาประวัติศาสตร์กฎหมายไทยว่าด้วยการจดทะเบียนการเกิด ประกอบกับกฎหมายไทยที่เกี่ยวกับการจัดการประชากรในยุคนี้ เราก็พบว่า จำนวนคนตกหล่นจากทะเบียนราษฎรลดน้อยลง และบริเวณหรือสถานการณ์ที่มักจะมีปัญหาดังกล่าวนั้น ก็คือ (๑) บริเวณห่างไกลจากอำเภอ ปราศจากโรงพยาบาล เช่น บนพื้นที่สูง หรือในท้องทะเล (๒) บริเวณชายแดน ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับเส้นเขตแดนและการทะเบียนราษฎรที่ทับซ้อนเพราะความทับซ้อนของอำนาจของรัฐเหนือดินแดน (๓) สถานการณ์ที่มีการหนีภัยความตาย ทั้งนี้ เพราะ ในสถานการณ์ที่มีภัยความตาย อาทิ การสู้รบ การทะเบียนราษฎรย่อมไม่มีประสิทธิภาพ และรัฐเจ้าของทะเบียนราษฎรย่อมมีความระแวดระวังที่จะยอมรับบุคคลเข้ามาทะเบียนราษฎร และ (๔) สถานการณ์ที่เด็กต้องพลัดพรากจากบุพการีตั้งแต่เยาว์วัย จนไม่มีใครอาจแจ้งการเกิดของเขาในทะเบียนราษฎร

กรณีน้องขวัญและน้องวิน : มีความเป็นไปหรือไม่ที่คนสัญชาติไทยจะรับเด็กไร้รัฐเป็นบุตรบุญธรรม ?
ขอให้สังเกต ยุทธศาสตร์จัดการสิทธิและสถานะบุคคลฯ ก็กำหนดเกี่ยวกับเด็กไร้เหง้าในลักษณะของขวัญและวินว่า “สำหรับบุคคลที่ขาดบุพการีหรือบุพการีทอดทิ้งที่ได้รับสถานะเป็นบุตรบุญธรรมตามคำสั่งของศาล ให้ได้รับสัญชาติไทย” จะเห็นว่า กรณีเพื่อการได้มาซึ่งสัญชาติไทย ของขวัญไม่มีเงื่อนไขใดๆ ดังเช่นกรณีของเด็กที่ไม่มีบุพการีบุญธรรมตามคำสั่งศาล แต่โดยกฎหมายสัญชาติ เมื่อขวัญเกิดในประเทศไทย ขวัญก็อาจจร้องขอสัญชาติไทยโดยหลักดินแดน กรณีไม่จำต้องรอจนกว่าจะบรรลุนิติภาวะ กรณีของขวัญยังเป็นเรื่องใหม่ของกรมการปกครอง ควรจะมีการนำเรื่องของขวัญมาเป็นต้นแบบในการแสวงหาทางแก้ปัญหา 

ฎีกาวิเคราะห์ : คำพิพากษาฎีกาที่ ๗๔๓/๒๕๓๙ สิทธิสมัครรับเลือกตั้งของบุคคลสัญชาติไทยที่มีบิดาต่างด้าว
ในเรื่องของสิทธิในทางการเมืองของบุคคลธรรมดาที่มีลักษณะระหว่างประเทศนั้น เป็นที่แน่นอนว่ากฎหมายไทยมิได้รับรองสิทธิของคนต่างด้าวที่จะร่วมใช้สิทธิในทางการเมืองไทยแม้ว่าบุคคลนั้นจะมีบุพการีเป็นไทยหรือมีภูมิลำเนาถาวรในประเทศไทย  แต่ในกรณีที่บุคคลนั้นมีสัญชาติไทย  กฎหมายไทยก็มิได้ปฏิเสธสิทธิในทางการเมืองของบุคคลที่มีลักษณะดังกล่าว  แม้ว่าบุคคลนั้นจะมีบุพการีต่างด้าวหรือมีภูมิลำเนาถาวรในต่างประเทศ แต่อย่างไรก็ตาม  การไม่ปฏิเสธในทางการเมืองก็ไม่หมายความว่ากฎหมายไทยจะไม่ตั้งเงื่อนไขในการยอมรับรองสิทธิในทางการเมืองของคนไทยที่มีลักษณะต่างด้าวดังกล่าวมาข้างต้น  

สิทธิในทะเบียนการเกิดของมนุษย์ในประเทศไทย : ความสัมพันธ์ระหว่างกฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายภายใน
การจดทะเบียนการเกิดเป็น “กระบวนการ” ที่รัฐเจ้าของดินแดนหรือรัฐเจ้าของบุคคลได้แสดงการรับรองเหตุการณ์อันหนึ่ง กล่าวคือ “การเกิดของมนุษย์คนหนึ่ง” เรื่องของการรับรองการเกิดของมนุษย์คนหนึ่งบนดินแดนของตนนั้น เป็นคนละเรื่องกับการยอมรับให้สัญชาติ รัฐอาจรับแจ้งการเกิด โดยที่ไม่ให้สัญชาติก็ได้ หรือรัฐอาจให้สัญชาติ โดยไม่ยอมให้การรับรองการเกิด ก็เป็นได้  แต่อย่างไรก็ตาม เป็นสิ่งที่จะปฏิเสธไม่ได้ว่า การได้รับการยอมรับว่า เกิดในประเทศใดประเทศหนึ่ง ก็มีความเป็นไปได้ที่จะได้รับการยอมรับว่า มีสัญชาติของรัฐนั้น และ/หรือ มีภูมิลำเนาในรัฐนั้น โดยเฉพาะย่อมมีภูมิลำเนาตามกฎหมายเอกชนในรัฐนั้นได้ หากยังอาศัยอยู่ในรัฐนั้น

40 ปีที่รอคอยของ บ๊อบบี้ สุทธิบุตร
ข้อมูลเพียงน้อยนิดจากเอกสารรับรองการเกิดของเด็กชายไทยตัวน้อยที่ได้ไปถือกำเนิดในประเทศสหรัฐอเมริกา ระบุเพียงวันเกิด, สถานที่เกิด และข้อมูลส่วนตัวของพ่อแม่ ซึ่งเป็น "คนไทย" หากพิจารณาเพียงแค่นี้ก็คงไม่เห็นจะมีปัญหาอะไร ซึ่งจะว่าไปแล้วในปี 2512 หากใครได้มีโอกาสไปอยู่และได้ไปเรียนที่เมืองนอกก็คงจะรวยใช่ย่อย แถมยังไปคลอดลูกที่โรงพยาบาลที่นั่นอีกต่างหาก ลูกที่เกิดมาก็น่าจะเพียบพร้อมทุกอย่าง แต่ชะตาชีวิตกลับผลิกผัน เรื่องราวของ "เด็กชายบ๊อบบี้ สุทธิบุตร" ไม่ง่ายดายขนาดนั้น...   ชีวิตของเขาต้องเปลี่ยนไป เมื่อพ่อและแม่แยกทางกันตั้งแต่เขายังจำความไม่ได้ เด็กชายบ๊อบบี้กลับมาเมืองไทยเมื่ออายุประมาณ 4-5 ขวบ แม่ได้นำเขามาฝากไว้กับครอบครัวฝ่ายชายด้วยเหตุผลสำคัญบางประการ จากนั้นผู้เป็นแม่ก็ได้หายตัวไปโดยไม่เคยมีใครทราบรายละเอียดใดๆ อีกเลย สมบัติชิ้นเดียวจากแม่เหลือไว้ให้ ก็คือ สำเนาใบรับรองการเกิดจากโรงพยาบาลที่สหรัฐอเมริกา

บ๊อบบี้ CCL และ ITV : ปรากฏการณ์การแก้ปัญหาความไร้รัฐโดยงานวิจัยและสื่อเพื่อสิทธิมนุษยชน
ปาฏิหาริย์แรกก็เกิดขึ้น เมื่อทาง ITV นำโดยคุณสุมนา แจวเจริญวงศ์ ได้ถ่ายทำเรื่องราวจากชีวิตจริงของพี่บ๊อบบี้และได้นำสกู๊ปออกมาถ่ายทอดทาง ITV เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549 ช่วงข่าวภาคค่ำ เวลา 18.00 น. – 19.00 น. เป็นความบังเอิญที่น่ายินดีที่คุณแม่ของพี่บ๊อบบี้ได้นั่งอยู่หน้าจอโทรทัศน์ วันนั้น เวลานั้น และเปิดช่อง ITV พอดี เมื่อเห็นว่าลูกของตนกำลังเดือดร้อน คุณแม่ไม่รอช้าที่จะติดต่อกลับมาทาง ITV ระบุว่า ตนเองคือแม่แท้ๆ ของพี่บ๊อบบี้และยินดีให้ความช่วยเหลือลูกของตนทุกประการ เพื่อชดเชยในหน้าที่ที่ตนไม่ได้ทำมาหลายสิบปี

กรณีนางสาวจันทรา เย็นใจ : ตัวอย่างของแรงงานต่างชาติที่เข้าเมืองผิดกฎหมายที่มีสถานะเป็นราษฎรไทยซึ่งไม่มีสัญชาติไทย แม้มีเพียงสิทธิอาศัยในลักษณะชั่วคราวในประเทศไทย แต่ยังมีสถานะเป็นคนต่างด้าวที่เข้าเมืองผิดกฎหมาย
ในวันที่ครอบครัวเย็นใจยังอยู่ในประเทศไทยเพื่อทำงาน ครอบครัวนี้ก็จะมีสถานะในวันที่ครอบครัวเย็นใจยังอยู่ในประเทศไทยเพื่อทำงาน ครอบครัวนี้ก็จะมีสถานะเป็น “ราษฎรไทยประเภทอยู่ชั่วคราว” เช่นกัน โดยทะเบียนนี้ มีชื่อว่า ท.ร.๓๘/๑  กรณีของแรงงานต่างด้าวจากพม่า ลาว และเขมรนั้น ไม่มีนโยบายให้สัญชาติไทย ด้วยว่า พวกเขาน่าจะมีสัญชาติของประเทศต้นทาง และพวกเขามีโอกาสที่จะกลับไปประเทศต้นทางได้เมื่อไม่อาจทำงานในประเทศไทย สิ่งที่รัฐบาลไทยได้ทำอย่างดีที่สุดเพื่อแรงงานเหล่านี้ ก็คือ การผลักดันข้อตกลงว่าด้วยการพิสูจน์สัญชาติระหว่างประเทศไทยและประเทศต้นทางของแรงงานเหล่านี้ ด้วยว่า แรงงานดังกล่าวนี้อาจไม่เคยมีชื่อในทะเบียนราษฎรของประเทศต้นทาง การพิสูจน์สัญชาติจึงเป็นเสมือนการนำแรงงานเหล่านี้กลับไปสู่ทะเบียนราษฎรของประเทศต้นทาง 

คณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขการไร้สถานะทางกฎหมายและสิทธิของบุคคลในประเทศไทย : งานที่ต้องรับทำอย่างเต็มใจ แม้ขัดอุดมการณ์
และแล้ว อ.แหวว ก็ต้องเดินทางเข้าสภาไปทำหน้าที่เดิมๆ อีกครั้ง อีกงานที่เข้ามาในชีวิตในช่วงนี้ ซึ่งเป็นช่วงที่อยากจะเคลียร์งานที่ค้างๆ จนไม่อยากจะเปิดรับงานใดๆ ใหม่อีกเลย  แต่สำหรับงานนี้ ใจบอกว่า "ปฏิเสธ" ไม่ได้ ทั้งนี้ โดยหลักการ ไม่น่าจะไปยุ่ง เราที่ มธ. หลายคนปฏิเสธที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับผลิตผลของการปฏิวัติโดยไม่จำเป็น แต่เมื่อนึกถึงสีหน้าของใครหลายคนที่ยังไร้รัฐไร้สัญชาติ อ.แหววก็ตัดความรู้สึกที่เป็นของตัวเองทิ้งไป สิ่งที่น่าจะสำคัญที่สุดนั้น ก็น่าจะเป็น “สุขภาวะ” ของมนุษย์ มากกว่า “อุดมการณ์” ที่กินไม่ได้ และเป็นสุขของเราคนเดียว พร้อมแล้วค่ะพี่แดง เจอกันที่ สนช.

คณะอนุกรรมาธิการศึกษาหามาตรการในการแก้ไขปัญหาเด็กไร้สัญชาติ ในคณะกรรมาธิการกิจการสตรี เยาวชนและผู้สูงอายุ วุฒิสภา
ในท้ายที่สุด คณะอนุกรรมาธิการศึกษาหามาตรในการแก้ไขปัญหาเด็กไร้สัญชาติเด็กได้ร่วมกันสรุปว่า ผู้แทนประชาสังคมที่มาร่วมทำงานในคณะอนุกรรมาธิการฯได้บรรลุถึงการสร้างความสำเร็จในส่วนที่เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหา เด็กไร้สัญชาติใน ๓ ทิศทาง กล่าวคือ (๑) ผลสำเร็จที่ปรากฏในแนวคิดของสังคมไทย (๒) ผลสำเร็จที่ปรากฏในความเคลื่อนไหวของประชาคม (๓) ผลสำเร็จที่ปรากฏในนโยบายและกฎหมาย (๔) ผลสำเร็จที่ปรากฏในเด็กไร้สัญชาติ และ (๕) ผลสำเร็จที่ปรากฏต่อความยุติธรรมทางสังคม 

ใกล้ถึงเวลาที่ ‘จอบิ’ จะเป็นผู้มีสัญชาติไทยโดยสมบูรณ์ ?
วันนี้ จอบิได้งานทำเป็นคนสวน โดยพอวาเป็นพนักงานเสริฟอาหารในรีสอร์ทแห่งหนึ่งในจังหวัดเพชรบุรี จอบิและพอวาจะต้องไปขอใบอนุญาตออกนอกพื้นที่ทุก 15 วันจากอ.แก่งกระจาน ทุกเดือนจะกลับบ้านบางกลอยเพื่อเยี่ยมลูก ซึ่งขณะนี้ทั้ง 4 คนเรียนหนังสืออยู่ที่โรงเรียนตำรวจตะเวณชายแดนในอ.แก่งกระจาน “ผมดีใจที่รู้ว่าผมเป็นคนกะเหรี่ยงที่มีสัญชาติไทย ผมจะดีใจถ้าเจ้าหน้าที่ออกบัตรไทย (บัตรประชาชน) ให้ผม ลูกๆ ผมจะได้เป็นคนไทย ได้ไปโรงเรียน”

ซ่างเห่า เซาะเล้ง และอายุ : แม่ไร้รัฐหรือแม่ไร้สัญชาติที่พบในประเทศไทย
โดยงานวิจัยที่ผู้เขียนทำมาอย่างต่อเนื่องนั้น เราพบว่า ความไร้รัฐหรือความไร้สัญชาติที่เกิดขึ้นแก่แม่หนึ่งคนและส่งผลต่อไปยังลูกนั้น เกิดขึ้นได้ในสาเหตุที่ไม่แตกต่างไปจากที่เกิดขึ้นแก่มนุษย์ทุกคน โดยไม่จำกัดเพศหรือวัย เพียงแต่เมื่อปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นแก่ผู้หญิงที่เป็นแม่ ความยากลำบากนั้น มิได้เกิดขึ้นแก่มนุษย์เพียงคนเดียว แต่จะก่อเหตุร้ายแก่ครอบครัวทั้งครอบครัว ซึ่งคนที่ได้รับผลอย่างมากมายต่อมา ก็คือ ลูกหลานนั่นเอง เรามุ่งหวังที่จะให้สังคมไทยไดรับรู้ถึงความยากลำบากในการเลี้ยงลูกของแม่ที่ประสบปัญหาความไร้รัฐความไร้สัญชาติ เราคาดหวังว่า ถ้าสังคมไทยเข้าใจถึงความทุกขเวทนาของผู้หญิงที่เป็นแม่ที่ไร้รัฐหรือไร้สัญชาติ สังคมนี้ก็คงจะไปส่งแรงกดดันไปที่นักการเมืองและนักนโยบายที่จะเข้าแก้ปัญหาให้แก่เหล่าแม่ในสถานการณ์ดังกล่าว

แนวคิดในการเขียนหนังสือกฎหมาย
วันนี้ ดิฉันเปิดคอมพิวเตอร์ ค้นไฟล์เก่าๆ ไปมา ก็มาพบบันทึกการสนทนาระหว่างดิฉันกับคุณนกซึ่งเป็นลูกศิษย์เก่าในชั้นปริญญาตรีที่ย้อนมาเป็นลูกศิษย์ใหม่ในชั้นปริญญาโท ตั้งคำถามใน MSN Messager ซึ่งเป็นเรื่องแนวคิดในการเขียนหนังสือกฎหมาย ดิฉันมักจะบันทึกบทสนทนาที่น่าสนใจไว้อ่าน  ดิฉันกำลังเขียนหนังสือกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคลที่เขียนต่อเนื่องกันมาหลายปี ก็ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๒๘ แต่เขียนไม่จบเสียที แต่ก็คิดว่า ไม่มีทางเขียนได้จบ  มาอ่านบทสนทนานี้กันค่ะ

บุญ พงษ์มา : จากอดีตคนไร้สัญชาติแห่งแม่อาย สู่หมอความตีนเปล่าแห่งคลีนิคกฎหมายแม่อาย
ความเป็น "ทนายความตีนเปล่า" ของบุญ ใสแดง และ สุ ใน "คลีนิคกฎหมาย" บนกองกระเทียมตากแห้ง ได้กลายเป็นฉากประทับใจและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่มวลมิตร โดยเฉพาะคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยพายัพ และ UNICEF ที่จะเข้าสนับสนุนคลีนิค กฎหมายนี้ให้เปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการในวันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ.2549 ที่ผ่านมา ซึ่งคลีนิคนี้มีบุญ ดอกไม้เหล็กแห่งแม่อายทำหน้าที่ "หัวหน้าหมอความ" บุญมักจะบอกว่า บุญไม่มีโอกาสได้เรียนหนังสือมากนักในวัยเด็ก แต่ในวันนี้เราเชื่อว่า บุญมีความรู้กฎหมายเพื่อแก้ไขปัญหาความไร้รัฐและความไร้สัญชาติอย่างมาก โดยไม่ต้องไปนั่งเรียนกฎหมายที่คณะนิติศาสตร์ใดคณะหนึ่ง ในครึ่งปีที่ผ่านมา คลีนิคของบุญได้ทำหน้าที่นำเด็กที่ตกหล่นจากทะเบียนราษฎรจำนวนกว่าครึ่งร้อย กลับเข้าสู่ทะเบียนราษฎร บุญได้นำบทเรียนที่ต่อสู้เพื่อแก้ปัญหาความไร้สัญชาติของตนมาใช้แก้ไขปัญหาความไร้รัฐไร้สัญชาติของคนอื่นบนแผ่นดินแม่อาย มาให้กำลังใจบุญและคณะกันเถอะค่ะ

พัฒนาการของแนวคิดเรื่องสัญชาติ และความพยายามที่จะขจัด ปัญหาความไร้รัฐ ในประเทศไทย
หากรัฐบาลไทยในวันนี้มีเจตนาที่แน่วแน่ที่จะขจัดปัญหาความไร้ร้ฐความไร้สัญชาติให้แก่มนุษยในประเทศไทย สองสิ่งที่รัฐบาลจะต้องทำ ก็คือ (๑) การส่งสัญญานให้เจ้าหน้าที่ของรัฐในระดับภูมิภาคและท้องถิ่นให้ทราบถึงความจริงจังของรัฐบาลในเรื่องนี้ และ (๒) การสนับสนุนให้คนไร้รัฐคนไร้สัญชาติซึ่งเป็นเจ้าของปัญหาได้มีโอกาสเรียนรู้กฎหมายและนโยบายที่เอื้อต่อสิทธิมนุษยชนขั้นฐานของพวกเขา ผลของการกระทำทั้งสองลักษณะนี้ จะทำให้ความอยุติธรรมเกิดขึ้นแก่กลุ่มคนไร้รัฐคนไร้สัญชาติไม่ได้เลย ในวันนี้ เราสรุปได้ว่า สถานการณ์ความรุนแรงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้สุดของประเทศไทยได้เกิดขึ้นเพราะความละเลยอย่างยาวนานที่จะรักษาความยุติธรรมทางสังคมให้แก่ประชากรในพื้นที่ดังกล่าว ประกอบกับความหลากหลายทางภาษา ศาสนา และชาติพันธุ์ได้ทำให้ความขัดแย้งขยายตัวอย่างรวดเร็วและเรื้อรัง เราสังเกตเห็นความหลากหลายทางภาษา ศาสนา และชาติพันธุ์ในกลุ่มคนไร้รัฐคนไร้สัญชาติเช่นกัน และเราสังเกตเห็นความอยุติธรรมทางสังคมที่เกิดแก่กลุ่มคนไร้รัฐคนไร้สัญชาติเช่นกัน เราจึงอยากวิงวอนให้รัฐบาลเรียนรู้ที่จะบริหารความเสี่ยงทางสังคมในเรื่องนี้ด้วย

จาก “แซ่ลี้” สู่ “อภิสกุลไพศาล” : ตำนานแห่งครอบครัวไร้สัญชาติที่ชาวไทยภูเขาต้องเรียนรู้
ปัญหาที่เกิดแก่ครอบครัวอภิสกุลไพศาลนี้ไม่อาจโทษเจ้าหน้าที่ของอำเภอแม่จันได้เป็นการส่วนตัว เรื่องของระเบียบภายใน ทางปฏิบัติของกรมการปกครอง และหนังสือสั่งการหลายฉบับ ในหลายยุคสมัย ที่ขัดแย้งกันเองและขัดต่อ พ.ร.บ.สัญชาติ  เป็นสาเหตุของปัญหาทั้งหมด จะเห็นว่า เรื่องซับซ้อนและผิดพลาดดังกล่าวเป็นสิ่งที่กรมการปกครองและอำเภอแม่จันต้องสะสางกันเอง แต่ไม่ควรเอาเรื่องอุปสรรคในระบบราชการมาเป็นอุปสรรคต่อเรื่องของการเยียวยาความเสียหายให้แก่ครอบครัวอภิสกุลไพศาล ซึ่งแนวคิดดังนี้ ก็ได้รับการยืนยันอย่างชัดเจนแล้วโดยศาลปกครองสูงสุดในทุกคดีที่ฝ่ายปกครองอ้างความเป็นไปไม่ได้ในระบบราชการมาปฏิเสธสิทธิของประชาชน 

เรื่องของ"ชัย" และอีกหลายคนไทยที่ต้องการทางออก
นอกจากไม่มีพ่อแม่ และไม่มีตัวตนตามกฎหมายแล้ว แม้แต่ชื่อนามสกุลที่เคยใช้มาแต่เด็กก็กลายเป็นชื่อที่มีเจ้าของเดิมอยู่แล้ว แล้วจะให้ชัยคิดทำอย่างไรต่อไปกับชีวิตของตัวเองดี ?? ด้วยชีวิตที่ไม่มั่นคงของชัยเช่นนี้ ยิ่งเมื่อถูกหล่อหลอมอยู่ในโลกวัตถุนิยมเช่นสังคมปัจจุบัน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ชัยจะบอกกับเจ้าหน้าที่กรมคุมประพฤติที่เข้าไปเยี่ยมเยียนสอบถามในเรือนจำ ว่า "เวลาอยู่ที่โรงเรียน เพื่อนๆ ผมมีพ่อแม่ให้เงินมาโรงเรียน แต่ผมไม่มี แม้จะมีเงินที่หลวงพ่อให้ แต่ก็ไม่ค่อยพอ อยากได้เงินมากๆ แต่จะไปทำงานที่ไหนก็ไม่มีคนรับ เพราะไม่มีบัตรประชาชน พอผมเห็นเพื่อนขายยาแล้วได้เงิน ผมก็เลยทำบ้าง" 

My Archanwell : Recall from the Past, Repercussion to the Future
Whenever they come to see me in the 
classroom that we set up for them, called 
“the Legal Classroom for Stateless and 
Nationality-less Persons”, they seem 
happy and hopeful.They said to me that  
they are always happy and excited when 
I call them for inviting to the classroom.  
They always feel that they are nobody 
out there, but they are somebody here. 
They feel warm as if they are at home. 
Archanwell told me that “These people 
are invisible in the view of law. 
They don’t even have any place to be 
in the society and they are always 
the last kind of persons who people 
in the society will pay attention to 
or even think of.” I remember that 
after listening to what she said, 
without any clues, my eyes filled 
with so many tears.  Because of 
those people, I can leave this work 
no more. It would be like 
“a hearted promise” for them.

อ.เตือนมองผ่าน อ.แหวว แล้วเจอ...ตัวเอง...CCL1.....CCL2...
” เมื่อใดที่พวกเขาเข้ามาหาข้าพเจ้า เวลาที่พวกเราจัดการเรียนการสอนที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่เรียกว่ากันว่า “ห้องเรียนกฎหมายสำหรับคนไร้รัฐไร้สัญชาติ” พวกเขาจะมาด้วยความสุขและความหวังเสมอ มักจะมีชาวบ้านที่มาเข้าห้องเรียนกล่าวกับข้าพเจ้าว่า พวกเขารู้สึกดีใจและตื่นเต้นทุกครั้งที่ข้าพเจ้าโทรไปตามให้มาเข้าห้องเรียน รู้สึกอบอุ่นเป็นกันเองเหมือนอยู่บ้าน และรู้สึกว่าเมื่อเข้าห้องเรียนนี้ตัวเองดูมีคุณค่าและมีตัวตนมากขึ้น ซึ่งมักจะต่างจากชีวิตจริงภายนอกอย่างสิ้นเชิง อาจารย์แหววเคยกล่าวกับข้าพเจ้าว่า “คนเหล่านี้ไม่เคยมีตัวตนในสายตาของกฎหมาย พวกเขาไม่มีที่ยืนในสังคม และพวกเขามักจะเป็นกลุ่มคนประเภทสุดท้ายที่คนส่วนใหญ่ในสังคมจะให้ความสนใจหรือแม้แต่แค่นึกถึง” จำได้ว่าเมื่อข้าพเจ้าฟังประโยคนี้ที่อาจารย์พูดแล้ว อยู่น้ำตาก็มาจากไหนไม่รู้มากมาย จนตัวข้าพเจ้าเองยังตกใจ สิ่งเหล่านี้เองเช่นกันที่ทำให้ข้าพเจ้าไม่อาจละทิ้งความรับผิดชอบ ซึ่งเป็นเหมือน “สัญญาใจ” ที่มีต่อคนเหล่านี้ได้เลย

เซาะเล้ง หรือภาวินี บุรสินสง่า : แม่ผู้ไร้รัฐซึ่งหนีภัยความตายมาจากประเทศกัมพูชา
แต่อย่างไรก็ตาม แม้กระบวนการพิสูจน์สัญชาติกัมพูชาจะยังไม่แล้วเสร็จ หรือในที่สุด รัฐกัมพูชาไม่เชื่อว่า เซาะเล้งเป็นคนๆ เดียวกับนางสาวเซาะเล้งที่ปรากฏชื่อในทะเบียนการเกิดของรัฐกัมพูชา หรือรัฐกัมพูชาฟังว่า เซาะเล้งเสียสัญชาติกัมพูชาแล้ว  กรณีก็ยังแก้ไขได้โดยกฎหมายและนโยบายของรัฐไทยเองอยู่ดี แต่อาจจะยากขึ้น กระบวนการยอมรับให้เซาะเล้งมีสิทธิเข้าเมืองและอาศัยอยู่ในประเทศไทยย่อมจะต้องทำโดยมติคณะรัฐมนตรี ทั้งนี้ โดยอาศัยมาตรา ๑๗ แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.๒๕๒๒  ในท้ายที่สุด จะเห็นว่า นอกจากการทำให้เซาะเล้งมีสถานะเป็นคนต่างด้าวที่ชอบด้วยกฎหมายไทยจะเป็นสิ่งที่เป็นไปได้โดยกฎหมายและนโยบายที่มีอยู่แล้ว การให้สัญชาติไทยโดยการสมรสแก่เซาะเล้งก็ยังเป็นไปได้โดยอำนาจที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีตามมาตรา ๙ แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘

สิทธิมนุษยชนปรากฏตัวในร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.๒๕๔๙ แล้วจริงหรือ ? : สิทธิเสรีภาพของประชาชนอาจถูกตีความให้ไม่หมายถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ทุกคน
หาก คปค.ประสงค์ที่จะยืนยันถึงความเชื่อในหลักสิทธิมนุษยชน ก็อยากให้ปรับเนื้อหาของมาตรา ๓ แห่งร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.๒๕๔๙ มิให้เอื้อต่อการตีความในอนาคตที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน ขอให้เนื้อหาของมาตรา ๓ นี้เป็นไปดังที่นานาประเทศเขียนถึงหลักสิทธิมนุษยชน กล่าวคือ เป็นไปในลักษณะที่เป็นอยู่ในมาตรา ๔ แห่งรัฐธรรมนูญเดิมก็ได้ หรือหากจะเขียนใหม่ โดยเพิ่มประโยคที่ว่า “ตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและตามพันธกรณีของระหว่างประเทศย่อมได้รับการคุ้มครอง” ก็เป็นสิ่งที่ยอมรับได้ แต่อย่าใช้คำว่า “ประชาชน” ขอให้ใช้คำว่า “มนุษย์” เพราะคำหลังนี้ไม่อาจถูกตีความให้เป็นอื่น

ตอบคุณนคร ไทยใหญ่ : คนไร้รัฐในทัณฑสถาน
ด้วยว่า ผู้เขียนมีหน้าที่จะต้องไปตรวจเยี่ยมเชิงกัลยาณมิตรตามเรือนจำและสถานพินิจอยู่เป็นเวลามากว่า ๓ ปีแล้ว และได้พบเห็นคนไร้รัฐคนไร้สัญชาติที่ต้องเข้าไปอยู่ในทัณฑสถานในทุกแห่งที่ไปเยี่ยม จึงตั้งใจที่จะเขียนถึงคนไร้รัฐคนไร้สัญชาติประเภทนี้มานานแล้ว ประจวบกับคุณนคร ไทยใหญ่ ซึ่ง “ถูกคุมขังอยู่ที่ รจก. คลองไผ่” ได้จดหมายมาถามปัญหาสถานะบุคคลผ่านท่านบรรณาธิการสาละวินโพสต์ บรรณาธิการสาละวินโพสต์และผู้เขียนจึงถือโอกาสนี้ที่จะเขียนถึง “คนไร้รัฐคนไร้สัญชาติในทัณฑสถาน” เสียที

การลุกขึ้นสู้อีกครั้งของคนแซ่ลี และมรดกบาปที่ไม่ได้ก่อ
การถูกถอนชื่อออกจากทะเบียนราษฎร ไม่ได้ถอดถอนความเป็นคนออกจากครอบครัวแซ่ลี พวกเขายังต้องทำมาหาเลี้ยงชีพ มีความทะเยอทะยาน ความหวัง ความใฝ่ฝันเหมือนกับคนอื่นๆ พี่ชาย พี่สาว และน้องสาวอีกสองคนของระยอง แยกย้ายกันประกอบอาชีพตามความสามารถของแต่ละคน

เด็กแรกเกิดกับการล่องหนทางทะเบียนราษฎร
ปัญหาการจดทะเบียนการเกิดของเด็กที่ไม่มีสัญชาติซึ่งเกิดที่จังหวัดเชียงรายนั้นอยู่ตรงที่เจ้าหน้าที่ได้นำเรื่องสถานะบุคคลในส่วนของสัญชาติและหนังสือรับรองการเกิดเข้ามาเป็นเงื่อนไขในการรับจดทะเบียน ซึ่งตรงนี้ขัดกับวัตถุประสงค์ของการมีการจดทะเบียนการเกิดที่ต้องให้สังคม ชุมชนและประเทศได้ทราบถึงการเกิดและสถานะบุคคลของเด็กที่เกิดเพื่อที่จะได้กำหนดสิทธิหน้าที่ต่างๆ ตามกฎหมายต่อไป ซึ่งหากไม่มีการแก้ไขปัญหาการจดทะเบียนการเกิดนี้แล้ว การเป็นมนุษย์ล่องหนในทางทะเบียนราษฎรของเด็กที่ไร้สัญชาติซึ่งเกิดที่จังหวัดเชียงรายก็คงจะมีอยู่เคียงคู่จังหวัดเชียงรายต่อไปตราบนานเท่านาน.

โครงการห้องเรียนกฎหมายสำหรับคนไร้รัฐไร้สัญชาติ : ทำไม ?
ในการแก้ไขปัญหาความไร้รัฐไร้สัญชาติ สิ่งที่จำเป็นและสำคัญที่สุด คือ การสร้างองค์ความรู้ให้เกิดขึ้นแก่บุคคลที่เกี่ยวข้องกับปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของปัญหาความไร้รัฐไร้สัญชาติ บุคคลที่จะมีส่วนช่วยในการแก้ไขปัญหา หรือแม้แต่กลุ่มคนอีกประเภทหนึ่งซึ่งเป็นผู้สร้างปัญหานั้นเสียเอง อย่างไรก็ตาม บุคคลที่จะสามารถแก้ไขปัญหาความไร้รัฐไร้สัญชาติได้ดีที่สุด ก็คือ บุคคลที่ตกอยู่ในสภาพการณ์นั้น อันได้แก่ เจ้าของปัญหาความไร้รัฐไร้สัญชาติ เนื่องจากพวกเขาเหล่านี้เป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากปัญหาที่เกิดขึ้น และเป็นผู้ที่เข้าใจถึงปัญหาของตนเองได้ดีที่สุด นอกจากนี้แล้ว พวกเขาย่อมจะเป็นผู้ที่มีความสนใจ กระตือรือร้น ในการแก้ไขหรือเยียวยาปัญหาที่เกิดขึ้นกับตนอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด 

รายงานย้อนหลังชีวิตของน้องออย ด.ญ.สุพัตรา ซอหริ่ง ชาวแม่อาย ที่ อ. แหวว เคยให้ชีวิตใหม่น้องออยไว้
พี่บุญกับใสแดงจึงปรึกษาหารือกัน  ตอนเช้าของวันที่ 28 กรกฎาคม  2549  จึงนิมนต์พระไปเก็บกระดูกและชักผ้าบังสุกุลให้กับน้องออยที่ป่าช้า  และตอนเย็น เวลา 17.00 น.  นิมนต์พระสงฆ์  5  รูป  สวดเจริญพระพุทธมนต์ และทำพิธีถวายสังฆทานอุทิศส่วนบุญกุศลให้กับน้องออย  ที่บ้านของน้องออย เพื่อให้ถูกต้องตามประเพณีของชาวพุทธและศาสนาพุทธ  และเพื่อสวดส่งดวงวิญญาณ ของน้องออยให้ได้ไปสู่สุขติภพใหม่ที่ดี

วิภา แซ่จู : ไร้รัฐ แต่ไม่ไร้รัก
ปัจจุบัน แม่ของผมอายุ 61 ปี  ร่างกายของแม่ไม่ค่อยแข็งแรงนัก เพราะแม่จะนั่งคิดอยู่ตลอดเวลาว่าเรื่องที่ครอบครัวเราไม่มีสัญชาติจะทำอย่างไร และจะแก้ไขได้หรือไม่ จนทำให้แม่เครียดอยู่ตลอดเวลา บางครั้งแม่คิดถึงยาย หรือญาติพี่น้องของแม่ และอยากไปเยี่ยมยายที่ประเทศฮ่องกงก็ทำไม่ได้ ได้แต่คุยกันทางโทรศัพท์ เนื่องจากแม่ไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้ และในวันแม่ปีนี้ของผม ผมได้ทำอะไรพิเศษเพื่อแม่อีก 1 ชิ้น คือ ผมได้เขียนเล่าถึงเรื่องราวของแม่ และความทุกข์ที่แม่ต้องรับมายาวนานให้สังคมได้รู้ และผมหวังว่าความทุกข์ของแม่ และครอบครัวของผมจะได้รับการแก้ไขโดยเร็ว เพื่อเป็นของขวัญสำหรับแม่

ซางเห่า แซ่ก่อ....แม่ไร้สัญชาติอีกคนหนึ่ง
พอข้าพเจ้าเกิดมาได้ไม่นานพ่อก็เสียชีวิตลง  เท่าที่จำความได้ แม่ก็ทำหน้าที่ทั้งพ่อและแม่มาโดยตลอด แม่เลี้ยงลูกๆ ด้วยความลำบาก เพราะพ่อไม่ได้ทิ้งอะไรไว้ให้เราเลย ที่อยู่ก็อยู่ในโรงงานทำไม้กวาด โดยเจ้าของบริษัทไม่เก็บค่าเช่า  แม่กับพี่ชายคนโตจะทำงาน พี่ชายคนโตทำงานโดยที่ไม่ได้เรียนหนังสือ  เพราะต้องไปช่วยแม่ทำงานเพื่อให้น้องๆ ได้เรียนหนังสือ  และวันเสาร์-อาทิตย์ข้าพเจ้าและพี่ชายคนเล็กก็จะมาช่วยแม่ทำงาน ข้าพเจ้ายังจำได้ดี ตอนนั้นข้าพเจ้ายังเด็ก ได้ไปรอแม่ที่ทำงาน  แม่ทำงานถึง ตี 1-2  ข้าพเจ้าต้องนอนรอข้างๆ ที่ทำงานของแม่จนหลับไป แม่อุ้มกลับตอนไหนก็ไม่รู้ รู้สึกตัวอีกทีก็เช้าแล้ว เวลาผ่านไปหลายปีฐานะก็ไม่ดีขึ้น 

เซาะเล้ง บุรสินสง่า : จากใจลูกที่มีแม่ไร้สัญชาติ....ก่อนจะถึงวันแม่(ไร้สัญชาติ)
แม่และครอบครัวได้หลบหนีออกจากประเทศกัมพูชา เข้ามาทางด่านปอยเปต เพื่อมาหาญาติที่อยู่ในเมืองไทย จนได้มาพบกับคุณพ่อพาที  บุรสินสง่า คุณแม่กับคุณพ่อก็ได้ตัดสินใจแต่งงานกัน และมีดิฉันเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๗  หลังจากนั้นประมาณปี พ.ศ.๒๕๑๙ ได้มีประกาศให้ผู้หนีภัยในประเทศไปเข้าศูนย์อพยพ เพื่อให้ลี้ภัยไปประเทศฝรั่งเศส  คุณยายขอร้องให้แม่ไปเข้าศูนย์อพยพด้วย  แต่ขณะนั้นคุณแม่มีดิฉันซึ่งยังเล็กอยู่จึงไม่อยากทิ้งดิฉันและคุณพ่อไป  จึงตัดสินใจไม่ไปประเทศฝรั่งเศส ซึ่งขณะที่ตัดสินใจนั้นคุณแม่ก็ยังไม่รู้เลยว่าชีวิตที่เมืองไทยต่อไปจะเป็นอย่างไร 

บทพิสูจน์ความเป็นไปได้ในวิจัยด้านกฎหมายเพื่อพัฒนาสังคม
ขอให้สังเกตว่า งานที่เราทำอาจเริ่มจากงานค้นคว้าทางวิชาการ หรืออาจเริ่มจากงานช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายก่อนก็ได้ กล่าวคือ เริ่มทำตั้งแต่ (๑) ทำวิจัยเพื่อตอบคำถามสังคม (๒) งานสร้างหรือแก้กฎหมายหรือนโยบาย หากจำเป็นต่อสถานการณ์ (๓) งานจัดอบรมกฎหมายหรือนโยบาย  แล้วไปจบที่ (๔) งานให้ความช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย หรือในอีกทิศทางหนึ่ง ก็อาจจะเริ่มจาก (๑) งานให้ความช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายในปัญหาที่ วิ่งมาหาเรา แล้วค่อยทำ (๒) วิจัยเพื่อตอบคำถามสังคม (๓) งานสร้างหรือแก้กฎหมายหรือนโยบาย หากจำเป็นต่อสถานการณ์ และ (๔) งานจัดอบรมกฎหมายหรือนโยบายที่เอื้อต่อการแก้ปัญหาได้ ซึ่งอาจส่งผลเป็นการป้องกันปัญหาที่จะเกิดในอนาคตอีกด้วย 

จริยธรรมและกฎหมายในการให้บริการสุขภาพประชากรต่างชาติ
แม้ในวันนี้ จะไม่พบชื่อของสมใจและปรีดาในฐานข้อมูลประชากรคนสัญชาติไทยของกรมการปกครอง และกรมการปกครองจะยังมิได้ออกบัตรประชาชนให้แก่สมใจ ปรีดา และน้องเบลล์ ก็ตาม แต่บุคคลทั้งสามก็ยังมีสัญชาติไทยตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติ และความยุติธรรมทางศาลย่อมมีแก่บุคคลทั้งสามอย่างแน่นอน หากเราพิสูจน์ข้อเท็จจริงได้ครบตามที่กฎหมายสัญชาติกำหนด แต่บุคคลทั้งสามคงไม่อาจพิสูจน์ความเป็นประชากรสัญชาติไทยซึ่งมีสิทธิในบริการสุขภาพในระดับดีที่สุดได้เลย หากไม่มีจริยธรรมในคนหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เรื่องของสมใจ ปรีดา และน้องเบลล์ เป็นกรณีศึกษาที่ชี้ว่า แม้กฎหมายดีและงดงาม แต่จริยธรรมขาดหายไป สิทธิในสุขภาวะก็ไม่อาจบังเกิด หรือแม้กฎหมายอาจไม่ดีและงดงามนัก แต่จริยธรรมบังเกิดในมนุษย์ด้วยกัน จริยธรรมนั้นก็อาจผลักดันให้กฎหมายที่ยังบกพร่อง ผลิตสิทธิในสุขภาวะแก่มนุษย์ผู้ทุกข์ยากได้ ขอให้สังคมไทยมีมนุษย์ที่เปี่ยมด้วยจริยธรรม ดังคุณเสาวดี และคุณวรรณวิมลอีกนับล้านคน สังคมไทยจะได้เปี่ยมไปด้วยจริยธรรม และสุขภาวะ

ราษฎรไทยคือใครกัน ? ..... แล้วคนไม่มีสัญชาติไทยอาจมีสถานะเป็นราษฎรไทยได้ไหม ?
ในวันนี้ อาจจะมีปัญหาอยู่บ้างในเรื่องของการจัดการประชากรของรัฐไทย แต่สิ่งที่เราจะต้องตระหนัก ก็คือ ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นมาจากความไม่เคารพในกฎหมายและนโยบายของภาคราชการเอง การที่จะนิยามคำว่า “ความมั่นคง” โดยไม่สนใจว่า การนิยามนั้นสร้าง “ทุกขภาวะ” แก่ใครบ้าง ? ย่อมเป็นทิศทางความคิดที่ขัดต่อแนวคิดเรื่องราษฎรไทยซึ่งพัฒนาขึ้นตั้งแต่ปลายรัชกาลที่ ๕ และการนิยามคำว่า “ความมั่นคง” ในลักษณะที่สร้างความเจ็บปวดให้แก่ “ประชากรโดยข้อเท็จจริง” ในประเทศไทย ก็อาจนำประเทศไทยไปสู่ “ความไม่มั่นคงแห่งดินแดน” หวังว่า กฎหมายนิยมจะถูกนำมาใช้อย่างจริงจังเสียทีในการจัดการประชากรของรัฐไทย

การต่อสู้เพื่อแก้ไขปัญหาความไร้สัญชาติของอนันต์ หูมแพง : กำลังใจและความรู้สึก
ได้พบกับนายอำเภอ ท่านก็นั่งอ่าน ประวัติความเป็นมา ดูหลักฐานการสอบสวนของปลัด แล้วก็หันมาถามประวัติ พ่อ-แม่ และของผมและพี่ ๆ พร้อมกับถามผู้ใหญ่-กำนันด้วย แล้วท่านก็นิ่งเงียบไป จู่ ๆ ท่านนายอำเภอก็เอ่ยออกมาว่าถ้าท่านอนุมัติคำร้องให้แล้วจะสัญญาได้ไหมว่าจะเป็นคนดีให้บ้านเมือง ไม่ทำอะไรที่ผิดกฎหมาย ทำมาหากินเหมือนคนดี ๆ เขาทำกัน ผมและพี่ ๆ ตอบทันทีเลยว่า ครับ ผมสัญญา ท่านก็คุยอะไรอีกนิดหน่อยแล้วก็เซ็นหนังสือรับรองคำร้องให้ แล้วเรียกท่านปลัดเข้ามารับไปดำเนินการต่อไป และแล้วสิ่งที่ผมและพี่ๆ รอคอยมาทั้งชีวิตก็เป็นผลสมหวังได้ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2549 ผมได้รับการยอมรับว่า เป็นคนสัญชาติไทย เป็นคนไทย มีสิทธิตามกฎหมายถูกต้อง อนุมัติโดยท่านนายอำเภอ พิฒาญ ผมจะจำชื่อนี้ไปจนตาย 

น้องเบลล์ : คลื่นชีวิตที่ยังซัดกระหน่ำคนไทยไร้สัญชาติ หลังคลื่นสึนามิ
เป็นเพียงตัวอย่างของคนทุกข์จากการไม่มีตัวตนทางกฎหมาย เนื่องจากไม่มีเอกสารทางทะเบียนราษฎร ซึ่งสืบทอดมรดกของความทุกข์มาถึงชั้นหลาน และนับวันปริมาณคน รวมทั้งปริมาณความทุกข์ยากเดือดร้อนที่แต่ละคนได้รับในชีวิต จะยิ่งเพิ่มทวีมากขึ้นหากไม่ได้รับการแก้ไขเยียวยาอย่างเร่งด่วน ยังไม่นับรวมถึงความเจ็บปวดที่ปลูกฝังลึกลงในจิตใจ จากการไม่สามารถอยู่ได้อย่างสมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เหมือนคนอื่นๆ  คลื่นยักษ์อย่างสึนามิ ไม่เพียงซัดมาพรากชีวิตคนจำนวนมาก แต่ขณะเดียวกันก็ได้เผยโฉมปัญหาของอีกหลากหลายชีวิตที่เคยจมอยู่อย่างไม่ค่อยมีใครมองเห็น ให้ปรากฎชัดแจ้งขึ้น พร้อมๆ กับเกลียวคลื่นที่มองไม่เห็น อีกระลอกแล้วระลอกเล่าที่ยังคงซัดกระหน่ำซ้ำเติมชีวิตของคนเหล่านี้ต่อไป ตราบเท่าที่ปัญหาจะได้รับการแก้ไขที่สาเหตุ

ขอความอนุเคราะห์พิจารณาปัญหาความไร้รัฐของ อาจารย์อายุ นามเทพ เป็นกรณีพิเศษเร่งด่วน
โดยการประสานงานดังกล่าว อาจารย์อายุ นามเทพจึงได้รับการแจ้งเป็นหนังสือจากสำนักงานตำรวจสันติบาลว่า จะมีการพิจารณาคำขอแปลงสัญชาติเป็นไทยโดยคณะทำงานพิจารณากลั่นกรองคำขอแปลงสัญชาติเป็นไทย ณ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยในวันศุกร์ ที่ ๗ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๔๙ เวลา ๐๙.๐๐ น. แต่ในวันที่ ๖ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๔๙ ก็มีข่าวแจ้งให้ทราบว่า จะเลื่อนการพิจารณาออกไปโดยไม่มีการกำหนดเวลา ซึ่งเป็นเหตุให้คำร้องขอแปลงสัญชาติเป็นไทยของอาจารย์อายุไม่ได้รับการพิจารณาให้ทันต่อความจำเป็นที่จะต้องเดินทางไปแข่งขันในเวทีโอลิมปิคทางดนตรีโลกดังกล่าว
หากอาจารย์อายุจะไม่ได้ไปทำงานวิชาการครั้งนี้ หรือแม้ไปในสถานะคนไร้รัฐจากประเทศไทย ซึ่งหมายถึง เป็นคนต่างด้าวที่ผิดกฎหมายในประเทศไทย  สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ น่าจะไม่ส่งผลที่ดีต่อวงการวิชาการดุริยศิลป์ของประเทศไทย อีกทั้งภาพลักษณ์ของประเทศไทยในประชาคมระหว่างประเทศ จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาแก้ไขสถานการณ์ที่ภาควิชาการกำลังเผชิญอย่างเจ็บปวดให้ด้วย

ขอความอนุเคราะห์ท่านผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองพิจารณาให้ Re-Entry Visa ให้กับอาจารย์อายุ นามเทพ
อาจารย์อายุ นามเทพ ได้รับเลือกจากสมาคมนักร้องประสานเสียงแห่งประเทศไทยให้เป็นตัวแทนของประเทศไทยในการแข่งขันนานาชาติ Choir Olympic ที่เมืองซีเหมิน ประเทศจีน โดยมีกำหนดเดินทางในวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2549 และกำหนดเดินทางกลับมายังประเทศไทยในวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2549 ด้วยความกระชั้นชิดของการรอการพิจารณาการแปลงสัญชาติเป็นไทยของอาจารย์อายุ ทางมหาวิทยาลัยพายัพ จึงได้ดำเนินการขอออกเอกสาร Emergency Certificate เป็นเอกสารแทนหนังสือเดินทางของอายุ เพื่อใช้ในการเดินทางเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ ดังนั้น จึงใคร่ขอความอนุเคราะห์จากท่านในการพิจารณาอนุมัติ Re-Entry Visa ให้กับอาจารย์อายุ นามเทพ ในการเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทยภายหลังจากการเสร็จสิ้นการแข่งขันจากประเทศจีนในครั้งนี้ด้วย 

ความคืบหน้าฐานข้อมูลเด็กที่ไม่ได้รับการจดทะเบียนการเกิด และสถานะบุคคลเป็นรายกรณี จังหวัดเชียงราย
สำหรับข้อมูลของเด็ก เยาวชน คนไร้รัฐและไร้สัญชาติที่ได้มาตรงนี้คงไม่ใช่ข้อมูลที่เก็บแค่เป็นตัวเลขเท่านั้น เพราะงานของเรา คือการให้ความช่วยเหลือด้านสถานะและสิทธิบุคคลตามกฎหมาย ดังนั้น ในขณะนี้เรากำลังทำโครงการเข้าไปให้ความรู้ทางด้านกฎหมาย โดยการประสานงานกับแกนนำชุมชนและอาจารย์ในโรงเรียน และในกรณีที่มี Case ที่จำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนเราก็จะมีคลินิคกฎหมายที่ให้ความช่วยเหลือทางด้านกฎหมาย 

คำถามสำหรับการวิจัยเพื่อการพัฒนาสิทธิของเด็กไร้รากเหง้าในประเทศไทย
เมื่อเด็กคนหนึ่งที่ถูกทอดทิ้งหลังการคลอด หรือเมื่อเด็กคนหนึ่งสูญเสียความทรงจำในข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง ไม่ทราบว่า ใครเป็นบุพการี เด็กในสถานการณ์นี้จึงไร้รากเหง้า เด็กไม่อาจทราบว่า รัฐใดที่มีจุดเกาะเกี่ยวกับตนในขณะที่ตนเกิด ไม่ทราบว่า รัฐใดเป็นเจ้าของดินแดนที่เกิด และทั้งไม่ทราบว่า รัฐใดเป็นเจ้าของสัญชาติของบุพการี

ปัญหาการจดทะเบียนการเกิด...ถ่ายทอดอีกครั้งโดยคุณยิบ พันจันทร์
ประเด็นสำคัญที่ยากจะปฏิเสธและอาจอธิบายเราทุกคนได้เป็นอย่างดี คือ ทัศนคติด้านลบที่มีต่อกลุ่มคนไร้รัฐไร้สัญชาติ และ ความหวาดกลัวในใจที่เด็กเหล่านี้จะมีสัญชาติไทยต่อไปในอนาคต ทั้งที่ความจริงแล้ว โดยไม่รู้เลยว่าเด็กคนนั้นอาจมีสัญชาติไทยอยู่ตั้งแต่เกิดเพราะเค้าได้เกิดจากพ่อหรือแม่ที่เป็นคนไทย  และการที่ใครคนใดคนหนึ่งจะมีสัญชาติไทยหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับกฎหมายว่าสัญชาติของประเทศไทยมิได้ขึ้นแต่เพียงการได้จดทะเบียนการเกิดในประเทศไทย ความรังเกียจ ความหวาดกลัว และความไม่รู้ จึงอาจเป็นสาเหตุที่เด็กจำนวนมากถูกละเมิดสิทธิและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์  ถูกละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐาน สิทธิในการถือสัญชาติซึ่งอาจไม่ใช่เพียงเฉพาะสัญชาติไทย

กรณีน้องแพร : ถูกเทศบาลปฏิเสธที่จะออกสูติบัตรให้ ทั้งที่มีเอกสารรับรองการเกิดออกโดยโรงพยาบาลแม่สอดว่า เกิดที่อำเภอแม่สอด โดยอ้างว่า แม้บิดาจะเป็นคนสัญชาติไทย แต่ชื่อของมารดาในฐานข้อมูลทางทะเบียนราษฎรถูกล๊อค
การกระทำของเทศบาลแม่สอดที่ปฏิเสธที่จะออกสูติบัตรแก่น้องแพรยังจะส่งผลให้น้องแพรตกเป็น “คนไร้รัฐ (Stateless person) ทั้งนี้ ด้วยว่า น้องแพรไม่มีจุดเกาะเกี่ยวกับประเทศใดเลยในโลก แต่เมื่อบิดาของน้องแพรไปร้องขอเพิ่มชื่อของน้องแพรในทะเบียนบ้านของบิดา และเมื่อคำขอของบิดานี้ได้รับการปฏิเสธโดยเทศบาลซึ่งเป็นองค์กรที่ได้รับมอบหมายหน้าที่ให้ต้องนำชื่อบุคคลที่มีสิทธิตั้งบ้านเรือนในประเทศไทยเข้าสู่ทะเบียนราษฎร  น้องแพรจึงตกเป็น “คนไร้รัฐ” กล่าวคือ ไม่มีชื่อในทะเบียนราษฎรของรัฐใดเลยบนโลก 

อนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองเด็กและความร่วมมือเรื่องการรับบุตรบุญธรรมระหว่างประเทศ
อนุสัญญาฉบับนี้จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดมาตรการให้ความคุ้มครองแก่เด็กว่าในการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมระหว่างประเทศนั้น เด็กจะได้รับประโยชน์แก่อย่างแท้จริงและได้รับการเคารพสิทธิขั้นพื้นฐานตามกฎหมายระหว่างประเทศ โดยประเทศคู่สัญญาจะร่วมมือระหว่างกันวางระบบการรับบุตรบุญธรรม เพื่อให้แน่ใจว่ามาตรการที่ได้กำหนดขึ้นนั้น จะเป็นการช่วยเหลือและป้องกันการลักพาตัว  การขาย และการลักลอบค้าเด็ก 

ธุรกิจการให้บริการการศึกษาในสังคมไทยบนอินเทอร์เน็ต : มุมมองทางกฎหมายและนโยบายระหว่างประเทศ
การที่ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงการพัฒนาในเรื่อง E-learning จึงขาดความเชี่ยวชาญในการประกอบธุรกิจการให้บริการการศึกษาบนอินเทอร์เน็ต ทำให้ต่างชาติซึ่งมีความเจริญก้าวหน้ากว่าเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทยโดยอาจเข้ามาโดยตรง หรือเข้ามาร่วมลงทุนกับคนไทย แต่การจัดทำบทเรียนโดยภาคประชาชนนั้นไม่ค่อยมีการลงทุนมากนั้นทำให้เกิดการไหลออกของเงินบาทไปยังต่างประเทศและการรับเอาวัฒนธรรมตะวันตกที่ไม่เหมาะสมกับคนไทยเข้ามาในประเทศ

แนวคิดของรัฐไทยว่าด้วยการจัดการด้านโทรคมนาคม
การจัดการและการกำกับดูแลดังกล่าวจะต้องคำนึงถึง “การศึกษา วัฒนธรรม ความมั่นคงของรัฐ และประโยชน์สาธารณะอื่น” ซึ่งก็หมายความว่า เป้าหมายของกิจการสื่อสารโทรคมนาคมที่ประกอบการในประเทศไทยจะต้องคำนึงถึง “ประโยชน์ที่รอบด้าน” ปัญหาความมั่นคงของรัฐไม่อาจถูกหยิบยกขึ้นมาแบบลอยๆ ปัญหาการศึกษาและวัฒนธรรมเป็นประเด็นที่กฎหมายให้น้ำหนักที่ถ่วงดุลได้กับปัญหาความมั่นคงของรัฐ

ฉันไม่เคยเป็นคนของใคร ..ไม่ว่าเกาหลี ญี่ปุ่น หรือว่าผู้ชายที่ฉันรัก
ฉันคือคิม คนเกาหลีในญี่ปุ่น จนป่านนี้ ฉันก็ยังยืนยันว่าฉันจะไม่เปลี่ยนสัญชาติ ฉันยืนยันที่จะถือสัญชาติเกาหลี ความเป็นเกาหลี-ที่ทำให้ฉันต้องพกบัตรแสดงตน คอย ‘อวด’ ใครต่อใคร ...ฉันก็ไม่ได้ชอบมันนักหรอก แต่ก็โอเคแหล่ะ (หัวเราะ) ฉันรู้สึกว่าฉันภูมิใจกับการเป็นคนเกาหลี มันทำให้ฉันนึกถึงย่าของฉัน ฉันรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงฉันกับย่าไว้ด้วยกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๕๘๓๔/๒๕๓๗ เรื่องสัญชาติไทยของชายซึ่งอ้างว่าเกิดในประเทศไทยเมื่อ พ.ศ.๒๔๘๐ และเดินทางออกไปประเทศจีนตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๙๐ จนถึง พ.ศ.๒๕๓๑
ศาลรับฟังอีกว่า นายยี่เกียมเกิดที่จังหวัดพิษณุโลก โดยพิจารณาจากภาพถ่ายในประเทศไทยก่อนที่จะออกเดินทางไปประเทศจีนของนายยี่เกียมผู้ร้องกับญาติฝ่ายมารดาและภาพถ่ายของผู้ร้องกับพี่ชายและน้องชายในฐานะพยานเอกสารที่แสดงการเกิดของผู้ร้องในประเทศไทย โดยศาลอธิบายว่า ภาพดังกล่าวเป็นภาพเก่าตามสภาพอย่างเห็นได้ชัดเจน นอกจากนั้น นางนิตยากับนายเกี่ยงยังได้เบิกความยืนยันด้วยว่า ภาพถ่ายข้างต้นเป็นภาพถ่ายของนายยี่เกียมในขณะที่ยังเป็นเด็ก ดังนั้น การที่นายยี่เกียมไม่มีสูติบัตรหรือสำเนาทะเบียนบ้านมาแสดง จึงมิใช่ข้อที่พึงตำหนิ ประกอบกับศาลเข้าใจว่า ในช่วงระยะเวลานั้น การทะเบียนราษฎร์ของประเทศไทย โดยเฉพาะชนบทยังไม่เป็นระบบเรียบร้อยดังเช่นทุกวันนี้

“What Should Sedang – the Ex-Nationality-less – Do to Prove His Thai Nationality
revealing that the order of Mae Ai district on 
Sedang issue during 1999-2001 was illegal !?! 
So, if registering Sedang’s name 
in Thai Civil Registration in the past was legal, 
Shifting responsibility on finding witnesses 
and evidences all over again to 
Sedang is not that right, isn’t it?
Hence, saying that Sedang and 
the family have lost Thai nationality 
because of holding Displaced Persons 
with Burmese Nationality cards since 1976 
is not absolutely right.  
Today, we would like Mae Ai district 
to explain about illegality of each points. 
So, Sedang would be able to explain 
his reasons correctly then.

แล้วใสแดงอดีตคนไร้สัญชาติแห่งแม่อายควรจะทำอย่างไรเพื่อที่จะพิสูจน์ความเป็นคนสัญชาติไทยได้จนกรมการปกครองพอใจ ?
ก็ไม่ปรากฏว่า การกระทำทางปกครองของอำเภอแม่อายในช่วง พ.ศ.๒๕๔๒ – ๒๕๔๔ ที่เกี่ยวกับใสแดงมีความมิชอบด้วยกฎหมาย มิใช่หรือ ? หากการเพิ่มชื่อของใสแดงในทะเบียนราษฎรโดยอำเภอในอดีตเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย และจะให้ใสแดงต้องยื่นพยานหลักฐานใหม่ ก็ดูเป็นการสร้างภาระให้แก่ประชาชนเกินสมควร มิใช่หรือ ? และดูจะแปลกๆ นะ การจะยกเอาเรื่องที่ครอบครัวใสแดงถูกบังคับให้ทำทะเบียนผู้พลัดถิ่นสัญชาติพม่าใน พ.ศ.๒๕๑๙ มาอ้างยันว่า พวกเขาเสียสัญชาติไทยแล้ว ก็คงทำมิได้  จึงอยากให้อำเภอแม่อายบอกมาให้ชัดเจนหน่อยว่า ความมิชอบด้วยกฎหมายของเรื่องเก่าแต่ละเรื่องเป็นอย่างไร ?  หลังจากนั้น ใสแดงก็จะได้ชี้แจงแสดงเหตุผลได้ถูกต้อง

ประมวลกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคลของประเทศเบลเยี่ยม (ค.ศ. 2004)
ประมวลกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคลของประเทศเบลเยี่ยม ค.ศ. 2004 มีทั้งหมด 13  บรรพ รวมทั้งสิ้น 140 มาตรา ผู้ร่างกฎหมายฉบับนี้มีความมุ่งหมายที่จะให้ครอบคลุมเรื่องสำคัญ ๆ ไว้ครบถ้วนทั้งเรื่องของเขตอำนาจศาล กฎหมายขัดกัน และการรับรองและบังคับตามคำพิพากษาของศาลต่างประเทศ 

ประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายขัดกันจากการทำสัญญาเงินกู้ระหว่างหน่วยงานของรัฐในประเทศไทยกับแหล่งเงินกู้จากต่างประเทศ
จากการที่ผู้เขียนเป็นพนักงานของรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่งที่มีประสบการณ์ในการทำงานเกี่ยวกับสัญญาเงินกู้ระหว่างหน่วยงานของรัฐในประเทศไทยกับแหล่งเงินกู้จากต่างประเทศ ทำให้มีโอกาสพบว่ากฎหมายขัดกันของประเทศไทยนั้นเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อการพิจารณาในการให้กู้ยืมเงินของแหล่งเงินกู้จากต่างประเทศ และยังเป็นข้อมูลที่แหล่งเงินกู้จากต่างประเทศใช้ในการจัดทำร่างสัญญา

การอุดช่องว่างของกฎหมายขัดกัน
จึงได้บัญญัติข้อกำหนดเกี่ยวกับการอุดช่องว่างของกฎหมายขัดกันไว้ในมาตรา 3 ทั้งนี้ อาจเนื่องมาจากความมุ่งหมายในการป้องกันกรณีที่ผู้ร่างกฎหมายไม่ได้นึกถึงเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตนั้นเลย หรือผู้ร่างกฎหมายได้คำนึงถึงเหตุการณ์นั้นแล้ว แต่เห็นสมควรที่จะไม่วางบทบัญญัติไว้ให้ตายตัว เพราะวิชาความรู้ยังไม่เจริญพอ ควรจะปล่อยให้ตำราและคำพิพากษาของศาลพิจารณาหลักเกณฑ์ไปก่อนจึงออกกฎหมายตามมาในภายหลัง

ปาฏิหารย์เล็กๆ ในชีวิตคนๆ หนึ่ง ขอให้ชื่อว่า “แล้วเราก็พบกัน”
นกคิดว่าสิ่งนี้เป็นเรื่องสำคัญกับพ่อมาก เพราะมันคือสิ่งที่พ่อจะได้ระลึกถึงปู่และพ่อก็ดีใจมากที่ได้เจอปู่ก่อนที่พ่อจะจากโลกใบนี้ไป  แต่นกไม่เคยเห็นปู่มาตั้งแต่เกิดเพราะปู่ถึงแก่กรรมไปตั้งแต่พ่อเป็นหนุ่ม (ยังไม่แต่งงานกับแม่นกเลย)  แฮะ...เนี่ยะแหละค่ะเรื่องแปลกของนก แต่ย่าก็ยังไม่รู้เรื่องนี้ หรือย่าไม่พยายามจะรับรู้ก็ไม่ทราบได้ เพราะย่าไม่ค่อยอยากให้ปู่มาอยู่ต่างถิ่นแม้จะเป็นเพียงเถ้ากระดูกก็ตาม

การคืนสิทธิในสัญชาติไทยให้ชาวบ้านแม่อาย: ประกายความหวังของคนไร้สัญชาติอื่น
บนแผ่นดินแม่อายไม่ได้มีคนไร้สัญชาติเพียง ๑๒๔๓ คน ยังมีคนไร้สัญชาติอีกมากมาย และบางคนอาจไร้รัฐโดยสิ้นเชิง ไม่มีชื่อในทะเบียนราษฎรของประเทศใดเลยบนโลก จึงไม่มีทั้งสัญชาติ และไม่มีทั้งสิทธิอาศัย พวกเขาตกอยู่ในความเป็นคนผิดกฎหมายของรัฐในทุกนาทีของชีวิต ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ก็คือ อดีตคนไร้สัญชาติแห่งแม่อายหลายคนไม่ยอมหยุดที่จะทำงานเพื่อแก้ปัญหาคนไร้สัญชาติในแม่อาย แม้ตัวเขาเองจะหลุดจากปัญหาความไร้สัญชาติแล้วก็ตาม ...พวกเขาปวารนาตนที่จะทำงานเพื่อช่วยเหลือคนไร้สัญชาติอื่นๆ บนแผ่นดินแม่อาย ด้วยความรู้ที่เขาเรียนรู้มาตลอดชีวิตด้วยตัวของเขาเองและด้วยการเรียนรู้จากภาคีแห่งแม่อาย  ความเอื้ออาทรของคนแม่อายจึงเป็นประกายความหวังสำหรับคนไร้สัญชาติอื่น

The Case of Nong Oil (Suphattra Sorring) : The New Attempt of the Ex-Nationality-less Mother and Aunt for Their Nationality-less Child
It is very evident that Nong Oil and 
the other children are seriously violated 
their basic human right. 
Moreover we can see that 
the nationalityless problem 
in Mae Ai district still exists until now 
and it seems to be violent, 
especially for children. 
However, this attempt of Boon and Suda 
for Nong Oil is a good sign, 
showing strength of the community. 
They have learned how 
to protect their legal rights 
and also known to coordinate 
the outsiders to be their supporters.

กรณีของน้องออย สุพัตรา ซอหริ่ง : การต่อสู้ครั้งใหม่ของแม่และป้าซึ่งเป็นอดีตคนไร้สัญชาติเพื่อลูกและหลานน้อยที่ยังไร้สัญชาติ
นับแต่ศาลปกครองสูงสุดจะมีคำสั่งตั้งแต่วันที่ ๓๐ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๔๘ แต่จนถึงวันนี้ อำเภอแม่อายก็ยังมิได้เพิ่มชื่อใน ทร.๑๔ ให้เด็กเหล่านี้ ซึ่งโดยพิจารณาหนังสือที่โต้ตอบระหว่างอำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ และกรมการปกครอง เราก็จะไม่เห็นความชัดเจนมากนักว่า เด็กกลุ่มดังกล่าวจะได้รับการเพิ่มชื่อใน ทร.๑๔ และสิทธิในการประกันสุขภาพโดยเร็ววันหรือไม่ ?  เป็นเวลากว่า ๖ เดือนแล้วที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้ชาวแม่อาย ๑๒๔๓ คน ชนะคดี แต่บุตรของเขาเหล่านี้ยังถูกถือเป็นคนต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมาย บุตรของเขาอย่างน้อย ๖๕ คนยังแพ้คดี จะมีเพียงกรณีของน้องออยเท่านั้นที่เป็นข้อยกเว้น ทำไมล่ะ ? 

ความไร้สัญชาติของชาวบ้านท่าตอน : ปัญหาและแนวทางการแก้ไข, บทความเพื่อตรวจสอบสถานะบุคคลตามกฎหมายไทยของชาวบ้านท่าตอน
บทความเพื่อตรวจสอบสถานะบุคคลตามกฎหมายไทยของชาวบ้านท่าตอน,ประกอบการยื่นกระทู้ของนางเตือนใจ  ดีเทศน์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดเชียงราย ต่อที่ประชุมวุฒิสภาเมื่อวันพุธที่ ๒๕ กันยายน พ.ศ.๒๕๔๕ เพื่อถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

อุปสรรคที่ทำให้ชนกลุ่มน้อยไม่มีสัญชาติไทย
แต่ปัญหาที่ชนกลุ่มน้อยไม่อาจได้รับการยอมรับว่า เป็นไทยในความเป็นจริงนั้น มีสาเหตุหลายประการ ในหลายกรณีมาจากความไม่รู้กฎหมายของชนกลุ่มน้อยเอง และในอีกหลายกรณีที่มีที่มาจากแนวนโยบายของรัฐที่ไม่รักษาจุดสมดุลย์ระหว่างหลักความมั่นคงแห่งรัฐและสิทธิมนุษยชน จึงปฏิเสธความเป็นไทยของชนกลุ่มน้อย แม้บทบัญญัติแห่งกฎหมายกำหนดให้สัญชาติไทยแก่บุคคลแล้วก็ตาม ชนกลุ่มน้อยแต่ละกลุ่มต้องเผชิญกับอุปสรรคในลักษณะที่แตกต่างกัน และอาจกล่าวได้อีกว่า ชนกลุ่มน้อยกลุ่มหนึ่งยังต้องเผชิญกับอุปสรรคในลักษณะที่แตกต่างกันในยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลง 

คลื่นมนุษย์ระลอกใหญ่ และแสงดาวเหนือสาละวิน
ชาวบ้านแต่ละครอบครัวมีเพียงตะกร้าไม้ไผ่ใส่หม้อข้าวบุบบี้ ของใช้จำเป็นเท่าที่หยิบมาได้ และเสื้อผ้าเก่าติดกาย เมื่อมาถึงแต่ละครอบครัวจะได้รับผ้าพลาสติคสำหรับสร้างเพิงพัก ข้าวสาร และเกลือเพื่อประทังชีวิต แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับชาวบ้านเหล่านี้คือ "ความปลอดภัย" "ชาวบ้านป่วยกันมากเพราะเดินเท้ากันมาไกล ทางก็เป็นดอยสูง ลำบาก ผ้าห่มก็ไม่มี แล้วยังต้องคอยหลบทหารพม่า ระหว่างทางอาหารก็แทบจะไม่มีกิน รอดตายมาถึงที่นี่ได้ก็ยังนับว่าโชคดี ยังมีทหารเคเอ็นยูดูแล" 

การติดตามและให้ความช่วยเหลือ “บาปบริสุทธิ์แห่งแม่อาย”
เด็กและเยาวชนตกเป็นเหยื่อของการเหมารวมและละเมิดสิทธิมนุษยชนซ้ำเก่ารูปแบบเดียวกับคดีแม่อายซึ่งเป็นตำนานของชุมชนและสังคมไทย บาปเคราะห์เหล่านี้แม้เป็นสิ่งที่เด็กไม่ได้กระทำแต่กลับถูกยัดเยียดและได้รับผลร้ายโดยตรง ในแวดวงของคนทำงานเพื่อการแก้ไขปัญหาเด็กไร้สัญชาติ เราเคยเรียกเด็กในภาวะที่เกิดในเมืองไทยแต่กลับมีความผิดติดตัวทันทีที่ลืมตาในฐานเป็นผู้หลบหนีเข้าเมือง ว่า “บาปบริสุทธิ์” ตลอดจนเด็กและเยาวชนจำนวนมากที่ยังคงถูกปฏิเสธสิทธิต่างๆ โดยข้ออ้างที่ไม่มีพื้นฐานทางกฎหมายและสิทธิมนุษยชนรองรับอันเนื่องมาจากการกระทำของบุคคลอื่นๆ หรือโดยความไม่รู้ของสังคม  

ปัญหาความไร้รัฐและความไร้สัญชาติของเด็ก เยาวชน และครอบครัวในชุมชนแม่อาย
ในเมื่อเด็กและเยาวชนเหล่านี้ ไม่มีทางออกที่ดี ไม่ได้รับการแก้ไขปัญหา ไม่มีหน่วยงานอื่นไดให้ความสนใจ เขาเหล่านั้น ก็ต้องหันไปประกอบอาชีพที่ทุจริต ที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศชาติ และสังคมรอบข้าง เช่น การเสพยาเสพติด  การค้ายาเสพติด การปล้นฆ่า ลักทรัพย์ และ การค้าประเวณีหรือขายตัว ขายบริการทางเพศ เพราะเขาไม่มีสิทธิในการที่จะเลือกทำ ไม่มีสถานะที่ชัดเจน ไม่ได้รับการศึกษาที่เพียงพอ  เพราะเขาถูกจำกัดในด้านสิทธิโดยเฉพาะสิทธิขั้นพื้นฐาน เขตพื้นที่ในการทำมาหากิน การประกอบอาชิตที่สุจริต ที่อยู่อาศัย และการศึกษา

ส่วยอู สายไทย และครอบครัว : สิทธิในสถานะบุคคลตามกฎหมายไทยของคนไร้สัญชาติเชื้อสายไทยใหญ่แห่งเวียงแหง
ในวันนี้ ไม่ว่าใครจะเชื่อหรือไม่ว่า ส่วยอูและชุมชนเวียงแหงมิใช่คนสัญชาติพม่า พวกเขาก็มีความกลมกลืนกับสังคมไทยทั้งทางกายภาพและจิตวิญญาณ ในวันนี้ เราเข้าใจได้แล้วว่า เพราะเหตุใดส่วยอูและสงคราม รวมถึงลูกซึ่งเกิดในประเทศไทย จึงไม่มีสัญชาติไทย และยังไม่มีสัญชาติของประเทศใดเลยในโลก ? และในวันนี้ เราทราบแล้วว่า กฎหมายและนโยบายของรัฐไทยยอมรับที่จะให้สถานะบุคคลที่กฎหมายไทยที่เหมาะสมแก่ครอบครัวสายไทยและคนเชื้อสายไทยใหญ่ที่เวียงแหง ดังนั้น จึงไม่มีเหตุผลที่เราจะไม่ผลักดันฝันของชุมชนไร้สัญชาติเวียงแหงให้เป็นจริง หากเราจะมีจิตใจที่เป็นมนุษย์นิยมและกฎหมายนิยม

ดรุณีฝันที่จะทำห้องเรียนเกี่ยวกับการใช้กระบวนการยุติธรรมทางศาลปกครองสำหรับคนทำหนัง
หนูจึงสนใจการสร้างพยานหลักฐานของภาคประชาชน "รูปแบบต่างๆ" การเขียนหนังสือ/บทความ จัดทำหนังสือ รวมไปถึงการทำสารคดีสั้นๆ หรือหนังสั้นๆ จากตัวผู้ได้รับผลกระทบเอง นอกจากจะสามารถใช้เป็นพยานหลักฐานในศาลแล้ว ยังเป็นข้อมูลเพื่อสื่อสารเผยแพร่กับสาธารณะได้ด้วยค่ะ

ดรุณีเล่าเรื่องแนวคิดในการจัดการขยะในประเทศญี่ปุ่น
ไม่รู้ว่าควรจะกำจัดมันไปจากที่อพาร์ทเมนท์ได้ยังไง) ก็เป็นเหตุในวันรุ่งขึ้น เขาต้องมานั่งอธิบายว่าเราควรแยกขยะ ออกเป็นพลาสติก กระดาษ ขยะที่เป็นของสดและอาหาร ขยะสกปรก ขยะอื่นๆ ที่เผาได้ และเผาไม่ได้ พลาสิกที่สกปรกควรล้างและ dry ให้แห้งก่อน และอันที่จริงเราจะต้องแยกกระดาษหนังสือพิมพ์ออกจากกระดาษทั่วไป แบตเตอร์รี่ ฯลฯ หรือสรุปได้ว่า ที่มินามาตะเนี่ย เขาแยกขยะออกเป็น ๒๒ ประเภท!! เล่นเอาฉันจะบ้าตาย !! และรู้สึกอาย เพราะเขาคงคิดเนอะว่า ยายเนี่ยช่างด้อยพัฒนาเสียจริงๆ

สวนผึ้ง - แดนแห่งความสุข บนเส้นทางของการจัดการปัญหาคนไร้รัฐ
ภาพต่อ ของการสร้างความรู้ ความเข้าใจ ให้กับคนในชุมชน เพื่อสร้างเป็นชุมชนเข้มแข็ง เป็นหัวใจสำคัญสำหรับการแก้ไขปัญหาคนไร้รัฐ ไร้สัญชาติ ความเชื่อที่เป็นความจริงประการหนึ่งก็คือ ปัญหาคนไร้รัฐ จำเป็นที่จะต้องได้รับการแก้ไขปัญหาโดยเจ้าของปัญหาเอง ดังนั้น กระบวนการสร้างความรู้ให้กับชาวบ้านในการจัดการปัญหาบนพื้นฐานของความรู้ การสร้างให้ชาวบ้านกลายเป็นนักกฎหมายในพื้นที่นับเป็นกระบวนการที่จำเป็นแม้จะยากก็ตาม

หนังสือของคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวรถึงอำเภอเวียงแหงเรื่องขออนุญาตให้นางสาวลืนหอม สายฟ้าออกนอกเขตพื้นที่เพื่อศึกษาต่อที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
เนื่องด้วยนางสาวลืนหอม สายฟ้า นิสิตของคณะนิติศาสตร์  หลักสูตรคู่ขนาน นิติศาสตรบัณฑิตและวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาระบบสารสนเทศ มหาวิทยาลัยนเรศวร ผู้ถือบัตรประจำตัวชนกลุ่มน้อยที่ออกโดยกรมการปกครองชื่อว่า “บัตรประจำตัวบุคคลบนพื้นที่สูง” มีความจำเป็นที่จะต้องขออนุญาตออกนอกเขตพื่นที่เพื่อศึกษาที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยหลักสูตรดังกล่าวใช้เวลาศึกษาตลอดหลักสูตรเป็นเวลา 5 ปี ซึ่งในขณะนี้ นางสาวลืนหอม สายฟ้า กำลังศึกษาในระดับชั้นปีที่ 2 ซึ่งเหลือเวลาอีก 3 ปี จึงจะครบหลักสูตร กับทั้งนางสาวลืนหอม สายฟ้า เป็นนิสิตที่มีความประพฤติดี สุภาพ เรียบร้อย  จึงได้พิจารณาทำหนังสือฉบับนี้เพื่อขออนุญาตให้นางสาวลืนหอม สายฟ้า ได้ออกนอกเขตพื้นที่เพื่อศึกษาในคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวรจนครบระยะเวลาตามหลักสูตร 

การประท้วง : กลไกพิสูจน์ความพัฒนาของประชาธิปไตย
หากการประท้วงนั้นเป็นเครื่องวัดความก้าวหน้าของประชาธิปไตย เราก็สามารถบอกได้ว่าประชาธิปไตยของประเทศไทยเรานั้นก้าวหน้าพบสมควร เพราะเป็นการพยายามต่อสู้กันทางความคิดอย่างแท้จริงซึ่งในบางครั้งอาจมีการทำร้ายร่างกายกันให้เห็นบ้างก็ถือว่า เป็นสิ่งที่ต้องมองเป็นปัญหา และทำการแก้ไขกันต่อไป เพื่อให้ประชาธิปไตยของคนไทยนั้นก้าวหน้าเทียบเท่าอารยประเทศ 

ความเป็นคนไร้รัฐและคนไร้สัญชาติในประเทศไทย : คืออะไร ? และควรจัดการอย่างไร ?
รัฐไทยจึงควรจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อยอมรับรองสิทธิมนุษยชนของมนุษย์ทุกคนบนแผ่นดินไทย ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๔ แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๔๐ แม้มนุษย์ผู้นั้นจะเป็นบุคคลที่ไร้รัฐผู้ให้สัญชาติ หรือแม้มนุษย์ผู้นั้นจะเป็นบุคคลที่ไร้รัฐผู้ยอมรับให้สิทธิอาศัย พวกเขาเป็นมนุษย์ พวกเขามิใช่นกหนูมิใช่หรือ.........

เส้นทางจากสวนผึ้งสู่แม่อาย และย้อนกลับสู่สวนผึ้ง ... อีกครั้ง เพื่อเด็กไร้รัฐ ไร้สัญชาติ
หลังจากที่ได้พูดคุย สอบถามอาจารย์วุฒิแล้ว พบว่า จำนวนของคนกลุ่มนี้ มีจำนวนมากขึ้น ในพื้นที่นี้ มีบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนแต่อย่างใดกว่า ๑๓ หมู่บ้าน คำนวณเป็นตัวเลขคร่าวๆก็ประมาณสองพันคน ปัญหาของการไม่ได้เรียนหนังสือ ปัญหาของการไม่ได้รับสิทธิด้านสาธารณสุข ปัญหาเรื่องการถูกขับไล่ออกจากผืนแผ่นดินไทยเพื่อไปสู่ความตายในประเทศข้างเคียง ทั้งที่คนเหล่านี้อาจมีสิทธิในการอาศัยอยู่ และอาจมีถึงขั้นเป็นคนสัญชาติไทย แต่เนื่องจากการไม่มีการดำเนินการอย่างใดทางทะเบียน จึงไม่รู้ว่าเขาเหล่านั้นจะมีสิทธิอย่างใด ทำให้ภาพของความอบอุ่นในวัดท่ามะแกง วิ่งกลับมาในห้วงความคิดอีกครั้ง เราน่าจะทำอะไรให้กับชาวบ้านในชุมชนสวนผึ้งบ้าง อย่างน้อยที่นี้ก็เป็นห้องเรียนทางสังคมห้องแรกที่เราได้เดินทางมา อย่างน้อยที่นี่ก็เคยแสดงพลังแห่งความรักให้เราเห็น

เส้นทางการเป็นคนไทยที่วกวน.."จอบิ"
แม้อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี จะสรุปตั้งแต่เดือนกันยายน ปี 2547 ว่านายจอบิเกิดที่บ้านใจแผ่นดิน อำเภอแก่งกระจานจริง แต่จนถึงวันนี้ล่วงเข้า 39 ปีของชีวิตนายจอบิก็ยังคงไม่ได้รับเอกสารใดๆ จากรัฐไทยที่รับรองว่าเขาเป็นผู้มีสัญชาติไทย กล่าวได้ว่าปัญหาของนายจอบิ (ไม่มีนามสกุล) ก็คือปัญหาร่วมของ "คนไทยตกหล่นทางทะเบียนราษฎร" หลายสิบหมื่นในรัฐไทยนั่นเอง...

จากงานวิจัยเกี่ยวกับสิทธิในสถานะบุคคลตามกฏหมายสู่สิทธิการมีสัญชาติของเด็กที่มีปัญหาในการพิสูจน์ตน
ในการตรวจสอบสถานการณ์ของประเทศไทย เด็กซึ่งไม่อาจพิสูจน์ทราบสถานะบุคคลตามกฎหมายไทยจำนวนข้างมากถูกปฏิเสธสิทธิที่จะเข้าสู่สิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานดังกล่าวมา และพบว่า ผู้ที่มักละเมิดสิทธิของเด็ก ก็คือ องค์กรภาครัฐไทยที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ โดยเข้าใจว่า กฎหมายไทยปฏิเสธสิทธิมนุษยชนดังกล่าวหากบุคคลไม่มีเอกสารพิสูจน์ตนที่ออกโดยรัฐไทย ซึ่งความเป็นจริง กฎหมายไทยมิได้จำกัดหรือขจัดสิทธิดังกล่าวเลย เนื่องจากสิทธิทั้งหมดเป็นสิทธิอันเกิดแก่มนุษย์ทุกคนตามธรรมชาติ กรณีที่เกิดขึ้นกับเด็กอย่างมาก ก็คือ การปฏิเสธสิทธิของเด็กที่จะศึกษาและได้รับวุฒิบัตรการศึกษา 

Children with Problems of Proving Rights to Thai Nationality
Reviewing the situation in Thailand 
shows that many children 
who cannot prove their personal standing 
in Thai law are denied 
access to these basic human rights. 
And those who often violate 
the child’s rights are 
the government organisations involved. 
It is usually understood that 
Thai law can deny perople 
these human rights on grounds that 
the person does not have 
the identity documents issued 
by the Thai state. 
In truth, Thai law cannot limit 
or withhold these rights, 
since all these rights are rights which accrue 
to every person by nature. 
The case that happens with many children is 
the denial of the child’s right to education 
or to receive certificates of education

กรณีนางสาวไซยัค แซ่เตียว : สิทธิในการจดทะเบียนสมรสตามกฎหมายไทยภายใต้คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 720/2505
คำพิพากษานี้ทำให้เราทราบว่า ศาลไทยรับรองสิทธิมนุษยชนในการสมรสของเอกชน โดยไม่คำนึงถึงสัญชาติหรือภูมิลำเนา ศาลแสดงอย่างชัดเจน ว่า บุคคล ไม่ว่าคนไทยหรือคนต่างด้าว ? และหากเป็นคนต่างด้าว ไม่ว่าจะได้รับอนุญาตให้มีภูมิลำเนาตาม กฎหมายมหาชนไทยหรือไม่ ? ย่อมมีสิทธิในการสมรสและอาจใช้สิทธิได้ถ้ามีข้อเท็จจริงครบเงื่อนไขตาม ข้อกำหนดของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่เกี่ยวข้อง สิทธิในการสมรสจึงเป็นสิทธิของ "มนุษย์" โดยไม่คำนึงว่าจะมีสัญชาติไทยหรือไม่ ? หรือมีภูมิลำเนาในประเทศไทยหรือไม่ ?

สถานะแห่งสิทธิในการสมรสของคนต่างด้าวในประเทศไทย
ข้อเท็จจริงอันอาจเป็นเหตุผลที่ใช้ในการปฏิเสธหน้าที่ในการรับจดทะเบียนสมรสมีอยู่เพียงประการเดียว กล่าวคือ เอกชนนั้นไม่มีเงื่อนไขแห่งการสมรสตามข้อกำหนดแห่งกฎหมายที่มีผลเท่านั้น ข้อห้ามของการก่อตั้งครอบครัวของมนุษย์อาจมีได้ตามกฎหมายธรรมชาติที่ปรากฏในกฎหมายแพ่งว่าด้วยครอบครัวของนานารัฐเท่านั้น แต่มิได้สถาปนาขึ้นตามอำเภอใจของรัฐาธิปัตย์ ด้วยว่า สิทธิในการสมรสมีสถานะเป็นสิทธิมนุษยชนที่กฎหมายของนานารัฐในประชาคมโลกยอมรับอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง

กรณีลืนหอม สายฟ้า คนไร้สัญชาติถือบัตรสีฟ้าแห่งเวียงแหง : เธอมีสิทธิที่จะได้รับอนุญาตเพื่อออกมาศึกษาต่อที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร พิษณุโลกหรือไม่ ?
ในวันนี้ คงมีความชัดเจนเสียทีในเรื่องสิทธิของลืนหอมที่จะออกนอกพื้นที่ที่อาศัยอยู่เพื่อมาศึกษาต่อ ทั้งนี้ เพราะคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๕ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๔๘ ได้เห็นชอบที่จะให้มีการอนุญาตและอำนวยความสะดวกให้เด็กและเยาวชนที่มีข้อกำหนดเฉพาะระเบียบปฏิบัติหรือมีกฎหมายควบคุมเฉพาะให้จำกัดพื้นที่อยู่อาศัยสามารถเดินทางไปศึกษาได้เป็นระยะเวลาตามหลักสูตรระดับนั้น ๆ โดยไม่ต้องขออนุญาตเป็นครั้งคราว ยกเว้นผู้หนีภัยจากการสู้รบและบุคคลในความห่วงใย (POC)

แนวคิดในการแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนของกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย
ปัจจัยที่ขจัดหรือบรรเทาความร้ายแรงของการละเมิดสิทธิมนุษยชนของกลุ่มชาติพันธุ์ ก็คือ การที่สร้างความเข้มแข็งและความรอบรู้ให้แก่ภาคประชาชน ดังนั้น จึงต้องผลักดันให้มีภาควิชาการที่มีองค์ความรู้ในการสร้างศักยภาพให้ชุมชน และผลักดันให้มีกระบวนการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนในลักษณะที่ทันต่อเหตุการณ์และสร้างสรรค์

สภาพปัญหา และสาเหตุของปัญหาความไร้รัฐและไร้สัญชาติในประเทศไทย
การมีโปรแกรมเพื่อบันทึกฐานข้อมูลของคนไร้รัฐและไร้สัญชาติ (People’s Database) ทำให้เราเห็นภาพของจำนวนบุคคลดังกล่าวได้ชัดเจนมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม หน้าที่ของเราไม่ได้จบที่การบันทึกฐานข้อมูลดังกล่าว แต่เรามีหน้าที่ต่อไปคือ การดำเนินการติดตามปัญหาของคนไร้รัฐและไร้สัญชาติดังกล่าวโดยการสร้างโปรแกรมฐานข้อมูลเพื่อการแก้ไขปัญหาต่อไป โดยเฉพาะปัญหาด้านสถานะ นั่นก็หมายความว่าหากเราทำได้สำเร็จ การแก้ไขปัญหาความไร้รัฐและไร้สัญชาติก็จะประสบความสำเร็จมากขึ้นนั่นเอง

แนวคิดพื้นฐานเพื่อปฏิรูปกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการแข่งขันอย่างยุติธรรม
รัฐเจ้าของดินแดนย่อมจะต้องยอมรับที่จะให้ความยุติธรรมแก่ผู้ประกอบการทั้งมวลในอาณาเขตแห่งรัฐตน โดยไม่ควรจะเลือกปฏิบัติจากสัญชาติ เชื้อชาติ ศาสนา หรืออื่นใด เมื่อประเทศไทยมีแนวนโยบายแห่งรัฐในการพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติภายใต้แนวคิดกลไกตลาดเสรี  โดยหลักการ “การเปิดตลาดเสรีในประเทศไทย” จึงไม่อาจเลือกปฏิบัติต่อบุคคลได้เช่นกัน เว้นแต่การเลือกปฏิบัตินั้นมีวัตถุประสงค์อันจำเป็นเพื่อการรักษาไว้ซึ่งเป้าหมายของเรื่อง กล่าวคือ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศไทย

แนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับวิสาหกิจข้ามชาติ
ผู้ประกอบการที่ไม่มีภูมิลำเนาไทยย่อมมีความสัมพันธ์ที่แท้จริง (Genuine link) กับรัฐต่างประเทศเจ้าของดินแดนอันเป็นภูมิลำเนาของตนมากกว่าประเทศไทย ผลลัพธ์ของการประกอบการในประเทศไทยนั้นก็ไม่น่าจะตกแก่แผ่นดินไทย เพราะผู้ประกอบการในสถานการณ์นี้จะต้องหอบเอาผลกำไรที่ได้รับในประเทศไทยกลับไปสู่รัฐเจ้าของดินแดนอันเป็นภูมิลำเนาของตน รัฐไทยอาจเข้าเก็บภาษีรายได้จากการประกอบการดังกล่าว แต่เป้าหมายสุดท้ายของการประกอบการไม่ตกแก่ประเทศไทย ในกรณีที่มีกำไร ผลกำไรนั้นก็จะมีการใช้จ่ายในรัฐต่างประเทศ กรณีที่ขาดทุน หนี้สินนั้นก็จะตกเป็นภาระของรัฐต่างประเทศ การกระทำของบุคคลดังกล่าวจึงไม่ส่งผลโดยตรงต่อความเจริญเติบโตของเศรษฐกิจไทย 

มาตรการที่เสนอให้รัฐไทยพึ่งมีสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจข้ามชาติในประเทศไทย : ข้อเสนอแนะในการปฏิรูปกฎหมายเศรษฐกิจของประเทศไทย
ความไร้ประสิทธิภาพในการใช้กฎหมายแก้ไขปัญหาวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจนั้น เป็นปัญหาที่กล่าวโทษว่าเป็นการกระทำของนักลงทุนข้ามชาติได้ทั้งหมดจริงหรือ ? อีกส่วนหนึ่งของปัญหาอาจจะมาจากความล้าสมัยของแนวคิดและบทบัญญัติแห่งกฎหมายเศรษฐกิจนั้นเอง แต่ในหลายส่วน ซึ่งอาจจะเป็นกรณีข้างมากนั้น ความไร้ประสิทธิภาพในการใช้กฎหมายแก้ไขปัญหาวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจนั้นน่าจะมีสาเหตุมาจากความไม่ชัดเจนของทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจไทย 

จากกรณีสิทธิในการก่อตั้งครอบครัวของหันลานคนไร้สัญชาติแห่งสังขละบุรี....มาสู่สิทธิในการศึกษาของโอ๋คนไร้รัฐแห่งปทุมธานี
ในการเสวนาในวันธรรมศาสตร์เมื่อวันที่ ๒๗ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๔๗  “โอ๋แห่งปทุมธานี” มาที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และขอหารือว่า เธออยากเข้าเรียนในโรงเรียน แต่ไม่มีโรงเรียนไหนยอมรับให้เข้าเรียน เพราะโอ๋ไม่มีหลักฐานทางทะเบียนราษฎรใดๆ เลย เนื่องจากเป็นบุคคลที่ถูกบุพการีทอดทิ้งตั้งแต่เยาว์วัย หลังจากที่มารดาหายไป โอ๋เติบโตขึ้นโดยน้ำใจของอดีตนายจ้างของมารดา โอ๋และผู้ที่เลี้ยงดูโอ๋ไม่มีความรู้ในความเป็นมาของโอ๋ เธอจึงเป็น “คนไร้รากเหง้า” และไร้สัญชาติ เพราะไม่อาจกำหนดจุดเกาะเกี่ยวโดยการเกิดของเธอกับประเทศใดเลย

The Clash of Rights : สิทธิคนพื้นเมือง, สิทธิคนจน, สิทธิชุมชน ฯลฯ ในโลกสมัยใหม่
ถ้าถือว่าศาลเป็นส่วนหนึ่งของรัฐ  คำตัดสินของศาลก็น่าจะสะท้อนว่ารัฐคิดอย่างไรได้ไม่น้อย  ศาลสหรัฐบังคับให้โรงเรียนรับเด็กชายผู้นี้เข้าเรียน เหตุผลก็คือการรับเด็กไม่ได้ทำให้โรงเรียนเสียหาย ในทางตรงกันข้าม  การบอกปัดนั้นย่อมละเมิดและยื้อแย่งสิทธิขั้นพื้นฐานของเด็กไป  ในสายตาของรัฐนั้น สิทธิพื้นฐานของเด็กมีความสำคัญกว่าเรื่องเพ้อเจ้อเหลวไหลว่าด้วยสิทธิที่ตกทอดมาแต่อดีตของฝ่ายคนพื้นเมือง 

คุยกับครูหยุย : ผอ.แดง เมืองนนท์
เป็นผู้ปกครองสถานสงเคราะห์เด็กชายบ้านบางละมุง จ.ชลบุรี เป็นผู้อำนวยการกองคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก เป็นผู้อำนวยการกองส่งเสริมพัฒนาเครือข่ายองค์กรทำงานเพื่อเด็ก สตรี และผู้ด้อยโอกาส เป็นผู้อำนวยการส่งเสริมและพิทักษ์ผู้ด้อยโอกาส ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับภาคเอกชนนั้น เขาได้รับการยอมรับให้ดำรงตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่ง เช่น ประธานองค์กรเครือข่ายเพื่อเด็กเร่ร่อน กรรมการคณะทำงานด้านเด็ก กรรมการมูลนิธิการศึกษาไทย กรรมการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ จ.นนทบุรี 

กิตติทัศน์ ชาญสมุทร : เกิดในไทยจากพ่อไทย ก็ตกเป็นเด็กไร้รัฐได้
แม้กิตติทัศน์จะมีสัญชาติไทยโดยผลของกฎหมายว่าด้วยสัญชาติ แต่การที่เจ้าหน้าที่อำเภอละเว้นการปฏิบัติหน้าที่รับแจ้งเกิดในทะเบียนราษฎร ผลก็คือ กิตติทัศน์ในวันนี้มีสถานะเป็น “เด็กไร้รัฐ” หรือภาษาของกรมการปกครอง ก็คือ “ผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียน” บทเรียนประการแรกนี้ทำให้เราได้การบ้านว่า มีกรณีแบบกิตติทัศน์อีกสักกี่คน ? และได้รับการแก้ไขแล้วยัง ?

คำร้องทุกข์ของเครือข่ายการแก้ไขปัญหาคืนสัญชาติคนไทย และมูลนิธิกระจกเงา เนื่องจากอำเภอเมือง จังหวัดระนอง ไม่รับแจ้งเกิดให้แก่ ด.ช กิตติทัศน์ ชาญสมุทร เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2549
เครือข่ายการแก้ไขปัญหาคืนสัญชาติคนไทย และมูลนิธิกระจกเงา ขอชี้แจงและร้องทุกข์ปัญหากระบวนการออกสูติบัตรให้ ด.ช กิตติทัศน์   ชาญสมุทร บุตรของ บิดา นายชัชชัย  ชาญสมุทร อายุ 40 ปี ผู้ถือบัตรประชาชนเลขที่ 3-8501-00240-68-0 พักอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 53 หมู่ 4  ต.ปากน้ำ อ.เมืองระนอง จ.ระนอง (เกาะสินไห) มารดา นาง ปรีชา ชาญสมุทร อายุ 20 ปี เป็นคนไทยพลัดถิ่น ที่อยู่ในเครือข่ายการแก้ไขปัญหาคืนสัญชาติคนไทย โดยมีการติดต่อประสานงาน กับอำเภอเมือง จังหวัดระนอง เพื่อยื่นคำร้องขอออกใบสูติบัตร

สถานะบุคคลตามกฎหมายไทยของนางสาวลืนหอม สายฟ้า
บิดามารดาของนางสาวลืนหอมเป็นบุคคลที่เกิดในประเทศพม่า ซึ่งหากประเทศพม่ายอมรับให้สัญชาติพม่าโดยหลักดินแดนแก่บิดาและมารดาของลืนหอมเธอก็จะอาจมีสัญชาติพม่าโดยหลักสืบสายโลหิต  แต่ก็ไม่ปรากฏว่า ประเทศพม่าได้ยอมรับครอบครัวนี้ในสถานะของ “คนสัญชาติพม่า” และออกเอกสารรับรองสถานะความเป็นคนสัญชาติพม่าให้แก่ลืนหอม และเมื่อปรากฏต่อไปว่า ลืนหอมไม่อาจได้สัญชาติไทย แม้เกิดในประเทศไทย นางสาวลืนหอมจึงตกเป็น “เด็กไร้สัญชาติโดยข้อกฎหมาย”

กรณีศึกษาลื่นหอม สายฟ้า : นักศึกษากฎหมายไร้สัญชาติแห่งคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
การเรียนที่ไม่มีสัญชาติแล้วนั้น บางคนคิดว่าจะเรียนต่อไปทำไม เพื่อนๆ ส่วนมากไม่ได้เรียนต่อเพราะสาเหตุนี้ หลายคนต้องประสบกับปัญหาต่างๆอย่างที่วัยรุ่นทั้งหลายต้องเอาอนาคตทิ้งไว้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ มีเรื่องเศร้าสลดที่ข้าพเจ้าเคยพบเจอมากมาย ทั้งๆ ที่พวกเขาสามารถทำความดีและประโยชน์มากมายกับชุมชนและสังคมได้ หากเพียงแต่เขามีโอกาสเท่านั้น แต่คำวิพากษ์วิจารณ์เหล่านั้นกลับกลายเป็นแรงกดดันและแรงใจ ให้ข้าพเจ้าทำในสิ่งที่ดี สิ่งที่ถูกต้อง เพื่อไม่ให้คำพูดเหล่านั้นเป็นความจริงได้ การมาเป็นนิสิตมหาลัยนเรศวรนั้น ไม่ใช่แค่มาเป็นเพียงนิสิตเท่านั้น ยังมีโอกาสได้ความรู้เกี่ยวกับข้อมูลและกฎหมายต่างๆและสิทธิที่ของตัวข้าพเจ้า ครอบครัว อีกเพื่อนๆในชุมชนของข้าพเจ้าพึงมี  

บทสำรวจแนวพรมแดนแห่งการละเมิดสิทธิ ...ที่สาละวิน
ประเด็นนี้มีความสำคัญในตัวของมันเอง เพราะอาจมีผลให้หลายชีวิตที่สาละวินอาจไม่สามารถเป็น  ‘ผู้ได้รับความเดือดร้อนเสียหาย หรืออาจจะเดือดร้อนเสียหาย’   ผลก็คือ อาจไม่สามารถใช้สิทธิในการคุ้มครองชุมชนและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการเรียกร้องให้เยียวยาความเสียหาย โดยผ่านกลไกของศาลปกครอง หรือกล่าวให้สั้น รวบรัด แต่อาจทำให้ใครหลายคนรู้สึกไม่สบายใจ ก็คือ การมีสิทธิมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การปกป้องชุมชนและสิ่งแวดล้อมนั้น ‘อาจ’ ต้อง ใช้ สัญชาติไทย? 

เด็กไร้รัฐและเด็กไร้สัญชาติในประเทศไทย : คือใครบ้าง ? จำแนกอย่างไร ? แก้ไขอย่างไร ?
มีเด็กไร้สัญชาติในประเทศไทยสักกี่คนกัน ?  คำถามนี้เป็นคำถามที่คนทำงานด้านนี้ จะฟังด้วยความขบขัน ถ้าเราพบตัวและนับเด็กและเยาวชนไร้สัญชาติได้ง่ายๆ เราก็คงแก้ไขปัญหานี้ได้ไม่ยากนัก เด็กไร้สัญชาติมักเป็นเด็กที่มีลักษณะ “ไร้รัฐ (Stateless)” จึงไม่ถูกบันทึก (Undocumented) ไว้ในทะเบียนราษฎรของประเทศใดเลยบนโลกนี้ การแสวงหาเด็กไร้สัญชาติและไร้รัฐในประเทศไทยจึงเป็นงานที่ยากและซับซ้อน เพราะคนที่ไร้รัฐโดยสิ้นเชิง ก็จะถูกถือว่า เป็นคนที่เข้าเมืองผิดกฎหมาย  เด็กที่ไร้ทั้งรัฐผู้ให้สัญชาติและไร้รัฐผู้ให้สิทธิอาศัยจึงเป็นเด็กที่ยากจะเข้าถึง ทั้งที่พวกเขามีจำนวนมากมายและแอบซ่อนอยู่ในมุมมืดของสังคมไทย เด็กและเยาวชนไร้รัฐจำนวนไม่น้อยที่เดินอยู่ เรียนอยู่ ทำงานอยู่ในประเทศไทย ไม่มีชื่อในทะเบียนราษฎรของประเทศใดเลยในโลก จึงไม่มีเอกสารพิสูจน์ทราบตัวบุคคลที่ออกโดยรัฐใดเลยบนโลก ไม่มีการแจ้งเกิดเมื่อเกิดเป็นมนุษย์ และคงไม่ต้องแจ้งตายเพราะไม่มีชื่อในทะเบียนประชากรของรัฐใดเลย ไม่มีบัตรประจำตัวบุคคล ไม่อาจมีบัญชีในธนาคารใดเลย เด็กและเยาวชนในสถานการณ์ดังกล่าวมีสถานะเป็น “คนไร้รัฐ” โดยสิ้นเชิง ไม่มีความคุ้มครองจากรัฐใดเลย  

ข้อเสนอแนะเพื่อการจัดการสังคมเรื่อง ๑๓ ข้อความจริงเกี่ยวกับระบบเรตติ้งเชิงคุณภาพ : อดีต ปัจจุบัน และอนาคต
ในโครงสร้างของคณะกรรมการฯชุดนี้ ประกอบด้วยคณะกรรมการชุดย่อย ๒ ชุด ทั้งด้านพัฒนาคุณภาพเนื้อหา และด้านการส่งเสริมแรงจูงใจ ซึ่งเป็นกลไกที่สำคัญอย่างยิ่ง ภาพความชัดเจนของคณะกรรมการในฐานะของ “คลินิก” ดูแลรายการโทรทัศน์เพื่อส่งเสริมการศึกษาและการเรียนรู้สำหรับเด็ก เยาวชนและครอบครัว เป็นบทบาทที่มีความสำคัญ รายการโทรทัศน์รายการใดที่ผ่านระบบเรตติ้งและได้รับการพิจารณาว่าเป็นรายการโทรทัศน์คุณภาพ คลินิกเรตติ้งจะเข้ามาดำเนินการใน ๒ ลักษณะ กล่าวคือ การพัฒนา (ให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น) และการรักษา (ในกรณีที่ประสบปัญหา เช่นเรื่องเงินทุน ปัญหาด้านเวลา) ซึ่งจะทำให้รายการโทรทัศน์ที่มีอยู่ได้รับการรักษา อีกทั้งเป็นช่องทางในการพัฒนารายการโทรทัศน์ให้มากขึ้นทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพเนื้อหา 

จากอดีตสู่วันนี้กับระบบเรตติ้งสื่อในประเทศไทย
ระบบของวัดคุณภาพเนื้อหาของสื่อ ระบบที่ว่านี้ ประกอบด้วยองค์ประกอบ ๒ ส่วน คือ ช่วงเวลาของการประเมิน การประเมินก่อนการออกอากาศใช้กับรายการที่ต้องการการสนับสุนนด้านเงินทุนจากกองทุน และสำหรับการประเมินหลังออกอากาศ ใช้กับกรณีทั่วไป และหัวใจสำคัญที่สุดของระบบการประเมินก็คือ ผู้ประเมิน ซึ่งวันนี้ เราจำเป็นต้องมีผู้ในการประเมินจากผู้ประเมิน ๓ กลุ่ม กล่าวคือ กลุ่มที่ ๑ กรรมการกลางที่ประกอบด้วยภาครัฐ ภาคประชาชน ภาคธุรกิจ ภาควิชาการ (ทั้งในสายสื่อ กฎหมาย จิตวิทยา สังคม และเศรษฐศาสตร์) ภาควิชาชีพสื่อมวลชน กลุ่มที่ ๒ กรรมการภาคประชาสังคม (ซึ่งเป็นหน่วยเฝ้าระวังสื่อทางสังคมโดยเฉพาะ) และ กลุ่มที่ ๓ ภาคประชาชนโดยแท้

แรงงานที่ไม่มีสัญชาติไทยในสังคมสมานฉันท์
ปัญหาการหาเลี้ยงปากท้องเป็นปัญหาที่มนุษย์ต้องเผชิญตามธรรมชาติ สิทธิในการทำมาหาเลี้ยงชีพจึงเป็นสิทธิมนุษยชน การห้ามทำงานอันนำมาสู่ความหิวและความอดในปัจจัยเลี้ยงชีพจึงเป็นสิ่งที่ทำไม่ได้โดยหลักมนุษญธรรม ความเป็นไทยหรือต่างด้าวก็ไม่น่าจะมีความชอบธรรมที่จะมาเกี่ยวข้อง ความสมานฉันท์ที่จะเกิดแก่มนุษย์ในเรื่องการทำงาน ก็คือ การไม่ทำให้มนุษย์ต้องจนมุมในความอดยากในปัจจัยยังชีพ สิ่งเหล่านี้ไม่รวมถึงการสะสมทรัพย์ในลักษณะที่เป็นวัตถุนิยม ซึ่งการจำกัดเสรีภาพของคนต่างด้าวที่จะกอบโกยความร่ำรวยในประเทศที่ตนไม่มีสัญชาติ ก็น่าจะทำได้ และก็ทำกัน

ความรู้สึกของการไปร่วมงานวันเด็กไร้สัญชาติ
งานครั้งนี้ทำให้รู้สึกรักอาจารย์ของพวกเราเพิ่มขึ้นอีกมาก  ท่านทำให้เรารู้ว่าผู้หญิงที่เราได้เจอในห้องเรียนอาทิตย์ละครั้งคนนี้  มีอะไรที่น่านับถือและน่ารักมาก  อาจารย์เป็นคนจิตใจดีจริงๆ  ท่านทำให้ข้าพเจ้าเพิ่งจะได้รู้ว่า จริงๆ แล้วคนไร้สัญชาติในบ้านเมืองเรามีมากกว่าที่คิดไว้จริงๆ เทียบตามสัดส่วนที่มองเห็นและบวกเข้ากับอีกทั่วประเทศ

อีกครั้งของการเรียนรู้กระบวนการใช้สิทธิในการก่อตั้งครอบครัวของคนชายขอบถือบัตรส้ม.....กรณีของหันลานแห่งสังขละบุรี
กระทรวงมหาดไทยออกคำสั่งหรือระเบียบดังกล่าวโดยมิได้อาศัยอำนาจตามกฎหมายหรือมีกฎหมาย ฉบับใดให้อำนาจไว้ จึงถือเป็นเพียงระเบียบภายในระหว่างเจ้าหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทยด้วยกันเท่านั้น จะนำมาใช้บังคับแก่บุคคลทั่วไปอย่างเช่นกฎหมายหาได้ไม่ (ฎ.๕๘๐/๒๕๒๗) นายอำเภอซึ่งมีหน้าที่จดทะเบียนสมรสให้แก่คู่สมรสตามที่เขาร้องขอตามพ.ร.บ.จดทะเบียนครอบครัว พ.ศ.๒๔๗๘ จะอ้างเหตุขัดข้องตามคำสั่งกระทรวงมหาดไทยดังกล่าวที่มิได้อาศัยอำนาจตามบทกฎหมายหลักนั้นไม่ได้(ฎ.๗๒๐/๒๕๐๕)

คิงคองพลัดถิ่น : ภาพสะท้อนศักดิ์ศรีของทุกชีวิต
จากคิงคองยักษ์ที่เคยมีชีวิตเสรีอยู่ในป่าใหญ่  กลับต้องพลิกผันจากบ้านเกิดโดยไม่มีทางเลือก มาอยู่ท่ามกลางคนแปลกหน้า สภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย บางครั้งที่ยังพอมีประโยชน์ได้ ก็ดูจะมีคุณค่าอยู่บ้าง แม้เพียงเพื่อความบันเทิง หรือผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจก็ตาม แต่เมื่อมันอยากจะร้องขอ “บางสิ่ง” ที่หายไปจากชีวิตบ้าง กลับถูกไล่ล่าทำร้าย ถูกมองเป็นศัตรูที่ไม่อาจอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข นี่คงไม่ต่างอะไรนัก กับชีวิตของคนพลัดถิ่นจำนวนมากในสังคมไทย ที่แม้จะไม่ได้ถูกบังคับวางยาสลบพาเข้ามาอยู่ในประเทศไทยอย่างเจ้าคิงคองตัวนี้ แต่ไม่ว่าพวกเขาจะต้องพลัดบ้านเกิดเข้ามาเพราะหนีตายจากการสู้รบ หรือไม่ว่าจะต้องละทิ้งครอบครัวเพื่อมาทำมาหากินเลี้ยงชีวิต พวกเขาล้วนมาเพื่อแสวงหา “บางสิ่ง” ที่หายไป นั่นคือ ชีวิตที่ดำรงอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์

อาภรณ์รัตน์ แซ่หวู : ความไร้สัญชาติกับฉัน
เบเบ๊เชื่อว่าเรื่องราวที่เบเบ๊เขียนจะช่วยให้ผู้อ่านได้เข้าใจและเห็นอกเห็นใจกับคนที่ได้ชื่อว่า เป็นคนไร้สัญชาติมากขึ้น อย่างน้อยความเมตตาที่มีให้ก็สามารถเป็นกำลังใจให้คนเหล่านี้ดำรงชีวิตอยู่ต่อไปได้ และอยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องคนไร้สัญชาติ โปรดเห็นใจและให้ความช่วยเหลือ ถึงแม้ว่ากระดาษแผ่นเดียวจะระบุว่าคนๆนั้นเป็นคนไร้สัญชาติก็ตาม แต่ขอได้เชื่อเถอะค่ะว่า จิตใจของคนเหล่านั้นเป็นคนไทย รักแผ่นดิน ประเทศชาติ และพระมหากษัตริย์ไทย เฉกเช่นคนไทยทั่วไป

เด็กไร้สัญชาติในสถาบันการศึกษาไทย : ปัญหาและข้อเสนอแนะ
เป็นข้อเขียนที่เสนอไปยังท่านรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ โดยผ่านอาจารย์วรนารถ ดวงอุดม ตามที่อาจารย์ได้กรุณาเป็นผู้แทนท่านรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ มาร่วมงานวันเด็กไร้สัญชาติ ที่โรงเรียนสหศาสตร์ศึกษา จ.เชียงราย เมื่อวันเสาร์ที่ ๑๔ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๙

คณะอนุกรรมาธิการศึกษาปัญหาเด็กไร้สัญชาติ วุฒิสภา : ห้องทดลองทางสังคมของอาจารย์แหวว
อาจารย์แหววพบว่า งานในคณะอนุกรรมาธิการนี้หนักมากแต่ “มันมาก” กล่าวคือ อาจารย์แหววเรียนรู้หลายอย่างมากในระหว่าง ๓ ปีของการทำงานในคณะอนุกรรมาธิการเด็กไร้สัญชาตินี้ และเป็นการเรียนรู้ที่เพลิดเพลินและอบอุ่น ซึ่งจะกล่าวถึงทั้งหมด ก็เป็นไปไม่ได้ ซึ่งจะหยิบยกขึ้นมาแยกแยะเพียงแค่ ๒ องค์ความรู้ที่อาจารย์แหววเห็นว่า สำคัญและอาจารย์ต้องฝึกฝนให้อาจารย์แหววเองมีทักษะที่จะใช้ประโยชน์องค์ความรู้ที่ได้นี้มากขึ้นไปเรื่อยๆ

น้องแนท : คนสัญชาติไทยโดยการเกิดตามกฎหมาย แต่กรมการปกครองให้ถือว่า เป็นคนสัญชาติไทยภายหลังการเกิด
น้องแนทจึงได้รับสัญชาติโดยการเกิดตามหลักสืบสายโลหิตจากมารดาโดยผลของมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 และหลักดินแดนโดยผลของมาตรา 7 (3) แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.2508 ฉบับดั้งเดิม  เลขบัตรประจำตัวประชาชนของน้องแนทจึงต้องขึ้นต้นด้วย เลข 5 คือ คนไทยดั้งเดิม แต่ตกหล่นและขอเข้าชื่อในภายหลัง ไม่ใช่  เลข 8 เหมือนยายและแม่ ดังนั้น การที่กรมการปกครองให้บัตรประจำตัวประชาชนขึ้นต้นด้วย เลข 8 แก่น้องแนท  จึงเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายและทางปฏิบัติของกรมการปกครอง

กรณีนางสาวฐิตินบ โกมลนิมิ : นักข่าว นักสื่อสารสาธารณะ และ “ครู” ของนักสื่อสารสาธารณะ
แม้ต่อมาเธอจะลาออกจากการเป็นนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ เพื่อหันเข้าสู่โลกใหม่อย่างโลกวิชาการ ในฐานะนักเรียนปริญญาโท สตรีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แต่ก็มิได้ทำให้ความกระตือรือร้น และความเอาจริงเอาจังในการต่อสู้กับความไม่เป็นธรรมของเธอลดลงเลย ดูเหมือนว่า การเรียนเปิดโอกาสให้เธอได้รับการฝึกฝน ลับคมความคิดและขยายจินตนาการ ทั้งในทางทฤษฎีและการปฏิบัติตามแนวทางของสตรีศึกษา ซึ่งให้ความสำคัญและให้คุณค่าแก่ประสบการณ์ เรื่องเล่า และเรื่องราวแห่งชีวิตของผู้ด้อยโอกาส ผู้ถูกกดขี่ ถูกเอารัดเอาเปรียบและไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยเฉพาะผู้หญิง 

กรณีกฤษฎา ยาสมุทร : จากครูดอยสู่ ครูใหญ่แห่งห้องเรียนคนไร้สัญชาติ
ทั้งสองห้องเรียน คือ บทพิสูจน์ทฤษฎีแห่งการถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่องกฎหมาย และการแก้ไขปัญหาสถานบุคคลสู่เจ้าของปัญหา เพื่อการทำงานที่ครอบคลุมทุกพื้นที่ และยั่งยืนต่อไปในอนาคต ทุกวันนี้ ครูใหญ่ยังคงเดินหน้าต่อไปในแนวทางที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้วในระดับหนึ่ง และพร้อมจะปรับปรุงบทเรียนแต่ละครั้งให้สอดคล้องกับสภาพชุมชน เขายืนยันจะดำเนินห้องเรียนสำหรับคนไร้สัญชาติต่อไป เพื่อบรรลุเป้าหมายลึกๆ ในใจว่า วันข้างหน้าประเทศไทยจะปราศจากคนไร้สัญชาติโดยการลุกขึ้นมาต่อสู้ด้วยตัวของพวกเขาเอง 

จดหมายถึงนายกรัฐมนตรีจากนายอนันต์ หูมแพง : คนไร้รัฐแห่งบ้านโพนแพง ต.โพนแพง อ.ธาตุพนม
ผมมีพ่อเป็นคนไทย ชื่อนายคำผัด หูมแพง มีแม่เป็นคนลาว ผมและพี่ ๆ เกิดในไทย เกิดในหมู่บ้าน ผมเกิดเมื่อปี 2519 สมัย 20-30 ปี ก่อนการที่ชาวบ้านจะติดต่อราชการกับอำเภอลำบากมากเพราะระยะทางมันไกล 30-40 กว่ากิโลเมตร ทางทุรกันดาน ประกอบกับ พ่อ-แม่ ของผมเป็นคนไม่ค่อยมีความรู้อ่านหนังสือไม่ค่อยได้ และไม่มีความรู้ด้านกฎหมาย พ่อผมเลยไม่ค่อยใส่ใจหรือสนใจการแจ้งเกิดให้ลูก ๆ ทั้งที่ ลุง – ป้า ญาติ ๆ กำนัน – ผู้ใหญ่ สมัยก่อนก็เคยเตือนพ่อผมหลาย ๆ ครั้ง แต่สมัยผมเรียนชั้น ป. 1 พ่อเคยพาไปที่อำเภอเพื่อทำการแจ้งเกิดให้ลูก ๆ 

กรณีนายปิ๊ลู บุญเจริญ : กะเหรี่ยงไร้สัญชาติที่อพยพจากประเทศพม่าเข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทยก่อนวันที่ ๙ มีนาคม พ.ศ.๒๕๑๙ ซึ่งทางราชการไทยเรียกว่า “ผู้พลัดถิ่นสัญชาติพม่า” ทั้งที่รัฐพม่าไม่ได้ยอมรับว่า มีสัญชาติพม่า
นายปิ๊ลู บุญเจริญเป็นชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง ซึ่งเกิดในประเทศพม่าเมื่อ พ.ศ.๒๔๙๙  โดยบิดาและมารดาของนายปิ๊ลูก็เกิดในประเทศพม่าเช่นเดียวกัน  ในขณะที่นางบูบี้เป็นชาวเขาเผ่าเดียวกันซึ่งเกิดในประเทศพม่าเมื่อ พ.ศ.๒๕๐๒ ปรากฏข้อเท็จจริงว่า บิดามารดาของนางบูบี้ก็เกิดในประเทศพม่าเช่นกัน ไม่ปรากฏว่าทั้งนายปิ๊ลูและนางบูบี้ถูกแจ้งเกิดในประเทศพม่า จึงไม่มีชื่อในทะเบียนราษฎรของรัฐพม่า ดังเช่นกะเกรี่ยงโดยทั่วไปที่อาศัยในประเทศพม่า

กรณีนางหงัน แซ่เหงียน : ญวนอพยพแห่งอำนาจเจริญซึ่งมีบุตรหลานสัญชาติไทยขอใบต่างด้าวและหนังสือเดินทางเพื่อไปเยี่ยมสามีซึ่งแก่มากแล้วในประเทศเวียดนาม
และเนื่องจากบัดนี้  สามีของดิฉันซึ่งอยู่ที่ประเทศเวียดนามเพียงลำพังเจ็บป่วยจนเดินไม่ได้แล้ว  อีกทั้งสามีดิฉันและดิฉันก็มีอายุมากแล้วไม่รู้จะมีชีวิตอยู่อีกนานเท่าไร  ดิฉันอยากเดินทางไปประเทศเวียดนามเพื่อดูแลสามีก่อนที่จะตาย แต่ไม่สามารถทำได้เพราะเป็นผู้ถือบัตรญวนอพยพไม่สามารถเดินทางออกนอกพื้นที่ รวมถึงไม่สามารถเดินทางไปต่างประเทศได้ ด้วยเหตุนี้ ดิฉันจึงไม่อาจรอการพิจารณาอนุมัติให้ใบต่างด้าวอย่างไม่มีกำหนดอีกแล้ว

กรณีโครงการวิจัยและพัฒนาเพื่อเด็กไร้รัฐ ForStatelessChild.org : จุดเปลี่ยนเพื่อเด็กไร้รัฐในประเทศไทย
เราจะสำรวจและรณรงค์ให้เด็กทุกคนที่เกิดในแผ่นดินไทยมีเอกสารรับรองการเกิดอย่างถูกต้อง และมีชื่อในทะเบียนประวัติราษฎร มีการขับเคลื่อนให้กลไกของยุทธศาสตร์การจัดการสิทธิและสถานะบุคคลมีประสิทธิภาพ  พร้อมไปกับการสื่อสารปรับทัศนคติกลุ่มเป้าหมายสำคัญ  เพื่อเอื้อให้เจ้าของปัญหาได้ลุกขึ้นมาสู้เพื่อตนเองด้วย  โดยเป้าหมายสูงสุดให้ “เด็ก” ทุกคนในประเทศนี้ไม่ถูกละเมิดสิทธิและถูกเลือกปฏิบัติ รวมทั้งได้รับการพัฒนาตามวัยอย่างเหมาะสม ซึ่งภาระงานที่หนักหนานี้ จักสู้ด้วยความรู้  การร่วมมือกันระหว่างเครือข่าย และการสื่อสารสาธารณะที่มีพลัง

สื่อสารสาธารณะ สื่อสารเพื่อเด็กไร้รัฐ: การเริ่มต้น
สื่อมวลชนจำนวนหนึ่ง ถึงแม้จะสนใจปัญหาสังคม แต่ต้องละทิ้งประเด็นนี้ไป เพราะข้อจำกัดในเรื่องเวลาและขาดแหล่งข้อมูลเพื่อทำความเข้าใจ เราแก้ไขปัญหาเรื่องนี้โดยการจัดห้องเรียนกฎหมายเคลื่อนที่เพื่อคนไร้สัญชาติ แล้วเชิญสื่อมวลชนเข้าร่วมเป็น “นักเรียน” ในห้องเรียนนี้ด้วย ซึ่งสื่อมวลชนไม่เพียงได้งาน ได้ทำหน้าที่รายงานข่าวเรื่องนี้ตามความรับผิดชอบของตนแล้ว เขายังได้เรียนรู้กฎหมายสถานะบุคคล ทราบถึงสถานการณ์และปัญหาในเรื่องนี้ มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับ“ตัวจริง” ของผู้ประสบปัญหา ทำให้ความเดือดร้อนและความทุกข์ได้ “สัมผัส” ถึงหัวใจของกันและกัน ซึ่งมีความหวังว่า ในรายงานข่าว บทความและข้อเขียนทั้งหลายของสื่อมวลชนต่อไป จะสามารถถ่ายทอดและเข้าถึงปัญหาได้อย่างลึกซึ้ง รอบด้านและถูกต้อง เป็นอีกแรงผลักดันในการแก้ไขปัญหาในที่สุด 

Changing : เป็นจดหมายที่เขียนจากใจของจันทราภา นนทวาสีถึง “เธอ” ซึ่งคงหมายถึงเราทุกคนที่อ่าน
จดหมายฉบับนี้ มาจากแมว ซึ่งเดินทางกลับถึงอุ้มผางแล้ว แมวบอกเสมอในปีหลังๆ ว่า อุ้มผางคือบ้าน แมวคงส่งข่าวมาบอกเราทั้งหลายถึง “แผนการชีวิตของแมว”  ดังที่คุยกับเสมอ โดยเฉพาะเวลาที่อยู่กัน ๒ คน  ก็คือ เราจะต้องเลือกทำในสิ่งที่เราอยากทำ ไม่มีใครบังคับใครได้ ไม่มีใครตัดสินใจแทนใครได้ จงตัดสินใจเอง แต่จงรอบครอบที่จะตัดสินใจ หัวใจมีเอาไว้รู้สึก ไม่ได้มีเอาไว้คิด อย่าตัดสินใจด้วยหัวใจ ซึ่งหมายถึง ใช้อารมณ์ในการตัดสินใจ เมื่อจะตัดสินใจ จึงปิดประตูหัวใจเอาไว้ แล้วไตร่ตรองด้วยสมอง ปัญญาน่าจะนำความปลอดภัยมาให้ชีวิตของเราและสังคมที่เราอาศัยอยู่ สำหรับอาจารย์แหวว แมวก็ยังเป็น “บทเรียน” ที่จะต้องเรียนรู้ เป็นบทเรียนที่ว่าด้วยความรู้ในผืนป่าและคนที่ถูกเลี้ยงดูโดยผืนป่า 

อยากบอกความรู้สึกเกี่ยวกับคนทำงานเพื่องานเด็กไร้สัญชาติ
งานครั้งนี้ เราในหลายๆ คนบอกว่า มันเป็นสัญลักษณ์จากใจ บางคนบอกว่ามันเป็นประเพณี แต่ไม่ว่าจะหมายความว่าอย่างไรก็ตาม มัน คืองานที่เราร่วมใจกันที่จัดขึ้นเพื่อมอบให้เป็นของขวัญสำหรับเด็กโดยเฉพาะเด็กไร้สัญชาตินั่นเอง. ขอให้ความตั้งใจเหล่านี้ได้มีโอกาส...เป็นจริงด้วยเถิด และตลอดไป

สุรีย์ภรณ์ ทรรศนียากร : จากใจครูป้าแมว
เป็นปลื้มมากที่มีผู้เอาใจใส่การศึกษาเอกชนได้ขนาดนี้ ความน้อยเนื้อต่ำใจของภารกิจที่สำคัญหลายอย่างของโรงเรียนเอกชนได้ถูกละเลยถูกผ่อนคลายลงมาก อาจารย์แหววขา ครูเอกชนมุ่งเรื่องการจัดการศึกษามาก ๆ พวกเขาไม่มีเวลาที่จะไปทำผลงานอะไรมากแต่เราก็ภูมิใจที่ได้รับใช้ชาติในการจัดการศึกษาให้แก่เด็กที่เป็นทรัพยากรของชาติ

วันเด็กไร้สัญชาติ : ทำไมต้องมี ? แล้วจะได้อะไรกลับมา ?
แนวคิดที่จะเอาอาจารย์เอ๋มาทำงานวันเด็กไร้สัญชาตินี้ ก็เริ่มต้นจากท่านอาจารย์กิติยาผู้นี้ เจอท่านที่ไร ก็จะถามท่านว่า ท่านคิดอย่างไรจึงผลักดันให้อาจารย์เอ๋มาทำงานวันเด็ก ท่านหัวเราะ แบบหัวเราะ ไม่พูด ดวงตาแบบขำสุดๆ อาจารย์แหววเข้าใจดี ประสบการณ์กับการผลักดันคนหนุ่มสาวสู่งานเพื่อมวลชน เป็นความเชี่ยวชาญของท่าน ท่านเพียงกดปุ่มที่หัวใจของอาจารย์เอ๋เท่านั้น งานวันเด็กก็เกิดขึ้น มันไม่ใช่งานวันเด็กแบบธรรมดา แต่มันเป็น “ร้านซ่อมเด็กไร้สัญชาติ” โดยมีวิศวกรใหญ่ชื่อ “วรรณทนี รุ่งเรืองสภากุล” ซึ่งยอมตายหากไม่ได้ทำงานเพื่อเด็กไร้สัญชาติ สำหรับเอ๋ วันเด็กมีเพียง 365 วันต่อปีเท่านั้นเอง

วิเคราะห์คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๓๓๖/๒๕๓๕ เรื่อง สถานภาพทางกฎหมายของคนต่างด้าวที่มิได้รับอนุญาตให้เข้ามาในราชอาณาจักรไทยแต่ได้รับการผ่อนผันให้อยู่อาศัยได้
โดยตรรกวิทยาทางกฎหมาย การไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าเมืองของคนต่างด้าวหนึ่งๆ ย่อมมีผลให้คนต่างด้าวนั้นต้องถูกส่งออกไปนอกราชอาณาจักร แต่อย่างไรก็ตาม ฎ.๓๓๖/๒๕๓๕ ทำให้เห็นว่า มีความเป็นไปได้ในกฎหมายเข้าเมืองของไทยที่คนต่างด้าวจะมีสิทธิที่จะอาศัยอยู่ในประเทศไทยแม้ว่าคนต่างด้าวนั้นมิได้รับอนุญาตให้เข้ามาในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง หากปรากฏว่าฝ่ายบริหารได้ผ่อนผันให้พักอาศัยชั่วคราวในประเทศไทย

สิทธิในการนำคดีขึ้นสู่ศาลไทย
เป็นบทความที่ตัดตอนมาจากงานวิจัยที่ทำให้สมาคมกฎหมายวิธีพิจารณาความแห่งประเทศญี่ปุ่นนานแล้วค่ะ นำเอามาให้อ่านัน สิทธิในการนำคดีขึ้นสู่ศาลไทย ก็คือ สิทธิที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมไทย จัดเป็นสิทธิมนุษยชนประเภทหนึ่ง อ่านกันนะคะ

หน้าชื่น อกตรม และโดดเดี่ยว….หัวอกเมียหลวง
ปัญหาการฆ่ากันเองของเมียหลวงและเมียน้อยกำลังมีแนวโน้มสูงขึ้น มีทั้งยิง เผาแทงและสาดน้ำกรดใส่กัน เมียหลวงบางคนแค้นมากถึงกับตัดเจ้าโลกของฝ่ายชาย บางคนฆ่าตัวเองฆ่าสามีและลูกตายยกครัว ขณะที่ภาครัฐยังคงมองว่าปัญหาชายมีเมียน้อยเป็นปัญหาเล็กหรือปัญหาย่อยในสังคมไม่ใส่ใจที่จะแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ปล่อยให้ผู้หญิงทนรับและแก้ปัญหาอย่างโดดเดี่ยวต่อไป

e-society : ความปลอดภัยในการประกอบการมีแค่ไหน ?
ในวันนี้ ประชากรไทยเข้าไปดำเนินชีวิตกันในอินเทอร์เน็ตมากขึ้น จนกล่าวกันว่า สังคมมนุษย์ในอินเทอร์เน็ต (e-society) จึงปรากฏตัวชัดมากขึ้น มนุษย์คนหนึ่งมีแนวโน้มที่จะมีชีวิตใน ๒ โลก กล่าวคือ (๑) สังคมในโลกแห่งความเป็นจริง และ (๒) โลกเสมือนจริงทางอิเล็กทรอนิกส์ ดังนั้น มนุษย์หนึ่งคนจึงต้องประสบทั้งทุกข์และสุขในทั้งสองโลก หากมีชีวิตในสองโลก  และการใช้ชีวิตอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงเท่านั้นก็มีความหมายว่า มนุษย์คนนั้นขาดโอกาสในการบริโภคทรัพยกรบนโลกแห่งอิเล็กทรอนิกส์ แต่หากมนุษย์มีกิจการบนโลกใบหลังนี้ มนุษย์คนนี้ก็จะมีความสามารถและโอกาสที่จะบริโภคทรัพยากรทางอิเล็กทรอนิกส์ และในขณะเดียวกัน ก็จะมีโอกาสที่จะประสบความไม่มั่นคงในชีวิตเพิ่มขึ้น และมักเป็นปัญหาที่มนุษย์อีกครึ่งหนึ่งของโลกไม่เข้าใจ และมักเป็นสังคมไร้รัฐ นั่นหมายถึงความเป็นสังคมไร้กฎหมาย

แนวคิดของรัฐไทยว่าด้วยการจัดการด้านโทรคมนาคม
ในวันแรกๆ ของมาตรา ๔๐ สำหรับครูสอนกฎหมายอย่างดิฉัน มีความสุขมากที่เห็นความงดงามของตัวบทกฎหมายที่ผู้ร่างถักทอขึ้นอย่างคล้องจ้องเพื่อสร้างกลไกทางกฎหมายกันในลักษณะนี้ เป็นความล้ำเลิศทางนิติศาสตร์ ในวันนี้ มาตรา ๔๐ มีอายุเกือบ ๕ ปีแล้วค่ะ องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ยังไม่เกิดขึ้นมาตามคำสั่งของมาตรา ๔๐ วรรค ๒ เลย เพราะอะไรหนอ ? 

อายุ (โพ) นามเทพ : คนไร้รัฐและมนุษย์ล่องหน
คุณเคยอยู่ท่ามกลางคนหมู่มาก ยืนต่อหน้าคนนับพันและยังรู้สึกว่าตนเองเป็นมนุษย์ล่องหน ไม่มีตัวตนหรือไม่ นั่นแหละ คือตัวฉันล่ะ และถ้าบังเอิญคุณก็เป็นอย่างที่ฉันเป็นอยู่ ก็อย่าได้หยุดเรียกร้อง สิทธิ์การเป็นคนของคุณเลยนะ ..... ฉันชื่ออายุ โพ มีเชื้อสายกะเหรี่ยง เกิดในหมู่บ้านกะเหรี่ยงใกล้ชายแดนพม่าเมื่อ พ.ศ.๒๔๙๘ ครอบครัวของเราประสบเคราะห์กรรม ถูกทหารพม่าตามล่าเอาชีวิตจนในที่สุดพ่อจึงพาครอบครัวซึ่งก็มีแม่ พี่สาว และฉันซึ่งยังเป็นทารกอยู่หนีตายเข้ามาในประเทศไทยทางด่านอ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน

การต่อสู้ของมึดา : เด็กไร้สัญชาติแห่งบ้านท่าเรือ
ล่าสุดเมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๔๘ มึดา ร่วมเป็นตัวแทนเรียกร้องให้มีการยกเลิกมาตรา ๗ ทวิ ที่ทำให้เด็กที่เกิดในประเทศไทยจากพ่อแม่ที่เข้าเมืองมา กลายเป็นผู้หลบหนีเข้าเมืองโดยที่ไม่ได้เป็นผู้กระทำความผิด มึดาในเวทีนี้ ไม่มีน้ำตา มีแต่คำสัญญาให้กับผู้ใหญ่ใจดีของเธอว่า “ต่อไปนี้ หนูจะไม่ร้องไห้อีกแล้ว หนูจะเข้มแข็ง จะตั้งใจเรียนและศึกษาให้สำเร็จคณะนิติศาสตร์ เพื่อนำความรู้ไปช่วยเหลือเด็กไร้สัญชาติที่มีอยู่ในประเทศไทยทั้งหมดค่ะ”

กองกำลังรักษาความมั่นคงทางอาหาร แห่งบ้าน "ทีจอชี"
โครงการครัวอุ้มผางสร้างสุข สุขภาพดีวิถีปกากะญอ เน้นการทำกิจกรรมกับกลุ่ม เป้าหมายหลัก คือเยาวชนภายในหมู่บ้าน เพื่อให้เกิดความรู้และตระหนักถึงความสำคัญของอาหารพื้นบ้าน โดยรับการถ่ายทอดจากผู้นำชุมชนและผู้อาวุโส กิจกรรมสำคัญอย่างหนึ่งของโครงการคือ กิจกรรมสำรวจวัตถุดิบและแหล่งที่มาของอาหารพื้นบ้าน ที่ช่วยถักทอความสัมพันธ์ระหว่างผู้อาวุโสที่มีความรู้เรื่องเชิงลึกเรื่องอาหารพื้นบ้าน 3 คน ประกอบด้วย ลุงจอวาเอ ลุงพะปะปะ และพ่อของหน่อมึมึ กับทีมงานเยาวชนที่ช่วยเก็บข้อมูลโครงการ 

การกำหนดสถานะให้บุคคลซึ่งถูกถอนสัญชาติไทยตามประกาศคณะปฎิวัติ ฉบับที่ 337 และบุตรหลานตามประกาศกระทรวงมหาดไทยลงวันที่ 17 กันยายน 2547
เมื่อนายทะเบียนตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ยื่นคำร้องและดำเนินการตามข้อ 2 แล้วให้รวบรวมหลักฐานทั้งหมดพร้อมความเห็นเสนอนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นพิจารณา และเนื่องจากการกำหนดสถานะให้แก่บุคคลที่ถูกถอนสัญชาติไทยตามประกาศคณะปฎิวัติ ฉบับที่ 337 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2515 และบุตรหลาน ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยดังกล่าว เป็นการให้สัญชาติเป็นการทั่วไป จึงให้นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นต้องพิจารณาอนุมัติด้วยตนเอง ด้วยความรวดเร็วและเป็นธรรมมิให้มีการเรียกรับผลประโยชน์ตอนแทนเป็นอันขาด  

อันเนื่องมาจาก Transborder Citizenship, quansi-citizen และเจนเน อเรชันที่หนึ่งและสอง ของคนไร้รัฐ ไร้สัญชา ติในไทยตามทฤษฎีสำนัก อ.แหวว
พลเมืองข้ามแดนของ นินา นั้น ดูเหมือนว่า จะเป็นกลุ่มคนที่รัฐถิ่นกำเนิด ยังยอมรับว่าเป็นพลเมืองอยู่ และรัฐใหม่ที่คนกลุ่มนี้เข้าไป ก็ยินยอมรับรู้การมีตัวตน เพียงแต่อาจจะไม่ให้สัญชาติ หรือไม่ให้เป็นคนชาติ ซึ่งคนกลุ่มนี้ก็ไม่ได้แคร์ว่าอยากจะได้ พวกเขาเพียงแต่อยากได้ การรับรู้ในการมีอยู่ และการเคารพในความแตกต่าง

แนวคิดในการพิสูจน์ความเป็นบุคคลที่หนีภัยความตาย
การผลักดันให้เกิดกระบวนการร่วมกันระหว่างหน่วยต่างๆ ทั้งในและนอกกระบวนการยุติธรรมในการนำสืบพิสูจน์ความเป็นบุคคลที่หนีภัยความตาย เพื่อสร้างบรรทัดฐานใหม่ที่อำนวยความยุติธรรม มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับสถานการณ์ปัญหา เพิ่งจะเริ่มต้น กระบวนการร่วมกันนี้จะนำไปสู่การสร้างหลักการร่วมกันให้แก่บุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการอำนวยความยุติธรรม ที่มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับสถานการณ์ปัญหานั้น ผลที่ตามมาอาจหมายถึง “รัฐปฏิบัติ” หรืออีกบรรทัดฐานใหม่ของสังคมไทย

คนไร้รัฐที่วังใหม่ : หลังจากที่หมู่บ้านกลายเป็นอุทยานแห่งชาติ
หากอำเภอเวียงเหนือ จังหวัดลำปาง จะมีเหตุผลในทางปกครองใดๆ ที่จะปฏิเสธความเป็นบุคคลผู้มีสัญชาติไทย จนเป็นเหตุให้พี่น้องชาวลัวะกลุ่มนี้ต้องกลายเป็นคนไร้ทั้งสัญชาติและไร้รัฐ-ในทางข้อเท็จจริง ก็เห็นควรเสนอว่าน่าจะดำเนินการชี้แจงให้ชัดเจน โดยเป็นลายลักษณ์อักษร พี่น้องชาวลัวะ รวมถึงนักศึกษาและนักวิชาการด้านกฎหมาย จะได้ลองใช้เป็นกรณีศึกษาอีกสักหนึ่งตัวอย่าง

กรณีลุงแสง น้อยแสงและสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ลูกค้า ธ.ก.ส : ความเดือดร้อนที่มาพร้อมกับการสูญเสีย
ทางสมาคมฯ เองก็มีความบกพร่องในการที่ออกมติในวาระพิเศษและให้ชาวบ้านทำสัญญากับทางสมาคมฯดังกล่าว ดังนั้น เพื่อให้เกิดความยุติธรรมแก่ชาวบ้านที่เป็นสมาชิกของสมาคมฯ รวมทั้งลุงแสงด้วย ผู้เขียนขอเสนอแนะดังนี้ (๑.) สมาคมฯควรที่จะเพิกถอนมติของที่ประชุมในวาระพิเศษดังกล่าวเสียและยกเลิกสัญญาที่ทางสมาคมฯให้ชาวบ้านที่เป็นสมาชิกของสมาคมฯทำไว้กับทางสมาคมฯ (๒.) ชาวบ้านที่เป็นสมาชิกของสมาคมฯรวมทั้งลุงแสงจะต้องชำระเงินสงเคราะห์ให้แก่ทางสมาคมฯในช่วงที่ทางสมาคมฯมีมติพิเศษดังกล่าว และ (๓.) สิทธิต่างๆ ที่ชาวบ้านควรที่จะได้รับจากการเป็นสมาชิกของสมาคมฯ ทางสมาคมฯจะต้องให้สิทธิดังกล่าวแก่ชาวบ้านโดยเร็วเพื่อไม่ให้ชาวบ้านต้องได้รับความเสียหายต่อไป

Spam By Thiti Susaoraj
เมื่ออาจารย์แหววตัดสินใจที่จะตั้งห้องทดลองทางสังคมเพื่อศึกษาวิธีการจัดการปัญหากระทู้ขยะในกระดานข่าว หลายฝ่ายก็ยื่นมือมาช่วยเหลือ โดยเฉพาะลูกศิษย์ทั้งหลายที่ไปเล่าเรียนเกี่ยวกับกฎหมายอิเล็กทรอนิกส์ คุณฐิติเป็นคนหนึ่งที่เข้ามาใน MSN และมาให้ความเห็นว่า “ที่นั่นเค้าฟ้องบุกรุกด้วยอ่ะคับ แล้วก็ทำให้เสียทรัพย์ ออสเตรเลียกับอเมริกาเค้ามี spam act กันหมดแล้ว พอดีตอนเรียนผมเขียนบทความเกียวกับเรื่องนี้อยู่ เขียนข้อดีข้อเสียทั้งหมดครับ” อาจารย์แหววก็เลยขอมาเพื่อให้เราทั้งหลายได้อ่านในเว็บของอาจารย์แหวว

จอวาเอ...อดีต “สหายจริงจัง” นักสู้แห่งผืนป่าตะวันตก
ทุกวันนี้ อดีต “สหายจริงจัง” ยังคงต่อสู้บนฐานที่มั่นสุดท้าย มิใช่การใช้อาวุธปืนหรือการเผยแพร่อุดมการณ์เหมือนครั้งเข้าป่า อาวุธของลุงยามนี้ คือ การถ่ายทอดภูมิปัญญา การดำรงชีวิตที่เรียบง่าย เคารพในทุกสรรพสิ่ง ซึ่งเป็นแก่นแท้ของคนปกาเกอญอ ส่งผ่านไปยังลูกหลานและเยาวชนในหมู่บ้าน “ทีจอชี” ผู้จะเป็นอนาคตและนำพาวิถีปกาเกอญอให้ดำรงอยู่หรือหายสาบสูญไป ???

เดือน อุดมพันธ์ สิทธิที่ต้องทวงถามให้ได้คืน
แม้วันนี้ เดือนทำได้เพียงขึ้นบัญชีเพื่อรอบรรจุเป็นข้าราชการครู และในอนาคตที่ยังมาไม่ถึงประเทศไทยจะมีข้าราชการครูนาม "นางสาวเดือน อุดมพันธ์" หรือไม่ การต่อสู้ของเธอ ให้บทเรียนกับคนไร้สัญชาติที่มีโอกาสศึกษาในระดับสูง ที่สามารถเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่าของประเทศว่า หากไม่ยอมจำนนกับสิ่งที่ถูกกระทำในชีวิตที่ผ่านมา อนาคตความเป็นพลเมืองไทยอย่างสมบูรณ์ย่อมมาถึงแน่นอน

พิตุ่น...ร่มไทรใหญ่แห่งบ้านห้วยหินลาดใน
การจากไปอย่างไม่มีวันกลับของพิตุ่น สร้างความโศกเศร้าอาลัยให้กับลูกหลานและคนเคยรู้จักกับพิ บ้านที่เคยเป็นของพิ จะถูกรื้อถอนเพื่อนำไม้ไปใช้ประโยชน์ในการสร้างศูนย์การเรียนรู้ของกลุ่มเยาวชนบ้านห้วยหินลาดใน เป็นการอุทิศส่วนกุศลไปยังดวงวิญญาณของพิ วาระสุดท้ายของพิให้แง่คิดถึงการกลับคืนสู่ธรรมชาติและการดิ้นรนไขว่คว้าทรัพย์สมบัตินอกกาย ซึ่งในที่สุดก็มีเพียงหลุมฝังศพขนาดพอดีตัว สิ่งที่จะทำให้ผู้คนจดจำได้ มีเพียงคำสั่งสอนอันดีงามที่ลูกหลานของพิยังคงยึดมั่นอยู่ตลอดไป

การจัดการความร่วมมือระหว่างรัฐเกี่ยวกับคนไร้สัญชาติ
ปัญหาสำคัญในการจัดการความร่วมมือระหว่างรัฐในการแก้ไขปัญหาคนไร้รัฐ/ไร้สัญชาติจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการที่ประเทศต่างๆ เข้าเป็นภาคีสมาชิกกับกฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับคนไร้รัฐ และสิทธิในการมีสัญชาติเท่านั้น แต่ที่มีความสำคัญยิ่งไปกว่าที่จะให้ความร่วมระหว่างประเทศประสบความสำเร็จ คือ การที่ประชาคมโลกทั้งหมดให้ความสำคัญ และความเห็นอกเห็นใจต่อปัญหาของคนไร้รัฐถึงความยากลำบากในชีวิตที่พวกเขาต้องเผชิญอยู่ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความเข้าใจอันดี และความเอื้ออาทรต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ผลที่ตามมา คือ การผลักดันนโยบายของรัฐต่างๆ รวมทั้งกลไกต่างๆ ทั้งระดับประเทศ ภูมิภาค และนานาชาติที่จะสามารถเข้ามาเยียวยาแก้ไขปัญหาสำหรับคนไร้รัฐ และป้องกันไม่ให้เกิดความไร้รัฐขึ้นต่อไปในอนาคต

ผู้ลี้ภัยชายขอบ : เมื่อคนในอยากออก-คนนอกอยากเข้า
ปัญหาผู้อพยพหนีภัยความตายตามแนวตะเข็บชายแดนไทย เป็นปัญหาที่สั่งสมมาอย่างต่อเนื่องและมีให้เห็นนักต่อนัก ไม่ว่าจะเป็นกะเหรี่ยง พม่า หรือไทยใหญ่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หนีภัยความตายจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามายังประเทศไทย แต่สิ่งที่น่าสลดใจยิ่งกว่าก็คือ กรณีที่ผู้อพยพเป็นคนไทยแท้ๆ แต่กลับต้องลี้ภัยไปอยู่ในแผ่นดินอื่นที่ไม่ใช่บ้านเกิดเมืองนอนของตน ดังเช่นกรณีชาวบ้าน 131 คนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ต้องหนีไปพึ่งพิงประเทศมาเลเซีย 

ข้อเสนอแนะในเชิงวิธีการที่เหมาะสมในการจัดการปัญหาเกมคอมพิวเตอร์ในสังคมไทย
เมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๘ ที่ผ่านมา ทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้จัดเวทีระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดการปัญหาเด็กติดเกม ซึ่งได้ก่อให้เกิดปัญหาในสังคมหลายประการ  กล่าวคือในแง่ของการเลียนแบบพฤติกรรมในเนื้อหาของเกม และปัญหาด้านการบริโภคเวลาที่ไม่เหมาะสมทั้งในมิติของการใช้เวลากับเกมมาเกินไป และทั้งในมิติของการใช้เวลาในการเล่นเกมในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม
ปัญหาดังกล่าวไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แต่เพียงเฉพาะกับเด็ก และเยาวชนเท่านั้น แต่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ในสังคมไทย   ด้วยเหตุนี้เองจึงกลายเป็นปัญหา เป็นที่มาของการระดมแนวคิดเพื่อคิดค้นถึงมาตรการและยุทธศาสตร์ในการจัดการที่มีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรมโดยวางอยู่บนพื้นฐานของความร่วมมือกันของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
หลังจากเวทีระดมความคิดเห็นดังกล่าว ทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้หารือกับเครือข่ายประชาคมผู้ที่ทำงานด้านความมั่นคงของมนุษย์ในสังคมไทยบนอินเทอร์เน็ต เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะเชิงวิธีการเพื่อนำมาสู่ยุทธศาสตร์และแผนการทำงานในเชิงรูปธรรมเพื่อจัดการปัญหาเกมคอมพิวเตอร์ในสังคมไทย

ซอทู บุญอ่อน : จากเด็กชายไร้สัญชาติในแผ่นดินพม่า....สู่เด็กชายไร้สัญชาติแห่งสวนผึ้ง
เด็กชายซอทูเป็น 1 ในจำนวนคนนับพันที่ต้องหนีภัยการกวาดล้างครั้งใหญ่ ในช่วงปี พ.ศ.2540 จากผลของโครงการท่อส่งก๊าซไทย - พม่า อีกทั้งในช่วงนั้นกองทัพรัฐบาลทหารพม่าได้โจมตีฐานที่มั่นของกองกำลังกู้ชาติกะเหรี่ยง KNU แตก ทำให้มีผู้อพยพเข้ามาจำนวนมาก โดยครอบครัวของซอทูและเพื่อนบ้านทางชายแดนตะวันตกฝั่งอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี พวกเขาไม่ได้เข้าไปอยู่ในค่ายพักพิงชั่วคราวถ้ำหินเหมือนกับเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์อีกราว 8,000 คน เนื่องจากทางค่ายปิดรับแล้ว จึงได้พากันมาอาศัยอยู่ในชุมชน เขตหมู่บ้านห้วยแห้ง หมู่ที่ 5 อำเภอสวนผึ้ง ซึ่งตอนนั้นซอทูอายุยังไม่ถึง 1 ปีเต็ม

แดง บุญอ่อน : เด็กชายไร้รัฐ “เกิดที่ราชบุรี” จากบิดามารดาที่หนีภัยความตายเข้ามาอาศัยที่อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี
อาจประสบภัยต่อชีวิตหากต้องติดตามบิดามารดาที่ต้องถูกส่งกลับประเทศพม่า เมื่อสิทธิอาศัยในสถานะ “แรงงานสัญชาติพม่า” ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน พ.ศ.๒๕๔๗ สิ้นสุด และมิได้รับการต่ออายุ การเสี่ยงภัยต่อชีวิตเพราะบิดาเคยทำงานด้านการข่าวให้กองทัพไทย และอาจถูกลงโทษทางอาญา เพราะมีสถานะเป็นคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง ตาม มาตรา ๗ ทวิ วรรค ๓ แห่ง พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ ซึ่งถูกแก้ไขเพิ่มเติม โดย พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๓๕

พเน บุญอ่อน : คนไร้รัฐที่อาศัยอยู่ตามชายแดนไทย - พม่า หนีภัยความตายมาอาศัยที่ห้วยแห้ง และยอมขึ้นทะเบียนแรงงานพม่า ทั้งที่ไม่ใช่คนสัญชาติพม่า
อาจารย์วุฒิวิเคราะห์ให้ฟังต่อว่าในทางข้อเท็จจริง การเสียมะริด ทะวาย และตะนาวศรี เป็นเพียงเรื่องทางการเมือง ข้อเท็จจริงนี้ไม่ได้กระทบถึงชีวิตทางวัฒนธรรมของชาวบ้านในเขตพื้นที่ดังกล่าว ความสัมพันธ์ทางสังคมและวัฒนธรรมระหว่างคนตามแนวชายแดนยังดำเนินต่อไปและไม่ได้เกิดความแปลกแยกทางวัฒนธรรมระหว่างกันแต่อย่างใด  เด็กในพื้นที่พม่ายังคงเดินทางเข้ามาเรียนหนังสือในประเทศไทยอย่างเป็นปกติ  และเมื่อเกิดการสู้รบระหว่างรัฐบาลพม่าและชนกลุ่มน้อยแต่ละครั้ง จึงมีชาวบ้านในพม่าเข้ามาหนีภัยความตายในประเทศไทย

การประชุม นอส. เมื่อวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๔๘ เรื่องการพิจารณาแก้ไขปัญหาชาวกระเหรี่ยงบ้านห้วยแห้ง อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี
โดยเห็นว่า จากข้อเท็จจริง คนกลุ่มนี้เป็นผู้ที่อพยพเข้ามาอยู่อาศัยนานแล้ว แต่ตกสำรวจ ถือเป็นกลุ่มคนที่มีปัญหาสถานะและสิทธิ สมควรนำเข้าสู่กระบวนการแก้ไขปัญหาภายใต้ยุทธศาสตร์การจัดการปัญหาสถานะและสิทธิของบุคคล แต่จากความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนในการจดทะเบียนเป็นแรงงานต่างด้าว ทำให้เกิดปัญหาซึ่งกระทบต่อการได้รับสิทธิในการกำหนดสถานะ ดังนั้นจึงเห็นสมควรพิจารณาแก้ไขปัญหา โดยให้กระทรวงมหาดไทยรับไปพิจารณาดำเนินการต่อไป

กรณีศึกษานางวรินทร์ นามทอง : การเยียวยาความเสียหายให้กับลูกจ้างตามบัตรประกันสังคมที่ถูกถอนชื่อออกจากทะเบียนราษฎร (ทร.๑๔) และมีชื่อกลับเข้าสู่ทะเบียนราษฎร (ทร.๑๔) อีกครั้ง โดยผลของคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด
น้องวรินทร์บอกกับผมว่าไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี เพราะหากเกิดอาการเจ็บป่วย ไม่สบายในช่วงนี้ก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร จะหาเงินที่ไหนไปรักษาพยาบาลเนื่องจากเงินเดือนที่ได้รับ ณ ปัจจุบันนี้ก็ไม่ได้มากมายนัก และที่สำคัญตอนนี้ตนเองก็กำลังตั้งครรภ์ได้ ๓ เดือนแล้ว ดังนั้นตอนนี้จึงทำได้ก็เพียงภาวนาว่า ขออย่าให้ตนเองเจ็บไข้ได้ป่วยแต่อย่างใดเพื่อจะได้เก็บเงินไว้ใช้ตอนคลอดบุตรต่อไป  เรื่องของน้องวรินทร์นี้ ถือว่าเป็นตัวอย่างหนึ่งของคนไร้สัญชาติที่ได้รับผลกระทบจากการใช้สิทธิตามบัตรประกันสังคมเพราะเหตุของการถูกถอนชื่อออกจากทะเบียนราษฎร (ทร.๑๔) 

กรณีศึกษานายสาม ซอจิ่ง : ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์บอกเลิกสัญญากู้เงินกับชาวบ้านแม่อายที่ถูกถอนชื่อออกจากทะเบียนราษฎร (ทร.๑๔) ทำได้หรือไม่
เพราะค่าใช้จ่ายในการชำระหนี้ที่เพิ่มขึ้นนั้นเกิดจากการกระทำของธนาคาร กล่าวคือ ธนาคารผิดพลาดในการวินิจฉัยข้อกฎหมายเรื่องคุณสมบัติการเป็นลูกค้าของธนาคาร แม้ความผิดพลาดของธนาคารจะเป็นไปโดยสุจริตก็ตาม แต่ค่าใช้จ่ายดังกล่าวเกิดจากการกระทำของธนาคารซึ่งธนาคารควรจะต้องรับผิดชอบ แต่ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นนี้ธนาคารจะชดใช้ให้ชาวบ้านอย่างไรนั้นน่าจะต้องมีการตกลงพูดคุยกับชาวบ้านที่ได้รับความเสียหายในค่าใช้จ่ายในการชำระหนี้ที่เพิ่มขึ้นในแต่ละราย เพื่อที่จะได้ไม่เกิดข้อพิพาทระหว่างธนาคารกับชาวบ้านจนถึงขั้นต้องมีการดำเนินคดีหรือฟ้องร้องต่อศาล

กระบวนการของรัฐในการควบคุมคนไทยที่มีองค์ประกอบต่างด้าว
เพื่อควบคุมคนชาติของตนที่มีลักษณะต่างด้าว กฎหมายสัญชาติของนานารัฐจึงต้องกำหนดกฎเกณฑ์ในการเพิกถอนสัญชาติที่ตนได้ให้แก่บุคคลที่มีองค์ประกอบต่างด้าว กฎหมายนี้มักจะกำหนดข้อเท็จจริงที่รัฐเห็นว่า “ขัดต่อการถือสัญชาติของตน” ข้อเท็จจริงดังกล่าวจึงถูกกำหนดให้มีสถานะเป็น “เหตุ” ที่ให้อำนาจแก่องค์กรผู้บังคับตามกฎหมายของรัฐเข้าเพิกถอนสัญชาติที่ให้ไปได้

ทำไมผมจึงอยากเรียนสิทธิมนุษยชน ?
กระบวนการค่ายทำให้ผมได้แลกเปลี่ยนพูดคุยกับเพื่อนๆพี่ๆต่างสถาบันถึงบทบาทของนักศึกษาและการทำงานเพื่อสังคม  ทำให้ผมได้ตระหนักถึงหน้าที่ที่สำคัญของผู้มีโอกาสทางการศึกษาที่จะต้องตอบแทนให้กับสังคม  รวมไปถึงการได้ทบทวนถึงคุณค่าของชีวิตและการดำรงอยู่ของตนเอง   ไม่เพียงเท่านั้นผมยังมีโอกาสได้พูดคุยกับชาวบ้านถึงเหตุผลที่ชาวบ้านไม่ยอมให้มีการสร้างโรงงานไฟฟ้าในชุมชนของพวกเขา  การพูดคุยกับชาวบ้านทำให้ผมได้ความรู้และเกิดความเห็นใจชาวบ้าน  

๓ ปีแห่งการเสียสัญชาติไทยของคนแม่อาย ๑,๒๔๓ คน : ๓ ปี แห่งการเรียนรู้ของสังคมไทย
หากเราไม่อยากเห็นความร้าวฉานของสังคมในภาคเหนือดังที่เกิดในสามจังหวัดชายแดนในภาคใต้ เราคงจะต้องมาเรียนรู้บทเรียนที่ได้จากกรณีคนไร้สัญชาติที่แม่อาย และรัฐบาลซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบภาพรวมของการบริหารราชการจะต้องผลักดันให้แนวคิดมนุษย์นิยมเกิดขึ้นในหัวใจของทุกภาคส่วนที่เข้ามาจัดการปัญหาสถานะบุคคลในภาคเหนือ ซึ่งควรจะเริ่มต้นก่อนที่ภาคราชการ และควรจะใช้คดีแม่อายเป็นแบบฝึกหัด

ธุรกิจให้บริการข้อมูลผ่านอินเตอร์เน็ตบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ในสังคมไทย : แนวคิดในการจัดการภายใต้กฎหมายไทยและกฎหมายระหว่างประเทศ
แนวคิดที่จะจัดการธุรกิจให้บริการข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ในสังคมไทยที่มีประสิทธิภาพคือทำอย่างไรที่จะรักษาสมดุลระหว่างผลกำไรของผู้ประกอบการควบคู่ไปกับการรักษาคุณภาพของสังคม ซึ่งวิธีการที่เหมาะสมกับทุกฝ่ายคือรัฐสนับสนุนให้ผู้ประกอบการรวมกลุ่มเพื่อจัดการกันเองโดยออกกรอบหรือกติกาต่าง ๆ เพื่อใช้เป็นระเบียบแบบแผนในการปฏิบัติของผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกรอบกติกานี้ก็พัฒนาเป็นจารีตประเพณีต่อไป โดยรัฐควรทำหน้าที่เพียงกำกับดูแลเท่านั้น

ผลกระทบของเกมออนไลน์ต่อสังคมไทย : มุมมองกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล
การปลูกจิตสำนึกให้แก่เด็กและเยาวชน  โดยการให้ความรู้  ความเข้าใจ  ผลกระทบที่จะเกิดจากเทคโนโลยีให้แก่เด็ก  ผู้ปกครอง  ครู  บุคคลในส่วนต่างๆ  ของสังคมอันนำไปสู่การกำหนดกฎหมายจารีตประเพณี (Code of Conduct) ซึ่งใช้สามารถบังคับได้จริง  และได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง  และสร้างจริยธรรมให้แก่ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องในการรับผิดชอบต่อสังคม นอกจากนี้จะต้องเร่งผลิตบุคลากรขึ้นมาสร้างสรรค์เกมออนไลน์ในสังคมไทย เพื่อส่งเสริมการประกอบการให้แก่ผู้ประกอบการเกมออนไลน์ ผู้ประกอบการร้านอินเทอร์เน็ต โดยผู้สร้างสรรค์เกมจะได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายลิขสิทธิ์ทั้งในระดับภายในและในระดับกฎหมายระหว่างประเทศ

ห้องเรียนวิชากฎหมายสิทธิมนุษยชนของอาจารย์แหวว
หากกล่าวถึงการเรียนวิชาหนึ่ง ๆ ในมหาวิทยาลัย  ระดับปริญญาตรี  เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ย่อมจะนึกถึงภาพของห้องบรรยายที่มีผู้บรรยายเป็นศูนย์กลาง  ทำหน้าที่บรรยายเดี่ยวบ้างหมู่บ้างอย่างสมกับคำว่า  “Lecture”  แล้วปล่อยให้นักศึกษาหรือนิสิตจดตามในสิ่งที่ผู้บรรยายถ่ายทอดออกมา  แต่บรรยากาศดังว่านี้คงมิใช่บรรยากาศของ  “ห้องเรียนสิทธิมนุษยชน”  ที่  รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์  ท่านบรรจงสร้างเป็นแน่  

จากสบยอนถึงศาลปกครองสูงสุด : เส้นทางสายประวัติศาสตร์คดีสัญชาติแม่อาย
ปัจจัยสำคัญที่สุดของการต่อสู้ในแนวทางสันติวิธีของกลุ่มสิทธิชุมชนแม่อาย คือ ตัวของชาวบ้าน ทั้งผู้ที่ถูกจำหน่ายชื่อจากทะเบียนราษฎรเอง ญาติพี่น้องใกล้ชิดที่เกี่ยวข้องกับผู้ถูกจำหน่าย รวมไปถึงกลุ่ม คนในชุมชนบางส่วนที่ไม่ถูกจำหน่ายชื่อ แต่ยินยอมพร้อมใจเป็นแกนนำของกลุ่ม ทุกคนต่างร่วมมือร่วมใจ เสียสละทั้งกำลังกาย กำลังใจ และกำลังทรัพย์เพื่อให้การดำเนินการแก้ไขปัญหาเป็นไปด้วยดี 

วันที่เราได้ความเป็นไทยคืน
"...ประกาศของผู้ถูกฟ้องคดี..เป็นคำสั่งทางปกครองที่ออกโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และให้เพิกถอนประกาศอำเภอแม่อาย ลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2545 ทั้งฉบับ และให้มีผลต่อผู้ถูกกระทบจากประกาศดังกล่าวทุกคน" แววกังวลเปลี่ยนเป็นน้ำตาที่หลั่งไหลจากหัวใจของคนแม่อายนับร้อยชีวิต ต่างคนต่างโผเข้ากอดกันและกัน น้ำตาที่เปื้อนบนรอยยิ้มเริ่มจางลง แล้วเสียงของความยินดี ก็ค่อยดังขึ้นกลายเป็นเพลงชาติไทยและบทเพลงสรรเสริญพระบารมี ที่ถูกเปล่งออกมาจากคนไทย ธงชาติไทยโบกพลิ้ว มือกระชับพระบรมฉายาลักษณ์แนบแน่นกับอก ...8 กันยายน พ.ศ.2548 ชาวแม่อายทุกคนได้สัญชาติไทยกลับคืนแล้ว... 

แม่อายยังสะอื้น : การถอนชื่อคนสัญชาติไทยออกจากทะเบียนราษฎรไม่กระทบสิทธิในสัญชาติไทยจริงหรือ ?
หากเราไม่สนใจในปัญหาความด้อยการศึกษาของชาวบ้านตามแนวชายแดน และความไม่สมบูรณ์ของเอกสารทะเบียนราษฎรในยุคต้น ก็จะมีคนที่ประสบชะตากรรมแบบชาวแม่อาย 1,243 คนอีกมากมาย ความเจ็บปวดของคนรากหญ้าในภาคใต้ที่ตกอยู่ในความไม่เอาใจใส่ของรัฐไทยมาอย่างยาวนาน นำมาซึ่งความไม่สงบและความรุนแรงในภาคใต้ ในวันนี้ แล้วเรานึกไหมว่า ความละเลย ทอดทิ้ง คนของแผ่นดินไทยในภาคเหนือในวันนี้ จะนำรัฐไทยไปสู่สถานการณ์อย่างใดในหลายสิบปีที่จะตามมาในอนาคต  เราจะเรียนรู้ที่จะรักคนของแผ่นดินไทยไหมเนี่ย

เมื่อมีใครสักคนบอกคุณว่า “การถูกเพิกถอนชื่อออกจากทะเบียนบ้าน” นั้น ไม่สำคัญ?
ก็เข้าใจในใครก็ตาม ที่คิดว่า “การถูกเพิกถอนชื่อออกจากทะเบียนบ้าน” ไม่มีความสำคัญใด หรือไม่เป็นการสร้างผลกระทบต่อสิทธิใดๆ ของคนๆ หนึ่งเลย คงไม่มีหนทางใดยืนยันถึงความสำคัญของมันได้ดีไปกว่า การทดลองเพิกถอนชื่อตัวเองออกไป “ทะเบียนบ้าน” สักพัก ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง คงต้องมาจากประสบการณ์ตรง หรืออย่างน้อย ต้องเคยเห็นน้ำตาของคนที่ถูกถอนชื่อออกจากทะเบียนราษฎรสักครั้ง

จากก๋งของหยก.. สู่.. ชาวบ้านแม่อายสะอื้น : “ความเป็นไทย” ที่ไม่ต้องจินตนาการ
หากคนที่ได้มีโอกาสเข้ามาสร้างชีวิตใหม่ในประเทศไทย จะได้ปลาบปลื้มในความเป็นไทยที่ได้รับพระเมตตาอย่าง “ก๋ง” แล้ว  คนไทยแท้ๆ ที่กำลังทุกข์กับการเป็นคนไร้สัญชาติ จะยิ่งภาคภูมิใจกว่าเพียงไร หากสิทธิความเป็นไทยของพวกเขา จะได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการจากรัฐไทย  ไม่เช่นนั้น คงต้องช่วยกันคิดต่อด้วยว่า จะให้พวกเขาเป็นใครบนแผ่นดินไทยนี้ !!

ประเสริฐ อินทรจักร : คนไทยพลัดถิ่นในสายตาของศาลไทย
เส้นเขตแดนอาจมีผลทางการเมืองระหว่างประเทศไทยและประเทศอังกฤษหรือประเทศพม่าที่ได้มะริดไปในที่สุด แต่สำหรับชาวบ้านในพื้นที่ เส้นเขตแดนดังกล่าวไม่อาจสร้างความเป็นอื่นระหว่างคนเชื้อชาติไทยที่บางสะพานใหญ่และคนเชื้อชาติไทยที่มะริด ความเป็นหนึ่งเดียวทางชาติพันธุ์ยังคงชัดเจนไม่ว่าเมื่อวันวานหรือในวันนี้หรือแม้ในอนาคตกระมัง เส้นเขตแดนแบ่งดินแดนได้ แต่แบ่งแยกคนเชื้อชาติไทยออกจากกันมิได้

คำพิพากษาศาลจังหวัดระนอง ระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดระนอง โจทก์ ประเสริฐ อินทรจักร จำเลย เรื่อง ความผิดต่อพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง
คนไทยพลัดถิ่นถือว่าเป็นคนเชื้อชาติไทย แต่ไม่มีสัญชาติไทย  คนไม่มีสัญชาติไทยอยู่ในความหมายของคนต่างด้าว ตามพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ มาตรา ๔ แต่อาจได้สัญชาติไทยได้ตามพระราชบัญญัติสัญชาติ  มาตรา ๗  คนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือการอนุญาตสิ้นสุดหรือถูกเพิกถอนย่อมมีความผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๘๑  แต่คนไทยพลัดถิ่นซึ่งถือว่าเป็นผู้มีเชื้อชาติไทย อาจได้รับการผ่อนผันให้อยู่ในราชอาณาจักรไทยได้ 

นิติบุคคลภายใต้หลักกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล : แนวคิดและกรณีศึกษา
ในวิชานิติศาสตร์ จึงปรากฏเป็นหลักทั่วไปที่รัฐหนึ่งๆ จะไม่ปฏิเสธสิ่งที่มีจุดกำเนิดจากกฎหมายของตน เพราะการปฏิเสธดังกล่าวจะหมายความว่า รัฐนั้นปฏิเสธความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายของตนเอง ดังนั้น ในทางปฏิบัติ รัฐจะไม่ปฏิเสธที่จะยอมรับว่า นิติบุคคลที่ก่อตั้งสภาพบุคคลตามกฎหมายของตน (Incorporation) ย่อมมีสัญชาติของตนในความหมายทั่วไป

กิตติกรรมประกาศ โดย นางสาวดรุณี ไพศาลพาณิชย์กุลต่อเพื่อนร่วมทาง
หัวข้อวิทยานิพนธ์นี้ ค่อนข้างสร้างความรู้สึกขัดแย้งในตอนแรก มนุษย์เราเกิดมาก็มีตัวตนในทางข้อเท็จจริงอย่างปฏิเสธไม่ได้ ทำไมต้องมีเอกสารพิสูจน์ทราบตัวบุคคลหรือเอกสารแสดงตนมารับรอง ยืนยัน  แต่ก็อีกนั้นแหละ ข้อเท็จจริงในทางปฏิบัติได้ให้บทเรียนว่า ในหลายสถานการณ์ที่เมื่อขาดเอกสารพิสูจน์ทราบตัวบุคคลแล้ว ตัวตนในทางข้อเท็จจริงในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง แทบจะไม่มีความหมาย สภาพบุคคลตามกฎหมายที่ได้รับการยอมรับจากรัฐประชาชาติ ผ่านบัตรสักใบ ต่างหากที่จำเป็นและสำคัญจนน่าแปลกใจ

เดือน อุดมพันธุ์ : จดหมายของอาจารย์แหววเพื่อรับรองสัญชาติไทยและสิทธิในการสมัครสอบเป็นข้าราชการครูของเดือน
สพท.เชียงรายไม่ทราบข้อกฎหมายที่ว่า นางสาวเดือนมีสัญชาติไทยโดยการเกิด เพียงแต่ในปัจจุบัน โดยข้อเท็จจริง กรมการปกครองยังมิได้ลงรายการสถานะบุคคลของนางสาวเดือนในทะเบียนราษฎรตามกฎหมายว่าด้วยทะเบียนราษฎร และยังมิได้ออกบัตรประจำตัวประชาชนตามกฎหมายว่าด้วยบัตรประชาชน  อนึ่ง กรณีของนางสาวเดือนเป็นกรณีที่เหมือนกับกรณีของนายยุทธนา ผ่ามวัน ซึ่งความเป็นคนสัญชาติไทยเป็นไปโดยกฎหมาย แต่ถูกปฏิเสธสิทธิที่จะศึกษาในคณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ในปีการศึกษา ๒๕๔๗ ศาลฎีกาได้ยืนยันสัญชาติไทยของบุคคลในสถานการณ์เดียวกับนางสาวเดือนและนายยุทธนาในหลายคำพิพากษา 

โรงเรียนอาชีวศึกษาแม่สาย และโรงเรียนสอนภาษาจีนอาชีวศึกษาแม่สาย : พันธมิตรของอาจารย์เอ๋ในการขจัดปัญหาความไร้รัฐและความไร้สัญชาติของเด็ก เยาวชน และครอบครัวในภาคเหนือของประเทศไทย
โรงเรียนมีความยินดีที่จะให้ความร่วมมือในการจัดกิจกรรม และหากทางท่านต้องการจัดกิจกรรม ณ โรงเรียนอาชีวศึกษาแม่สาย ทางโรงเรียนยินดีอย่างยิ่ง ทางโรงเรียนพยายามเต็มที่ ที่ ปรับเปลี่ยนความคิดของนักเรียนที่ไร้สัญชาติที่คิดถึงปมด้อยทางสังคม ซึ่งเป็นงานที่ต้องระวัง และเน้น เนื่องด้วยนักเรียนของอาชีวศึกษาแม่สายเป็นวัยรุ่นเต็มตัว หากคิดผิดด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจในสังคมก็จะสร้างปัญหามหาศาลแก่สังคม ดังนั้น จึงอยากให้นักเรียนได้รับรู้ของสิทธิที่พึงมีพึงได้ในขั้นต้น และแสดงความคิดเห็นแก่ผู้มีอำนาจหน้าที่ได้เข้าใจ และหาทางแก้ไขต่อไป

เดือน อุดมพันธุ์ : สัญญากับอาจารย์แหววว่า จะไม่ทิ้งคนอื่น และจะสู้ให้ถึงที่สุด
หนูรู้สึกปลื้มใจและดีใจมากๆ ค่ะที่ได้มารู้จักกับอาจารย์  อาจารย์มีน้ำใจที่ประเสริฐจริงๆ  หนูต้องขอขอบพระคุณอาจารย์เป็นที่สุด และหนูสัญญาว่าถ้าหนูได้รับสัญชาติแล้วหนูจะไม่ทิ้งคนที่มีปัญหาเช่นเดียวกันแน่นอน  หนูสัญญาค่ะ ยังไงหนูจะตั้งใจอ่านหนังสือเพื่อสอบบรรจุและจะพยายามทำให้สุดความสามารถหนูจะไม่อ่อนแอ จะไม่ยอมแพ้อีกแล้วค่ะ  หนูจะสู้ให้ถึงที่สุด 

รายงานความคืบหน้า “การสำรวจและวิเคราะห์สถานการณ์ด้านข้อเท็จจริงของภาคเหนือ”
คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยพายัพได้เข้ามาร่วมรับผิดชอบโครงการเด็กไร้รัฐในส่วนของการประสานงานกับองค์กรเครือข่ายของภาคเหนือ เพื่อค้นหาต้นแบบของเด็ก เยาวชน และครอบครัวไร้รัฐที่อาศัยอยู่ในภาคเหนือซึ่งจะนำมาใช้เป็นกรณีศึกษาจำนวน ๑๐๐ กรณีจากกรณีศึกษาทั้งหมด ๒๐๐ กรณี และเนื่องจากกรณีศึกษาที่คัดเลือกมานั้นจะใช้เป็นต้นแบบในการศึกษาปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านสถานะบุคคล ปัญหาด้านสิทธิขั้นพื้นฐาน เช่น ด้านการเดินทาง การศึกษา การทำงาน เป็นต้น รวมทั้งจะใช้เป็นต้นแบบในการสร้างและพัฒนาองค์กรความรู้ให้กับนักวิจัยที่จะต้องหาคำตอบของปัญหาดังกล่าว ดังนั้น ต้นแบบดังกล่าวจะต้องเป็นต้นแบบที่มีข้อเท็จจริงของปัญหาที่หลากหลายเพื่อให้ผู้วิจัยสามารถทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้นให้มากที่สุด ทั้งนี้ เพื่อสร้างเครื่องมือสำหรับการแก้ไขปัญหาที่ครอบคลุมได้มากที่สุดด้วยเช่นกัน 

สัญญาซื้อขายสินค้าระหว่างประเทศ เสถียรภาพในทางกฎหมาย และประเทศไทย : ความจำเป็นที่จะต้องมีกฎหมายสาระบัญญัติพิเศษว่าด้วยสัญญาซื้อขายสินค้าระหว่างประเทศ
กฎหมายสาระบัญญัติพิเศษว่าด้วยสัญญาซื้อขายสินค้าระหว่างประเทศจึงเป็นหนทางในการแก้ไขปัญหานี้อีกเช่นกัน เพราะถ้าทุกประเทศที่เกี่ยวข้องกับสัญญาซื้อขายสินค้าระหว่างประเทศเป็นภาคีของอนุสัญญาของสหประชาชาติแห่งกรุงเวียนนาลงวันที่ ๑๑ เมษายน ค.ศ. ๑๙๘๐ ว่าด้วยสัญญาซื้อขายสินค้าระหว่างประเทศ สิทธิหน้าที่และความรับผิดของคู่สัญญาในสัญญาซื้อขายสินค้าระหว่างประเทศจะเป็นเรื่องที่ไม่มีความแตกต่างเมื่อประเทศที่กล่าวอ้างสิทธิหน้าที่และความรับผิดของคู่สัญญามีความแตกต่างกัน อาทิ สิทธิหน้าที่และความรับผิดของนายแก้วพ่อค้าไทยในสัญญาซื้อขายสัปรดกระป๋องกับนายอองรีพ่อค้าฝรั่งเศส จะเป็นเรื่องที่ไม่มีความแตกต่างไม่ว่าจะพิจารณาสิทธิหน้าที่และความรับผิดของนายแก้วในประเทศไทยหรือ ในประเทศจีนหรือในประเทศฝรั่งเศส 

จดหมายรับรองนางคำ อินหลู่และบุตร : คนสัญชาติไทยโดยการเกิดซึ่งตกหล่นทางทะเบียนราษฎรและจำต้องรับบัตรผู้พลัดถิ่นสัญชาติพม่า
จนมาถึงในช่วงปี พ.ศ. ๒๕๒๒ ได้ทราบข่าวว่าภาครัฐได้มาจัดทำทะเบียนและบัตรให้ โดยในขณะนั้นไม่ทราบว่าเป็นบัตรอะไร อีกทั้งผู้ใหญ่บ้านในขณะนั้น ได้ให้ข้อมูลว่าถ้าไม่ไปทำบัตร จะต้องถูกผลักดันออกนอกประเทศ ตนและครอบครัวจึงได้ไปจัดทำ โดยในวันที่ไปจัดทำนั้น ได้ไปทำที่วัดและในสถานที่จัดทำนั้น ไม่มีการติดประกาศใดๆ ทั้งสิ้นว่าจัดทำทะเบียนและบัตรอะไร อีกทั้งเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ถามรายละเอียดหรือประวัติของตนแต่อย่างใด จนภายหลังเมื่อได้รับบัตร ก็กลายเป็นบัตรสีชมพู สำหรับผู้พลัดถิ่นสัญชาติพม่า และในทะเบียนก็ระบุว่าเกิดที่ประเทศพม่า ซึ่งไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

บ้านห้วยแห้ง : ห้องทดลองทางสังคมเพื่อแสวงหาองค์ความรู้ในการแก้ไขปัญหาความไร้รัฐให้แก่กลุ่มชาติพันธุ์ซึ่งเป็นบุคคลบนพื้นที่สูงในพื้นที่เสี่ยงภัยความตาย
ภายใต้โครงการเด็กไร้รัฐ สนับสนุนการทำงานโดย มสช. และ สสส. นางสาวสรินยา กิจประยูร และนายชุติ งามอุรุเลิศ ในฐานะนักวิจัยในโครงการดังกล่าว จึงได้สร้าง”ห้องทดลองทางสังคม" อีกครั้งหนึ่งที่หมู่บ้านห้วยแห้ง ตำบลตะนาวศรี อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี โดยการจับเอาปัญหาของคนไร้รัฐที่บ้านห้วยแห้งแห่งนี้มาทดลองดำเนินการแก้ปัญหา เพื่อสร้างความเข้าใจต่อสังคมโดยรวม  จึงต้องทำ "บันทึกประวัติการติดตามศึกษาและตรวจสอบข้อเท็จจริง" ชาวบ้านกลุ่มนี้ควรจะได้รับการแก้ไขปัญหาตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๔๒ แต่ได้ตกสำรวจการจัดทำทะเบียนประวัติและบัตรสำรวจชุมชนบนพื้นที่สูงตามแผนแม่บทฯ ฉบับที่ ๒  จึงจำเป็นต้องไปรับการสำรวจเป็นแรงงานสัญชาติพม่า ทั้งที่มิใช่แรงงานที่มีนายจ้างและมิใช่คนสัญชาติพม่า เพื่อมิให้ถูกผลักดันออกไปจากประเทศไทย และเสี่ยงภัยความตายในประเทศพม่า

สถานการณ์ของเด็กไร้สัญชาติที่ปรากฏตามชายแดนไทย- พม่า : ประเภทของบุคคลไร้สัญชาติและปัญหาต่างๆ ที่เกิดแก่ที่ปรากฏตามชายแดนไทย- พม่า
สำหรับแนวทางของการแก้ไขปัญหาที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดนั้นจะต้องเกิดจากการผนึกกำลังของทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคประชาชน โดยอาจเริ่มต้นในรูปแบบของ “ห้องทดลองทางสังคม (Social Lab)” อันจะก่อให้เกิดสภาวะแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายในการร่วมกันทำงานแก้ไขปัญหาอย่างเป็นเครือข่าย และเป็นต้นแบบเพื่อขยายผลไปสู่การแก้ไขปัญหาอื่นๆของสังคมต่อไป

อนันต์ : คนไร้รัฐแห่งจังหวัดนครพนม
ทุกวันนี้ผมมีครอบครัวแล้ว ผมแต่งงานปี ๒๕๔๐ มีบุตร ๑ คน เป็นผู้ชาย ตอนนี้ ๕ ขวบแล้ว กำลังน่ารัก ผมรักเขามาก ลูก เมียของผมเป็นคนไทย สัญชาติไทย เหลือแต่ผมที่ไม่มีสัญชาติ ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎร์อะไรเลย ทั้งที่เป็นลูกคนไทย เกิดในไทย ผมไปทำการร้องขอหลายครั้งที่อำเภอ จนทางเจ้าหน้าที่ ท่านปลัดก็สงสารผม แต่ทางท่านก็ไม่สามารถช่วยเหลือได้ ท่านปลัดบอกว่ามันเป็นสิทธิ์การตัดสินใจของท่านนายอำเภอคนเดียว

12 ปี แห่งการรอคอยข้ามทศวรรษ : เสียงครวญจากชาวถิ่นไท..ที่ถูกลืม
ความพยายามในการพิสูจน์สัญชาติไทยของพวกเขาไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะหลักฐานยืนยันการเกิดในประเทศไทย หรือที่ช่วยยืนยันว่าเคยอยู่ในเมืองไทยมาก่อน ซึ่งสูญหายหรือถูกทำลายในช่วงหนีสงคราม และในช่วงปี 2528 ยังเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ที่ว่าการอำเภอปัว ซึ่งเป็นที่เก็บทะเบียนบ้านของราษฎรตำบลบ่อเกลือ ทำให้หลักฐานดังกล่าวสูญหายไปด้วย แม้ว่าจะมีข้าราชการบางคนที่เคยปฏิบัติราชการอยู่ที่ตำบลบ่อเกลือในอดีต จะสามารถจำชาวบ้านที่มีอายุมากได้ แต่ก็ไม่สามารถนำมาเป็นหลักฐานพิสูจน์ตนได้ในทางปฏิบัติ ด้วยเหตุนี้ จึงมีชาวบ้านเพียงบางส่วน ราว 20% ที่สามารถพิสูจน์สัญชาติไทยได้ในปี 2527 ส่วนที่เหลือซึ่งพิสูจน์ไม่ได้ถูกขนย้ายไปไว้ที่ศูนย์ควบคุมผู้อพยพบ้านนาโพธิ์ อ.เมือง จ.นครพนม ในจำนวนนี้ เป็นชาวถิ่นจำนวน 899 คน ต่อมาคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2534 อนุมัติการแปลงสัญชาติไทยให้บุคคลกลุ่มนี้ 

รหัสลับ “โต๊ะการค้า”
“โต๊ะการค้า” เป็นชื่อเรามักจะคุ้นเคยกันในกลุ่มนักศึกษาปริญญาโท คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งทำวิทยานิพนธ์กับ รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร (อาจารย์แหววของพวกเรา) เมื่อได้ยินคำว่า “โต๊ะการค้า” พวกเราจะนึกถึงความยากลำบาก ความผูกพันของความเป็นเพื่อนความเป็นพี่เป็นน้อง  นึกถึงความภาคภูมิใจ นึกถึงวันเวลาที่เราหัวเราะ ร้องไห้ในเวลาที่เรารู้สึกกดดันรู้สึกเครียดมากๆ แต่ก็อดนึกถึงในอีกแง่มุมหนึ่งถึงความเจ้าเล่ห์และความร้ายของพวกเราด้วยเช่นกัน

พระไร้สัญชาติแห่งจังหวัดเชียงราย
อาตมาจำความได้ว่าเกิดมาก็อยู่ที่บ้านถ้ำปลา (บ้านห้วยปูแกง) ต.โป่งงาม (เมื่อก่อนเป็น อ.โป่งผา) อ.แม่สาย จ.เชียงราย แต่ยอมรับว่า พ่อแม่อาตมาเป็นคนยอง ไทลื้อท่านมาอยู่เมื่อไหร่นั้นก็ไม่ทราบ แต่มาอยู่เป็นระยะเวลายาวนานพอสมควร เมื่อปี ๓๔ โยมพ่อ แม่อาตมาก็ไปขึ้นทะเบียนที่ว่าการอำเภอแม่สาย ตอนนั้น อาตมายังเล็กอยู่ ไม่รู้ความอะไร ตอนนั้นมีพี่น้องชาวเขา หลายเผ่าก็ไปกัน บางเผ่าก็ได้สัญชาติ บางเผ่า บางกลุ่มก็ได้บัตรสีต่างๆ สีชมพู สีส้ม สีขาว อะไรไม่รู้นะ ตอนนั้นเป็นเด็ก

อามัน : คนไร้รัฐแห่งจังหวัดยะลา
ข้างบ้านเช่าของเพื่อนผมนั้น มีผู้หญิงคนหนึ่งได้เช่าบ้านอยู่ข้างๆ เวลาเพื่อนผมออกไปขายของ ผมก็จะอยู่บ้าน ผุ้หญิงคนนี้มีรถสุนคันหนึ่ง ซึ่งได้สุนไปขายของ (ขนมปังย่าง) ผู้หญิงคนนี้มีลูก 2 คน และก็ขายของได้บ้าง ไม่ได้บ้าง และเธอก็เป็นหนี้เช่าสิ้น และผมก็สงสาร ต่อมาผมก็ได้ถามเธอว่าเธอมีพี่น้องไหม เธอบอกว่ามีพี่น้อง 2 คน ถ้าอย่างนั้นผมจะรับเลี้ยงคุณและลูกๆ ของคุณ และถามว่าคุณจะรังเกียจผมไหม ต่อมาผมก็ได้แต่งงานกัน แต่พี่ชายของผู้หญิงคนนี้ไม่ยอม หลังจากนั้นผมก็ได้พาภรรยาและลูกๆ มาอาศัยอยู่ใน จ.ยะลา

จดหมายอาจารย์วุฒิบอกข่าวการรวมตัวตัวกันของชาวกะเหรี่ยงแห่งสวนผึ้งเพื่อพี่น้องกะเหรี่ยงไร้รัฐ
สวนผึ้งฝนตกทุกวันเลย  ท้องฟ้าปิดมาเกือบ 2 อาทิตย์แล้ว   ต้นกล้าปีนี้ไม่เป็นใจเลย  ไม่ค่อยงอก    ฝนฟ้าก็ดูเหมือนไม่เป็นใจ  เหมือนจะหยอกล้อพวกเรา   ทำเอาใจไหวหวั่นเหมือนกันครับ    คนทำนาสวนผึ้งทั้งหมดยังไม่ได้ดำนากันเลยครับ

กรณีศึกษานางสาวเบญจมาศ : อดีตคนไร้สัญชาติที่ไม่อยากให้ใครรู้ว่า เธอเคยไร้สัญชาติ
แต่เนื่องจากค่าเทอมและค่าใช้จ่ายต่างๆ สูงมาก ผุ้อุปถัมภ์จึงบอกขอเลิกให้ทุนต่อในภาคการศึกษาที่สองนี้ทำให้หนูไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม ทางวิทยาลัยเห็นว่าหนูมีผลการเรียนดี(ได้เกรดเฉลี่ยในภาคเรียนที่ผ่านมา 3.75) และหนูก็มีความใฝ่ฝันที่อยากจะเรียนให้จบ หนูจึงอยากกู้เงินรัฐบาลเพื่อจ่ายเป็นค่าเทอมและตั้งใจจะหางานทำเพิ่มนอกเวลาเรียนเพื่อไว้เป็นค่าใช้จ่ายประจำวันแต่ไม่สามารถกู้ได้เพราะหนูยังไม่ได้สิทธิ์ความเป็นไทย

แวว สุขนวน : เด็กหญิงน้อยแห่งเพชรบูรณ์ซึ่งเป็นคนสัญชาติไทยโดยการเกิดที่ตกเป็นคนไร้รัฐตั้งแต่เกิด
ดญ.แวว สุขนวนถูกระบุว่า ไม่มีสัญชาติไทยในหนังสือรับรองการเกิด (ท.ร. ๑/๑ ตอนที่ ๑) จากโรงพยาบาลหล่มเก่า เมื่อไปดำเนินการแจ้งเกิดที่อำเภอหล่มเก่า เจ้าหน้าที่แจ้งว่าให้รอทำสูติบัตรพร้อมบิดามารดาเมื่อบิดามารดาได้สัญชาติไทยแล้ว จึงไม่มีสูติบัตรตามมาตรา  ๒๐  แห่ง พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ.๒๕๓๔ และไม่ได้รับการลงรายการสถานะบุคคลในทะเบียนราษฎรไทยตามมาตรา  ๓๖  แห่ง พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ.๒๕๓๔  ดญ.แวว สุขนวนไม่มีชื่อในทะเบียนราษฎรไทย หรือทะเบียนราษฎรของรัฐใดเลยในโลก ผลก็คือ แววย่อมตกเป็นเด็กไร้สัญชาติโดยข้อเท็จจริง  เนื่องจากอำเภอหล่มเก่าไม่ยอมรับว่า มีสัญชาติไทย ทั้งที่มีสัญชาติไทยตามกฎหมายไทย

จดหมายของอาจารย์อายุ นามเทพถึงนายกรัฐมนตรีขอความอนุเคราะห์เร่งรัดกระบวนการพิจารณาขอแปลงสัญชาติเป็นไทย
แต่เนื่องจากดิฉันได้ใช้สิทธิยื่นคำขอแปลงสัญชาติเป็นไทยตามมาตรา ๑๑ (๑) แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ อันมีองค์ประกอบ คือ เป็นบุคคลบรรลุนิติภาวะ มีความประพฤติดี มีอาชีพเป็นหลักฐาน และได้ทำความดีความชอบเป็นพิเศษต่อประเทศไทย ซึ่งดิฉันมีความเชื่อมั่นว่า มีองค์ประกอบครบถ้วนตามที่กฎหมายดังกล่าวกำหนดไว้แล้ว ฉะนั้น ดิฉันจึงได้ยื่นหนังสือชี้แจงเรื่องดังกล่าวไปที่ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่พร้อมความเห็นทางกฎหมายของอาจารย์วรรณทนี รุ่งเรืองสภากุล เมื่อวันที่ ๖ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๔๘ ที่ผ่านมา แต่ก็ยังไม่ได้รับคำตอบจากทางตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่เลย

ยุทธศาสตร์การจัดการปัญหาสถานะและสิทธิของบุคคล : ทางออกของปัญหาสถานะบุคคลของบุคคลบนพื้นที่สูงในประเทศไทย ??
โดยพื้นฐานแล้วชาวบ้านจะเข้าใจความเป็นมาของตนเองอย่างดี หากได้เข้าใจแนวนโยบายตามยุทธศาสตร์ที่รัฐไทยมิได้ทอดทิ้งหรือละเลยทุกคนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ไม่ว่าในกรณีใดๆ และกำลังเร่งดำเนินการแก้ปัญหา พวกเขาน่าจะยอมรับได้และเดินไปตามช่องทางของตนเอง ยิ่งถ้าได้อธิบายในอีกแง่มุมที่เป็น “ความจริง” ว่าหากชาวบ้านพยายามเดินทางลัด อาจจะส่งผลร้ายกว่า ไม่ในรุ่นของตนเองก็อาจในรุ่นลูกรุ่นหลาน ดังที่กำลังปรากฎอยู่หลายกรณีในปัจจุบัน   ฉันว่า ชาวบ้านควรมีสิทธิที่จะตัดสินใจเลือกชีวิตของตนเองได้ อย่างอิสระ !

ครอบครัวอุลลาห์ : คนไร้รัฐจากแคว้นอรากัน
ตั้งแต่เวลาที่นายอีนาเยท  และครอบครัว ได้เข้ามาอยู่ในเมืองไทย  นายอีนาเย็ท ได้พยายามติดต่อ และดำเนินการต่างๆ เพื่อให้ตนเองและครอบครัวได้มีสถานะที่ถูกต้องตามกฎหมาย และ สามารถดำเนินชีวิตประจำวันต่างๆ ได้โดยไม่ผิดกฎหมาย แต่นายอีนาเย็ทก็ยังไม่เคยได้รับการรับรองอย่างถูกต้องตามกฎหมายจากรัฐไทย  ทำให้ปัจจุบัน นายอีนาเย็ท และครอบครัวยังคงตกเป็นบุคคลไร้สัญชาติ และไม่ได้รับการรับรองสถานะที่ชอบด้วยกฎหมายจากรัฐไทย ทำให้นายอีนาเย็ท และครอบครัวประสบปัญหาในการดำเนินชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก 

สายสมร แสงแก้ว : ทั้งกฎหมายและนโยบายยอมรับให้มีสิทธิในสัญชาติไทย แต่ทำไมจึงยังไร้สัญชาติ ??
บุคคลที่เกิดในประเทศไทยจากบิดามารดาซึ่งเป็นบุคคลที่อพยพมาจากประเทศพม่าก่อนวันที่ ๙ มีนาคม พ.ศ.๒๕๑๙ และได้รับบัตรผู้พลัดถิ่นสัญชาติพม่า ทั้งนี้ โดยที่ฝ่ายบริหารของประเทศไทยตระหนักว่า บุคคลในสถานการณ์ดังกล่าวเป็นบุคคลไร้สัญชาติและอาศัยอยู่ในประเทศไทยจนมีความกลมกลืนกับสังคมไทยจนไม่อาจสร้างความไม่มั่นคงต่อแผ่นดินไทย จะเห็นว่า มารดาของนางสาวสายสมรนั้นเป็นบุคคลที่อพยพมาจากประเทศพม่าก่อนวันที่ ๙ มีนาคม พ.ศ.๒๕๑๙ และได้รับบัตรผู้พลัดถิ่นสัญชาติพม่า ดังนั้น นางสาวสายสมรจึงมีสิทธิที่จะยื่นขอสัญชาติไทยตามข้อกฎหมายและนโยบายข้างต้น และเมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีคำสั่งอนุญาตให้สัญชาติไทยแก่นางสาวสายสมร สภาวะความเป็นคนไร้สัญชาติของบุคคลผู้นี้ก็จะสิ้นสุดลง

คนเคยไร้รัฐ และกำลังจะไร้รัฐอีกครั้ง ที่ “บ้านร้องพระเจ้า”
ที่ร้านกาแฟ เจี๊ยบบอกฉันว่า “ถ้าคิดจากว่า เราใช้เวลาและเงินสำหรับการมาเก็บข้อมูลทำ thesis เธอ น่ะ ก็ไม่น่าจะคุ้มหรอก (ขอบคุณมาก !!!! เพื่อน) ... แต่ถ้าคิดจากว่า มันทำให้เราได้รู้ปัญหาของคนกลุ่มหนึ่ง และเราก็พอจะแนะนำหรือช่วยเขาหาทางออกให้เขาได้บ้าง มันทำให้เขามองเห็นทางออกได้บ้าง และพอเห็นทางว่าควรจะทำอะไรต่อไป ...การช่วยทำให้ใครที่กำลังกังวลกับปัญหาของเขา รู้สึกดีขึ้น ไม่ว่ามากหรือน้อย ก็นับว่าคุ้มนะ" นั่นเป็นมุมมองของเพื่อน ฉันรู้ว่าเจี๊ยบอยากปลอบใจฉัน ฉันได้ในสิ่งที่ฉันตั้งใจไว้สำหรับการเดินทางมาเยี่ยมเยียนชุมชนบ้านร้องพระเจ้านี้ คือ ได้ case study อีกตัวอย่างหนึ่งไปใส่ใน Thesis แต่ก็อีกนั่นแหละ--การที่เราไปยังพื้นที่ต่างๆ/ เข้าไปรับรู้ ปัญหาของคนอื่น โดยที่เราสามารถช่วยเขา “โดยตรง” ได้น้อยมากนั้น มันเป็นเรื่องที่ดีจริงหรอ ?

ศาลฎีกาใน ฎ.๒๔๖๗/๒๕๓๘ ยอมรับสิทธิในสัญชาติไทยของบุตรที่เกิดในประเทศไทยจากบิดาและมารดาต่างด้าวที่มีเชื้อชาติจีน ก่อนวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๓๕
บุคคลที่เกิดในประเทศไทยจากบิดาและมารดาที่เป็นคนต่างด้าวย่อมตกอยู่ภายใต้มาตรา ๗ ทวิ วรรคที่ ๑ หากบิดานั้นเข้าเมืองมาในลักษณะไม่ถาวร ทั้งนี้โดย ไม่ต้องมาคำนึงถึงสถานภาพของมารดาต่างด้าวว่าเป็นเช่นใด การที่มารดาเป็นคนต่างด้าวที่เกิดในประเทศไทยหรือการที่มารดาเป็นคนต่างด้าวที่มีใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวไม่อาจช่วยให้บุคคลดังกล่าวหลุดพ้นจากมาตรา ๗ ทวิ วรรคที่ ๑(ฎ.๒๙๐๑/๒๕๓๕, ฎ.๒๒๒๑/๒๕๓๘ และ ฎ.๔๙๒๓/๒๕๓๘) ในประการสุดท้ายที่ปรากฏอย่างชัดเจนแล้วก็คือ บุคคลที่เกิดในประเทศไทยจากบิดาและ มารดาซึ่งเป็นคนต่างด้าวที่เกิดในประเทศไทยย่อมไม่ตกอยู่ภายใต้มาตรา ๗ ทวิ วรรคที่ ๑ (ฎ.๗๓๗๖/๒๕๓๗ และฎ.๒๔๖๗/๒๕๓๘)

จดหมายนายเรมีย์ - นายศิลา นามเทพถึงนายกรัฐมนตรีเพื่อขอบัตรแสดงตนให้แก่อาจารย์อายุ นามเทพ มารดาซึ่งตกเป็นคนไร้รัฐ
ปัจจุบันผมกับน้องชายก็บรรลุนิติภาวะแล้ว มีบัตรประชาชนโดยถือสัญชาติตามบิดาทั้ง ๒ คน และผ่านการเกณฑ์ทหารมาแล้ว แต่แม่ก็ยังมีปัญหาเดิมคือ เหมือนคนไร้ตัวตนอยู่ ตอนนี้คุณแม่กำลังดำเนินการเพื่อขอสัญชาติไทยอยู่ แต่ก็ติดขัดตรงที่ไม่มีใบแสดงตน ไม่อาจทำอะไรคืบหน้าได้เลย เราอยากจะตอบแทนพระคุณคุณแม่บ้างที่ได้ลำบากมาเพื่อเรามานาน จึงได้เขียนจดหมายนี้มาถึงท่านนายกฯ ตามที่ได้รับคำแนะนำมาจากอาจารย์ รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร ให้ร้องขอบัตรผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียน เพื่อให้คุณแม่ได้สามารถใช้แสดงตน ผมอยากให้แม่ได้รับรางวัลชีวิตบ้าง เป็นของขวัญวันแม่ที่ผมและน้องอยากหาให้ที่สุดครับ

ไชยวัฒน์ : จากใจของเด็กไร้สัญชาติคนหนึ่งที่เกิดในแผ่นดินไทย
เด็กไร้สัญชาติอย่างพวกผมล้วนเกิดในผืนแผ่นดินไทย รักประเทศชาติไม่น้อยไปกว่าใครหลายคนบนผืนแผ่นดินนี้ ผมเริ่มท้อแท้ หมดกำลังใจ เรียกร้องสิทธิมาก็นานนักแล้ว ปัจจุบันผมอายุ 23 ปี พี่ชายผมเกิดในประเทศไทยเมื่อปี 2519 จนถึงปัจจุบันนี้นับเวลาได้เกือบ 30 ปีแล้วแต่เราก็ยังคงเป็นคนไร้สัญชาติ พวกเราไม่ใช่พม่า เพราะเราพูดพม่าไม่ได้ พวกเราคือคนไทยที่รัฐไม่เคยเหลียวแล เราถูกแบ่งแยก เราถูกแบ่งแยกมาโดยตลอด กรุณาเถิดครับอาจารย์ ช่วยพวกเราด้วย

ชุมชนชาวเล (มอแกน) บนเกาะเหลา
เด็กๆ ในชุมชนต้องการการบริโภคอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย นอกจากนั้นชุมชนแห่งนี้ยังต้องการน้ำกินน้ำใช้ด้วย และในขณะนี้แม้ว่าจะมีองค์กรหลายองค์กรเข้าไปดูแลและช่วยเหลือปัญหาต่างๆในเบื้องต้นแล้ว เช่น ช่วยเหลือเรื่องอาหารให้กับเด็กๆ แต่ปัญหาอื่นๆ ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง โดยเฉพาะปัญหาด้านสถานะบุคคล ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาที่สำคัญโดยเฉพาะกับเด็กๆ ของชุมชนที่กำลังอยู่ในวัยศึกษาหาความรู้ต่อไป

เสียงเพรียก
ในเวลาอันใกล้นี้ คงเป็นเวลาของการปฏิบัติตามพันธะสัญญานั้นได้สิ้นสุดลงแล้ว หูของฉันอื้ออึงไปด้วยเสียงเพรียกของพงไพร ฉันเริ่มปลดเปลื้องภาระหน้าที่บางประการ ตัดความกังวลจากโซ่ตรวนของความปรารถนาดีจากคนรอบข้าง ชีวิตเบื้องหน้า ขอให้ฉันได้มีสุขกับหนทางที่ฉันจะโบยบินไปด้วยตนเอง แม้จะเหน็บหนาวและลำบากเพียงไหน ฉันก็จะไม่ทดท้อ ฉันจะสร้างกำลังใจเพื่อตนเองและผู้คนที่ร่วมในเส้นทางชีวิตเส้นนี้ของฉัน

กระบวนพิจารณาของศาลไทยในคดีรับขนของทางทะเลระหว่างประเทศ
ปัญหากระบวนพิจารณาของศาลไทยในคดีรับขนของทางทะเลระหว่างประเทศดังกล่าวเกิดขึ้นจากการที่ประเทศไทยมีกฎหมายสาระบัญญัติสำหรับคดีรับขนของทางทะเลระหว่างประเทศไว้ไม่ครบถ้วนกฎหมายวิธีสบัญญัติเรื่อง การส่งหมายเรียก สำเนาคำฟ้อง และเอกสารต่าง ๆ ไปต่างประเทศ การสืบพยานในต่างประเทศ รวมถึงการบังคับคดีของไทยยังไม่เหมาะสม ทั้งนี้ เพื่อให้ได้กระบวนพิจารณาที่ชัดเจนและเป็นสากล อันจะเป็นการส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศอย่างคดีรับขนของทางทะเลระหว่างประเทศทางหนึ่ง ผู้เขียนขอเสนอให้แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายทั้งสาระบัญญัติและวิธีสบัญญัติเสนอให้ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาระหว่างประเทศที่เป็นประโยชน์

มติคณรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๕ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๔๘ เรื่อง ร่างระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยหลักฐาน วัน เดือน ปีเกิด ในการรับนักเรียนนักศึกษาเข้าเรียนในสถานศึกษา พ.ศ. ….. (การจัดการศึกษาแก่บุคคลที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎรหรือไม่มีสัญชาติไทย)
คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการร่างระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยหลักฐานวัน เดือนปีเกิด ในการรับนักเรียนนักศึกษาเข้าเรียนในสถานศึกษา พ.ศ.(การจัดการศึกษาแก่บุคคลที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎรหรือไม่มีสัญชาติไทย) ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ และให้ส่งคณะกรรมการตรวจสอบร่างกฎหมายและร่างอนุบัญญัติที่เสนอคณะรัฐมนตรี คณะที่ ๕ พิจารณาแล้วดำเนินการต่อไปได้  และเห็นชอบแนวปฏิบัติการจัดการศึกษาแก่บุคคลที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎรหรือไม่มีสัญชาติไทย รวม ๔ ข้อ  ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ ดังนี้  

หนึ่งวิวาทะ
หากเรามีความมั่นคงในตัวเองแล้ว สิ่งที่คิดว่าหนักหนา ก็จะเบาเหมือนปุยนุ่น ปัญหาที่พานพบ แค่ใช้มือปัดเบา ๆ ก็สามารถผ่านพ้นไปได้ และพอเราสามารถเผชิญกับทุกปัญหาของตน จะทำให้มองคนอื่นอย่างเห็นใจ ให้ความร่วมมือกับเขาอย่างจริงจัง หรือเอาง่าย ๆ กว่านั้นนะ พอเราพบชีวิตที่เบาสบาย สมถะ เราจะสามารถลดการเบียดเบียนผู้อื่น เรียกว่า ไม่เป็นส่วนที่เพิ่มเติมปัญหาชีวิตผู้อื่น รวมไปถึงปัญหาสังคม

จดหมายถึงศาลรัฐธรรมนูญขอเร่งรัดการแก้ไขกฎหมายมาตรา 7 ทวิ วรรค 3 พระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535
มาตรา 7 ทวิ วรรค 3 แห่งพรบ.สัญชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535  อันมีผลทำให้เด็กมีสถานะเป็นผู้หลบหนีเข้าเมือง เป็นผู้กระทำผิดกฎหมายอาญา ทั้ง ๆ ที่เด็กเกิดในประเทศไทยโดยแท้ ข้อกฎหมายนี้ได้กำหนดให้เด็กต้องมีความผิดในสิ่งที่เด็กมิได้เป็นผู้กระทำ ซึ่งย่อมขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ขัดกับข้อเท็จจริง และขัดต่อพันธะสัญญาที่มีไว้กับนานาประเทศในอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ค.ศ.1989 และกติการะหว่างประเทศ ค.ศ.1966 ว่าด้วยสิทธิทางแพ่งและสิทธิทางการเมือง

จดหมายของเยาวชนในบ้านสามเหลี่ยม ต.ปงเตา อ.งาว จ.ลำปาง เพื่อร้องทุกข์ต่อนายกรัฐมนตรี
โดยตัวผมเองเกิดและเติบโตในประเทศไทย ได้เข้าเรียนหนังสือในระบบการศึกษาจนถึงระดับอุดมศึกษาในปัจจุบัน ที่ผ่านมาได้ดำเนินการยื่นคำร้องขอสัญชาติมาหลายครั้งแล้วแต่ก็ไม่มีความคืบหน้าใดๆเลย  ล่าสุดเมื่อปี พ.ศ.2544 ได้ยื่นคำร้องขอสัญชาติตามกฎหมายมาตรา 7ทวิ จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีความคืบหน้าเลย ซึ่งผมเองก็ได้เข้าไปติดต่อกับที่ว่าการอำเภอมาหลายครั้งแล้ว ได้รับแต่คำตอบว่า ให้รอ ซึ่งพวกข้าพเจ้าก็ไม่รู้จะรอยังไงแล้ว เพราะรอแล้วรออีกก็เหมือนเดิม

อายุ นามเทพ : อาจารย์ดนตรีไร้สัญชาติ
"ไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นคนพม่า หรือกระเหรี่ยง เพราะตั้งแต่อายุ 1 ขวบก็เติบโต เรียนหนังสือในประเทศไทย ตลอด 50 ปี เคยข้ามไปเที่ยวพม่าครั้งเดียวที่ด่านแม่สาย จ.เชียงราย ยังรู้สึกไม่อุ่นใจต้องรีบเดินข้ามกลับ ที่ผ่านมาพยายามติดต่อหน่วยราชการ เพื่อขอสัญชาติไทย แต่ได้รับการปฏิเสธแถมโดนเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองต่อว่า หน้าด้านมาเอง  เจ็บใจจนพูดไม่ออก วันนั้นพ่อก็ไปด้วยรู้สึกสงสารพ่อมาก" อาจารย์อายุ กล่าว

การต่อสู้ของมึดา : เด็กไร้สัญชาติแห่งบ้านท่าเรือ
เมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๔๘ มึดา ร่วมเป็นตัวแทนเรียกร้องให้มีการยกเลิกมาตรา ๗ ทวิ ที่ทำให้เด็กที่เกิดในประเทศไทยจากพ่อแม่ที่เข้าเมืองมา กลายเป็นผู้หลบหนีเข้าเมืองโดยที่ไม่ได้เป็นผู้กระทำความผิด มึดาในเวทีนี้ ไม่มีน้ำตา มีแต่คำสัญญาให้กับผู้ใหญ่ใจดีของเธอว่า “ต่อไปนี้ หนูจะไม่ร้องไห้อีกแล้ว หนูจะเข้มแข็ง จะตั้งใจเรียนและศึกษาให้สำเร็จคณะนิติศาสตร์ เพื่อนำความรู้ไปช่วยเหลือเด็กไร้สัญชาติที่มีอยู่ในประเทศไทยทั้งหมดค่ะ”

ขอความช่วยเหลือเพื่อแก้ไขปัญหาการขอมีสิทธิอาศัยอยู่ในประเทศไทยชั่วคราว ของชาวกะเหรี่ยงในหมู่บ้านห้วยแห้ง อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี
สืบเนื่องจากชาวบ้าน กลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ในบริเวณกลุ่มบ้านทุ่งเศรษฐี หมู่บ้านห้วยแห้ง อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลที่ตกสำรวจจากการดำเนินโครงการจัดทำทะเบียนประวัติและบัตรสำรวจชุมชนบนพื้นที่สูง ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๒ ดังที่ฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ศูนย์นิติศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ , กรมการปกครอง และ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้ลงพื้นที่สำรวจปัญหาและข้อเท็จจริงของการตกสำรวจในช่วง ๒ – ๓ ปี ที่ผ่านมาแล้วนั้น

คนไทยพลัดถิ่นที่จังหวัดระนอง : คนไร้รัฐในภาคใต้ของประเทศไทย
คนไทยพลัดถิ่นกลุ่มนี้จึงเป็นบุคคลอีกกลุ่มหนึ่งที่ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง อย่าให้เขาต้องรู้สึกว่า เมื่ออยู่ที่ประเทศพม่าก็กลายเป็นชนกลุ่มน้อยเพราะถูกมองว่าเป็นคนไทยไม่ใช่คนพม่า และเมื่อกลับมาอยู่ที่ประเทศไทยก็ถูกมองว่าเป็นคนพม่าไม่ใช่คนไทย ทั้งๆที่ในในสายเลือดและจิตใจแล้วเป็นคนไทยเต็มตัว

มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ.2548 เรื่องหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการให้ความช่วยเหลือเหยื่อจากการค้ามนุษย์ที่มิได้มีสัญชาติไทย
ให้ถือมติคณะรัฐมนตรีที่ให้ความเห็นชอบดังกล่าวเป็นการเห็นชอบในหลักการตามนัยของมาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 เพื่อให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยสามารถดำเนินการอนุญาตให้เหยื่อจากการค้ามนุษย์ตามข้อ 3 และ 4 ของหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการให้ความช่วยเหลือเหยื่อจากการค้ามนุษย์ที่มิได้มีสัญชาติไทยในต่างประเทศ เข้ามาในราชอาณาจักรได้โดยไม่ต้องขออนุมัติคณะรัฐมนตรีเป็นการเฉพาะ และให้กระทรวงมหาดไทยนำเสนอผลการอนุญาตให้เหยื่อจากการค้ามนุษย์เข้ามาในราชอาณาจักรเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบในภายหลัง

“ต่างวิถี” : ความหวังของนุช คนบีซูไร้รัฐแห่งบ้านดอยชมภู อำเภอแม่ลาว
มื้อเย็นในหมู่บ้าน นุชแกงผักกูดใส่ปลากระป๋อง กับคั่วแห้งไก่บ้าน ขณะร่วมวงกันนั้น นุชบอกว่า ประมาณสิ้นเดือนนี้ เธอกับเพื่อนสาว ๆ อีก ๓ คน จะออกจากหมู่บ้านไปทำงานที่กรุงเทพฯ ภาพวิถีงดงามในการดำรงชีพที่พบเห็นวันนี้ ทำให้ฉันอดซักถามไม่ได้ว่า ทำไมเด็กสาวจึงต้องออกไปทำงานนอกหมู่บ้าน นุชให้เหตุผลว่า “อยู่ในหมู่บ้าน แม้เราจะไม่อดตายเพราะมีอาหารอยู่รอบหมู่บ้าน แต่พวกเราก็อยากเรียนหนังสือ อยากมีเสื้อผ้าสวย ๆ ใส่ ซึ่งหากอยู่ในหมู่บ้าน เราก็คงไม่ได้เรียน เพราะไม่มีเงินค่ะ”

ความเห็นทางกฎหมายต่อกรณีความมีสัญชาติไทยของ นายจอบิ (ไม่มีนามสกุล)
เป็นชาวไทยภูเขาเผ่ากระเหรี่ยง (สกอว์) เกิดเมื่อวันที่ ๑๕ เมษายน พ.ศ.๒๕๑๐ ที่ เขตบ้านใจแผ่นดิน ซึ่งอยู่ในเขตบ้านบางกลอย อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี โดยมีบิดาชื่อ นายพะโวะเป็นชาวไทยภูเขาดั้งเดิมเผ่ากระเหรี่ยง (สกอว์) โดยเป็นบุคคลซึ่งเกิดในประเทศไทย บริเวณบ้านป่าเด็ง หมู่ ๖ ตำบลป่าเด็ง อำเภอแก่งกระจาน เมื่อ ประมาณ พ.ศ.๒๔๕๙  และมารดาชื่อ นางกิคุ๊เป็นบุคคลซึ่งเกิดในประเทศไทย บริเวณบางกลอยบน หมู่ ๑ ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน เมื่อ ประมาณ พ.ศ.๒๔๖๗  และเป็นชาวไทยภูเขาเผ่ากระเหรี่ยง (สกอว์) เช่นกัน

คนตกหล่นจากทะเบียนราษฎรที่อาศัยในพื้นที่ประสบภัยสึนามิ : ทุกข์ที่ซ้ำซ้อนทั้งจากธรรมชาติและจากรัฐ
ภัยสึนามิที่ถาโถม ๖ จังหวัดภาคใต้ได้นำมาซึ่งความสูญเสียในชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินแก่มนุษย์ ทั้งที่ยากไร้และร่ำรวย  การเยียวยาความเสียหายจนมนุษย์ดังกล่าวกลับเข้าสู่ความสามารถที่จะมีชีวิตรอดอยู่ต่อไปและมีศักยภาพที่จะหาเลี้ยงชีวิตอยู่ต่อไป เป็นโจทย์ที่ไม่ควรจะเลือกปฎิบัติด้วยเหตุที่ว่า มีชื่อในทะเบียนบ้านหรือไม่ แม้จะปรากฏชัดว่า เป็นแรงงานต่างชาติพม่า หากเขาบาดเจ็บเพราะภัยสึนามิ การรักษาพยาบาลเขาจนรอดตายก็น่าจะเป็นเรื่องที่รัฐไทยควรทำอย่างเต็มใจ เพราะเขาก็คือมนุษย์ในสังคมไทย มิใช่หมาหรือแมว

ระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการสำรวจและจัดทำทะเบียนสำหรับบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน พ.ศ. ๒๕๔๘ : เป้าหมายคือใคร ?
จะเห็นว่า ระเบียบนี้จึงน่าจะเป็น “ก้าวที่สอง” ของนโยบายของรัฐบาลในการออก“บัตรแสดงตน (proper document)”  ให้แก่บุคคลผู้ไร้สถานะที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยทุกกลุ่ม  แต่ระเบียบดังกล่าวเรียกบุคคลเป้าหมายว่า “บุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน”  จึงต้องมาตั้งคำถามว่า ใครคือ “บุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน” ซึ่งเป็นเป้าหมายของการสำรวจและจัดทำทะเบียน ?? 

สภาพปัญหาสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของบุคคลบนพื้นที่สูง ณ พื้นที่อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี
เป็นพื้นที่ชายแดนที่มีข่าวความไม่สงบในพื้นที่บ่อยครั้ง  ดังนั้น การรีบดำเนินการแก้ไขปัญหานี้ นอกจากจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากปัญหาการถูกละเมิดสิทธิต่างๆ ของประชาชนแล้ว การมีสถานภาพที่ชัดเจนและถูกต้องของประชาชนตามแนวชายแดน ย่อมเป็นผลดีต่อการดำเนินนโยบายเพื่อความมั่นคงชายแดนของประเทศทั้งในปัจจุบัน และอนาคต 

คำร้องทุกข์ต่อนายกรัฐมนตรีของนายกิตติพงศ์ ศิลปวงศ์เจริญ ....คนไร้รัฐที่เป็นต้นทุนทางสังคมของแผ่นดินไทย
แม่ของกระผมซึ่งปัจจุบันอายุ 60 ปี ต้องนอนไม่หลับและมีความทุกข์ด้วยความห่วงอนาคตลูกชายของท่านทั้ง 2  นับจากที่กระผมได้ถึงการเสียสภาพคนสัญชาติไทยของตนเองและน้องชาย ก็ได้พยายามดำเนินการเพื่อขอให้มีการเพิ่มชื่อของกระผมกลับเข้าไปในทะเบียนบ้านมาโดยตลอด  แต่ก็ไม่สามารถดำเนินการได้ แต่เนื่องจากกระผมและน้องชายได้ ใช้ชีวิตและได้รับการอบรมเลี้ยงดูแบบไทย รวมถึงได้รับการศึกษาของไทยมาโดยตลอด  ประเทศไทย วัฒนธรรมไทย เท่านั้น ที่กระผมและน้องชายรู้จัก กระผมไม่สามารถตอบตนเองได้เลยว่า ถ้าไม่ให้กระผมเป็นคนไทยแล้ว กระผมจะเป็นคนสัญชาติใดได้  

นายจอบิ (ไม่มีนามสกุล) : ตัวอย่างของคนไร้เอกสารพิสูจน์ทราบตัวบุคคลเพราะบุพการีไม่ได้แจ้งการเกิดต่อเจ้าหน้าที่อำเภอและตกสำรวจทางทะเบียนราษฎร
บ้านห้วยสัตว์ใหญ่ บ้านป่าเด็ง รวมถึงบ้านบางกลอยต้นหรือบางกลอยบน ตั้งอยู่บริเวณพื้นที่ที่ชาวบ้านบริเวณนั้น เรียกว่า ”ใจแผ่นดิน” เป็นพื้นที่ที่อยู่ห่างจากตัวอำเภอและอยู่บริเวณตะเข็บชายแดน ทำให้คนในพื้นที่ใจแผ่นดินตกสำรวจข้อมูลทะเบียนราษฎรและการจัดทำทะเบียนราษฎรและบัตรประจำตัวประชาชนครั้งแรกในรัฐไทยในพ.ศ.2499 กรมประชาสงเคราะห์ได้ทำการสำรวจทะเบียนบัญชี ทร.ชข.ในปี 2531 แต่นายจอบิตกสำรวจเนื่องจากเวลานั้นได้ไปทำงานที่บ้านพุระกำ อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี

กิตติพงศ์ ศิลปะวงศ์เจริญ หรือ “หมิง” : ตัวอย่างของคนไร้เอกสารพิสูจน์ทราบตัวบุคคลด้วยเพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของบุพการี กับความพยายามในการผ่านคืนวันแห่งความกลัวและหวาดระแวงไปด้วยกัน
มารดาของหมิงเป็นบุตรของคนสัญชาติจีนที่อพยพไปตั้งรกรากในรัฐลาว มีพี่น้องทั้งหมด ๗ คน เมื่อเกิดเหตุการณ์ฏิวัติในลาว (ปี ๒๕๑๗ - ๒๕๑๘) บิดาหมิงจึงพามารดาหมิงมาอยู่ที่หนองคาย โดยไม่ได้นำเอกสารแสดงตนใดๆ ติดตัวมาเลย ส่วนพี่น้องคนอื่นๆ ได้แยกย้ายหนีตายไปยังฮ่องกง สหรัฐอเมริกา หมิงเกิดที่หนองคายเมื่อวันที่  ๒๔  ธันวาคม ๒๕๑๙ โดยบิดาและมารดาของหมิงมิได้แจ้งการเกิดของหมิงต่ออำเภอเนื่องจากมารดาของหมิงเข้าเมืองมาโดยผิดกฎหมาย

ศิลปชัย (ไม่มีนามสกุล)...กำพร้า...ไร้รากเหง้า.....ไร้รัฐ
มีเด็กในห้องเรียนอายุประมาณ ๙ ขวบ ลูกของใครไม่ทราบ มีหลายครั้งเด็กมาโรงเรียนโดยโดนถูกทำร้าย แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งเด็กโดนทำร้ายทุบตีจนหัวแตก พอเข้าไปถาม เด็กไม่บอกเพราะกลัวสามีป้านี (จ่าสมโภชน์) ครูจึงไปถามชาวบ้านจึงทราบว่า สามีป้านีใช้แก้วกาแฟตีหัวเด็กแตกสาเหตุเพราะเด็กตื่นสาย ต้มน้ำชงกาแฟให้ไม่ทัน  ชาวบ้านรู้จึงโทรศัพท์หาตำรวจ แต่ตำรวจแค่เตือน โดยส่วนตัวของป้านีนั้นรักเด็กแต่ก็ช่วยเด็กไม่ได้เพราะป้านีก็ถูกทำร้ายร่ายกายบ่อย

นายหมี (หรือ พงษ์) เกิดเจริญ: คนไร้บ้านแห่งสนามหลวง ซึ่งประสบปัญหาความไร้รัฐอันนำไปสู่ความไร้สิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน
ไม่เคยไปติดต่อเรื่องเกี่ยวกับบัตร หรือ ทะเบียนให้แก่ตนเองเลย เพราะเข้าใจว่าตนเป็นคนไม่มีบัตร ไม่มีทะเบียนอยู่แล้ว จึงกลัวที่จะไปติดต่อ และ กลัวว่าจะถูกจับเป็นคนต่างด้าว อย่างที่เคยถูกจับบ่อยๆ และพยายามหนีตลอด แต่เคยไปติดต่อเรื่องบัตรประจำตัวประชาชนให้เพื่อนคนหนึ่งที่บัตรหายที่สำนักงานของกรมการปกครองที่นางเลิ้งครั้งหนึ่งเหมือนกัน แต่ไม่เป็นผลสำเร็จ หลังจากนั้นก็ไม่เคยไปติดต่อเรื่องนี้ที่ไหนอีกเลย ทั้งๆ ที่จริงแล้วตัวเองก็อยากที่จะมีบัตรประจำตัวติดตัวไว้จะได้ไม่ต้องกลัวการถูกจับ

คำร้องทุกข์ต่อนายกรัฐมนตรีของเด็กชายขัวญ วรรัตน์...ซึ่งเกิดในไทยโดยไม่รู้ว่า ใครเป็นบิดามารดา
ซึ่งหากไม่ได้รับการพิจารณาแก้ไขปัญหาสัญชาติให้หมดสิ้นไป ย่อมมีผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของผม อย่างแน่นอน  ผมตั้งใจที่จะศึกษาเล่าเรียนให้สูงที่สุด เพื่อนำความรู้ที่ได้มาประกอบอาชีพ, เพื่อตอบแทนบุญคุณของครอบครัววรรัตน์ ที่ดูแลผมมาโดยตลอด , รวมถึงการทำประโยชน์ให้กับสังคม และประเทศชาติ   โดยสำนึก และจิตใจของผม ผมคือคนไทย  ผมเรียนรู้วัฒนธรรม ประเพณีอันดีงามของประเทศไทยมาโดยตลอด  ภาษาแรกที่เรียนรู้  คือ ภาษาไทย  ไม่มีคนรู้จักที่อยู่ในประเทศอื่นเลย 

วันเด็กสำหรับอาจารย์เอ๋
จากจุดนี้ทำให้ดิฉันนึกย้อนกลับไปถึงสมัยที่ยังเป็นเด็กอีกครั้ง ดิฉันชอบงานวันเด็กเพราะจะได้เจอเพื่อน ได้เล่นกิจกรรมการละเล่นต่างๆ ได้รับของแจกซึ่งเหมือนกับงานวันเด็กของที่นี่ แต่สิ่งหนึ่งที่ดิฉันคิดว่างานวันเด็กของที่นี่นั้นไม่เหมือนกับงานวันเด็กที่ดิฉันเคยไป ก็คือ งานวันเด็กที่นี่นั้น เด็กที่เข้าร่วมส่วนใหญ่เป็นเด็กที่ยังคงมีปัญหาด้านสถานะบุคคลและยังคงถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนตลอดเวลานั่นเอง 

โลกของเด็กและเยาวชนในสายตาของอาจารย์เพชร
สิ่งหนึ่งที่เราควรตระหนักไว้เสมอในการที่จะปกป้องคุ้มครองเด็กและเยาวชนนั้นก็คือ พยายามมองโลกของเด็กและเยาวชนในปัจจุบันโดยสายตาที่เป็นธรรมและกว้างขึ้น หรือที่เราเรียกว่า มีวิสัยทัศน์ตามสภาพสังคมที่กำลังหมุนเวียนเปลี่ยนแปลงอยู่ทุกวันนี้ นั้นก็คือ เราไม่ควรที่จะใช้ความรู้ ประสบการณ์ในอดีตของเรามากจนลืมแม้กระทั่งที่จะเหลียวมองไปยังอนาคตที่กำลังเปลี่ยนแปลงอยู่ในโลกยุคปัจจุบันนี้ มิฉะนั้นแล้ว เราอาจอาจจะถูกเด็กและเยาวชนตำหนิติเตียนได้ว่าเป็นพวกไดโนเสาร์เต่าล้านปี 

คำร้องทุกข์ต่อนายกรัฐมนตรีของแม่ของเด็กชายธีรพงษ์หรืออาโกะ...ซึ่งพิการและไร้สัญชาติ
ข้าพเจ้าได้รับผลการตรวจดีเอ็นเอ จากโรงพยาบาลมหาราชฯ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งแพทย์มีความเห็นว่า  “เชื่อว่า น.ส.อาแผ๊ะ  เลเฉอะ เป็นแม่แท้ๆ ของ เด็กชายธีรพงษ์ เลเฉอะ” ดังนั้น ในเดือนเดียวกันข้าพเจ้าจึงได้ไปติดต่อกับอำเภอเมืองเชียงราย เพื่อดำเนินการยื่นคำร้องขอเพิ่มชื่อบุตรในทะเบียนบ้าน (ทร.14)  ตามข้อ 97 แห่งระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการจัดทำทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2535 แต่อำเภอปฏิเสธที่จะดำเนินการเพิ่มชื่อด้วยวิธีดังกล่าวให้ โดยอ้างว่าในกรณีที่ บุตรเกิดก่อนที่ บิดา- มารดา จะมีสัญชาติไทยนั้นไม่สามารถจะเพิ่มชื่อตามระเบียบดังกล่าวได้ เนื่องจากบิดาหรือมารดาไม่ใช่ผู้มีสัญชาติไทยตั้งแต่กำเนิด 

ลาวอพยพที่เชียงของ : น้ำโขง ฤาจะเป็นเส้นแบ่งสัญชาติ ??
คนในรุ่นลูกหลานไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับประเทศลาว และไม่สามารถกลับไปดำรงชีวิตอยู่ในประเทศลาว เมื่อมิอาจสะสางเรื่องราวของความไร้สัญชาติของตนเอง จึงต้องส่งคนที่เป็นลูกหลานในไส้ให้ไปเป็นบุตรบุญธรรมของคนอื่น ความเจ็บปวดภายในใจของพ่อแม่ไม่อาจบรรยายออกมาได้ ภายใต้ใบหน้ายิ้มแย้ม พูดจาฉะฉาน ทุกคนต่างรู้สึกวิตกกังวลกับสิ่งที่เป็นอยู่ และสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ลำน้ำโขง สายธารที่ยังคงไหลหล่อเลี้ยงผู้คนทั้งสองฟากฝั่ง กางกั้นพรมแดนทางภูมิศาสตร์ของประเทศ แต่หาได้เป็นเส้นแบ่งสัญชาติของผู้คนริมโขง 

คำร้องทุกข์ต่อนายกรัฐมนตรีของน้ำค้าง แซ่ตั้ง...เพชรน้ำเอกทางวิชาการด้านคอมพิวเตอร์ธูรกิจ แต่ไร้สัญชาติ
เนื่องด้วยดิฉันมีสถานะเป็นผู้พลัดถิ่นสัญชาติพม่า การเป็นอาจารย์จึงอยู่นอกเหนืออาชีพที่กฎหมายอนุญาตให้ประกอบได้ ดิฉันจึงมีความวิตกกังวลและกลัวจะถูกจับดำเนินคดีตลอดมา และการทำหน้าที่สอนหนังสือที่กรุงเทพมหานครนั้น ดิฉันต้องทำการขออนุญาตออกนอกเขตพื้นที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ทุกๆ ๓ เดือน ซึ่งป็นอุปสรรคในการสอนหนังสือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระหว่างเปิดภาคการศึกษาที่ไม่เอื้อต่อการเดินทางไปกลับกรุงเทพ-แม่สอดเพื่อดำเนินการเรื่องดังกล่าว อีกทั้งการเป็นบุคคลไร้สัญชาตินั้น ยังเป็นอุปสรรคอันสำคัญยิ่งในการสมัครสอบชิงทุนและสมัครเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการเป็นนักวิชาการที่รอบรู้และมีคุณภาพในระดับอุดมศึกษา

คำร้องทุกข์ต่อนายกรัฐมนตรีของชาวถิ่นและชาวลั๊วะในหมู่บ้านหมันขาวและหมู่บ้านนาสะอุ้ง...มนุษยวิทยาบอกว่า เป็นคนพื้นเมือง นิติศาสตร์บอกว่า เป็นคนสัญชาติไทย แต่วันนี้...ตกเป็นคนไร้สัญชาติ
 ราษฎรหมู่บ้านหมันขาวและหมู่บ้านนาสะอุ้ง ซึ่งเป็นคนพื้นเมืองเผ่าถิ่นและลัวะ ซึ่งมีถิ่นฐานดั้งเดิมอยู่ที่ อำเภอปัว จังหวัดน่าน     แต่เนื่องจากได้ออกไปทำมาหากินหรือบางคนต้องหนีการสู้รบปราบปรามผู้ก่อการร้ายออกไปในเขตประเทศลาว จนกระทั่งปี พ.ศ.๒๕๑๘ จึงได้อพยพกลับเข้ามาในประเทศไทย  และได้ถูกนำตัวไปควบคุมรวมกับผู้ลี้ภัยจากประเทศลาว ที่ศูนย์ควบคุมผู้อพยพ บ้านน้ำยาว อำเภอปัว จังหวัดน่าน จึงกลายเป็น "คนไร้รัฐ" ไปในที่สุดในสายตารัฐไทย ...นโยบายในปี พ.ศ.๒๕๓๖ ให้ต้องแปลงสัญชาติ แต่วันนี้ กระบวนการแปลงสัญชาติก็ยังไม่แล้วเสร็จ ช่วยชาวบ้านค่ะ!!!

อาโก๊ะ : พิการและไร้สัญชาติ
ด้วยความไม่เข้าใจของพ่อและแม่ของอาโก๊ะในสมัยนั้นนั่นเอง ที่ไม่แจ้งการเกิดของอาโก๊ะต่อราชการ ทำให้อาโก๊ะเป็นเด็กชาวเขาที่ไม่มีมีเอกสาร ตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร ใดๆ เลยในการใช้แสดงตัวตนจนถึงปัจจุบัน ผมได้เห็นกับตาว่าอาโก๊ะสามารถเขียนชื่อจริงและนามสกุลจริงของตนเองได้ด้วย ดินสอลงบนกระดาษ ด.ช ธีรพงษ์ เลเฉอะ  เป็นชื่อที่พ่อและแม่อาโก๊ะให้เป็นนิยามความหมายถึงชื่อลูกที่สืบสายเลือด

มอแกนแห่งหมู่เกาะสุรินทร์ : สิทธิและสถานะบุคคลตามกฎหมายไทย
พวกเขาก็ไม่มีชื่อในทะเบียนราษฎรของประเทศใดเลยในโลก สถานการณ์ดังนี้ย่อมนำเอาชาวมอแกนกลุ่มนี้ไปสู่สภาวะของ “คนไร้สัญชาติโดยข้อเท็จจริง (De Facto Stateless person)” แม้โดยข้อกฎหมาย พวกเขาจะมีสัญชาติไทย แต่ตราบเท่าที่ข้อเท็จจริงยังมิได้รับการยอมรับโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐไทย พวกเขาก็จะเป็นคนต่างด้าวในสายตาของรัฐไทย ขอให้ตระหนักว่า ปัญหาความไร้สัญชาตินี้เป็นอุปสรรคในการใช้สิทธิขั้นพื้นฐานของชาวมอแกนนี้อย่างยิ่ง ดังจะเห็นจากปากคำของลุงสาลามาแห่งหมู่เกาะสุรินทร์ที่เล่าให้ฟังว่า ถูกจับเมื่อขึ้นฝั่งที่คุระบุรี เนื่องจากไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน

เด็กและฉัน : อดีต ปัจจุบัน และอนาคต
ฉันเข้าใจได้ดีว่า ลูกนอกไส้ของฉันก็จะต้องมีครอบครัวของพวกเขา บางวันของฉันในวันพรุ่งนี้ก็คงจะต้องอยู่กับหนังสือบ้างในบางวัน ฉันชอบหนังสือมาตั้งแต่เด็กแล้วล่ะ ฉันจะต้องไม่ทำตัวเป็นภาระให้พวกเขาต้องเป็นห่วง แต่ฉันก็ชอบที่จะได้กลิ่นไอรักของเจ้าพวกลูกนอกไส้ที่พากันสัญญาว่า จะเข้าเวรแวะเวียนมาให้ฉันบ่นเพื่อออกกำลังปากประสาคนแก่  ไอรักที่ฉันให้กับพวกเขาเมื่อเขาเป็นเด็ก คงจะส่งผลให้ฉันไม่ถูกทอดทิ้งให้ขาดไอรักจากพวกเขาในวันพรุ่งนี้ของฉัน

คนตัวเล็กของจันทราภา นนทวาสี
วันนี้ของฉัน ยังคงทำงานกับเรื่องราวของคนตัวโตและคนตัวเล็กที่ไร้สัญชาติ ฉันต้องรับโทรศัพท์อย่างน้อยวันละ ๑ – ๒ สาย ที่พวกเขาติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานด้านสถานะของตนเอง หลายครั้งความอ่อนเพลียจากหน้าที่การงาน อาการปวดหัวกับสารพัดปัญหา ทำให้ฉันอยากยอมแพ้ อยากหยุดงานและพาตัวเองออกไปให้ไกลจากเรื่องเหล่านี้ แต่เมื่อหวนนึกถึงแววตาดำ ๆ นับร้อยนับพัน  ของเจ้าคนตัวเล็ก  ที่มองมายังฉันอย่างเปี่ยมล้นด้วยความหวัง   อาการฮึดสู้ก็เกิดขึ้นมาทุกครั้ง

นายเพ่ นายมหาวรรณ : นักกีฬาเยาวชนพิการไร้สัญชาติที่ได้รับการคัดเลือกให้ไปแข่งขันกีฬาว่ายน้ำ ณ เมืองโคโรลาโด ประเทศสหรัฐอเมริกา
ทางสำนักงานพัฒนาการกีฬาและนันทนาการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ติดต่อมาที่โรงเรียนเพื่อให้น้องเพ่ส่งเอกสารเพื่อดำเนินการทำหนังสือเดินทางต่อไป แต่ปรากฏว่า น้องเพ่และคุณแม่ของน้องเพ่ คือพี่เรว ถูกถอนชื่อออกจากทะเบียนราษฎร (ทร.14) ดังนั้น น้องเพ่จึงขาดเอกสารทางราชการที่จะไปทำหนังสือเดินทางเพื่อไปแข่งขันกีฬาดังกล่าว หากน้องเพ่ดำเนินการทำหนังสือเดินทางไม่ทัน ก็อาจถูกตัดสิทธิดังกล่าว ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่เยาวชนพิการคนหนึ่งมีความมุ่งมั่นที่จะเข้าแข่งขันกีฬาที่ตนชอบเพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติและหาประสบการณ์ความรู้ให้กับตนเองเพื่อพัฒนากีฬาที่ตนรักต่อไป

สิทธิของเพศที่สาม
ในปัจจุบัน การต่อสู้ของกลุ่มคนซึ่งเป็นเพศที่สามนั้นก็มีมากขึ้นส่งผลให้ปัจจุบันมีเพศที่สามเกิดขึ้นมาก เนื่องจากการเลียนแบบจากสื่อต่างๆ อีกทั้งเพศที่สามที่เกิดขึ้นก็เริ่มมีอายุน้อยลงเรื่อยๆ เท่าที่ผมเห็นก็ประมาณเจ็ดขวบ  สิ่งเหล่านี้จะถือเป็นปัญหาของชาติหรือไม่ เราต้องช่วยกันศึกษา ถ้าพบว่าเป็นปัญหา ก็ต้องเร่งหาทางแก้ไขให้ทันท่วงทีเพื่อประโยชน์ของประเทศต่อไป แต่ถึงอย่างไรก็ตามเราก็ควรเคารพสิทธิมนุษยชนของพวกเขาเหล่านั้นในฐานะมนุษย์คนหนึ่งเหมือนเราเช่นกัน

เด็กชายอนาวิล วงศ์ชู : กรณีศึกษาการรับรองสิทธิของเด็กพิการที่จะได้รับการฟื้นฟูโดยรัฐไทย
โรงพยาบาลได้ให้การรักษาและแนะนำ ให้เด็กชายอนาวิล วงศ์ชู ย้ายทะเบียนบ้านเข้ามาอยู่ในเขตจังหวัดปทุมธานี เพื่อที่จะได้รับสิทธิในการดูแลรักษาแลละฟื้นฟูจากทางโรงพยาบาลโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ........เจ้าของบ้านพักปฏิเสธ ทำให้เด็กชายอนาวิล วงศ์ชู ไม่สามารถย้ายทะเบียนบ้านมายัง จังหวัดปทุมธานีได้ ส่งผลให้ทุกวันนี้ เด็กชายอนาวิล วงศ์ชู ยังไม่ได้รับสิทธิการรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพ จากทางภาครัฐโดยมิต้องเสียค่าใช้จ่าย 

10 ปีแห่งการไร้ตัวตนของครอบครัว “แซ่ลี” - ลีซูซึ่งเกิดในพื้นที่สูงของประเทศไทย
หากวันนี้หรือพรุ่งนี้ ผู้หลักผู้ใหญ่ที่มีอำนาจวาสนาในบ้านในเมืองนี้ เกิดรับทราบเรื่องราวที่แสนเศร้าของครอบครัวแซ่ลี แล้วมีคำสั่งให้บุคคลทั้ง 13 ได้รับการลงรายการสัญชาติไทยในทะเบียนราษฎรตามศักดิ์และสิทธิอันพึงมีพึงได้ของพวกเขา ตำนานแห่งการเป็นอยู่อย่างไร้ตัวตนร่วม 10 ปี ของครอบครัวนี้ คงถูกจดจำและเล่าขานสืบกันไปภายในตระกูลอีกหลายชั่วอายุคน คงจะเป็นบาปกรรมของรัฐไทยที่ปล่อยให้ครอบครัวนี้ไร้ตัวตนทางกฎหมายต่อไปอีกแม้วินาทีเดียว

การจัดการผู้หนีภัยการสู้รบ และ POC ในประเทศไทย
การพิจารณาถึงความเป็นไปได้ที่คนเหล่านี้จะเดินทางกลับสู่ประเทศต้นทางมีความแตกต่างกัน ระหว่างคนที่ต่อต้านรัฐบาลทหารพม่าโดยตรง กับคนที่ได้รับผลกระทบโดยอ้อม เพราะคนที่ต่อต้านโดยตรงนั้นมีโอกาสที่จะเดินทางกลับประเทศพม่าได้ยากกว่าคนที่ได้รับผลกระทบโดยอ้อม จึงทำให้การจัดการกับคนทั้งสองกลุ่มแตกต่างกัน แต่ทว่า สถานการณ์ทางการเมืองของประเทศไทยทั้งภายในประเทศ และระหว่างประเทศได้เปลี่ยนแปลงไป จึงทำให้รัฐบาลไทยตัดสินใจส่ง POC ทั้งหมดเข้าไปอยู่ในพื้นที่พักพิงฯ พร้อมทั้งเร่งรัดให้ทางสำนักงานข้าหลวงใหญ่ฯ ส่ง POC ไปประเทศที่สามให้รวดเร็วที่สุด แม้กระนั้น รัฐบาลไทยยังคงไว้ซึ่งหลักการในการไม่ผลักดันผู้หนีภัยความตายกลับไปสู่ภัยความตายไม่ว่าจะเป็น POC หรือผู้หนีภัยการสู้รบ

ความแตกต่างระหว่างPOCกับผู้หนีภัยการสู้รบ
POCคือใคร ผู้หนีภัยการสู้รบคือใคร POCกับผู้หนีภัยการสู้รบแตกต่างกันอย่างไร คำถามเหล่านี้เป็นคำถามที่พบได้โดยทั่วไปเมื่อมีการพูดคุยกันถึงเรื่องผู้หนีภัยความตายในประเทศไทย เนื่องจากประเทศไทยได้อนุญาตให้ผู้หนีภัยความตายที่อพยพลี้ภัยความตายเข้ามาในประเทศไทย สามารถอยู่ในประเทศไทยเป็นการชั่วคราว จนกว่าจะสามารถหาทางแก้ไขปัญหาที่ถาวรได้ เช่น การเดินทางกลับสู่ประเทศต้นทางโดยสมัครใจ หรือการเดินทางไปตั้งรกรากใหม่ในประเทศที่สาม แต่ทว่าความเข้าใจถึงกลุ่มบุคคลผู้หนีภัยความตายตามที่เรียกกันในแวดวงราชการ และหน่วยงานที่ปฏิบัติงานในเรื่องนี้นั้น ยังคงเป็นปริศนาสำหรับผู้สนใจในประเด็นผู้หนีภัยความตาย และสาธารณชนโดยทั่วไป

ชาวเขาดั้งเดิมในเขตพื้นที่สูงของประเทศไทย : พวกเขาเป็นคนสัญชาติไทยโดยผลของกฎหมายจริงหรือ ?
ในช่วงก่อน พ.ศ.๒๕๔๓ ซึ่งมีการปฏิรูปแนวคิดในการทะเบียนราษฎรเกี่ยวกับบุคคลบนพื้นที่ที่สูง เราพบว่า ชาวเขาดั่งเดิมซึ่งเป็นคนสัญชาติไทยโดยการเกิด มีพยานเอกสารและพยานบุคคลจำนวนมาก แต่พวกเขาไม่ได้รับการยอมรับว่าเป็นคนสัญชาติในทะเบียนราษฎรของรัฐใดเลยบนโลก  พวกเขาไร้เอกสารรับรองความเป็นคนมีสัญชาติ พวกเขาไร้สัญชาติโดยข้อเท็จจริง  (De facto Stateless person)   มิใช่โดยข้อกฎหมาย  (De jure Stateless person)   ตลกดี แต่ขำไม่ออก คนสัญชาติไทย กลายเป็นคนไร้สัญชาติ เจ็บลึกลงไปอีกในความรู้สึก เมื่อตระหนักว่า ความเป็นรัฐสมัยใหม่ (Modern Nation - State) ของรัฐไทยเพิ่งเกิดในตอนปลายของสมัยรัตนโกสินทร์ ซึ่งหมายความว่า รัฐไทยมาที่หลังชาวเขาดั่งเดิม แต่กลับทำให้ผู้มาก่อนต้องตกเป็นคนนอกกฎหมายของผู้มาทีหลัง

บันทึกประวัติศาสตร์การย้ายผู้ลี้ภัย (POC) ไปชายแดนไทย-พม่า
พีโอซีจำนวนหนึ่ง ถูกพลัดพรากจากครอบครัวของตนเอง เนื่องจากสามีหรือภรรยา ไปอยู่พื้นที่พักพิงฯ คนละแห่ง หรือครอบครัวส่วนหนึ่งอยู่ในพื้นที่พักพิงฯ แต่อีกส่วนหนึ่งไม่สามารถเข้าพื้นที่พักพิงฯ ได้ เพราะไม่มีชื่ออยู่ในรายชื่อที่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปอยู่ในพื้นที่พักพิงฯ บางรายสามีเข้าไปอยู่ในพื้นที่พักพิงแล้ว แต่ภรรยาและลูกๆ ต้องนอนอยู่ในสถานที่ควบคุมพิเศษสำนักงานตำรวจสันติบาล กรุงเทพฯ โดยปราศจากหัวหน้าครอบครัวดูแล เพราะไม่อยู่รายชื่อเข้าพื้นที่พักพิงฯ สำหรับพีโอซีบางคนมีครอบครัวเป็นคนไทย ภรรยา หรือสามี และลูกๆ ไม่สามารถเข้าไปอยู่ในพื้นที่พักพิงฯ ด้วยกันได้ เพราะคนไทยไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปอยู่ในพื้นที่พักพิงฯ จึงทำให้ครอบครัวต้องพรากจากกันอย่างไม่รู้กำหนดเวลาว่าเมื่อไหร่จะได้พบกันอีก มิหนำซ้ำยังไม่ได้รับอนุญาตให้ติดต่อกันอีกเพราะอุปกรณ์การสื่อสารทั้งหมดถูกยึดไป

ความเหมาะสมและความเป็นไปได้ทางกฎหมายที่จะให้สัญชาติไทยแก่คนหนีภัยความตายจากแผ่นดินพม่ามาสู่แผ่นดินไทย : กรณีอาจารย์อายุ นามเทพ
จึงสรุปได้ต่อไปว่า มีความเหมาะสมแล้วใช่ไหมที่จะให้สัญชาติไทยแก่อาจารย์อายุ คนหนีภัยความตายจากแผ่นดินพม่าสู่แผ่นดินไทย เพราะแม้เธอจะเป็นคนต่างด้าวและเป็นคนไร้สัญชาติโดยข้อเท็จจริง แต่เธอเป็นภริยาของชายสัญชาติไทย เป็นแม่ของชายไทยสองคน และเป็นครูของเด็กและเยาวชนไทยมากว่ายี่สิบปี คงปฏิเสธไม่ได้ว่า เธอเป็น “กำลังของแผ่นดินไทย” แล้วนี่นา

คำฟ้องต่อศาลปกครองกลาง ระหว่าง นายจอบิ (ไม่มีนามสกุล) ผู้ฟ้องคดี และ อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ที่ 1 ผู้ถูกฟ้องคดี กับนายอำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ที่ 2
บรรพบุรุษของผู้ฟ้องคดี นับแต่รุ่นปู่มา จึงเป็นคนไทยตกสำรวจทางทะเบียนที่ไร้เอกสารพิสูจน์ทราบตัวบุคคล ไม่ว่าจะเป็นทะเบียนราษฎรประเภท 14 บัตรประจำตัวประชาชนคนไทย รวมถึงไม่มีการนำบุตรหลานไปแจ้งเกิดกับทางอำเภอ ด้วยความที่ไม่รู้ว่าเป็นหน้าที่ตามกฎหมายและอยู่ห่างไกลจากตัวอำเภอ ทำให้ครอบครัวของผู้ฟ้องคดี รวมถึงบุตรหลานของบรรพบุรุษของผู้ฟ้องคดีบางคน ไม่มีสูติบัตร ไม่มีชื่อในทะเบียนบ้าน และไม่สามารถทำบัตรประชาชนได้

ร่างยุทธศาสตร์ผู้หนีภัยความตาย
การกำหนดแผนนโยบายยุทธศาสตร์ผู้หนีภัยความตายจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันมิให้ผู้หนีภัยความตายซึ่งไม่ใช่เป็นตัวปัญหาแต่เป็นเหยื่อของปัญหา กลับถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน อีกทั้งยังเป็นการป้องกันปัญหาความไม่มั่นคงอันเกิดจากการขาดนโยบายที่ชัดเจนสำหรับการแก้ไขปัญหาผู้หนีภัยความตายในประเทศไทย โดยยึดหลักความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งถ้าหากคนที่อยู่ในประเทศไทยทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ประเทศไทยย่อมมีภูมิคุ้มกันปัญหาความไม่มั่นคงต่างๆ ทั้งจากภายในและภายนอกประเทศได้เป็นอย่างดี ด้วยเหตุผลดังกล่าว จึงมีความจำเป็นที่แผนนโยบายยุทธศาสตร์จะต้องแยกแยะผู้หนีภัยความตายออกจากผู้หลบหนีเข้าเมืองด้วยเหตุผลอื่นๆ เพราะสาเหตุที่มาของคน และกระบวนการจัดการมีความแตกต่างกัน

มอแกน : ทำไมผู้มาก่อนรัฐไทยและรัฐพม่าบนฝั่งทะเลอันดามันจึงไร้รัฐ ?
อาจารย์มนตรี จงพูนผล เคยตอบดิฉันในหลายปีก่อนที่อาจารย์นฤมลหารือมาว่า ก็เขาตกหล่นทางทะเบียนราษฎร และเราก็รู้ ก็แก้ไขไปตามบทบัญญัติในเรื่องนั้น เขามีสัญชาติไทย แต่ยังไม่ได้ลงรายการสถานะบุคคลในทะเบียนราษฎร ก็ต้องทำในส่วนที่ยังไม่ได้ทำ แม้อาจารย์มนตรีก็เกษียณอายุราชการแล้ว ลูกศิษย์ของอาจารย์ก็ยังทำงานอยู่ในกรมการปกครอง ดังนั้น กระบวนการขจัดความไร้สัญชาติของมอแกนจึงมิใช่เรื่องยากสำหรับคนในกรมการปกครองและในสภาความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งอุดมไปด้วยภูมิปัญญาที่พัฒนาจากการทำงานในพื้นที่ภาคเหนือมาก่อน หากใช้ภูมิปัญญาที่สะสมมายาวนานในการทำงาน ปัญหาก็คงไม่เกิดดังที่เกิดในหลายเรื่องที่ผ่านมา 

การพิสูจน์สถานะบุคคลของมอแกน : อะไรคือความแตกต่างไปจากสิ่งที่เคยเป็นความผิดพลาดในอดีต ?
มีโอกาสได้พบกับผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานฯ เขาถามด้วยท่าทีกระตือรือร้นถึงผลการทำงานในวันเศษๆ ที่ผ่านมา ฉันก็เล่าให้เขาฟังคร่าวๆ เขาทำท่าหนักใจเมื่อฉันพูดว่า หน่วยงานรัฐยึดถือข้อมูลของอุทยานฯ เป็นหลัก เขาบอกว่า ข้อมูลที่อุทยานฯ ทำนั้น เป็นข้อมูลคร่าวๆ แต่ถ้าข้อมูลในเชิงลึก และมีรายละเอียด แล้วน่าจะเป็นข้อมูลของชุดสถาบันวิจัยสังคม จุฬาฯ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก UNESCO เพราะเป็นการเก็บข้อมูลตามหลักการทำงานวิจัยและวิชาการ

คำถามและข้อท้าท้ายต่อนโยบายรัฐไทยในการจัดการปัญหามิติสุขภาวะและสิทธิของแรงงานข้ามชาติ : บทคัดย่อ
การปรับแก้ฐานคติของคนไทยที่มองแรงงานข้ามชาติอย่างไม่ไว้วางใจ และเพ่งโทษว่าแรงงานข้ามชาติอาจนำผลร้ายนานาประการมาสู่สังคมไทย จนก่อให้เกิดการเลือกปฏิบัติต่อแรงงานข้ามชาตินานารูปแบบ  โดยต้องมีมุมมองใหม่ว่าแรงงานข้ามชาติก็คือมนุษย์คนหนึ่ง  ควรได้รับการปฏิบัติในบ้านเราอย่างเคารพในศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์  จะทำให้การแก้ปัญหาเชิงรุกของรัฐไทยในเรื่องนี้ยั่งยืนยิ่งขึ้น และเป็นคุณต่อสังคมโดยรวมด้วย

สถานการณ์โทรทัศน์เพื่อเด็ก เยาวชนและครอบครัว : ทักษะแห่งการเรียนรู้โลกและชีวิตและสิทธิในการเข้าถึงทีวี
รายการโทรทัศน์ยังต้องเติม ซ่อม เสริม จิตสำนึกที่ดีให้กับสังคมไทย ปัจจุบันสังคมไทยได้กลายเป็นสังคมในยุคอาหารจานด่วน (Fast Food) ประกอบกับ ภาวะการเติบโตของยุคกระแสโลกาภิวัฒน์ที่เน้นเรื่องของคุณค่าทางวัตถุนิยม มากกว่าคุณค่าทางจิตนิยม ทำให้เด็กในสังคมไทยตกอยู่ในภาวะ บกพร่องทางจิตวิญญาณ พบว่า เด็กในวันนี้ (รวมทั้งผู้ใหญ่ซึ่งเป็นเด็กในวันวาน) ขาดการพัฒนาในระบบการคิด วิเคราะห์ อีกทั้งกระบวนการพัฒนาในเรื่องของจิตสำนึกที่ดี ดังนั้น การปลูกฝังพัฒนาการด้านระบบความคิด เพื่อให้เป็นอัจฉริยะทางสติปัญญา ซึ่งต้องประกอบด้วยความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณ ไตร่ตรองทบทวนอย่างเป็นเหตุเป็นผล คิดอย่างสร้างสรรค์ คิดเป็นระบบ รวมทั้งคิดอย่างมีสมาธิ จึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้จากหน้าจอโทรทัศ

“ความมั่นคง(แห่งชาติ)เป็นเรื่องของความรู้สึก” Security is the Matter of Feelings
วันนี้นโยบายความมั่นคงแห่งชาติ โดยเฉพาะในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งรอยต่อเชื่อมจังหวัดสงขลาที่ปรากฏความรุนแรง จะเน้นเรื่องความสำคัญทางศาสนา สำหรับสภาความมั่นคงแห่งชาติแล้ว ขณะนี้ความมั่นคงในปัจจุบันจะไปดูเรื่องความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ สำคัญที่สุดของความมั่นคงคือความมั่นคงของประชาชน คนจึงเป็นศูนย์กลางของความมั่นคง 

ถือหลายสัญชาติ : เป็นภัยต่อรัฐจริงหรือ ? ผิดกฎหมายจริงหรือ ?
แค่เป็นคนสองสัญชาติไม่น่าจะเป็นเหตุแห่งการถอนสัญชาติไทย ในยุคที่การข้ามชาติเป็นเรื่องทำได้ง่ายและไม่นานนัก การไปมีความสัมพันธ์กับรัฐต่างประเทศ อาทิ การมีบุพการีฝ่ายหนึ่งเป็นคนต่างด้าวหรือคู่สมรสเป็นคนต่างด้าวหรือการไปตั้งรกรากในต่างประเทศ จึงไม่อาจหมายความโดยอัตโนมัติว่า บุคคลจะสิ้นความผูกพันกับประเทศไทยเสมอไป หรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นประสงค์ร้ายต่อสังคมไทยโดยทันที   ในขณะเดียวกัน ความเป็นภัยต่อรัฐไทยอาจเกิดขึ้นได้แม้บุคคลนั้นมีสัญชาติไทยแต่เพียงสัญชาติเดียว เพราะไม่มีความสัมพันธ์กับรัฐต่างประเทศเลย กล่าวคือ มีบุพการีเป็นคนไทยหรือคู่สมรสก็เป็นคนไทยหรือบ้านเรือนตั้งรกรากในประเทศไทย โดยสรุป การมีหลายสัญชาติและความเป็นภัยต่อรัฐเป็นคนละเรื่องกัน ไม่ได้เป็นเหตุเป็นผลต่อกัน  การเอาเหตุที่มีหลายสัญชาติมาเป็นเหตุให้ถูกถอนสัญชาติไทยจึงเป็นสิ่งที่ไม่น่าจะมีเหตุผล 

บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยความร่วมมือในการจ้างแรงงาน ณ จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 31 เดือนพฤษภาคม คริสต์ศักราช 2003
ภาคีโดยหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่จะจัดให้มีการหารืออย่างสม่ำเสมอในระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสและ/หรือระดับรัฐมนตรีอย่างน้อยปีละครั้ง โดยผลัดเปลี่ยนกันเป็นเจ้าภาพในเรื่องเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามบันทึกความเข้าใจ  หน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ของภาคีทั้งสองจะทำงานร่วมกันเพื่อกำหนดขั้นตอนในการนำแรงงานที่มิชอบด้วยกฎหมายซึ่งพำนักอยู่ในประเทศของภาคีอีกฝ่ายหนึ่งก่อนการมีผลบังคับใช้ของบันทึกความเข้าใจนี้เข้ามารวมอยู่ในขอบเขตของบันทึกความเข้าใจ

บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวว่าด้วยความร่วมมือด้านการจ้างแรงงาน ทำ ณ เวียงจันทร์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เมื่อวันที่สิบแปด เดือนตุลาคมพุทธศักราชสองพันห้าร้อยสี่สิบห้า
รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว  ซึ่งต่อไปในที่นี่จะเรียกว่า ”ภาคี” มีความห่วงกังวลเกี่ยวกับการกระทำอันเป็นการค้ามนุษย์ที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็วในภูมิภาค  และผลกระทบทางสังคมและเศรษฐกิจอย่างลึกซึ้ง  อันมีสาเหตุมาจากการจ้างแรงงานผิดกฎหมายอย่างกว้างขวาง ยอมรับหลักการที่ระบุไว้ใน “ปฏิญญากรุงเทพด้วยการโยกย้ายถิ่นฐานที่ไม่เป็นไปตามกฎระเบียบปี  2542” ปรารถนาที่จะเพิ่มพูนความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ  ได้ตกลงกันดังต่อไปนี้

บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสหภาพพม่าว่าด้วยความร่วมมือในการจ้างแรงงาน ณ จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 21 เดือนมิถุนายน คริสต์ศักราช 2003
ภาคีจะดำเนินมาตรการที่จำเป็นทั้งปวงเพื่อให้แน่ใจว่ามี (1) ขั้นตอนการดำเนินการที่เหมาะสมในการจ้างแรงงาน (2) การส่งกลับอย่างมีประสิทธิภาพซึ่งแรงงานที่ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขการจ้างแรงงานเสร็จสิ้นแล้ว หรือถูกเนรเทศโดยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของของภาคีอีกฝ่ายหนึ่งไปยังประเทศซึ่งเป็นถิ่นกำเนิดก่อนที่จะปฏิบัติตามเงื่อนไขการจ้างแรงงานเสร็จสิ้น (3) การคุ้มครองอันสมควรแก่แรงงานเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีการเสียสิทธิและการคุ้มครองของแรงงานและแรงงานได้รับสิทธิที่พึงได้ (4) การป้องกันและการดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพต่อการข้ามแดนโดยมิชอบด้วยกฎหมาย  การค้าแรงงานที่มิชอบด้วยกฎหมายและการจ้างแรงงานที่มิชอบด้วยกฎหมาย 

มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2548 : กำหนดวิธีให้สัญชาติไทยแก่บุคคลบนพื้นที่สูงที่มีความกลมกลืนกับสังคมไทยแล้ว
เห็นชอบให้ใช้หลักเกณฑ์การพิจารณาให้สัญชาติไทยกับบุตรคนต่างด้าว ตามมาตรา 7 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2508 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 โดยมีรายละเอียด ดังนี้ (2.1.) รัฐบาลต้องมีนโยบายให้สัญชาติ (2.2.) เป็นบุคคลที่เกิดในราชอาณาจักรไทย ที่บิดาและมารดาเป็นคนต่างด้าว  ตามมาตรา 7 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535  (2.3.)  มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทยหรืออาศัยอยู่ในเขตควบคุมหรือมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน (ท.ร. 13) (2.4.)  จะต้องมีทะเบียนประวัติและบัตรประจำตัวที่ทางราชการกำหนด และ (2.5.) เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยสั่งเฉพาะรายให้บุคคลที่มีคุณสมบัติตามข้อ 2.1 - 2.4 ได้สัญชาติไทยแล้ว หากมีข้อเท็จจริงปรากฏภายหลังว่ามีพฤติการณ์ ที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ ก็ให้หน่วยงานรับผิดชอบ ถอนสัญชาติไทยตามที่กฎหมายกำหนด

ยุทธนา ผ่ามวัน : คนสัญชาติไทยโดยหลักดินแดนโดยการเกิดโดยผลอัตโนมัติของกฎหมาย
อยากบอกว่าถึงผมจะมีเชื้อชาติเป็นเวียดนามแต่ผมก็เกิดและเติบโตที่ประเทศไทยมาเหมือนกัน และสามารถพูดได้เต็มปากเลยว่า ผมเป็นคนไทยแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์คนหนึ่ง ถึงแม้เรื่องเอกสารอะไรต่างๆนี่ มันจะบอกว่าผมเป็นคนเวียดนามซึ่งออกโดยประเทศไทย แต่คนที่ประเทศเวียดนามก็ไม่เคยมีใครรู้ด้วยซ้ำว่า มีคนที่เป็นเวียดนาม มีผมคนนี้อยู่ แต่เมื่อผมไม่ได้อยู่ในประเทศเวียดนาม มาเกิดเติบโตและเรียนที่นี่ กลับถูกประเทศไทยให้สัญชาติเป็นคนเวียดนาม ซึ่งผมได้ยื่นเรื่องขอสัญชาติมาตลอด แต่ก็ไม่เคยได้รับ ถ้าจะให้กลับไปเวียดนามตอนนี้ก็คงกลับไม่ได้แล้ว เพราะไม่มีใครที่อยู่ที่นั่นรู้จักผมและครอบครัวเลย ที่จริงพูดในแง่ประเทศไทยกับเวียดนามก็เป็นพี่เป็นน้องกัน ติดต่อสัมพันธ์กันมานาน กรณีของผมมาอยู่ที่ประเทศไทย ก็น่าจะให้ความช่วยเหลือให้ความเห็นใจบ้าง ผมก็ยอมรับว่าทางผมไม่รู้กฎหมายเหมือนกัน และเป็นความผิดพลาดของทางรัฐด้วย อยากขอความกรุณาเถอะครับให้ช่วยดำเนินการเรื่องสัญชาติให้เสร็จด้วย ผมอยากเรียนมากเลยครับ (จากบทสัมภาษณ์ของยุทธนา ผ่ามวัน โดยชวิดา วาทินชัย เมื่อวันที่ ๒๐ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๔๗)

นายกรัฐมนตรีได้อ่านการ์ดของเด็กไร้สัญชาติแล้วยังหนอ ??
วันเด็กแห่งชาติซึ่งตรงกับวันเสาร์ ที่ ๘ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๘ที่ผ่านมา ทาง       ศูนย์ช่วยเหลือประชาชนด้านกฎหมาย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยพายัพร่วมกับองค์กรเครือข่ายจึงได้จัดงานวันเด็กให้กับเด็กไร้สัญชาติที่อยู่ในประเทศไทย ณ โรงเรียนสหศาสตร์ศึกษา อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ในงานดังกล่าวได้มีการจัดกิจกรรมต่างๆ ซึ่งรวมถึงกิจกรรมการให้เด็กไร้สัญชาติเขียนการ์ดบอกเล่าความในใจถึงนายกรัฐมนตรีด้วย  ดังนั้น ทางศูนย์ช่วยเหลือประชาชนด้านกฎหมาย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยพายัพจึงขอส่งการ์ดของเด็กไร้สัญชาติดังกล่าวมายังฯพณฯนายกรัฐมนตรี


ความ (ไม่) คืบหน้ากรณีนายจอบิ (ไม่มีนามสกุล) และอีกวิธีหนึ่งที่จะได้เห็นความคืบหน้าจากอำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี
ความเป็นคนสัญชาติไทยของนายจอบิปรากฏชัดต่อทีมงานของสภาทนายความมานานแล้ว และยังปรากฏชัดต่อสาธารณชนในโลกทั้งใบ ผ่านสื่อมวลชน แต่ดูว่า จะไม่มีความคืบหน้าในการออกเอกสารพิสูจน์สถานะบุคคลตามกฎหมายไทยในแก่นายจอบิ เพราะอะไร ?? คุณดรุณีเลยรับอาสาที่จะอธิบายให้ทุกท่านได้เข้าใจ และทำความเข้าใจกับผู้ที่ยังไม่เข้าใจ

สถานภาพทางกฎหมายของวิสาหกิจข้ามชาติในประเทศไทย
วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ได้นำเสนอการศึกษาสถานภาพของวิสาหกิจข้ามชาติในประเทศไทย รวมทั้งสิ้น 7 บท 7 สถานการณ์ นับตั้งแต่การเข้ามาจัดตั้งองค์กรของวิสาหกิจข้ามชาติไปจนถึงการประกอบการขององค์กรในประเทศไทย ในฐานะที่เป็นองค์กรที่มีลักษณะระหว่างประเทศ กล่าวคือ (1) เป็นองค์กรที่จดทะเบียนจัดตั้งตามกฎหมายไทยแต่ถูกครอบงำโดย วิสาหกิจข้ามชาติหรือคนต่างด้าว หรืออาจเรียกว่านิติบุคคลที่มีองค์ประกอบต่างด้าว (2) เป็นองค์กรที่จดทะเบียนจัดตั้งในต่างประเทศแล้วเข้ามาประกอบการในประเทศไทย ทั้งนี้ โดยมีวัตถุประสงค์มุ่งเน้นเพื่อให้เกิดความเข้าใจสถานภาพทางกฎหมายขององค์กรของวิสาหกิจข้ามชาติในประเทศไทยว่ามีอยู่อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์กรที่เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายไทย ซึ่งสังคมไทยยังคงขาดความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับสถานภาพทางกฎหมายขององค์กรประเภทนี้อยู่พอสมควร

กฎหมายสัญชาติใดที่จะต้องนำมาใช้กำหนดสิทธิในสัญชาติไทยของบุคคลธรรมดา ?
จะต้องตระหนักว่า การได้สัญชาติ การเสียสัญชาติและการกลับคืนสัญชาติตกอยู่ภายใต้กฎหมายที่มีผลในขณะที่บุคคลได้สัญชาติ หรือเสียสัญชาติ หรือกลับคืนสัญชาติ  ขอให้สังเกตว่า ถึงแม้กฎหมายบางฉบับจะสิ้นผลไปแล้ว แต่ผลในทางสัญชาติของกฎหมายนั้นก็จะยังคงอยู่ และเมื่อใดที่มีการพิพาทเกี่ยวกับสัญชาติดังกล่าว ศาลก็จะต้องนำเอากฎหมายฉบับที่มีผลกำหนดกรณีนั้นมาพิจารณา แม้ว่ากฎหมายฉบับนั้นจะสิ้นผลแล้วก็ตาม 

แนวทางการช่วยเหลือฟื้นฟูกลุ่มแรงงานข้ามชาติที่ประสบภัยคลื่นยักษ์สึนามิ
เนื่องจากภายหลังเหตุการณ์ภัยพิบัติคลื่นยักษ์สึนามิผ่านมาเป็นเวลาหนึ่งเดือน การให้ความช่วยเหลือจากหลายหน่วยงานได้เข้าไปสู่ผู้ประสบภัยพิบัติกลุ่มต่าง ๆ มากมาย แต่ขณะเดียวกันผู้ประสบภัยบางส่วนยังไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างเต็มที่  โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานข้ามชาติที่จากประเทศพม่า ลาว และกัมพูชา ซึ่งแทบไม่ได้รับความช่วยเหลือใด ๆ 

แรงงานข้ามชาติที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิ : สถานการณ์และแนวทางการช่วยเหลือฟื้นฟู
ผลกระทบของการจับกุมอย่างหนักก็คือ ทำให้แรงงานส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงการช่วยเหลือของหน่วยงานต่างๆ ที่เข้ามาให้การช่วยเหลือได้  ทำให้แรงงานและชาวบ้านในพื้นที่อยู่ในสภาวะหวาดกลัวซึ่งกันและกัน อันเป็นผลให้เกิดอคติต่อแรงงานข้ามชาติเพิ่มมากขึ้น และทำให้แรงงานส่วนหนึ่งเสียสถานะทางกฎหมายที่มีอยู่ทั้งในเรื่องการทำงาน การอยู่อาศัย เนื่องจากแรงงานเหล่านี้บัตรประจำตัวได้สูญหายไปขณะที่ประสบเหตุคลื่นยักษ์ และไม่สามารถแสดงบัตรต่อเจ้าหน้าที่ได้ ทางเจ้าหน้าที่ก็ไม่มีกลไกในการตรวจสอบเรื่องนี้เมื่อมีการจับกุมและส่งกลับ

สรุปสาระสำคัญของยุทธศาสตร์การจัดการปัญหาสถานะและสิทธิบุคคล
เพราะ ปัจจุบันประเทศไทยมีกลุ่มคนที่มีปัญหาสถานะบุคคลอาศัยอยู่หลายกลุ่ม อาศัยอยู่ในประเทศไทยมานาน รวมทั้งบุตรหลานที่เกิดขึ้นในภายหลัง มีจำนวนมากถึงประมาณสองล้านคนและอนาคตมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอีก  ปัญหาดังกล่าว มีผลกระทบต่อสิทธิขั้นพื้นฐานในการดำรงชีวิตอย่างมาก  หากปล่อยทิ้งไว้จะเกิดปัญหาสะสมและจะลุกลามจนเกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติหลายด้านในระยะยาว  

แนวคิด และวิธีการแก้ไขผลกระทบของมาตรา ๗ ทวิ วรรค ๓ แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๒ และ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๕ ต่อเด็กไร้สัญชาติที่เกิดในประเทศไทย
ปัญหาสำคัญของมาตรา ๗ ทวิ วรรค ๓ อีกประการหนึ่ง คือการละเมิดหลักกฎหมายสากลที่ว่า “บุคคลจะไม่ต้องรับโทษอาญา เว้นแต่จะได้กระทำการอันกฎหมายที่ใช้อยู่ในเวลาที่กระทำนั้น บัญญัติเป็นความผิดและกำหนดโทษไว้ และโทษที่จะลงแก่บุคคลนั้นจะหนักกว่าโทษที่กำหนดไว้ในกฎหมายที่ใช้อยู่ในเวลาที่กระทำผิดมิได้” ซึ่งการที่บุคคลที่ตกอยู่ภายใต้มาตรา ๗ ทวิ วรรค ๓ ถูกกำหนดให้เป็นบุคคลต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ทั้งที่โดยข้อเท็จจริง บุคคลดังกล่าวเป็นบุคคลที่เกิดในประเทศไทย มิได้กระทำความผิดในการหลบหนีเข้าเมืองแต่อย่างใด อีกทั้งความผิดในการหลบหนีเข้าเมืองเป็นความผิดอาญา จึงทำให้เด็กที่เกิดจากบิดาและมารดาเข้าเมืองไม่ถาวร ตกเป็นจำเลยในคดีอาญาตั้งแต่เกิด ทั้งๆ ที่มิได้กระทำความผิดตามข้อกล่าวหาก็ตาม

“การหนีตายของคนทุกข์” : คำให้การของ(ผู้ที่ถูกเรียกว่า) “ลาวอพยพ” บ้านหาดบ้าย-ทรายทอง ต.ริมโขง อ.เชียงของ จ.เชียงราย กับการจัดการองค์ความรู้ และสิทธิมนุษยชนระหว่างชายแดนไทย-ลาว
“การทำงานบนพื้นฐานของความจริงใจ และจริงจังในการแก้ไขปัญหา แบบที่มีความรู้จริงนำทางมากกว่าความเชื่อ หรือทัศนคติแบบสุดลิ่มทิ่มตำ” จะเป็น “จุดเปลี่ยนผ่านที่ดี” ของการประทะระหว่างอำนาจ และการต่อต้านขัดขืนที่เกิดขึ้นในพื้นต่างๆ มากมาย     เป็นการปรับเปลี่ยน “คลังแสงของเชื้อเพลิงแห่งความไม่ไว้วางใจในอำนาจรัฐ” ซึ่งทยอยสะสมผ่านการอ่อนล้าของ “คุณธรรม และจริยธรรม” ในการทำงานแบบเคารพสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และรอวันจะปะทุคุโชน ให้กลายเป็นการเสริมสร้างอำนาจของประชาชน และรัฐอย่างสมานฉันท์

ขิน จองนัน...ต้องโทษ...ไร้สัญชาติ....ห่วงลูกมาก.....ทำอย่างไรดี ????
ผมเกรงว่าเมื่อผมไม่มีสัญชาติ  ลูกของผมก็จะไร้สัญชาติไปด้วยพลอยจะขาดโอกาสดีๆ ในการดำรงชีวิตอยู่ในสังคมประเทศไทย  ความไร้การศึกษาของผมไม่อยากให้เกิดขึ้นกับลูกของผม  การที่ไม่มีโอกาสในสังคมนั้นซ้ำแต่จะทำให้สังคมวุ่นวายอย่างเช่นที่ผมเคยประสบมาโดยธรรมชาติของคนเราแล้วไม่มีใครหรอกครับที่อยากจะทำผิดและถูกสังคมประณาม  ใครๆ ก็อยากที่จะเป็นที่รักพ่อแม่พี่น้องรวมทั้งญาติมิตรคนรอบข้าง  แต่ความยากจนและการขาดโอกาสต่างๆ หาที่มาทำร้ายให้จิตใจที่ดีอยู่แล้วนั้นกลายเป็นจิตใจที่คิดแต่จะเอาเปรียบสังคมและคนรอบข้าง  สิ่งเหล่านี้ผมก็ไม่อยากให้ลูกของผมเป็นเช่นกัน  เพราะสิ่งที่ผมผิดไปแล้วนั้นเป็นบทเรียนที่มีค่ามากพอแล้วสำหรับครอบครัวของผมและสังคมประเทศชาติ

‘บัตร’ v. ‘สิทธิ’: การเลือกปฎิบัติบนฐานความไม่เข้าใจ และอนาคตที่อยู่ในมือคนอื่นอีกครั้งที่โขงเจียม
แต่อยู่มาวันหนึ่ง “รัฐ” ก็แสดงถึงอำนาจของความเป็นรัฐ โดยการกำหนดกฎหมาย นโยบายมาควบคุม และเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของพวกเขา คนไทยและคนลาวจำนวนไม่น้อย กลายเป็น คนไร้รัฐให้สังกัด เพราะความไม่รู้ ไม่เข้าใจถึงกฎหมาย นโยบายที่รัฐกำหนด รวมถึง มา (ทำบัตร) ไม่ทัน เพราะบ้านและนาอยู่ห่างไกลตัวเมืองหรือระหว่างนั้นออกไปทำงานในพื้นที่อื่น ผลกระทบที่ตามมาก็คือ ลูกไม่มีใบเกิด ลูกไปเรียนหนังสือไม่ได้ หรือเรียนได้โรงเรียนบางแห่งก็โยกโย้ไม่ออกใบวุฒิบัตรให้ ไปแจ้งความตำรวจไม่รับแจ้ง ฯลฯ

กรณีนางสาวลิซา : ผู้ทรงสิทธิตามสนธิสัญญาแลกเปลี่ยนนักโทษระหว่างประเทศในสายตาของศาลฎีกาใน ฎ.๒๒๐๓/๒๕๓๙
เมื่อจำเลยฎีกาขอให้ศาลฎีกาเปลี่ยน ”โทษให้จำเลยกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ประกอบด้วยมาตรา ๕๒(๒) ลงโทษจำเลยเป็นตัวเลข เพื่อมีผลให้จำเลยจะได้รับการพิจารณาตามสนธิสัญญาแลกเปลี่ยนนักโทษระหว่างประเทศ” ศาลฎีกาในคดีนี้ก็ได้ยอมรับที่จะเปลี่ยนโทษตามคำขอของจำเลยโดยแสดงเหตุผลว่า “การพิพากษาลงโทษจำเลย….. มีเหตุที่สมควรรับการพิจารณาตามสนธิสัญญาแลกเปลี่ยนนักโทษระหว่างประเทศให้กลับไปรับโทษที่ประเทศของตนอันจะได้ผลต่อสภาพสังคมดีกว่า….”

เสี่ยงแต่อิ่มท้อง....แรงงานไทยในฉนวนกาซ่า
“ค่าจ้างที่บ้านเราแค่ 160 เดือนนึงแค่ สี่ห้าพัน อยู่ที่โน่นได้วันละ 800 – 900 บาท มีเงินเก็บเป็นแสนๆ อย่างพวกผมเรียนก็น้อย มีใครที่ไหนจะจ้างแพง จบปริญญายังตกงานเลยบ้านเรา ชีวิต ใครๆก็รัก ถามว่ากลัวมั้ย ก็กลัวครับ แต่จะทำไงได้ ท้องต้องอิ่มถึงจะรอด และไม่ใช่ท้องเดียว มีหลายชีวิตหลายปากท้องรออยู่ข้างหลัง”  ณรงค์ศักดิ์ ขอบอกแทนเพื่อนแรงงานฝากไปยังรัฐบาลว่า ไม่มีใครอยากจากครอบครัวและบ้านเกิดไปไกลหรอก แต่ตราบใดที่ค่าจ้างในประเทศยังต่ำแบบนี้ คนที่เรียนน้อยอย่างพวกเค้า คงมีโอกาสไม่มาก การเลือกไปขุดทองในต่างประเทศ แม้แต่ในพื้นที่อันตราย จึงย่อมดีกว่าอดตายอยู่ในประเทศบ้านเกิดของตัวเอง

นักกฎหมายตัวน้อยที่กำลังเติบโตอย่างสง่างาม เป็นตัวของตัวเอง รับผิดชอบต่อครอบครัวและสังคม มีเหตุผล
ตอนก่อนที่หนูจะเอ็นท์หนูคิดว่าจะเป็นนักเขียน แต่พอมาเอ็นท์ติดคณะนี้ก็เลยคิดไม่ออกว่าจะเป็นอะไรต่อไปได้ มีคนหลายคนบอกว่าถ้ามาทางสายกฎหมายก็ต้องไปทางกฎหมายไปเรื่อยๆ จนสุดทางคือเป็นผู้พิพากษาในที่สุด แต่หนูไม่อยากเป็นทนายความ หนูไม่อยากเป็นอัยการ หรือผู้พิพากษา แทบจะไม่อยากทำงานอะไรเกี่ยวกับกฎหมายเลยเสียด้วยซ้ำ...ไม่รู้ว่าจะมีคนประเภทเดียวแบบหนูบ้างไหม ? แต่หนูจะไปสอบเนติฯ ค่ะ ความจริงก็ไม่อยากจะสอบสักเท่าไหร่ เพราะไม่รู้เหมือนกันว่าจะสอบไปเพื่ออะไรในเมื่อหนูไม่ได้รักทางนี้เอาเสียเลย จริงๆ นะคะอาจารย์แต่ที่ทำเพราะอยากให้พ่อกับแม่มีความสุข อย่างน้อยก็ได้ตอบแทนพระคุณท่านบ้างเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ลูกควรกระทำใช่ไหมคะ?

รายการเพื่อการเรียนรู้หลุดผังอีกแล้ว…ทีวีไทยซ้ำซาก และนิ่งสนิท
ในขณะที่หน้าจอทีวีของทุกวันนี้ก็จะเต็มไปด้วยเรื่องราวที่กระตุ้นให้เกิดความรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นรายการนำเข้าจากต่างประเทศที่กลายเป็นต้นแบบให้คนอยากทำอะไรแปลกๆ ที่ท้าทายชีวิต เช่น การแข่งกันขย้อนสัตว์เลื้อยคลานเข้าปาก การขี่จักรยานข้ามตึกสูง ฯลฯ ซึ่งกลับกลายเป็นรายการที่เด็กและเยาวชนติดกันงอมแงม ไม่น่าแปลกใจที่สังคมวันนี้เต็มไปด้วยผู้คนที่ใช้อารมณ์เข้าปะทะกันแบบสุดโต่ง ไม่สมหวังในความรักก็ไปอุ้มพาตัวเขามา ไม่พอใจพ่อแม่ก็ประชดด้วยการเสพยาดื่มเหล้าและทำร้ายตัวเองทางเพศหรือไม่ก็ไปคุกคามทางเพศคนอื่น ไม่สบอารมณ์คนที่มีวัฒนธรรมแตกต่างจากเราก็ใช้ความรุนแรงเข้าจัดการ

อาสาสมัครช่วยเหลือแรงงานข้ามชาติด้านสิทธิและสุขภาพ : กลไกที่ถูกเมินเฉย ทางออกที่ถูกปิด
ข้อจำกัดด้านกฎหมายของกลุ่มอาสาสมัครเหล่านี้ก็เริ่มปรากฏชัดขึ้นเมื่ออาสาสมัครขององค์กรพัฒนาเอกชนแห่งหนึ่งซึ่งทำงานในเรื่องการให้ความรู้ด้านสุขภาพและสิทธิแรงงานในพื้นที่ชายแดนไทย-พม่าแห่งหนึ่งถูกเจ้าหน้าที่จัดหางานและตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเข้าควบคุมตัวและตรวจค้นสำนักงาน และยึดเอกสารที่เป็นคำร้องในเรื่องการถูกละเมิดสิทธิแรงงานตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานไป และตั้งข้อหาแก่อาสาสมัครว่าทำงานโดยผิดกฎหมาย ซึ่งในความเป็นจริงแล้วองค์กรและอาสาสมัครเหล่านี้ได้ทำงานประสานงานกับหน่วยงานราชการมาโดยตลอด 

ได้ตั๋วกลับบ้านเพราะตั้งครรภ์ : ทุกข์กรรมของหญิงต่างชาติในประเทศไทย
ผมได้อ่านข่าว “คบร. แอบส่งแรงงานหญิงต่างด้าวตั้งท้อง 9 พันคนกลับประเทศ” ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการที่คณะกรรมการบริหารแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง (คบร.) จะส่งคนต่างชาติที่ประสงค์จะทำงานแต่ตั้งครรภ์จำนวน 9,383 คน กลับประเทศต้นทางแล้วรู้สึกเศร้าใจและไม่เข้าใจระคนปนกัน ที่บอกว่าเศร้าใจเพราะผมคิดว่าการกระทำดังกล่าวเหมือนส่งคนไปสู่อันตราย ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม 

กรณีนางหมาวใน ฎ.๔๖๓/๒๕๓๕ : สถานภาพของบุคคลที่เกิดในประเทศไทยก่อนวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๓๕ จากบิดาและมารดาต่างด้าวซึ่งเข้าเมืองในลักษณะไม่ถาวร
จะเห็นว่า นางหมาวตกอยู่ภายใต้มาตรา ๗ ทวิ วรรค ๑ กล่าวคือ (๑.) เกิดในประเทศไทย (๒.) บิดาและมารดาเป็นคนต่างด้าว และ (๓.) ในขณะที่เกิด บิดาหรือมารดานั้นเป็น "ผู้ที่ได้รับการผ่อนผันให้พักอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรไทยเป็นกรณีพิเศษเฉพาะราย" ดังนั้น ผลที่นาง หมาวได้รับ ก็คือ "ย่อมไม่ได้รับสัญชาติไทย" เป็นคนต่างด้าวที่เกิดในประเทศไทย และในวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๓๕ ก็จะถูกถือเป็นคนต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมาย 

กรณีเลียว ชุง ฟูใน ฎ.๑๔๔๒/๒๕๔๒ : ศาลไทยสั่งลงโทษคนต่างด้าวที่แสดงตนว่าเป็นคนไทยเพื่อขอมีบัตรประจำตัวประชาชน
คดีในลักษณะนี้มีผลกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของรัฐในสาระสำคัญทีเดียว เพราะความเป็นพลเมืองไทยอาจถูกซื้อขายได้โดยง่ายหากกระบวนการยุติธรรมมิได้เป็นด่านประการสำคัญในการตรวจสอบความเป็นผู้ทรงสิทธิในสัญชาติไทยของบุคคล แต่อย่างไรก็ตาม การให้ความสำคัญต่อหลักความมั่นคงของรัฐจนลิดรอนในสิทธิในสัญชาติของบุคคลก็จะเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนซึ่งผูกพันประเทศไทยทั้งโดยปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนและโดยกฎหมายระหว่างประเทศที่ผูกพันประเทศไทย

สตรีและความรับผิดชอบในงานด้านความยุติธรรมทางสังคม
บทความจึงขอเพียงแค่ตอกย้ำแนวคิดอีกแบบในการจัดการความยุติธรรมทางสังคมในประเทศไทยเท่านั้นเอง โดยมิได้ปฏิเสธวิชานิติศาสตร์โดยแท้และความยุติธรรมตามกฎหมายที่มนุษย์บัญญัติขึ้น แต่ด้วยความปรารถนาที่จะเห็นความยุติธรรมตามกฎหมายและความยุติธรรมตามธรรมชาติเคลื่อนที่มาทับซ้อนกัน ประเด็นเกี่ยวกับสตรีที่เสนอจึงเป็นเพียงอุปกรณ์ที่น่าจะใช้ได้ในวันนี้ของโลกเท่านั้น แต่สำหรับสตรีเอง คงเป็นภาระงานที่สตรีรู้สึกภูมิใจและเต็มใจที่จะแบกรับอย่างแน่นอน

สรุปนโยบายและสถานการณ์แรงงานข้ามชาติปี 2547
การสร้างความรู้การสร้างความเข้มแข็งให้กลุ่มแรงงาน และการสร้างเครือข่าย จะเป็นกลไกที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการให้ความช่วยเหลือและคุ้มครองแรงงานข้ามชาติ ทั้งนี้อยากแรงงานมีความรู้ความเข้าใจและมีเครือข่ายการทำงานร่วมกันในเรื่องการคุ้มครองแรงงานข้ามชาติแล้ว จะทำให้กลไกการช่วยเหลือกระทำได้ง่ายขึ้น และใช้ทรัพยากรที่มีจำกัดได้อย่างคุ้มค่า

ความเห็นทางวิชาการว่าด้วยความเกี่ยวข้องระหว่างกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กับกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล
ดังนั้น จึงเป็นสิ่งที่ปฏิเสธมิได้ว่า การศึกษาในวิชากฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล ย่อมจะต้องมีการศึกษาหลักกฎหมายในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในสาระสำคัญ ทั้งนี้ เพราะหลักกฎหมายเอกชนย่อมมีสถานะเป็นพื้นฐานส่วนหนึ่งของวิชากฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับนิติสัมพันธ์ตามกฎหมายเอกชนที่มีลักษณะระหว่างประเทศ

ความชอบด้วยกฎหมายรัฐธรรมนูญ ของ ปว.๓๓๗ พ.ศ.๒๕๑๕ ข้อ ๑ และข้อ ๒ รวมทั้ง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ มาตรา ๗ ทวิ (ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๓๕ และ พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๓๕ มาตรา ๑๑
เฉพาะมาตรา ๗ ทวิ วรรค ๓ แห่ง พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ ซึ่งถูกแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๓๕ เท่านั้น ที่มีความขัดหรือแย้งต่อหลักความเท่าเทียมกันของมนุษย์ตามมาตรา ๓๐ แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๔๐ รวมตลอดถึงหลักบุคคลไม่อาจถูกกำหนดให้รับโทษทางอาญาในสิ่งที่ตนมิได้กระทำตามมาตรา ๓๒ แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๔๐ ส่วนมาตรา ๑๑ วรรค ๑ แห่ง พระราชบัญญัติ สัญชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๓๕ ได้ขยายผลของมาตรา ๗ ทวิ วรรค ๑ และ ๓ ให้มีผลร้ายกว้างมากขึ้น และร้ายแรงมากขึ้น ต่อบุคคลที่เกิดในประเทศไทยจากบุพการีที่เข้ามาในประเทศไทยในลักษณะไม่ถาวร แต่ความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๔๐ นั้น มาจากผลร้ายของมาตรา ๗ ทวิ วรรค ๑ และ ๓ นั่นเอง

สิทธิและเสรีภาพทางการศึกษาของมนุษย์ : มีขอบเขตไหม ? ใครกำหนด ?
แล้วอะไรคือสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของมนุษย์ล่ะ ? คำตอบที่ลงตัวในแนวคิดของคนจำนวนมาก ก็คือ สิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ก็คือ สิทธิที่จะทำให้มนุษย์ได้มาซึ่งปัจจัย ๔ อันจำเป็นแห่งชีวิต อาทิ สิทธิในการประกอบอาชีพย่อมเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน เพราะสิทธิดังกล่าวย่อมมีผลทำให้มนุษย์มีชีวิตรอดอยู่  แล้วสิทธิของเด็กที่จะศึกษาต่อล่ะ เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์หรือไม่ ? เด็กไร้สัญชาติมีสิทธินี้ไหม ?

จอบิ ของ พอวา
จอบิเป็นคนไทยชาติพันธุ์กะเหรี่ยงเผ่าสกอว์ เกิดที่บ้านป่าเด็ง ตำบลสองพี่น้อง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี เมื่อวันที่ ๑๕ เมษายน ปี พ.ศ.๒๕๑๐ มีรกรากทางบรรพบุรุษที่ต้นน้ำภาชี    มีพ่อชื่อนายพะวอ เป็นกะเหรี่ยงเผ่าสกอว์ เกิดบริเวณต้นน้ำปราณบุรี ซึ่งเป็นเขตต้นน้ำในเขตอำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี   และแม่คือ นางกิคุ เกิดที่บ้านบางกลอย อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี คณะทำงาน โดยความช่วยเหลือของประชาคมอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ได้ข้อมูลพยานบุคคลและได้พบกับพยานบุคคลที่สามารถยืนยันการเกิดของนางกิคุ นายพะวอ และนายจอบิว่าเกิดในไทย และเป็นคนไทยจริง

ยุทธศาสตร์การจัดการปัญหาสถานะและสิทธิของบุคคล : จากใจรัฐไทยต่อคนไร้สัญชาติ
หวังว่า ยุทธศาสตร์เพื่อมวลมนุษยชาติครั้งนี้ของรัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร จะมิใช่เพียงแค่สร้างภาพ อย่าลืมว่า คนไร้สัญชาติที่ว่า เขาอาจมิใช่คนต่างด้าวเลย เขาอาจเป็นแค่คนที่บิดามารดา ปู่ย่าตายายไม่มีความรู้มากพอที่จะไปแจ้งให้แก่บุตรหลานของคนที่อำเภอเท่านั้น แม้แต่แรงงานต่างด้าวพม่าลาวเขมรที่เพิ่งเข้ามาในประเทศไทย รัฐบาลยังเปิดประตูใจให้หลายครั้งแล้ว  ขอใจให้แก่ ““ประชาชนที่อยู่ในประเทศเขามีมานานแล้ว แต่ก็ไม่เป็นคนไทย คือ เขาไม่ถือว่าเป็นคนไทยแท้จริง เขาอยู่และเกิดในเมืองไทย แต่ก็ไม่ได้รับประโยชน์ของความเป็นไทย” สักครั้ง ก่อนจากไปได้ไหมเอ่ย

ผลกระทบของเกมออนไลน์ต่อสังคมไทย : มุมมองกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล
มาตรการที่ควรจะเร่งดำเนินการเป็นอันดับแรก  คือ  การปลูกจิตสำนึกให้แก่เด็กและเยาวชน  โดยการให้ความรู้  ความเข้าใจ  ผลกระทบที่จะเกิดจากเทคโนโลยีให้แก่เด็ก  ผู้ปกครอง  ครู  บุคคลในส่วนต่างๆ  ของสังคมอันนำไปสู่การกำหนดกฎหมายจารีตประเพณี  (Code of Conduct)  ซึ่งใช้สามารถบังคับได้จริง  และได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง  และสร้างจริยธรรมให้แก่ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องในการรับผิดชอบต่อสังคม นอกจากนี้จะต้องเร่งผลิตบุคลากรขึ้นมาสร้างสรรค์เกมออนไลน์ในสังคมไทย เพื่อส่งเสริมการประกอบการให้แก่ผู้ประกอบการเกมออนไลน์ ผู้ประกอบการร้านอินเทอร์เน็ต โดยผู้สร้างสรรค์เกมจะได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายลิขสิทธิ์ทั้งในระดับภายในและในระดับกฎหมายระหว่างประเทศ

สิทธิในการอาศัยอยู่ในประเทศไทยของคนไร้สัญชาติ
จากการศึกษาหลักกฎหมายระหว่างประเทศพบว่า ประเทศไทยไม่มีพันธกรณีที่จะต้องยอมรับให้สิทธิอาศัยแก่คนไร้สัญชาติทุกคนเพราะกฎหมายระหว่างประเทศเพียงแต่กำหนดให้บุคคลที่อาศัยอยู่ในดินแดนใดโดยชอบด้วยกฎหมายสามารถที่จะเดินทางและเลือกถิ่นที่อยู่ได้โดยเสรี และไม่อาจถูกเนรเทศได้โดยพลการ นั่นย่อมหมายความว่า ในหลักกฎหมายระหว่างประเทศปล่อยให้เป็นอำนาจของรัฐเจ้าของดินแดนที่จะออกกฎหมายมาห้ามบุคคลที่ไม่มีสัญชาติของตนเข้าเมืองหรืออาศัยอยู่ก็ได้ แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่รัฐไทยพึงจะต้องตระหนักไว้อยู่เสมอ คือ รัฐไทยมีหน้าที่จะต้องให้ความคุ้มครองในสิทธิขั้นพื้นฐาน เช่น สิทธิในการมีและดำรงชีวิตอยู่ สิทธิในการก่อตั้งครอบครัว เป็นต้น แก่บุคคลทุกคนไม่ว่าบุคคลนั้นจะมีหรือไร้สัญชาติ หรือมีหรือไม่มีสิทธิอาศัยอยู่ในประเทศไทย 

สิทธิในการทำงานของคนไร้สัญชาติในประเทศไทย
ผลของการศึกษาพบว่า สิทธิในการทำงานภายใต้พันธกรณีระหว่างประเทศที่ไทยเข้าผูกพันในฐานะที่เป็นจารีตประเพณีและสนธิสัญญานั้น ปรากฏว่าได้มีการบัญญัติรับรองสิทธิในการทำงานของมนุษย์ไว้ในฐานะที่เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ แต่ปรากฏว่ากรอบนโยบายในการดำเนินการจัดการปัญหาเกี่ยวกับคนไร้สัญชาตินั้น มิได้มีการคำนึงถึงการจัดการสิทธิในการทำงานของคนไร้สัญชาติมากนัก ซึ่งส่งผลให้กรอบนโยบายที่ปรากฏนั้นบางอันได้ก่อให้เกิดเป็นอุปสรรคในการเข้าสู่สิทธิในการทำงานของคนไร้สัญชาติ เนื่องจากความไม่สอดคล้องกับสภาพข้อเท็จจริงและสภาวการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปในสังคมไทย

สิทธิในการมีสุขภาพอนามัยดีของคนไร้สัญชาติในประเทศไทย
สิทธิในสุขภาพอนามัยดีได้รับการยอมรับตามกฎหมายระหว่างประเทศมานานแล้วตั้งแต่องค์การสหประชาชาติได้ประกาศปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนขึ้น โดยหลักการนี้ได้ปรากฏในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 และสนธิสัญญาระหว่างประเทศหลายฉบับด้วยกัน ดังนั้น ย่อมถือได้ว่าสิทธิในสุขภาพอนามัยดีเป็นสิทธิมนุษยชนซึ่งมีผลผูกพันประเทศไทย โดยสิทธิดังกล่าวนี้อาจจำแนกได้ 2 ประการ คือ สิทธิในการเข้าถึงบริการและสิทธิที่จะได้รับการประกันจากรัฐ ซึ่งในกฎหมายไทยอาจมีลักษณะที่แคบกว่า เนื่องจากกฎหมายไทยได้กำหนดให้รัฐมีหน้าที่ในการประกันสิทธิต่อบุคคลที่มีสถานะเป็นประชาชนเท่านั้น แสดงให้เห็นว่า บุคคลนั้นจะต้องมีจุดเกาะเกี่ยวโดยแท้จริงกับรัฐ (Genuine link)  ซึ่งจากการศึกษาปรากฏว่า คนไร้สัญชาติที่ได้รับสิทธิอาศัยในประเทศไทย ย่อมมีสถานะเป็นประชาชน ตามพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 และโดยกฎหมายบุคคลดังกล่าวย่อมมีสิทธิได้รับการประกันสุขภาพจากรัฐไทยเช่นเดียวกับคนสัญชาติไทย

สิทธิในการศึกษาของคนไร้สัญชาติในประเทศไทย
จากการศึกษาพบว่า สิทธิในการศึกษานั้นเป็นสิทธิที่ได้รับการรับรองและคุ้มครองตามกฎหมายระหว่างประเทศ ทั้งจารีตประเพณีระหว่างประเทศ และสนธิสัญญาที่ประเทศไทยลงนามเป็นภาคี ซึ่งกฎหมายระหว่างประเทศที่รับรองคุ้มครองสิทธิในการศึกษานี้  ต่างชี้ชัดว่า สิทธิในการศึกษาเป็นสิทธิมนุษยชน  ซึ่งฐานแห่งสิทธิเกิดจาก “ความเป็นมนุษย์”  นอกจากนั้น กฎหมายภายในของไทยทั้งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยตั้งแต่รัฐธรรมนูญฉบับแรกจนถึงรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน    รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาต่างรับรองและคุ้มครองสิทธิในการศึกษาของบุคคล

การกระทำของมนุษย์บนอินเทอร์เน็ตที่เป็นภัยต่อมนุษย์ในสังคมไทย : แนวคิดในการจัดการ
ปัจจุบัน ยังคงมีปัญหาการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวต่อการกระทำที่เป็นภัยบนอินเทอร์เน็ต ทั้งนี้ เนื่องจากอินเทอร์เน็ตได้ก่อให้เกิดผู้กระทำความผิดในรูปแบบใหม่คือ มีลักษณะเป็นบุคคลเสมือน (Virtual Man) ที่ไร้ตัวตน (Anonymous) การสืบหาและพิสูจน์ว่าใครเป็นผู้กระทำจึงเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก ดังนั้น แนวคิดในการจัดการปัญหาของมนุษย์ในอินเทอร์เน็ตจึงไม่อาจวางอยู่บนปรัชญาเดียวกับแนวคิดในการจัดการปัญหาของมนุษย์ในโลกแห่งความเป็นจริง และการบังคับใช้กฎหมายไม่อาจมีประสิทธิภาพได้ในลักษณะเดียวกับที่เป็นอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง 

ข้อสังเกตระหว่างทาง (๑) : การแกะรอย “การรับรองสิทธิที่จะมีเอกสารพิสูจน์ทราบตัวบุคคลภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ”
แม้ว่ามนุษย์คนหนึ่งนั้นจะมีตัวตนอยู่จริงในทางข้อเท็จจริง ก็ใช่ว่ามนุษย์แต่ละคนในดินแดนแห่งรัฐจะสามารถเข้าถึงสิทธิหรือใช้สิทธิต่างๆ ที่กฎหมายภายในแห่งรัฐได้รับรองไว้โดยเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นสิทธิพลเมือง (Civil Rights) หรือสิทธิมนุษยชน (Human Rights) หากแต่ความสามารถในการเข้าถึงสิทธิ การใช้สิทธิดังกล่าว รวมถึงการป้องกันตนเองจากการถูกละเมิดสิทธินั้น กลับขึ้นอยู่กับสถานะทางกฎหมายของบุคคล    ของแต่ละบุคคลเป็นสำคัญ  ซึ่งการกล่าวอ้างตนว่ามีสถานะบุคคลตามกฎหมายลักษณะใด นั้น “เรียกร้อง”ว่า ต้องมีพยานหลักฐานมายืนยัน

ความรับผิดของผู้ประกอบการธุรกิจสื่อทางเพศบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
โดยภาพรวมของการจัดการต่อปัญหาแล้ว สังคมไทยต้องยอมรับความจริงในเรื่องสื่อทางเพศอย่างตรงไปตรงมา การมีอยู่ของสื่อทางเพศในฐานะของวัตถุของการประกอบการควรมีอยู่ แต่การหาพื้นที่ที่จะวางสื่อทางเพศเหล่านั้นอย่างสมดุลย์ในสังคมเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง เพราะสื่อทางเพศไม่ได้มีแต่สิ่งเลวร้ายทั้งหมด ยังมีบางมุมที่มีประโยชน์ต่อสังคม  อย่างไรก็ดี การจัดการต่อปัญหาในเรื่องนี้ได้ดีที่สุดก็คือการสร้างความเข้มแข็งให้กับสังคม ภาครัฐต้องเสริมสร้าง “วัคซีน” ให้กับสังคม ขณะเดียวกันภาคธุรกิจเองก็ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งเมื่อประกอบกันในทุกภาคส่วนแล้ว ปัญหาเรื่องการประกอบธุรกิจสื่อทางเพศก็จะสามารถแก้ไขได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แรงงานต่างชาติที่เข้าเมืองผิดกฎหมาย : ข้อค้นพบ ข้อสงสัย และข้อสรุป
ในขณะที่ภาพความสัมพันธ์ระหว่างสุขภาพสังคมประเทศไทยและแรงงานต่างชาติในเชิงเศรษฐกิจจะชัดเจนหากเราจะพิจารณาจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน พ.ศ.๒๕๔๗  แต่ดูเหมือนภาพความสัมพันธ์ระหว่างสุขภาพสังคมประเทศไทยและแรงงานต่างชาติในเชิงสังคมและวัฒนธรรมในแบบที่เป็นกลางๆ และไม่อคติ  จะเป็นภาพยังไม่ชัดนัก แต่คงต้องเป็นภาระกิจของนักวิชาการที่จะต้องมองภาพของแรงงานต่างชาติที่เข้าเมืองผิดกฎหมายใน พ.ศ.๒๕๔๗ นี้ให้ชัด ครบถ้วน และไกลให้มากที่สุด เพื่ออนาคตของประเทศไทย และมวลมนุษยชาติ

ปัญหาการยอมรับให้สัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติแก่คนต่างด้าว
การร้องขอแปลงสัญชาติเป็นไทยโดยเอกชนนั้น เป็นเรื่องของบุคคลที่มีความรอบรู้ในทางกฎหมายและมีกำลังทางเศรษฐกิจที่จะแสวงหาความช่วยเหลือจากผู้ที่มีความรู้ความสามารถทางกฎหมาย แต่ในกรณีที่เป็นเรื่องของบุคคลที่ยากจนและไร้การศึกษาแล้ว การร้องขออาจเป็นไปไม่ได้หรือไม่มีประสิทธิภาพ ดังนั้น แม้พวกเขาจะมีความกลมกลืนกับสังคมไทยแล้วหรือมีศักยภาพอย่างเต็มเปี่ยมที่จะกลมกลืนกับสังคมไทย พวกเขาก็ยังคงมีสถานะเป็นคนต่างด้าว กรณีนี้จึงต้องตกเป็นภาระหน้าที่ขององค์กรของรัฐที่จะผลักดันกระบวนการแปลงสัญชาติให้แก่ชนกลุ่มนี้ 

ปัญหาคนไร้สัญชาติที่แม่อาย : พวกเขาเป็นคนสัญชาติพม่าจริงหรือ ?
จริงหรือที่ชาวบ้านเหล่านี้จะกลับมาเป็นคนสัญชาติไทยได้ ก็ต่อเมื่อต้องยอมรับต่ออำเภอก่อนว่า เป็นคนสัญชาติพม่า และต้องร้องขอสัญชาติไทยใหม่ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กลายเป็นคนไทยโดยคำสั่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งจะกลายเป็นคนสัญชาติไทยที่ถูกจำกัดสิทธิของพลเมือง ข้อเสนออย่างนี้เป็นสิ่งที่ชาวบ้านที่เชื่อว่า ตนเป็นคนไทยโดยการเกิดยอมรับไม่ได้ และตัดสินใจฟ้องกรมการปกครองและอำเภอแม่อายต่อศาลปกครองที่เชียงใหม่ วันนี้ ศาลปกครองตัดสินให้พวกเขาชนะคดี แต่กรมการปกครองก็อุทธรณ์คำสั่งศาลดังกล่าว คำตอบสุดท้ายยังอยู่ในการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด 

สื่อในสังคมไทยต่อสุขภาวะและสิทธิมนุษยชนของเด็ก เยาวชน และครอบครัว : แนวคิดพื้นฐาน
ภายในเวลา ๑๒ เดือนของการศึกษาเพื่อแสวงหาคำตอบสำหรับคำถามทั้ง ๓ นี้   ผู้วิจัยเพื่อการพัฒนาตั้งความหวังที่จะค้นพบ “วิธีการ” ที่จะสร้างสรรค์ “สื่อด้านบวกสำหรับการส่งเสริมและคุ้มครองสุขภาวะและสิทธิมนุษยชนของเด็ก เยาวชน และครอบครัว”  ซึ่งโดยผลตรงกันข้าม เราย่อมจะค้นพบวิธีการป้องกันและป้องปราม “สื่อด้านลบที่ส่งผลร้ายต่อสุขภาวะและละเมิดสิทธิมนุษยชนของเด็ก เยาวชน และครอบครัว”

แนวคิดในการแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนของกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย
ปัจจัยที่ขจัดหรือบรรเทาความร้ายแรงของการละเมิดสิทธิมนุษยชนของกลุ่มชาติพันธุ์ ก็คือ การที่สร้างความเข้มแข็งและความรอบรู้ให้แก่ภาคประชาชน ดังนั้น จึงต้องผลักดันให้มีภาควิชาการที่มีองค์ความรู้ในการสร้างศักยภาพให้ชุมชน และผลักดันให้มีกระบวนการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนในลักษณะที่ทันต่อเหตุการณ์และสร้างสรรค์

‘คนต่างด้าวในประเทศไทยคือใครบ้าง ? มีจำนวนเท่าไร ? ระบบฐานข้อมูลแบบไหนคือคำตอบ ?’
คนต่างด้าวในประเทศไทยมีจำนวนเท่าไร ? ถ้านำจำนวนเฉพาะที่ขีดเส้นใต้ข้างบนนี้มารวมกัน จะได้จำนวนคนต่างด้าวสถานะต่างๆอยู่ประมาณ 2,439,570 คน คณะทำงานวิชาการของโครงการวิจัยนี้เสนอแนะว่า การจัดทำระบบฐานข้อมูลเชิงบูรณาการนี้ ควรถูกนำมาใช้เป็นกลไกในการจัดระบบและมาตรฐานกลางต่อการปรับสถานะบุคคลของคนต่างด้าวและลูกหลาน ให้เกิดความชัดเจนและเป็นธรรม และสร้างระบบและมาตรฐานกลางในการพิสูจน์ตนของคนไทยที่ไร้สัญชาติทั้งหลาย ให้กลุ่มผู้เดือดร้อนสามารถเข้าถึงบริการได้สะดวก เป็นธรรม และเคารพศักดิ์ศรีของมนุษย์

สรุปคำพิพากษาศาลปกครองเรื่องการปฏิเสธสิทธิในสัญชาติไทยของบุคคลที่ได้มาโดยผลของสนธิสัญญาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงอาณาเขตแห่งรัฐ
ผู้ฟ้องคดี เห็นว่า  คำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ที่อนุมัติให้ถอนชื่อผู้ฟ้องคดีทั้งหมดออกจากทะเบียนบ้าน (ท.ร. ๑๔) นั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย  เพราะผู้ฟ้องคดีที่ ๑ และผู้ฟ้องคดีที่ ๒ ได้สัญชาติไทยตามอนุสัญญาสันติภาพระหว่างประเทศไทยกับประเทศฝรั่งเศส ปี พ.ศ. ๒๔๘๔  และผู้ฟ้องคดีที่ ๓ ถึงผู้ฟ้องคดีที่ ๘ ซึ่งเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ฟ้องคดีที่ ๑ และผู้ฟ้องคดีที่ ๒ จึงมีสัญชาติไทย  

การตรวจดีเอ็นเอ (DNA) เพื่อพิสูจน์สัญชาติไทย
ข้อมูลที่ถูกจัดเก็บอยู่ในดีเอ็นเอนั้นเป็นสิ่งที่ไม่สามารถปลอมแปลงหรือโกหกหลอกลวงได้ รวมทั้งข้อมูลความสัมพันธ์ของบุคคลที่มีต่อกันเพราะเป็นสิ่งที่อยู่ในร่างกายมนุษย์โดยไม่สามารถเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงนี้ได้และคงความเป็นจริงอยู่ตลอดเวลาแม้ว่ามนุษย์นั้นอาจเสียชีวิตไปแล้วก็ตาม จึงอาจที่จะกล่าวได้ว่าพยานหลักฐานที่ได้จากการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอนั้นเป็นความจริงมากกว่าข้อเท็จจริงที่ได้จากพยานบุคคล และสมควรได้รับการยอมรับว่าเป็นพยานหลักฐานชิ้นสำคัญที่มีน้ำหนักในการพิสูจน์สัญชาติไทยจากความสัมพันธ์ทางพันธุกรรมของบุคคล

แอร์...เด็กหญิงตาบอด..ไม่มีนามสกุล..และไร้สัญชาติ
อย่างไรก็ตามแม้ชีวิตในช่วงมัธยมจะดูราบรื่น  แต่ความรู้สึกแปลก แยกกับปัญหาอันเกิดจากการไรัสัญชาติก็เพิ่มมากขึ้นเนื่องจากหนูจำเป็นต้องมีปฎิสัมพันธ์กับคนมากขึ้นและในหลากหลายเรื่องมากขึ้น  เมื่อหนูต้องการสมัครสอบวัดความรู้ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น  (pre ม.ต้น)  หนูก็ไม่สามารถสมัครได้และเมื่อหนูต้องรู้จักกับทั้งเพื่อนและครูอาจารย์มากขึ้น  หนูก็ต้องตอบคำถามของบุคคลเหล่านั้นมากขึ้นตามไปด้วยซึ่งคำถามไม่ใช่เพียงที่เกียวกับการเรียนของคนตาบอดแต่มักจะเป็นคำถามเกียวกับการไม่มีนามสกุลและที่มาของบรรพบุรุษของหนูด้วย  จนทำให้หนูรู้สึกว่าเป็นปมด้อยอีกสิ่งหนึ่งในชีวิตของตนและทำให้หนูกังวลถึงความไม่แน่นอนในชีวิตภายภาคหน้าของตนว่าจะต้องประสบปัญหาใดเพิ่มขึ้นอีกบ้าง 

แนวคิดในการจัดการการใช้อินเตอร์เน็ตบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่มีผลกระทบต่อสังคมไทย
ณ เวลานี้ ธุรกิจเหล่านี้ยังคงอยู่ในมือของผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่ๆทั้งวงจร ได้แก่ DTAC, AIS, HUTCH และ ORANGE โดยลักษณะการประกอบการมักจะเป็นการร่วมทุนกับบริษัทต่างประเทศเพื่ออาศัยเทคโนโลยีและระบบทางธุรกิจอันทันสมัยซึ่งประสบความสำเร็จมากแล้ว เช่นในประเทศญี่ปุ่นและประเทศเกาหลี  ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงบุคคลากรของไทยก็มีศักยภาพเพียงพอที่จะเข้ามาประกอบการธุรกิจเหล่านี้เอง เพียงแต่ขณะนี้ยังขาดการสนับสนุนจากภาครัฐทั้งในทางด้านการศึกษา การประกอบอาชีพ

แนวคิดในการจัดการของผู้ให้บริการเว็บไซต์ต่อข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการเมื่อมีการกระทำที่เป็นภัยต่อผู้อื่นเกิดขึ้นบนเว็บไซต์
กรณีที่ได้รับความสนใจจากกระแสสังคมเมื่อไม่นานมานี้ในกรณีของนายศรยุทธ  เสนามงคลที่ถูกฟ้องร้องให้ดำเนินคดีจากกรณีโพสต์ภาพของนักแสดงสาวบนเว็บบอร์ดของเว็บไซต์ พันธุ์ทิพย์ ดอทคอม  นอกจากจะพิจารณาในเรื่องของความผิดฐานหมิ่นประมาทแล้วยังต้องพิจารณาในเรื่องของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอีกด้วย  โดยหากมองในมุมมองของเว็บไซต์พันธุ์ทิพย์  คอทคอม และ นายศรยุทธ  แล้ว  การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของพันทิปในกรณีนี้ยังมีความสับสนอยู่   เนื่องจาก พันทิป ได้มีสัญญาในการรักษาข้อมูลส่วนบุคคลเอาไว้กับสมาชิกของตน  จึงเกิดเป็นปัญหาข้อสงสัยแก่ผู้ให้บริการเว็บไซต์ว่าควรเปิดเผยข้อมูลของผู้ใช้บริการเมื่อใด  แก่หน่วยงานไหน  และภัยในระดับใดควรให้ข้อมูลได้ทันที  หรือ ภัยในระดับใดจำต้องมีหมายของศาลก่อนหรือไม่

อาเล็ก …คนไร้ทั้งรัฐและสัญชาติ และเรียนไม่เก่ง
นโยบายความมั่นคงของสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ที่มุ่งเน้นความมั่นคงของมนุษย์ รวมถึงความยอมรับ ความเข้าใจในสภาพปัญหาคนไร้รัฐ และไร้สัญชาติที่ปรากฎตัวในรัฐไทยของสมช. ที่ชัดเจนขึ้น จนกลายเป็น ‘คำมั่น’ ที่มีต่อโอกาสและความหวังของคนไร้รัฐ ไร้สัญชาติ รวมถึงคนไร้ทั้งรัฐและไร้สัญชาติ แน่นอนว่า รวมถึงอาเล็ก- ไม่ว่าจะได้เป็นคนไทย ได้สัญชาติไทย หรือได้เป็นแค่คนเข้าเมืองที่ถูกกฎหมาย ที่สามารถมีชีวิตและเติบโตอย่างมีศักดิ์ศรี ไม่ต้องหลบซ่อนหรือถูกเอารัดเอาเปรียบ ก็ล้วนแต่เป็น ‘อนาคต’ ที่พวกเขาไม่มีสิทธิกำหนดให้ตัวเอง ได้แต่ก้มหน้าก้มตาประพฤติดี ประพฤติชอบไปตามวิถีทางของตัวเอง จนกว่าวันนั้นจะมาถึง.

ตี๋..เด็กวัด....ไร้รากเหง้า...ไม่รู้เกิดที่ไหน ?....ไม่รู้ว่า เป็นลูกใคร ?
ตั้งแต่ผมจำความได้ ผมก็อยู่วัดมาตั้งแต่เด็กแล้วก็ได้บวชเณรมาโดยตลอด .......พระอาจารย์บุญส่งได้ส่งตัวผมไปเรียนต่อที่ โรงเรียนตำรวจชายแดน (ต.ช.ด. นเรศวร ห้วยโศก) เรียนจนจบ ป.๖ เขาก็ไม่สามารออกใบจบการศึกษาชั้น ป.๖ ให้ได้ เนื่องจากผมไม่มีใบที่เป็นตัวแสดงข้อมูลเกี่ยวกับตัวผมเลยแม้แต่ชิ้นเดียว ....ผมจึงอยู่เช่นนี้มาเรื่อยๆ แต่ก็หาหนทางที่จะทำบัตรบ้าง แต่ก็ไม่มีใครสามารถช่วยเหลือผมได้ ทุกที่บอกเหมือนกันว่าไปเริ่มหาข้อมูลตั้งแต่ต้นตอ ผมก็ทำแล้ว แต่ก็ไม่มีที่ไหนจะมีข้อมูลของผมเก็บไว้เลย

ธารารัตน์ แซ่ไช่....ไร้สัญชาติ...เรียนเก่ง...แต่ไม่มีใครกล้าจ้างงาน
ถ้ามีโอกาสเลือกทำงานตามที่ตนใฝ่ฝันคืออยากทำงานด้านการส่งออก นำเข้าอยากเรียนรู้ระบบการตลาด ซึ่งศักยภาพที่ข้าพเจ้ามีอยู่โดยเฉพาะด้านภาษาและด้านบริหารจะถูกใช้อย่างเต็มที่ และได้เงินเดือนตามความสามารถ เพื่อเตรียมตัวสู่ความฝันที่อยากเปิดบริษัทด้านการส่งออก-นำเข้า .....แต่มาวันนี้ก็ได้แต่งานรับจ้างชั่วคราวไปวัน ๆ โดยมีรายได้ไม่แน่นอน..... ถ้ากระทรวงแรงงานจะช่วยออกใบรับรองการมีสิทธิเข้าทำงานตามที่เรียนมา และมีสิทธิเท่าเทียมในการรับทำงานจากนายจ้าง และคุ้มครองสิทธิอื่นๆ ด้านแรงงานก็ขอขอบพระคุณยิ่ง มา ณ โอกาสนี้

หลิงหลิง แซ่จู...เยาวชนไร้สัญชาติที่เกิดจากบิดามารดาที่ทางราชการไทยเรียกว่าจีนฮ่ออิสระ
พอจบมัธยมศึกษาปีที่ ๓ หลินก็เข้ากรุงเทพเพื่อที่จะมาช่วยแม่ทำงาน เพราะตอนเด็กที่บ้านยากจนมาก แม่ต้องเลี้ยงเด็กตั้ง ๓ คน พอหลินจบ ม.๓ ก็รีบมาช่วยแม่ แต่ใจจริงหลินอยากเรียนหนังสือมากเพราะเพื่อนๆ เรียนกันทุกคนเป็นเสมียนเงินเดือน ๘๐๐๐ จากนั้นหลินก็เรียนต่อ ปวส. ที่โรงเรียน วิทยาการจัดการเพชรเกษม คะเรียนวันอาทิตย์วันเดียว  เรียนจบปี ๒๕๔๖  และเข้าเรียนมหาวิทยาลัย เอเชีย อาคเนย์ ที่ถนนเพชรเกษม แขวงหนองค้างพลู เขต ภาษีเจริญ ตอนนี้เรียนปี ๔ เทอม ๑  เรียนภาคค่ำคะ เพราะตอนนี้หลินทำงานด้วยพึ่งย้ายที่ทำงาน และวันพรุ่งนี้จะกลับไปทำใบขออนุญาติทำงานคะ  ขอบคุณอาจารย์มากนะคะ ที่คอยช่วยเหลือ

จดหมายจากลูกศิษย์ของอาจารย์แหวว...เข้าเรียนแล้วได้อะไร ???
หนูเนียะมันมีปัญหาช่วงแรกคือ หนูไม่สามารถขึ้นเรียนได้ เวลาเรียนของอาจารย์ ช่วงแรกหนูไม่ได้ขึ้นเลย จนมาตอนเดือนสิงหาคม หนูลองมาขึ้นเรียนดู ตอนแรกคิดว่าถ้าขึ้นเรียนแล้วประติดประต่อไม่ถูก ก็จะไม่ขึ้นแล้ว อ่านหนังสืออยู่บ้านเอาเอง (ขอชมอีกอย่างค่ะ ว่าหนังสืออาจารย์อ่านแล้วเข้าใจดีค่ะ อาจารย์ลำดับขั้นตอนเก่งจริงๆ) แต่ตอนหนูอ่านจบไปรอบหนึ่ง รู้สึกไม่พอค่ะ เหมือนกับไม่ครบเนื้อหาที่จะสอบ เลยมาลองขึ้นเรียนอย่างที่หนูบอก คือสิงหาคม วันแรกก็ประทับใจแล้วคืออาจารย์สอนไปทวนไป เหมือนกับอยากให้ความรู้เต็มที่ หนูชอบที่อาจารย์ทำให้หนูรู้สึกสนุกกับการอยากรู้ อยากตอบ อยากคิด............

งานขจัดคนไร้รัฐและคนไร้สัญชาติ ของศูนย์ช่วยเหลือประชาชนด้านกฎหมาย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยพายัพ จากอดีต ปัจจุบัน . . สู่อนาคต
งานที่อยู่ในความดูแลของศูนย์ช่วยเหลือประชาชนด้านกฎหมาย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยพายัพ มีดังนี้ ๑) การช่วยเหลือ ให้คำปรึกษาและหรือดำเนินการด้านคดีความแก่ประชาชนทั่วไปที่มีความเดือดร้อนหรือไม่ได้รับความเป็นธรรมเกี่ยวกับกฎหมายโดยไม่เลือกปฏิบัติ ๒) การให้บริการเกี่ยวกับกฎหมายแก่ประชาชนด้านอื่นๆนอกเหนือจากเรื่องของคดีความ ๓) ส่งเสริมและสร้างจิตสำนึกอันดีงามแก่นักศึกษานิติศาสตร์ในการรับใช้ประชาชน ๔) ร่วมมือกับหน่วยงานอื่นเพื่อประสานความร่วมมือในการให้ความช่วยเหลือประชาชนทางด้านกฎหมาย

ความเห็นของวันฉัตร ผดุงรัตน์ต่อร่าง พ.ร.บ.อาชญากรรมคอมพิวเตอร์ พ.ศ...
มาตรการเกี่ยวกับการควบคุมเนื้อหามาในมาตราที่ ๑๒ เช่น “ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะทำให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ” หรือ “ข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆอันมีลักษณะอันลามกหรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน” ทำให้กฎหมายฉบับนี้แทนที่จะเป็นมาตรการต่ออาชญากรคอมพิวเตอร์ที่มีความชัดเจน ถูกเบี่ยงเบนไปเป็นบทบาทของการควบคุมเนื้อหาจากประชาชนทั่วไป ซึ่งผมเชื่อว่ามีความคลุมเครือในการปฏิบัติและอาจเป็นอุปสรรคต่อเสรีภาพของประชาชนในระยะยาวได้

ศิริพร จันศิริ....อดีตคนไร้สัญชาติ...ยังถูกปฏิเสธสิทธิในการศึกษา
ศิริพร เป็นอดีตผู้ถือบัตรไทยลื้อที่ได้รับสัญชาติไทย  โดยกฎหมายทะเบียนราษฎร ศิริพรถูกจัดเป็นบุคคลที่ได้รับเลขประจำตัวประชาชนขึ้นต้นด้วยเลข ๘  ซึ่งมีความหมายถึง (๑) “บุคคลต่างด้าวที่ไดัรับสัญชาติไทยแล้ว”  และ (๒) “บุคคลต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย” ดังนั้น ในการขอเข้ารับทุนในกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาของนางสาวศิริพร จึงสามารถกระทำได้ตามคุณสมบัติของผู้ขอรับทุนในกองทุนฯ เนื่องจากเป็นผู้มีสัญชาติไทย แต่ในระบบการตรวจสอบด้วยโปรแกรมรายชื่อนักเรียนทุนของกระทรวงศึกษาธิการ นางสาวศิริพรถูกระบุว่า ไม่มีคุณสมบัติที่จะรับทุนการศึกษาที่ควรจะได้รับ สถาบันศึกษาจึงเรียกคืนทุนการศึกษาที่ได้รับแล้วคืน ทำอย่างไรดี ???

จอบิ...คนสัญชาติพม่า ? คนสัญชาติไทย ? คนไร้สัญชาติ ?
ในวันที่รัฐธรรมนูญไทยให้ความสำคัญแก่ศักดิ์ศรีความเป็น “มนุษย์” ขอเราจงให้สิทธิแก่พวกเขาที่เป็นมนุษย์เหมือนกับเรา สิทธิที่จะอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัว สามเดือนที่ผ่านมาของชีวิตที่โดดเดี่ยวในคุก มันโหดร้ายเกินไปไหม เขามิได้เป็นภัยต่อใครมิใช่หรือ ถ้าไม่อาจยอมรับในความเป็นคนสัญชาติไทยของมนุษย์ที่เกิดและเติบโตในประเทศไทย ก็ให้รีบปฏิเสธว่า เขาไม่มีสัญชาติไทย อย่ายื้อด้วยเวลา เขาและครอบครัวจะได้มีโอกาสที่จะได้รับความเอื้ออาทรจากมนุษย์ในสังคมอื่นที่เข้าใจคำว่า “สิทธิมนุษยชน” มากกว่า.....

บุญธรรม ศรีบุญทอง....นักกีฬาเพาะกายไร้สัญชาติ
อีกรายแล้วค่ะ เป็นนักกีฬาที่มีความสามารถ เป็นสามีของหญิงไทย เป็นบิดาของเด็กชายสัญชาติไทย แต่ไร้สัญชาติ เขาเกิดในประเทศไทย จากบิดามารดาที่เป็นคนไทยใหญ่ที่หนีภัยความตายมาจากประเทศพม่า คงไม่ต้องบอก ก็คงทราบนะคะว่า คนไทยใหญ่ไม่ได้รับการยอมรับว่า มีสัญชาติพม่า โดยรัฐบาลพม่าในปัจจุบัน ไม่ถึงกับไร้รัฐ เพราะรัฐไทยยอมรับให้สิทธิอาศัยชั่วคราวค่ะ เป็นคนบัตรสีฟ้า อย่างที่เขาเรียกกัน รัฐบาลมีนโยบายให้สัญชาติไทยมาตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๔๓ แต่กระบวนการยังไม่เสร็จสิ้นเสียที ถ้าไม่ได้สัญชาติไทยในเร็ววัน คงเป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งเพาะกายที่บาร์เรนไม่ได้ 

ข้อเสนอแนะในการจัดการปัญหาคนไร้รัฐและคนไร้สัญชาติในประเทศไทย
แม้ในปัจจุบัน สังคมไทยโดยรวมจะมีความเข้าใจในปัญหาคนไร้รัฐและคนไร้สัญชาติมากขึ้น แต่ก็ยังปรากฏมีบุคคลในสถานการณ์นี้อีกจำนวนมากที่ยังไม่เข้าใจหรือมีอคติ  ซึ่งความไม่เข้าใจและอคตินี้ได้ส่งผลกระทบด้านลบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของไร้รัฐและคนไร้สัญชาติอย่างมาก จึงควรมีการปรับทัศนคติของทุกภาคส่วนในสังคมไทยเกี่ยวกับปัญหาคนไร้รัฐและคนไร้สัญชาติในประเทศไทย

การขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวและการพิสูจน์สถานะบุคคล
ในส่วนตัวผมเองนั้น ค่อนข้างจะเห็นด้วยกับความพยายามดังกล่าว เพราะเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลของคนที่อพยพมาจากสามประเทศอย่างเป็นระบบมากขึ้น เพื่อที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้ใช้ในการพิจารณากำหนดแนวทางในการบริหารจัดการและช่วยเหลือคุ้มครองคนเหล่านั้นได้อย่างเหมาะสมต่อไป อย่างไรก็ตาม ผมมีข้อสงสัยอยู่ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีแนวทางตรวจสอบและดำเนินการอย่างไรสำหรับคนกลุ่มที่จะได้กล่าวถึงดังต่อไปนี้ ซึ่งอาจรายงานตัวเพื่อขึ้นทะเบียนคนต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมายด้วย

การประทุษร้ายสังคมบนอินเทอร์เน็ต : ปรากฏการณ์เก่าที่เล่าใหม่
วันนี้จึงควรเป็นวันที่กลับเข้ามากล่าวถึงการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ มากกว่าการเน้นหนักไปที่กระบวนการในการลงโทษอันเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ซึ่งในที่สุดแล้ว สถานการณ์ของการประทุษร้ายต่อสังคมบนอินเทอร์เน็ตก็จะเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าไปอีกนานแสนนาน และการเกิดขึ้นของความรู้สึกระแวงแคลงใจ หรือหวาดกล้วของผู้ประกอบการบนอินเทอร์เน็ต

แนวคิดเกี่ยวกับการจัดการปัญหาการปรากฏตัวของมนุษย์บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
การหวงกันเสรีภาพส่วนตนในการใช้อินเทอร์เน็ตจนไม่ยอมทำสิ่งใดที่กระทบประโยชน์ส่วนตนเลย ก็คือ การสนับสนุนการกระทำอันเป็นละเมิดสิทธิมนุษยชนบนอินเทอร์เน็ต แต่การไตร่ตรองเพื่อให้เกิดจุดสมดุลย์ของเสรีภาพและความปลอดภัยของเหล่าผู้ใช้อินเทอร์เน็ตย่อมนำไปสู่การแก้ปัญหา แม้เสรีภาพบางส่วนจะต้องมีน้อยลง แต่ "ความปลอดภัยและความมั่นคงของมนุษย์บนอินเทอร์เน็ต" ย่อมจะทวีมากขึ้นอย่างแน่นอน

ชะตากรรมที่ถูกขีด คนไร้สัญชาติ ไร้รัฐ-ต่างด้าว โดย ภาสกร จำลองราช
เยาวชนรุ่นหลังอย่างน้ำค้าง กิตติพงศ์ และเด็กที่ยังไร้รัฐไร้สัญชาติอีกจำนวนมากควรเป็นอนาคตทรงคุณค่าของราชอาณาจักรแห่งนี้ พวกเขาไม่ได้เป็นภัยต่อความมั่นคงเหมือนข้ออ้างดึกดำบรรพ์ที่ใช้เป็นแหเหวี่ยงออกมา อย่าปล่อยให้ความคลั่งชาติมาทำร้ายคนรุ่นหลังอีกเลย

รวมรายงานข่าวเกี่ยวกับคนไร้รัฐและคนไร้สัญชาติ โดย ชวิดา วาทินชัย
เสียงจากคนไร้รัฐและคนไร้สัญชาติ....แม้จะรู้ว่าการออกมาเปิดเผยตัว จะเสี่ยงต่อการถูกจับกุม แต่พวกเค้าก็เลือกที่จะทำ เพราะหวังว่าจะช่วยให้หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องได้พิจารณากันชัดๆอีกครั้งว่า พวกเค้าเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศจริงหรือไม่ และความไม่ชัดเจนของสัญชาติเพราะการที่เลือกเกิดไม่ได้สมควรต้องถูกกีดกันและจำกัดสิทธิต่างๆเช่นนี้ด้วยหรือไม่ 

‘เด็กไร้สัญชาติ’ สะท้อนความผุกร่อนของการจัดการความคิดในสังคม โดย ดร.วิลาสินี พิพิธกุล
เรื่องของเด็กไร้สัญชาติอย่างกรณีของยุทธนาและอาภรณ์รัตน์ จึงเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการจัดการความรู้ของสังคมไทย เพราะสะท้อนให้เห็นว่าคนส่วนใหญ่ไม่มีความรู้ในเรื่องนี้ และระบบการให้ข้อมูลความรู้ของบ้านเราก็มักนิยมถ่ายทอดหรือเล่าซ้ำเรื่องราวจากมุมมองเดียว จนทำให้โอกาสที่จะทำความเข้าใจความเป็นจริงอย่างหลากหลายและเป็นธรรมต่อมวลมนุษยชาติเกิดขึ้นได้ยาก

มาลัย ปลอดโปร่ง...มีเชื้อชาติไทย..แต่ไร้สัญชาติไทย
ข้าพเจ้าเป็นกะเหรี่ยง ถือบัตรประจำตัวผู้หลบหนีเข้าเมืองจากพม่า (บัตรสีส้ม) อยู่ที่บ้านไร่เครา หมู่ที่ ๖ ต.คลองวาฬ อ.เมืองประจวบฯ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ขณะนี้ศึกษาอยู่ ณ วิทยาลัยเทคนิคประจวบคีรีขันธ์ แผนกพาณิชยการณ์ สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ ขณะนี้ศึกษาอยู่ชั้น ป.ว.ช.๓ จุดประสงค์ในอนาคตนี้ เมื่อข้าพเจ้าเรียนจบระดับชั้น ป.ว.ช.๓ ข้าพเจ้าอยากจะเรียนต่อ ณ มหาวิทยาลัยรามคำแหง แต่ขาดเงินในการเรียนต่อ

อาภรณ์รัตน์....อัจฉริยะน้อยเชื้อชาติจีน...ที่เกิดในไทย...แต่วันนี้ ไร้สัญชาติ โดย รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร
เกิดที่จังหวัดตากเมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๒๑ อายุ ๒๕ ปี บิดามารดาเป็นชาวฟูเจี่ยนซึ่งเกิดในประเทศพม่า แต่อพยพหนีการสู้รบเข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๑๖ อาภรณ์รัตน์เกิดในประเทศไทย แม้ประเทศพม่าไม่รู้จักอาภรณ์รัตน์ แต่กฎหมายไทยยอมรับให้รัฐบาลอนุญาตให้สัญชาติไทยแก่อาภรณ์รัตน์  แต่เมื่อยังไม่มีการอนุญาตให้เธอได้สัญชาติไทย  เธอจึงตกเป็น "เด็กไร้สัญชาติ"  ทั้งโดยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย

ขัวญ วรรัตน์..เด็กชายน้อยอีกคนที่ไร้รัฐ โดย นางสาวชลฤทัย แก้วรุ่งเรือง
เราพบเด็กไร้รัฐอีกคนแล้วหลังจากวันเด็กของปี พ.ศ.๒๕๔๗ เราได้รับการติดต่อจากคุณสสิธร วรรัตน์ว่า ได้อุปการะเด็กชายไว้หนึ่งคนมาตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๓๓ ด้วยว่า เขาถูกมารดาทิ้งเอาไว้ให้ตั้งแต่แรกเกิด ครอบครัวของคุณสสิธรไม่ทราบอะไรเลย นอกจากบิดามารดาของเด็กเป็นคนสัญชาติจีน ขัวญเกิดในประเทศไทย ถูกเลี้ยงดูในประเทศไทย โดยคนไทย ไม่ทราบภาษาจีนเลย ไม่มีความรู้สึกเป็นคนจีนเลย ไม่มีความสัมพันธ์ทางความรู้สึกกับประเทศจีนเลย เขารู้สึกในความเป็นไทยเท่านั้น แต่ในวันนี้ เขาไม่มีสัญชาติไทย เราจะพาเขาไปพิสูจน์สัญชาติจีน หรือเราจะร้องขอสัญชาติไทยให้แก่เขา สำหรับครอบครัวของคุณสสิธรและขัวญเอง สัญชาติไทยและสิทธิในประเทศไทยเท่านั้นที่ต้องการ มาช่วยกันคิดหน่อยซิคะ เราจะหาทางช่วยเหลือขัวญได้อย่างไร 

สรุปสถานการณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย โดย นางสาวสรินยา กิจประยูร และนายชุติ งามอุรุเลิศ
สถานการณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย  ในยุคที่การสื่อสารไร้พรมแดนได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากรัฐบาล  รวมถึงมีนโยบายการส่งเสริมทุนนิยมบริโภคนิยมในรูปแบบต่างๆ ส่งผลให้ชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ในปัจจุบันเผชิญกับสถานการณ์ด้านต่างๆ ในภาพรวม ดังต่อไปนี้

การถอนสัญชาติไทยของคนไทยที่มีองค์ประกอบต่างด้าวโดยคำสั่งของฝ่ายบริหารของรัฐ โดย รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร
ในท้ายที่สุด ขอให้ตระหนักว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไม่อาจมีคำสั่งถอนสัญชาติไทยของคนไทยที่ไม่มีองค์ประกอบต่างด้าวเลยหรือคนไทยที่มีบิดาเป็นไทยได้เลย

สถานการณ์ของเด็กไร้สัญชาติที่ปรากฏตามชายแดนไทย- พม่า โดย อาจารย์วรรณทนี รุ่งเรืองสภากุล
เนื่องจากภาคเหนือเป็นภูมิภาคหนึ่งที่ประสบกับสถานการณ์ปัญหาเด็กไร้สัญชาติโดยเฉพาะกรณีของเด็กไร้สัญชาติ ซึ่งอยู่ในเขตชายแดนไทย – พม่า จากการตรวจสอบพบว่า “เด็กไร้สัญชาติ” ดังกล่าวนั้นมีทั้ง เด็กไร้สัญชาติโดยข้อกฎหมาย และเด็กไร้สัญชาติโดยข้อเท็จจริง 

ปัญหาความไร้รัฐของคนเชื้อชาติไทยจากเกาะกง
จากการเสียจังหวัดเกาะกงดังกล่าวทำให้พลเมืองสัญชาติไทย  ที่อาศัยอยู่ในเกาะกงต้องเสียสัญชาติไทย และได้สัญชาติฝรั่งเศสแทนตามหลักกฎหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศว่าด้วยพลเมืองที่อยู่ในดินแดนต้องเปลี่ยนสัญชาติไปโดยอัตโนมัติ กล่าวคือ พลเมืองที่อยู่ในดินแดนที่มีการเปลี่ยนแปลงอธิปไตยจะได้สัญชาติของรัฐที่ได้ดินแดน และเสียสัญชาติของรัฐที่เสียดินแดน

ทำไมจึงต้องศึกษาถึงสถานะทางกฎหมายไทยของ Computer Font ?
การศึกษาถึงสถานะในทางกฎหมายของคอมพิวเตอร์ฟอนต์จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้เกิดสิ่งที่มีความชัดเจนแน่นอนในเรื่องนี้ โดยหาแนวทางแก้ไขเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่คนในสังคมทุกฝ่ายให้เท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้สร้างสรรค์คอมพิวเตอร์ฟอนต์ ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ฟอนต์ และผู้บริโภคคอมพิวเตอร์ฟอนต์ 

เกมคอมพิวเตอร์ : สภาพปัญหาในสังคมไทย
จากสภาพการณ์ดังกล่าวจึงก่อให้เกิดปัญหาว่า จะแสวงหาแนวทางในการจัดการเกมคอมพิวเตอร์ของผู้ประกอบการเกมคอมพิวเตอร์ที่เหมาะสมได้อย่างไร อะไรคือจุดที่เหมาะสมของการประกอบธุรกิจและความรับผิดชอบของผู้ประกอบการที่มีต่อสังคม เพื่อให้ผู้ประกอบการเกมคอมพิวเตอร์สามารถประกอบธุรกิจอยู่ในสังคมได้โดยไม่ก่อให้เกิดปัญหาแก่เด็กและเยาวชน และจะมีแนวทางในการพัฒนาผู้สร้างสรรค์เกมคนไทยได้อย่างไร 

ศาลฎีกาใน ฎ. ๙๘๙/๒๕๓๓ ยืนยันสิทธิในสัญชาติไทยของบุตรของบุคคลผู้ถูกถอนสัญชาติไทยโดย ปว. ๓๓๗
บุตรของผู้ถูกถอนสัญชาติไทยโดยปว.๓๓๗ ข้อ ๑ หรือบุตรของผู้ไม่ได้สัญชาติไทยโดยผลของปว.๓๓๗ ข้อ ๒ มีสัญชาติไทย เพราะกรณีของบุคคลเหล่านี้ไม่ตกอยู่ภายใต้ ปว.๓๓๗ เนื่องจากบิดาต่างด้าวที่ชอบด้วยกฎหมายหรือในกรณีที่ไม่มีบิดาที่ชอบด้วยกฎหมาย มารดาต่างด้าวของบุคคลเหล่านี้มิใช่คนต่างด้าวที่เข้าเมืองมาดังที่ ปว.๓๓๗ กล่าวถึง แต่เป็นคนต่างด้าวที่เกิดและอยู่ภายในประเทศไทยเมื่อกรณีไม่อยู่ภายใต้ ปว.๓๓๗ บุคคลเหล่านี้จึงยังคงมีสัญชาติไทยโดยหลักดินแดนตามมาตรา ๗ (๓) แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ 

สิทธิมนุษยชนของชุมชนบนพื้นที่สูงของประเทศไทย : แนวคิดในการจัดการ
ดังกระแสพระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอุลยเดชฯ ซึ่งพระราชทานแก่คณะกรรมการจัดงาน “วันรพี” ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เมื่อวันพุธที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๑๖ ว่า “กฎหมายมีไว้สำหรับให้มีความสงบสุขในบ้านเมือง มิใช่ว่ากฎหมายมีไว้สำหรับบังคับประชาชน ถ้ามุ่งหมายที่จะบังคับประชาชนก็กลายเป็นเผด็จการ กลายเป็นสิ่งที่บุคคลหมู่น้อยจะต้องบังคับบุคคลหมู่มาก ในทางตรงกันข้ามกฎหมายมีไว้สำหรับให้บุคคลส่วนมากมีเสรีและอยู่ได้ด้วยความสงบ บางทีเราตั้งกฎหมายขึ้นมาก็ด้วยวิชาการซึ่งได้จากต่างประเทศ เพราะว่าวิชาการกฎหมายนี้ก็เป็นวิชาการที่กว้างขวางจึงต้องมีอะไรทำอย่างหนึ่ง แต่วิชาการนั้นอาจไม่เหมาะสมกับสถานการณ์หรือท้องที่ของเรา บางทีเคยยกตัวอย่างเกี่ยวข้องกับที่ดิน เกี่ยวข้องกับการทำมาหากินของประชาชนที่อยู่ทางไกล ซึ่งเราเอากฎหมายไปบังคับประชาชนเหล่านั้นไม่ได้เพราะว่าเป็นความผิดของตัวเอง เพราะการปกครองไม่ถึงประชาชนที่อยู่ในที่ห่างไกล จึงไม่สามารถที่จะทราบถึงกฎหมาย ความบกพร่องก็อยู่ที่ทางฝ่ายที่บังคับกฎหมายมากกว่าฝ่ายที่จะถูกบังคับ ข้อนี้ควรจะถือเป็นหลักเหมือนกัน ฉะนั้นต้องหาวิธีที่จะปฏิบัติกฎหมายให้ถูกต้องตามหลักของธรรมชาติ......”

วิบากกรรมคนไร้รัฐ โดย นายธีรยุทธ บุญแผ่ผล
การดำเนินการพิสูจน์สัญชาติชาวเขาเป็นไปด้วยความล่าช้า ขณะที่ปัญหาการ “เก็บส่วย” จากชาวเขาที่ต้องการออกไปทำงานนอกพื้นที่ ยังมีออกมาให้ได้ยินเป็นระยะๆ 

นกเสรี
ในชีวิตหนึ่งของคุณ เคยมีโอกาสที่จะอยู่ในบริเวณพื้นที่ใกล้รอยต่อระหว่างประเทศบ้างไหม ? เคยพูดคุยกับผู้คนที่อาศัยอยู่บริเวณนั้นหรือเปล่า ? ผู้คนที่พวกเราหลายคนคิดว่าเป็นตัวปัญหา เป็นคนสองแผ่นดิน เป็นภัยกับความมั่นคงของประเทศชาติ

กลุ่มผู้พลัดถิ่นสัญชาติพม่า : ตัวอย่างของมาตรการขจัดปัญหาคนไร้รัฐที่ประเทศไทยใช้ในการจัดการปัญหาความไร้สัญชาติของชนกลุ่มน้อยจากประเทศพม่าที่กลมกลืนแล้วกับสังคมและวัฒนธรรมไทย
สำหรับชนกลุ่มน้อยจากประเทศพม่าที่อพยพเข้ามานานแล้ว ก็มักจะได้รับอนุญาตให้มีสิทธิอาศัยอยู่ในประเทศไทย ในขณะที่กลุ่มที่เพิ่งเข้ามา อาจจะยังไม่มีสถานะบุคคลที่ชอบด้วยกฎหมายไทยใดๆ เลย อาจกล่าวได้ว่า ในปัจจุบัน มีชนกลุ่มน้อยที่มาจากประเทศพม่าอยู่ ๖ กลุ่มที่ได้รับอนุญาตให้มีสิทธิอาศัยในประเทศไทย กล่าวคือ มีสถานะเป็นราษฎรไทยประเภทที่เป็นคนต่างด้าวที่มีสิทธิอาศัย กล่าวคือ (๑) ผู้พลัดถิ่นสัญชาติพม่า (๒) ผู้พลัดถิ่นสัญชาติพม่าเชื้อสายไทย (๓) ผู้หลบหนีเข้าเมืองจากพม่าประเภทผู้ใช้แรงงาน (๔) ผู้หลบหนีจากการสู้รบในพม่า (๕) นักศึกษาพม่าที่หลบหนีการปราบปรามของรัฐบาลพม่า และ (๖) เนปาลอพยพ

สิทธิของชนกลุ่มน้อยในประเทศไทย : ข้อคิดและทางเลือกนโยบายของรัฐไทย
วัฎจักรของการกลืนชนกลุ่มน้อยในสังคมใดสังคมหนึ่งย่อมยาวนาน และความไม่ราบรื่นหรือความรุนแรงอาจเกิดขึ้นได้ในระหว่างเวลาดังกล่าว ความชาญฉลาดของรัฐที่จะชิงมีนโยบายที่จะกลืนชนกลุ่มน้อยในเวลาที่เหมาะสมไม่ว่าจะโดยการให้สัญชาติของตนหรือการให้ถิ่นที่อยู่ถาวรในประเทศของตนจึงเป็นเหตุปัจจัยที่หลีกเลี่ยงความไม่ราบรื่นหรือความรุนแรงนั้นได้

ความสดชื่นและสมหวังของชีวิตนักกฎหมาย
จงพยายามที่จะเป็นนักกฎหมายที่ดีและมีประสิทธิภาพของสังคมเถิดแล้วชีวิตของเราจะมีแต่ความสดชื่นและสมหวังที่มิใช่พลาสติก ความสุขที่จะได้รับจะเป็นสิ่งที่แตะต้องได้และคงทนถาวร อย่างกลัวที่จะฝันและหวัง แม้ว่าสิ่งที่หมายมั่นจะสูงหรือยากที่จะไขว่คว้า ความตั้งใจที่จะทำ หรือจะเรียนรู้จะนำมาซึ่งความสำเร็จเสมอ และอย่าลืมอีกว่า ความดีและความมีประสิทธิภาพจะทำให้ความสำเร็จของเรานั้นเป็นนิรันดร 

รวมแนวคิดเพื่อสร้างโครงการวิจัยเพื่อการพัฒนาสิทธิเด็ก โดย เหล่าน้องๆ และลูกศิษย์ของอาจารย์แหวว
น้องๆ หรือลูกศิษย์ หลายคน เดินเข้ามาช่วยอาจารย์แหววทำงานเพื่อศึกษาและพัฒนาสิทธิมนุษยชนของเด็ก มารู้จักแนวคิดของพวกเขาไหมคะ

แนวคิดของรัฐไทยว่าด้วยการจัดการด้านโทรคมนาคม
อยากจะเสนอให้หลายฝ่ายกลับมาพิจารณาเรื่องนี้ในทิศทางที่เอื้อต่อ “ประโยชน์สาธารณะ” ไม่ควรจมอยู่กับจุดยืนอันเป็นอัตตาและทิฐิของแต่ละฝ่ายที่ได้มีต่อกัน “ประชาชนเสียอะไรไปบ้าง หากมาตรา ๔๐ ยังไม่บรรลุถึงความศักดิ์สิทธิ์ดังที่ควรจะเป็น ?” และในทางกลับกัน “ประชาชนจะได้อะไรบ้าง หากมาตรา ๔๐ บรรลุถึงความศักดิ์สิทธิ์ดังที่ควรจะเป็น ?”

สถานะบุคคลของบุคคลบนพื้นที่สูงซึ่งอพยพเข้ามาอยู่ในประเทศไทย
การผลักดันย่อมก่อให้เกิดผลเสียหายที่ร้ายแรงเป็นอย่างยิ่งทั้งต่อตัวบุคคลที่ถูกผลักดันและภาพลักษณ์ของประเทศไทยต่อประชาคมโลก เช่น การล่มสลายของสถาบันครอบครัวในพื้นที่ต่างๆ จะเกิดขึ้น เช่น สามีและบุตรมีสิทธิตามกฎหมายที่จะอยู่ในประเทศไทยได้แต่ภริยาต้องถูกผลักดันออกนอกประเทศ

ไอทีวี : ความรับผิดชอบต่อสังคม โดย รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร
ขอให้ไอทีวีทำหน้าที่ตำรวจสังคมต่อไป โดยระมัดระวังกับการกระทำที่ส่งผลเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยกล้องทีวี และขอให้ไอทีวีมีจิตใจของกาลิเลโอต่อไป แต่ก็ควรจะคิดค้นวิธีการป้อน “ความรู้และความเข้าใจ” ให้แก่สาธารณชนโดยไม่ทำร้ายจินตนาการที่ละเอียดอ่อนของมนุษย์ 

รวมแนวคิดเกี่ยวกับการจัดระเบียบรายการโทรทัศน์เพื่อการเรียนรู้ของเด็ก เยาวชน และครอบครัว
ความคิดเห็นทั้งในทางวิชาการหรือปฏิบัติในเรื่องนี้ ปรากฏให้เห็นบ่อยๆ ในที่ต่างๆ คงเป็นประโยชน์อยู่บ้างที่จะรวบรวมมาไว้ในที่เดียวกันให้เป็นวงเสวนาบนอินเทอร์เน็ต

การนิยาม “รายการเพื่อการศึกษาและการเรียนรู้ของเด็ก เยาวชนและครอบครัว”
ซึ่งยกร่างเมื่อวันที่ ๓ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๖ และรับรองแล้วเมื่อวันที่ ๑๒ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๖ โดยที่ประชุมของคณะทำงานเพื่อเตรียมการดำเนินงานตามนโยบายการใช้สื่อของรัฐเพื่อการศึกษาและการเรียนรู้ของเด็ก เยาวชน และครอบครัว" ซึ่งมีนายแพทย์ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ เป็นประธานคณะทำงานฯ และหัวหน้าฝ่ายพัฒนาหลักเกณฑ์ กองงาน กกช. เป็นคณะทำงานและเลขานุการ

อุปสรรค และ แรงจูงใจในการจัดทำรายการโทรทัศน์เพื่อการเรียนรู้สำหรับเด็ก เยาวชนและครอบครัว
กระบวนการการสนับสนุนด้านเงินทุนจัดเป็นนโยบายเสริมศักยภาพด้านเงินทุนให้กับผู้จัดรายการที่มีฝีมือให้มีแรงทุนเทียบเท่ากับบริษัทยักษ์ใหญ่ นำมาซึ่งการ ”ไหลกลับ” ของบุคลากรที่มีคุณภาพ ส่วนมาตรการการสร้างแรงจูงใจผ่านระบบภาษี เป็นแนวทางของ “มาตรการเสริม” สำหรับรัฐบาลที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการรายการโทรทัศน์ มีความ “อยาก” ที่จะสร้างสรรค์รายการเด็กที่มีคุณภาพมากขึ้น

คณะทำงานเพื่อเตรียมการดำเนินงานตามนโยบายการใช้สื่อของรัฐเพื่อการศึกษาและการเรียนรู้ของเด็ก เยาวชน และครอบครัวตามคำสั่งที่ ๗๓/๒๕๔๖ ลงวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๖ ของรองนายกรัฐมนตรี (นายจาตุรนต์ ฉายแสง)
คณะทำงานฯ จึงมีหน้าที่เป็น ๒ ประการหลัก กล่าวคือ ในประการแรก ก็คือ มีหน้าที่ "ศึกษาและจัดทำข้อเสนอเกี่ยวกับประเภท มาตรฐาน" รายการเพื่อการศึกษาและการเรียนรู้ของเด็ก เยาวชน และครอบครัว และในประการที่สอง ก็คือ มีหน้าที่ "ประสานเตรียมการและส่งเสริมการดำเนินงานตามมติคณะรัฐมนตรี และปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ได้รับมอบหมาย

มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๔ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๖
คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบให้เพิ่มบทบาทสื่อของรัฐเพื่อการศึกษาและการเรียนรู้ของเด็ก เยาวชนและครอบครัว โดยให้ขอความร่วมมือสื่อวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ของรัฐในการจัดทำรายการเพื่อการศึกษาและการเรียนรู้ของเด็ก เยาวชนและครอบครัวเพิ่มขึ้น โดยให้ดำเนินการ ดังนี้

ข้อเสนอแนะที่ยอมรับได้และเป็นไปได้จริงสำหรับรายการทีวีเพื่อการเรียนรู้ของเด็ก
คณะผู้แสวงหาองค์ความรู้ได้ร่วมกันทำกิจกรรมทางวิชาการระหว่างวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๖ จนถึงวันที่ ๑๗ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๖ เพื่อให้ได้มาซึ่งองค์ความรู้อันนำไปสู่การกำหนดแนวทางและมาตรการการใช้สื่อเพื่อการศึกษาและการเรียนรู้ของเด็ก เยาวชน และครอบครัว และได้มีข้อเสนอแนะที่ยอมรับได้และเป็นไปได้จริง ๘ ประเด็นดังต่อไปนี้ 

ข้อเสนอแนะในเชิงวิธีการที่เหมาะสมในการใช้สื่อโทรทัศน์ของรัฐเพื่อการศึกษาและการเรียนรู้ของเด็ก เยาวชน และครอบครัวเพื่อเสนอต่อรองนายกรัฐมนตรี ฯพณฯ จาตุรนต์ ฉายแสง
ท่านรองนายกรัฐมนตรี ฯพณฯ จาตุรนต์ ฉายแสงได้ขอความร่วมมือจากคณะผู้แสวงหาองค์ความรู้ฯ ในการเสนอแนะต่อไปถึง “ข้อเสนอแนะในเชิงวิธีการที่เหมาะฯ” ดังนั้น คณะผู้แสวงหาองค์ความรู้ฯ จึงได้เรียกประชุมเครือข่ายเพื่อคิดค้นข้อเสนอแนะในประการที่สองนี้เมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๖ เวลา ๑๕.๐๐ – ๑๗.๓๐ น. ณ ห้องวิจิตรวาทการ สมช.ซึ่งที่ประชุมดังกล่าวได้หารือกันและบรรลุถึง “ข้อเสนอแนะเชิงวิธีการ” จำนวน ๕ ประการดังต่อไปนี้

หนิง....อดีตคนไร้สัญชาติในอนาคต โดย อาจารย์แหวว
เมื่อสิ้นสุดกระบวนการดังกล่าว หนิงและครอบครัว ตลอดจน “ผู้พลัดถิ่นสัญชาติพม่า” ทั้งมวลก็จะมีสัญชาติไทยเสียที และมีสถานะเป็น “ราษฎรไทยประเภทสัญชาติไทย” ซึ่งมีสิทธิอาศัยอยู่ในประเทศไทยอย่างถาวรอย่างแน่นอน แล้วพวกเขาก็จะตกเป็น “อดีตคนไร้สัญชาติ” เพราะพวกเขาจะมีสัญชาติไทย แต่เป็นเรื่องของอนาคตซึ่งไม่รู้ว่า จะเป็นอนาคตอันใกล้หรืออนาคตอันไกล 

ศิริชัย....คนไร้สัญชาติคนหนึ่งของประเทศไทย โดย อาจารย์แหวว
ถ้าเขาไม่มีสัญชาติของประเทศไทย เขาก็ไม่มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับประเทศอื่นใดเลย ประเทศเดียวที่เขามีความผูกพัน ก็คือ ประเทศไทย ซึ่งอย่างน้อยที่เรารู้อย่างแน่นอน ก็คือ เขาอาศัยอยู่ในประเทศนี้มาแล้วตั้งแต่ ๒๕๒๓ กล่าวคือ ๒๑ ปี ผลที่สุดของเรื่อง ก็คือ เขาย่อมจะตกเป็น “คนไร้รัฐ” (Stateless Person) หรือที่เราเรียกกันในประเทศไทยว่า “คนไร้สัญชาติ” (Nationalityless Person

บัตรประชาชนหรือ…คือที่สุดของชีวิต โดย นางสาวสรินยา กิจประยูร
จะลอยิงตัวเองตายในหมู่บ้าน !!” ...บัตรประชาชนไทย ไม่ได้เป็นคำตอบในชีวิตอย่างที่จะลอหวังไว้ ? ...เขาคิดว่ามีบัตรประชาชนแล้วชีวิตจะดีขึ้น แต่สุดท้ายก็ต้องอยู่ที่บ้าน ไปทำงานอะไรก็ไม่ได้ ชีวิตก็เหมือนเดิม นอกจากจะลอแล้ว
 พวกเรายังได้รับทราบข่าวที่น่าสลด
ใจของหลายคนที่พยายามดิ้นรนเรื่องบัตรประชาชนในช่วงที่ผ่านมา 
และเราได้ช่วยเหลือจนสำเร็จ ...แต่หลังจากได้บัตรประชาชนไม่นานนัก 
พวกเราก็ได้ยินข่าวว่า เขาถูกตำรวจวิสามัญฆาตรกรรม เนื่องจากค้ายาบ้า.....

Human Rights and Personal Legal Status of People at Risk of Persecution in Thailand by Pongtheb Yangsomche
To recapitulate, though the application of international
and domestic legislations could provide the protection
of human rights of people at risk of persecution to a certain
extent, legal status is still indispensable for people at risk
of persecution to enjoy the effective protection of their human
rights

“ฉัน คือ ใคร : ฉันเกิดมาผิดกฎหมาย” โดย นางสาว ชลฤทัย แก้วรุ่งเรือง
ภาพของอุปสรรคหนึ่งที่คณะทำงานมีความตระหนักนั้นก็ยิ่งปรากฎขึ้นมาอย่างชัดเจน คือ ความไม่ชัดเจนและไม่เพียงพอของข้อเท็จจริงสำหรับการกำหนดสถานะบุคคลตามกฎหมายสัญชาติ แม้ว่าข้อเท็จจริงเหล่านี้จะได้มีการพยายามสำรวจโดยคณะทำงานทุกฝ่ายแล้วก็ตาม รวมทั้งตัวเด็กเองขาดความรู้ความเข้าใจในการเข้าถึงข้อเท็จจริงของตนเอง ขาดกระบวนการสืบหาข้อเท็จจริงที่ถูกต้องและจำเป็น

การตรวจสอบและการประเมินสถานการณ์ด้านคนไร้รัฐในประเทศไทยประจำปี พ.ศ.๒๕๔๖ โดย รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร
โดยผลของมาตรา ๔ แห่งรัฐธรรมนูญไทยแห่งราชอาณาจักร พ.ศ.๒๕๔๐ ซึ่งบัญญัติว่า “ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ และเสรีภาพของบุคคลย่อมได้รับความคุ้มครอง” คนไร้รัฐย่อมได้รับการรับรองอย่างชัดเจนว่า เป็นผู้ทรงสิทธิ์ภายใต้กฎหมายไทย และเป็นกฎหมายที่สูงสุดของแผ่นดิน ดังนั้น นับแต่วันที่กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีผล ความเคลื่อนไหวเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของคนไร้รัฐจึงปรากฏตัวเป็นงานของหลายองค์กรอิสระที่ก่อตั้งขึ้นโดยกฎหมายรัฐธรรมนูญ และองค์กรภาคประชาชนที่ก่อตั้งตามกฎหมาย มากขึ้น 

อนาคตเกมคอมพิวเตอร์ออนไลน์ ในประเทศไทย โดย อาจารี ชวชิต พิกุล ศิริพร รจเรจ ณัฐชัย
ด้วยแนวโน้มการขยายตัวของธุรกิจเกมจะส่งผลให้จำนวนผู้เล่นเกมมากขึ้น ชุมชนของเกมออนไลน์ที่มีขนาดใหญ่จะเป็นแรงกระตุ้นให้ภาคธุรกิจแข่งขันกันขยายฐานการตลาดเพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งในตลาดเกมออนไลน์ เทคโนโลยีเครือข่ายจะถูกพัฒนาเพื่อเป็นทางวิ่งให้กับ Content เหล่านี้ที่มีขนาดมหาศาล สิ่งที่ได้คือ ระบบการสื่อสารที่เร็วขึ้น สะดวกขึ้น แต่จำนวนเกมมากมายหลากหลายเชื้อชาติจะถูกซื้อลิขสิทธิ์นำเข้ามาเพื่อตอบสนองในแต่ละส่วนของตลาดที่มีความต้องการหลากหลาย และสิ่งที่สูญเสีย คือ ปริมาณเงินมหาศาลในการนำเข้าทรัพย์สินทางปัญญาจากต่างชาติ

e-society ต้องการกฎหมายหรือไม่ ? เพียงไร ? โดย รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร
ไม่มีใครปฏิเสธอำนาจของกฎหมายที่มีอยู่ต่อสังคมในโลกแห่งความเป็นจริงต่อสังคมในโลกเสมือน ที่ถูกสร้างขึ้นโดยอิเล็กทรอนิกส์ แต่มีความเห็นมากมายที่ชี้ว่า กฎหมายลายลักษณ์อักษรที่อยู่ในสังคมไทยนั้นไม่อาจเอื้อต่อการพัฒนาของพฤติกรรมของมนุษย์ในสังคมไทยบนอินเทอร์เน็ต

รัฐควรคิดอย่างไรต่อปัญหาเกมคอมพิวเตอร์ ? โดย นายอิทธิพล ปรีติประสงค์ นายสมา โกมลสิงห์ และ รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร
มาตรการหลักของรัฐในวันนี้ น่าจะเป็น เรื่องของการปลุกจิตสำนึกเพื่อรับผิดชอบต่อสังคม ..ไม่ต้องกังวลกับปัญหาความเป็นเสือกระดาษของกฎหมายลายลักษณ์อักษร เพราะกำลังบังคับของกฎหมายจารีตประเพณีมาจากสมาชิกทุกคนในสังคม จึงรุนแรง มีประสิทธิภาพ ไม่มีปัญหาของการทุจริตประพฤติมิชอบโดยอ้างการบังคับใช้กฎหมายต่อเหยื่อที่ละเมิดกฎหมายลายลักษณ์อักษร

เกมคอมพิวเตอร์ออนไลน์ : สร้างสรรค์หรือทำลายสังคมไทย ? โดย รองศาสตราจารย์ ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร
จึงขึ้นอยู่กับว่าเราจริงจังและตั้งใจที่จะควบคุมสมดุลของความเป็นดาบสองคมของเกมคอมพิวเตอร์ออนไลน์หรือไม่ ? หากมีความไม่มีประสิทธิในการควบคุมผลกระทบด้านร้ายและส่งเสริมผลกระทบด้านดี เกมก็จะส่งผลกระทบแต่เพียงด้านลบต่อสังคมมนุษย์ แต่หากมีการควบคุมผลกระทบด้านร้ายและส่งเสริมผลกระทบด้านดีอย่างมีประสิทธิภาพ เกมก็จะส่งผลกระทบแต่เพียงด้านดีต่อสังคมมนุษย์ แต่หากกระบวนการจัดการมีประสิทธิภาพบ้างไม่มีบ้าง ผลกระทบที่ส่งออกมาก็ย่อมหลากหลาย

เกมคอมพิวเตอร์และผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนในสังคมไทย โดย รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร และนายสมา โกมลสิงห์
เกมคอมพิวเตอร์มิใช่ทั้งหมดของปัญหาที่เกิดขึ้นจากการใช้คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์เพื่อการสื่อสาร แต่เป็นแค่ตัวอย่างประการหนึ่งที่ชี้ให้เห็นคุณอนันต์และโทษมหันต์ของนวตกรรมทางเทคโนโลยีดังกล่าวต่อสังคมมนุษย์ .... การตัดสินใจเข้าจัดการปัญหาโดยไม่มีองค์ความรู้ของใครก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือภาคเอกชน ย่อมไม่เป็นประโยชน์ต่อเด็กและสังคมไทยเลย

ธุรกิจเว็บไซต์สื่อทางเพศ ไม่ใช่ไม่มีทางออก แต่ไม่ออกเอง
วันนี้ ถึงเวลาแล้วที่ ฝ่ายที่แม้มิใช่รัฐ กล่าวคือ เอกชน ต้องเข้าร่วมมือกับฝ่ายรัฐ ที่จะต้องเข้ามาร่วมกันคิดและจัดการปัญหาอย่างเป็น "องค์รวม" การรอคอยให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็น "เจ้าภาพ" คงจะเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ยิ่งช้าไป ปัญหาก็ยิ่งเติบโต และฝังรากลึกในสังคมไทย ในที่สุดก็จะไม่แตกต่างจากปัญหาเรื่องการคอร์รัปชั่นในประเทศไทย และในที่สุดจะกลายเป็น "แผลเป็น" อีกแผลสำหรับสังคมไทย

การจัดการความรู้กับการบริหารราชการแนวใหม่ โดย ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช
จะเข้าใจเรื่องการจัดการความรู้ในหน่วยราชการโดยถ่องแท้ได้ ต้องลงมือทำ ส่งเสริมให้มี “กลุ่มนำร่อง” พัฒนารูปแบบการจัดการความรู้ขึ้นมาเองโดยปรับจากแนวทางและวิธีการที่มีผู้นำในองค์กรแบบอื่นอยู่แล้ว ผู้เขียนมีความเชื่อว่า ผลของการจัดการความรู้ 5 ประการที่กล่าวแล้วในตอนต้น จะเกิดขึ้นในระดับ “ก้าวกระโดด” และเป็นผลในระดับ “ไม่น่าเชื่อ” ว่าจะเกิดขึ้นได้.

ถอนสัญชาติชาวบ้านแม่อาย : วงจรการปราบคอรัปชั่น ลูกหลงข้าราชการน้ำดี
“สำหรับตัวพี่น่ะไม่เท่าไรหรอก เพราะพี่มั่นใจในความบริสุทธิ์ของตัวเองอยู่แล้ว แต่ครอบครัวพี่ซิ คุณพ่อพี่ซึ่งอายุมากแล้วและเคยเป็นข้าราชการมาก่อน ท่านจะเสียใจแค่ไหนที่ลูกสาวของท่านต้องมีประวัติถูกส่งเข้า ป.ป.ช.” เป็นคำกล่าวสั้นๆ จากความรู้สึกลึกๆ ของปลัดอำเภอหญิงคนหนึ่ง ที่ขอเลือกก้าวแรกในเส้นทางสายข้าราชการ กับงานปลัดอำเภอชายแดน เพื่อจะได้บำบัดทุกข์บำรุงสุขราษฎรที่เดือดร้อนตามชายขอบประเทศไทย ตามรอยพ่อฟ้าหลวงที่ทั้งเธอและบิดาของเธอรักและเทิดทูนตลอดชีวิตข้าราชการไทย

บทสัมภาษณ์ รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร ถึงการแก้ปัญหาคนไร้สัญชาติที่แม่อาย โดย นายธีรยุทธ บุญแผ่ผล
นับเป็นเวลากว่า ๗ เดือนแล้ว ที่ กรมการปกครอง ได้สั่งเพิกถอนสัญชาติ ชาวอำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน ๑,๒๔๓ คน โดยอ้างว่าบุคคลเหล่านี้เคยถือ บัตรผู้พลัดถิ่นสัญชาติพม่า และมีการทุจริตเกิดขึ้น ในขณะที่หลายฝ่ายเชื่อมั่นว่า มีคนไทยแท้ๆ ซึ่งเป็นผู้ตกหล่นในอดีตถูกเหมารวมอยู่ด้วยจำนวนหลายร้อยคน 

จารีตประเพณีระหว่างประเทศมีผลอย่างไรในประเทศไทย ? : คำตอบจากสมาคมกฎหมายระหว่างประเทศแห่งประเทศไทย โดย อาจารย์ ลักคณา พบร่มเย็น
กฎหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศจะถูกยอมรับและปรับใช้โดยตรง ในองค์กรบริหาร และองค์กรตุลาการ แต่ปัญหาที่ถกเถียงกันมากในวงเสวนา คือ กฎหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศนั้น จะถือเป็นข้อเท็จจริงที่คู่ความต้องกล่าวอ้างและนำสืบเข้ามาสู่ศาลไทย ? หรือ จะถือว่าเป็นข้อกฎหมายที่ศาลต้องรับรู้ได้เอง หรือจะเป็นข้อเท็จจริงที่ศาลสามารถรับรู้ได้เอง ?

สนธิสัญญาระหว่างประเทศมีผลอย่างไรในประเทศไทย ? : คำตอบจากสมาคมกฎหมายระหว่างประเทศแห่งประเทศไทย โดย รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร
ประเทศไทยในวันนี้ไม่อาจจะปฏิเสธความมีผลของสนธิสัญญาระหว่างประเทศในประเทศไทย การอ้างแนวคิดชาตินิยมเพื่อปฏิเสธความมีผลของสนธิสัญญาน่าจะส่งผลร้ายต่อประเทศไทยมากกว่าผลดี ที่ประชุมเสวนายอมรับว่า สนธิสัญญาที่ควรมีผลในประเทศไทยอาจมิใช่สนธิสัญญาที่ประเทศไทยได้ให้สัตยาบันเท่านั้น 

ทำไมจึงมีความจำเป็นที่จะต้องทำให้กฎหมายการค้าระหว่างประเทศเป็นเอกภาพ ? โดย รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร
เมื่อความพยายามที่จะทำให้กฎหมายเป็นเอกภาพเป็นความพยายามที่มีที่มาจากทั้งความร่วมมือระหว่างรัฐและความร่วมมือระหว่างเอกชนนานาชาติ ปัญหาที่เกิดขึ้นตามมาก็คือ กฎหมายเอกภาพที่ถูกบัญญัติขึ้นมาจากหลายกลุ่ม มีแนวโน้มที่จะขัดแย้งกันเพราะผลประโยชน์ของแต่ละกลุ่มมีความแตกต่างกันโดยพื้นฐาน ปัญหาใหม่ที่เกิดขึ้นก็คือการขัดกันของกฎหมายเอกภาพ 

จำนวนผู้ที่เข้าชมในหน้านี้ 006863